ภาค 2 : ทมิฬดับแสง
ด้านนอกป่าไม้มืดตอนนี้แสงอาทิตย์ลับขอบฟ้าแล้ว เมื่อมองไปยังแนวป่าของป่าไม้มืดจะพบเห็นความสงบวังเวงและลึกลับอันตรายท่ามกลางความเงียบสงบนั้นได้เกิดเสียงฝีเท้าทำลายความเงียบสงัดของป่าไม้มืดยามค่ำคืน เมื่อมองตามเสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นจะเห็นเชนที่ตอนนี้หอบหายใจหนักหน่วงใช้ดาบกลืนสวรรค์แทนไม้เท้าเดินฝ่าความมืดมิดออกมา ทั้งตัวของเขาเต็มไปด้วยฝุ่นและบาดแผลมากมายจนดูเหมือนขอทานที่โดนกระทืบและไม่ได้อาบน้ำมาเป็นเวลานานเมื่อเดินหลุดออกมาจากแนวป่ามืดรกทึบนั้นได้เชนก็เหมือนหมดแรงทิ้งตัวนอนลงไปกับพื้นจนเกิดเสียงดังตุบ"แฮ่กๆๆ สักวัน..แฮ่กๆ ..จะมาฆ่าพวกมัน..แฮ่กๆ ..ให้เหี้ยนเลย" เชนในท่านอนหงายแผ่หลาพูดตะกุกตะกักจากอาการเหนื่อยหอบเมื่อเชนเดินออกจากเขตป่าชั้นใจกลางออกมาสู่เขตป่าชั้นใน ไม่ทราบว่าเป็นเพราะจะเข้าสู่ช่วงกลางคืนหรือไม่แต่เมื่อเขาก้าวเข้าสู่เขตชั้นในเชนจึงได้รู้ว่าป่าไม้มืดมีอสูรอยู่มากมายเพียงใดเขตชั้นในของป่าไม้มืดแตกต่างกับเขตใจกลางลิบลับ เขตใจกลางนั้นเงียบสงบ ตัวเขาไม่เจออสูรเลยสักตัวนอกจากอสูรขั้นพื้นฐานตนนั้น แต่เมื่อเดินออกไปสู่เขตป่าชั้นในแทบจะทุกฝีก้าวเชนจะต้องได้พบเห็นสัตว์อสูร เขาต้องทั้งสู้และหลบหนีจนไม่ได้มีเวลาพักหายใจ แถมระหว่างนั้นเชนยังได้พบกับอสูรขั้นสามัญระดับชั้นสิบอีกด้วย! และไม่ได้เจอเพียงตนเดียวแต่เจอถึงสาม!เชนเมื่อพบเห็นพวกมันก็ต้องหน้าเสียหลบหนีอย่างทุลักทุเลจนสุดท้ายก็หนีออกมาถึงเขตป่าชั้นกลางได้สำเร็จ นั่นแหละเขาถึงพอจะได้มีเวลาในการพักหายใจ แต่ก็คงเป็นเพราะป่าได้เข้าสู่เวลากลางคืนทำให้สัตว์อสูรเริ่มออกมาล่าและหากินกันมากมาย แม้ในเขตชั้นกลางระดับโดยส่วนมากจะระดับชั้นสี่เป็นส่วนใหญ่อาจมีระดับชั้นห้าปะปนมาบ้างแต่จำนวนของพวกมันกลับมากมายอย่างที่สุด ขนาดเชนที่ได้วิญญาณจากการฆ่าระหว่างทางจนสามารถเปิดใช้ยมทูตทมิฬได้ก็ยังไม่อาจต้านจำนวนที่แทบจะไม่มีวันหมดของพวกมันได้ กว่าจะหลบหนีจนออกมาถึงเขตชั้นนอกได้สำเร็จก็ทำเอาเชนหอบหนักเลือดไหลซึมไปทั้งตัวแต่แทนที่จะได้พักหายใจเพราะป่าชั้นนอกมีสัตว์อสูรระดับต่ำสุด แต่ราวกับเมื่อถึงเวลากลางคืนพวกอสูรพวกนี้จะบ้าคลั่ง สัตว์อสูรในป่าชั้นนอกตอนที่มีแสงอาทิตย์เมื่อเห็นเชนพวกมันจะหลบหนีแต่ในตอนกลางคืนนี้พวกมันกลับพุ่งเข้ามาโจมตีเขาอย่างไม่กลัวตาย แถมจำนวนของพวกมันก็เยอะไม่น้อยแม้จะไม่อาจเทียบกับสองเขตบนได้ก็ตาม ทำเอาเชนสบถด่าพร้อมกับหนีหัวซุกหัวซุนอีกครั้งและนั่นคือเหตุการณ์ทั้งหมดกว่าเชนจะมานอนหงายแผ่หลาอยู่หน้าป่าไม้มืดเช่นนี้"ให้ตายเหอะ" เชนที่ตอนนี้อาการหอบเหนื่อยดีขึ้นแล้วพูดขึ้น เขาพยุงตัวลุกขึ้นนั่งพร้อมมองไปยังป่าไม้มืดอย่างแค้นเคือง"ขอสาบานด้วยเกียรติของลูกเสือสำรองหัวหน้าหมู่หมูขี้พร้า สักวันต้องมาฆ่าพวกมันให้หมด" เชนที่ตอนนี้แค้นฝังหุ่นเอามากๆ พูดขึ้นพร้อมชูสองนิ้วขึ้นข้างลำตัวเพื่อเป็นการปฏิญาณเชนพยุงตัวลุกขึ้นแล้วเอาดาบกลืนสวรรค์สะพายไว้ที่หลัง มองไปยังป่าไม้มืดที่ดูวังเวงนั้นอยู่ครู่ก็หันตัวเดินกลับเพื่อจะกลับไปยังบ้านของไรม์เมื่อเชนเดินลับหายไป ป่าไม้มืดก็เข้าสู่ความเงียบสงบแห่งยามค่ำคืนอีกครั้ง......"ทำไมพี่เชนยังไม่มาอีกเนี่ย" ริวที่ตอนนี้เดินวนไปมาอยู่หน้าคฤหาสน์หลังใหญ่เหลือบมองไปยังทางเข้าซึ่งปกคลุมไปด้วยความมืดจากยามราตรีในตอนนั้นเองท่ามกลางความมืดมิดก็ได้มีเงาของคนกำลังค่อยๆ เดินมายังทางเข้าคฤหาสน์"อ้ะ! พี่เชน! " ริวเมื่อเห็นเงานั้นก็เพ่งตามองจนเห็นชัดว่าเป็นเชนก็วิ่งเข้าไปหาในทันที"ไง" เชนยิ้มอย่างหมดแรงพร้อมเอ่ยทักทายริวที่ตอนนี้มาหยุดยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าของเขา"พะ..พี่ไปโดนอะไรมาเนี่ย! " ริวมองไปยังร่างของเชนที่เต็มไปด้วยเลือดที่แห้งกรังและบาดแผลมากมายก็ต้องอุทานตกใจ โดยเฉพาะรอยเลือดและเสื้อที่ถูกตัดสะพายแล่งที่หน้าอกของเขา"เบาๆ หน่อย พี่ไม่เป็นอะไรแผลพวกนี้สมานเกือบหมดแล้ว" เชนโบกมือพร้อมพูด เพราะการเปิดใช้ยมทูตทมิฬแผลที่หน้าอกของเขานั้นถูกสมานกันจนแทบจะหมดสิ้นแล้ว ส่วนแผลอื่นๆ ก็เป็นแผลเล็กน้อยเท่านั้นรักษาไม่กี่วันก็หายดีจริงๆ แล้วแผลที่หน้าอกของเชนนั้นถ้าเป็นคนอื่นถือว่าสาหัสเป็นตายเลยทีเดียว แต่นี่เพียงการเปิดใช้ยมทูตทมิฬกลับทำให้บาดแผลพวกนั้นสมานกันจนแทบจะหายดีแล้ว ต่อให้มียาที่รักษาแผลอย่างรวดเร็วแบบนี้ได้แต่ก็ต้องมีราคาที่สูงลิบลิ่ว นี่ยิ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่ายมทูตทมิฬที่ตัวตนลึกลับให้มานั้นเป็นวิชาที่เหนือความเข้าใจของคนในโลกนี้ไปไกลแค่ไหนเชนกับริวเดินคุยกันมาเรื่อยๆ แล้วเดินเข้าไปในคฤหาสน์หลังใหญ่ที่เปิดไฟสว่างไสวตัดความมืดของยามราตรี เมื่อเข้ามาด้านในเขาจึงได้พบกับไรม์ที่กำลังเดินลงมาจากบันไดวนชั้นสองด้านหลังติดตามมาด้วยแม่บ้านที่ทำน้ำหกใส่เชนครั้งก่อน"คุณลุง" เชนเอ่ยทักทาย"ไปโดนอะไรมาน่ะ" ไรม์ขมวดคิ้วถามขึ้นเมื่อเห็นสภาพของเชน"นิดหน่อยครับ ไม่เป็นอะไรมากแล้ว" เชน"อย่าประมาทดีกว่า..ทำแผลเถอะ เดี๋ยวลุงจะให้หมอไปตรวจที่ห้อง" ไรม์เอ่ยพร้อมหันไปเอ่ยกับแม่บ้านสาวที่เดินติดตามอยู่ด้านหลังสองสามคำแม่บ้านก็ปลีกตัวออกไป คาดว่าคงจะไปตามหมอ"ก็ได้ครับ" เชนไม่ได้ปฏิเสธความหวังดี"หมอที่จะไปตรวจก็คือหมอที่ลุงจะให้ไปดูอาการน้องสาวของเธอนะ ลุงบอกกับเขาไว้แล้ว ตอนเขาไปตรวจเราก็นัดแนะเวลากับเขาเลยละกัน" ไรม์พูด"ขอบคุณมากครับ" เชนยิ้มออกในทันทีเมื่อได้ยินคำที่ไรม์พูดจะไม่ให้เขายิ้มได้ยังไง เหตุผลหลักที่มาเป็นนักล่าของเขาคือการหาทางรักษามิ้นท์ และหมอคนที่ไรม์จะให้ไปดูคือคนจากสี่สังกัด สังกัดเทพโอสถเชียวนะ! คนของสี่สังกัดราวกับเทพเซียนไม่ใช่ว่าอยากพบก็จะได้พบ"โอ๊ะ! นี่ครับหญ้าแสงจันทร์" เชนเพิ่งจะนึกออกทำการเอาหญ้าแสงจันทร์ออกมาพร้อมกับส่งไปให้ไรม์"ทานอะไรมาหรือยัง? " ไรม์รับหญ้าแสงจันทร์มาพร้อมถามโดยน้ำเสียงราวกับญาติผู้ใหญ่ที่ถามลูกหลานของตนเชนเมื่อได้ยินคำพูดของไรม์นี้ก็นิ่งไปครู่ ทานอะไรมาหรือยัง? นานแค่ไหนแล้วนะ...ที่ไม่ได้ยินคำนี้"ยัง..เลยครับ" หลังจากนิ่งไปครู่ก็ตอบรับออกไป"เดี๋ยวลุงจะให้แม่บ้านเอาไปให้ที่ห้อง ไปเถอะไปพักผ่อน" ไรม์พูดจบก็หันตัวเดินกลับขึ้นไปยังชั้นสองของคฤหาสน์ระหว่างทางไปห้องพักริวก็ถามเขาไม่หยุดว่าไปโดนอะไรมาถึงได้มีสภาพเช่นนี้ เขาก็หัวเราะเบาๆ ในอาการอยากรู้อยากเห็นของริว เขาค่อยๆ เล่าเรื่องราวที่เขาไปพบเจอในป่าไม้มืดให้ริวได้รู้...ในห้องนอนของเชนที่ไรม์จัดไว้ให้ตอนนี้เขากำลังนอนอยู่บนเตียงหลังใหญ่ ในห้องปิดไฟจนมืดมิด แต่ในห้องที่ไร้แสงไฟแห่งนี้กลับไม่ได้มืดสนิทไปเสียทีเดียว เพราะมีแสงจากดวงจันทร์สาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่เข้ามายังห้องนอนคอยให้แสงสว่างในยามราตรีอันมืดมิดเชนในตอนนี้เหม่อมองไปยังบนเพดานเขาไม่สามารถข่มตาให้หลับลงได้ หลังจากที่ทานอาหารและให้หมอของไรม์ตรวจอาการแล้ว เขาก็ได้นอนพักผ่อนหลังจากผ่านวันอันหนักหน่วงมา แต่ไม่ว่าทำยังไงก็นอนไม่หลับเสียที ในหัวของเชนนั้นคิดไปถึงเหตุการณ์มากมายที่เกิดขึ้นในวันนี้ ไม่ว่าจะได้พบเจอกับคิมและไกด์ ปะทะกับกลุ่มของเทียน ตกหน้าผาสูง พบเจอกับอสูรขั้นพื้นฐาน และได้พบ...เชนลุกขึ้นจากเตียง เขาเดินตรงไปยังหน้าต่างที่มีแสงจันทร์สีเหลืองนวลสาดส่องเข้ามา เงยหน้ามองขึ้นไปยังดวงจันทร์ซึ่งวันนี้เต็มดวงส่องสว่างสุกสกาวเมื่อเห็นดวงจันทร์สีเหลืองนวลที่ลอยเด่นนี้ก็ทำให้นึกไปถึงหญิงสาวที่มีเส้นผมสีเดียวกับดวงจันทร์บนท้องนภาที่เขามองอยู่"จะได้พบ..อีกไหมนะ" เขายืนพิงผนังมองไปบนฟ้าพร้อมพูดเบาๆ ราวกับอธิษฐาน...