“สรุปคือเราจะเลิกกันง่ายๆ แบบนี้เลยหรอ ทั้งที่เรานัดกันไว้ว่าจะไปที่นี่ด้วยกันคืนนี้” ฉันยกบัตรงานมหาสงกรานต์ที่คลับหรูที่ฉันซื้อเอาไว้ล่วงหน้าเพื่อไปเที่ยวด้วยกันคืนนี้
“ก็เราไปกันไม่ได้อ่ะ เธอก็รู้นิลูก้า” คำตอบของไอ้ผู้ชายเฮงซวยที่ฉันอุตส่าห์ส่งเสียดูแลมาเป็นปี ให้มาเรียนต่อทำอาหารที่นี่ตั้งหลายเดือน ก่อนจะบินตามมาจากฝรั่งเศสเพื่อใช้เวลากับเขาในช่วงหน้าร้อนที่ไทย
แต่มันดันเป็นสงกรานต์แสนแย่ครั้งแรกในชีวิตตั้งแต่เกิดมาเลยสำหรับฉัน
“ไหนๆ เราก็เลิกกันแล้ว งั้นเราขอบัตรเข้างานทั้งสองใบเลยแล้วกัน ยังไงเธอก็ไม่ได้ไปอยู่แล้วนี่ลูก้า”
“โหไอ้เวรนี่ มึงจะเลิกก็เลิก จะไสหัวไปไหนก็ไปเลยบัตรนี่กู กูไม่ให้จะฉีกทิ้งแม่งตรงนี้แหละ ไม่ได้ไปด้วยกันก็ไม่ต้องมีใครได้ไป”
//แควกกกก// ฉันฉีกบัตรเข้างานต่อหน้าจนขาดออกจากกัน ไอ้เวรแฟนเก่าก็หน้าเสียและเดินหนีไปทันทีเมื่อไม่ได้สิ่งที่ต้องการไปด้วย
“เออดี รีบไสหัวออกไปเลยนะไอ้เวร ไอ้ผู้ชายเฮงซวย” หยิบข้าวของ ของไอ้เวรที่ฉันเป็นคนซื้อให้ปาใส่เขารัวๆ โดยที่ไอ้บ้านั่นก็รีบหยิบรีบเก็บของที่ฉันปาใส่ขึ้นจากพื้นเก็บใส่กระเป๋าทันที
“ไอ้เวร ไอ้งก รีบออกไปจากบ้านของฉันเลย ฮื้อออ”
โดนไปเจ็บขนาดนั่นยังจะงกหวงของที่ฉันโยนไปอีก ก็นะของทุกชิ้นมันมีราคาทั้งนั้นเลยนี่
สุดท้ายฉันเนี่ยแหละที่เป็นคนโง่ที่สุดตลอดมา
สองชั่วต่อมาฉันรีบมูฟออนแต่งหน้าแต่งตัวให้แซ่บที่สุดเพื่อไปหาผู้ใหม่มาดามหัวใจ และความต้องการที่เก็บกดมาหลายเดือนเนื่องจากห่างแฟนหนุ่มนาน
ทั้งที่กะจะใช้ช่วงเวลาวันนี้ด้วยกันจนกว่าจะถึงเช้าเลยแท้ๆ แต่ช่างเถอะช่วงที่ห่างกันหลายเดือนฉันก็พอทำใจมาบ้างแล้ว เพราะเขาเปลี่ยนไป โทรก็ไม่ค่อยรับ ถึงจะบอกว่าเวลามันต่างกันก็เถอะ
ฉันนัดเพื่อนสาวที่โสดเหมือนกันอีกคนไปให้ไปเที่ยวกันเพราะไม่อยากเสียบัตรฟรีๆ โทรไปคอนเฟิร์มกับคลับ SHINY ที่จัดงานอีเว้นต์แล้วด้วยว่าบัตรที่โดนหลานฉีกขาดครึ่ง (โกหก) มันยังใช้ได้อยู่ไหม
และสรุปคือยังใช้ได้ขอแค่มีบัตรครบชิ้นส่วนไปโชว์หน้างานเท่านั้น
ดังนั้นฉันกับเซลีนเพื่อนสาวจึงได้ขับรถมาที่นี่เรียบร้อยแล้ว แม้ว่าจะหงุดหงิดที่รถติดมากๆ กว่าจะมาถึงที่นี่ แต่พอมาถึงเห็นสถานที่จัดงานแล้วฉันกับเซลีนก็ร้องว้าวทันที
งานอีเว้นต์ที่นี่บอกได้เลยว่าเวอร์วังมาก สวยงามอลังการสมกับที่เสียค่าเข้าแล้วล่ะ ไหนจะได้ดื่มต้อนรับทันทีที่มาถึงอีก ฉันกับเซลีนจัดกันไปคนล่ะแก้วสองแก้วก่อนจะแยกย้าย
ฉันเลือกเต้นอยู่ที่รำฟลอร์เต้นรำที่เต็มไปด้วยฟองโฟมด้านล่าง ส่วนเซลีนเลือกที่จะขึ้นไปเล่นน้ำในสระที่รูทท็อปบาร์กับสระว่ายน้ำด้านบนที่เงียบสงบกว่าเล็กน้อย
ค่ำคืนของวันสงกรานต์วันแรกที่เริ่มต้นได้ไม่ดีเท่าไรของลูก้า ท้องฟ้ากรุงเทพสะท้อนแสงไฟนีออนสีม่วงชมพูจากหน้าตึกห้าชั้นซึ่งเป็นคลับหรูกึ่งโรงแรม แถมยังมีรูทท็อปบาร์ชิลๆ มีสระน้ำที่ดาดฟ้าของตึก
สถานที่แห่งนี้ตั้งเด่นอยู่ริมถนนพื้นที่ส่วนตัวมีที่จอดรถกว้างขวาง เสียงเพลงอิเล็กทรอนิกส์ดังต่อเนื่องสะเทือนพื้นกระจก จังหวะเร่งเร้าให้หัวใจเต้นตามแทบไม่ทัน
น้ำและฟองโฟมพ่นกระจายทั้งบริเวณลานด้านหน้าและภายในคลับชั้นล่าง แสงไฟที่สาดส่องกระทบละอองน้ำในอากาศราวกับแสงระยิบจากกลุ่มดาวหล่นมาปะทะผิว
เอกชายหนุ่มเจ้าของคลับ อายุสามสิบปลาย สวมเสื้อกล้ามเปียกแนบกับลำตัว หน้าคมเข้ม ผิวสีแทนจากการออกกำลังกายกลางแจ้ง สายตาเขาคมจัดมองสำรวจฝูงชนที่กำลังเต้นอยู่กลางโฟมหนาๆ เหมือนหมาป่าที่รอเหยื่อสะดุดเข้าตา
จนกระทั่งเขาเจอลูก้า หญิงสาวลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส ผิวขาวอมชมพูเรืองแสงในไฟสาดส่อง สวมเสื้อยืดสีขาวบางๆ ตัดปาดไหล่ทับบิกินี่สีเนื้อ
สายบิกินี่ท่อนบนผูกเฉียงไหล่แนบเนื้อจนแทบกลืนกับผิว ส่วนล่างเป็นกางเกงขาสั้นผ้าบางๆ ที่เปียกจนแทบโปร่งมองให้บิกินี่สีเนื้อเข้าชุดกับชิ้นบน
เธอเต้นโยกย้ายกลางโฟม ฝ่ามือยกขึ้นเหนือหัว โยกเอวอย่างมีจังหวะ ลมหายใจของคนรอบข้างแทบหยุดตามการเคลื่อนไหวของเธอเพราะเสน่ห์อันเหลือล้นนั้น
และเอกก็หยุดมองนานเกินกว่าที่ชายทั่วไปควรจะทำ แต่เธอกลับไม่หลบสายตา ยิ้มเบาๆ แล้วหันกลับไปเต้นต่อเหมือนท้าทายเสือที่กำลังล่าเหยื่อ
เสียงเพลงดังขึ้นอีกระดับตอนเขาเดินแหวกฝูงชนและโฟมหนาเข้าไปใกล้เธอ กลิ่นน้ำหอมผสมโฟมและเหงื่อจากผิวเธอโชยออกมาส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกดึงเข้าไปใกล้อย่างไม่อาจหนีพ้น
“งานวันนี้เป็นไงบ้างสนุกไหมครับ” เสียงเขาเข้มและชัดในระยะใกล้
ลูก้าหันมองชายหนุ่มที่เข้ามาใกล้ๆ อย่างไม่เหนียมอาย เธอมุมปากยกขึ้นยิ้ม ไม่ได้ตอบในทันที แต่ใช้นิ้วเช็ดฟองโฟมจากไหล่ตัวเอง แล้วแตะเบาๆ ที่ปลายคางของเขา
“แล้วคุณล่ะ…แค่ดูเฉยๆ สนุกหรือเปล่า หรือว่าคุณมีอะไรที่ทำให้ฉันรู้สึกสนุกขึ้นกว่านี้ไหม?”
คำพูดนั้น ไม่ได้ดังนัก แต่ชัดเจนพอให้เลือดในกายเอกสูบฉีดเร็วขึ้น หัวใจเขาเต้นราวกับกลืนจังหวะเพลงเข้าไปทั้งดวง ยามที่มองร่างบางบดเบียดเข้ามาใกล้ๆ