ผมนี่แหละ มะนาวต่างนุด

    ตอนที่ 4 นี่สินะพลังอำนาจของเงินที่นี่

    ตอนที่4 นี่สินะพลังอำนาจของเงินที่นี่


    เมื่อเสิ่นอี้เดินเข้าไปในร้านจำหน่ายโทรศัพท์เขาตั้งใจเลือกซื้อโทรศัพท์ยี่ห้อภายในประเทศที่เป็๲ผู้ผลิตแทนโทรศัพท์ยี่ห้อผลไม้เนื่องด้วยรู้สึกอับอายการแต่งตัวซอมซ่อที่ขัดแย้งกับภาพลักษณ์โก้หรูของยี่ห้อจากต่างประเทศถึงแม้ว่าเขาจะมีเงินในกระเป๋าเป็๲จำนวนมากก็ตาม


    พนักงานขายปราดเข้ามาทักทายเขาอย่างดูแคลนเล็กน้อยว่า“สวัสดีครับ ในร้านมีแต่โทรศัพท์ราคาหนึ่งพันหยวนขึ้นไปนะครับไม่ทราบว่าลูกค้า๻้๵๹๠า๱โทรศัพท์รุ่นไหน?”


    เสิ่นอี้หรี่ตามองพนักงานชายหนุ่มตรงหน้าที่ทักทายด้วยน้ำเสียงดูแคลนเขารู้สึกอยากทำอะไรบางอย่างเพื่อเป็๲การตบหน้าคนที่กล้าแสดงน้ำเสียงเช่นนี้จึงกล่าวออกไปอย่างถือดีว่า


    “ผมขอดูโทรศัพท์รุ่นล่าสุดและราคาแพงที่สุดหน่อยสิ”


    พลันมีเสียงหัวเราะจากชายหญิงคู่หนึ่งที่เดินเข้ามาในร้านเพื่อเลือกซื้อโทรศัพท์พอดีว่า


    “ฮา ๆดูสิคะที่รัก ผู้ชายคนนั้นกล้าขอดูโทรศัพท์รุ่นแพงเสียด้วย ช่างหน้าไม่อายเสียจริงมีเงินจ่ายหรือเปล่าก็ไม่รู้?”


    เสียงหวานหยดย้อยเอ่ยขึ้นกับแฟนหนุ่มอย่างเหยียดหยามเพราะมั่นใจว่าชายหนุ่มแต่งตัวมอซอคล้ายขอทาน ย่อมเป็๲แฟนเก่ายากจนที่ไม่มีเงินเกินหนึ่งพันหยวนแน่นอน


    “นั่นสิ!แต่งตัวมอซอขนาดนี้ ยังกล้าปากดีอีก แบบนี้เขาเรียกว่าอะไรนะที่รัก?”


    เสียงชายหนุ่มคุ้นหูตอบกลับแฟนสาวแล้วหัวเราะเยาะเย้ยเสิ่นอี้โดยตรงซึ่งทำให้สติสัมปชัญญะของเสิ่นอี้ขาดผึง เขาหันขวับไปมองยังต้นเสียงที่พูดจาถากถางตนทันที


    พลันมองเห็นหญิงสาวสวยในชุดสูทสตรีสีฟ้ากระโปรงสั้นเต่ออวดเรียวขาเรียวตรงขาวผ่องเธอกอดแขนของชายหนุ่มหล่อเหลาในชุดสูทสีน้ำเงินเข้มที่กำลังจ้องมองเสิ่นอี้อย่างดูแคลนโดยไม่วางตา


    “ก็รอดูก่อนสิว่าฉันจะมีเงินจ่ายไหม?”


    เสิ่นอี้กล่าวท้าทายชายหนุ่มและแฟนเก่าโดยตรงทั้งนี้เขาแอบกังวลเล็กน้อยหากต้องแสดงเงินจำนวนมากต่อหน้าทั้งคู่เหตุเพราะชายหนุ่มตรงหน้าเป็๲ลูกชายเถ้าแก่ที่ตนทำงานด้วยซึ่งเขากำลังจะไปหาเพื่อเรียกร้องเงินชดเชยในการเลิกจ้างอยู่


    อย่างไรก็ตามในเวลานี้เสิ่นอี้ไม่ใช่เสิ่นอี้คนเดิมอีกต่อไปทว่าเสิ่นอี้เป็๲มนุษย์ต่างดาวที่มีชื่อและวันเดือนปีเกิดตรงกับร่างเก่าที่สำคัญเขายังมีระบบโกลาหลซึ่งอาจมอบเงินให้กับเขาอีกมากมายด้วยจึงเลือกที่จะแสดงท่าทางอวดดีต่อไป


    ติงห่าวหรานเบ้ปากดูแคลนชายหนุ่มตรงหน้าเขารู้สึกอิจฉาอดีตลูกจ้างหนุ่มเล็กน้อยที่สูงและหล่อเหลากว่าทว่าสภาพที่เหมือนหนุ่มกากแห่งยุคทำให้เขามองข้ามไปโดยเลือกที่จะเยาะเย้ยอีกฝ่ายต่อจึงหันหน้าไปบอกพนักงานขายของร้านว่า


    “ในเมื่อเขาบอกว่ามีเงินจ่ายพวกคุณก็ไปเอาโทรศัพท์มาให้เขาดูสิ หากเขาไม่มีเงินก็ไม่เป็๲ไรผมจะซื้อเครื่องใหม่ให้แฟนพอดี ว่าไงที่รัก?คุณกำลังอยากได้ไม่ใช่หรือ?”


    จ้าวเฟยเซียนตาโตอย่างยินดีเพราะไม่คาดคิดว่าการพบแฟนเก่าจะทำให้แฟนใหม่เต็มใจทุ่มเงินซื้อของราคาแพงได้เธอจึงจุมพิตแก้มเขาเป็๲การขอบคุณโดยไม่สนใจสายตามองจากเสิ่นอี้หรือคนอื่นสักนิด


    “ว้าว!จริงหรือคะ? ที่รักน่ารักที่สุดเลย.....จุ๊บ!”


    เสิ่นอี้กำหมัดแน่นด้วยความโกรธแค้นเขาไม่นึกว่าการออกมาถอนเงินในเวลานี้จะทำให้พบปะหญิงสาวที่สลัดรักเขาทิ้งไปอย่างไม่ไยดีมิหนำซ้ำยังกล้าแสดงความรักกับแฟนใหม่ต่อหน้าเขาเพื่อให้เจ็บใจเพิ่มอีก


    เมื่อพนักงานขายนำโทรศัพท์รุ่นล่าสุดและแพงที่สุดออกมาจำนวนสองเครื่องมีเครื่องสีขาวและสีดำให้เขาเลือก เขาไม่เสียเวลาตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของโทรศัพท์แม้แต่น้อยทว่าเขาสอบถามราคาโดยตรงว่า


    “โทรศัพท์ราคาเท่าไหร่?”


    พนักงานขายเหลือบมองเห็นสัญญาณจากลูกค้าหนุ่มที่มากับแฟนสาวทำให้เขาบอกราคาออกไปตามจริงโดยหวังว่าจะมีลูกค้าคนใดคนหนึ่งซื้อไปซึ่งจะช่วยให้เขาได้รับค่าคอมมิชชันเพิ่มขึ้นอีก


    “เครื่องละหนึ่งหมื่นหนึ่งพันหยวนครับรุ่นนี้มีสองสี ผมก็เลยเอาให้ลูกค้าเลือกทั้งสองสีครับ”


    เสิ่นอี้กำลังจะหยิบโทรศัพท์สีขาวเพราะดูสะอาดตาดีกอปรกับร่างเก่าชื่นชอบสีสว่างสดใสดั่งความซื่อบริสุทธิ์ของตนเขาเปลี่ยนใจหยิบโทรศัพท์สีดำที่ดูหรูหรามากกว่าขึ้นมาดูแทน


    “ระวังนะครับคุณลูกค้า”พนักงานส่งเสียงตามการกระทำของเสิ่นอี้อย่างกังวลใจ


    เสิ่นอี้แอบเหล่ตามองเห็นท่าทางตาลุกวาวของแฟนเก่าทำให้เขานึกอยากเอาคืนฝ่ายหญิงบ้าง จึงยื่นโทรศัพท์เครื่องสีดำคืนให้พนักงานขายพร้อมกับกล่าวยืนยันเจตนาว่า


    “ผมเอาเครื่องนี้แหละติดตั้งแอปใช้งานที่จำเป็๲ให้ด้วย”


    พนักงานขายนิ่งอึ้งไปชั่วขณะเขาสบตาเสิ่นอี้พร้อมถามอีกครั้งเพื่อความมั่นใจว่า “เครื่องนี้แน่นะครับ”


    เสิ่นอี้ยืนยันโดยตอบกลับอย่างรำคาญใจที่พบว่าอีกฝ่ายไม่เชื่อคำพูดตนว่า“เครื่องนี้แหละ”


    พนักงานขายพยักหน้ารับพลางกล่าวเชิญเสิ่นอี้เข้าไปทำธุรกรรมภายในห้องรับรองของทางร้านทันทีเนื่องด้วยเป็๲โทรศัพท์เครื่องล่าสุดราคาแพงที่เพิ่งจัดแสดงเมื่อวานนี้เอง


    อย่างไรก็ตามจ้าวเฟยเซียนแสดงท่าทางอยากได้โทรศัพท์เครื่องนั้นเป็๲อย่างมากเธอกระตุกแขนแฟนหนุ่มอย่างเง้างอดโดย๻้๵๹๠า๱ให้เขาเอาใจว่า


    “ที่รักคะ.....ไหนว่าจะซื้อโทรศัพท์ให้ฉันยังไงละ? ยังมีเครื่องสีขาวอยู่นะคะ”


    ติงห่าวหรานแอบถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายเล็กน้อยเขาเพียง๻้๵๹๠า๱พูดเยาะเย้ยเสิ่นอี้เพื่อความสนุกสนานเท่านั้นทว่าไม่ได้คิดจริงจังที่จะซื้อของขวัญราคาแพงสำหรับคู่ขาชั่วคราวจึงพูดแก้ตัวให้ฝ่ายหญิงสงบลงว่า


    “รอก่อนก็ได้น่าที่รักคอยดูอะไรสนุก ๆ ไปก่อนสิ เผื่อว่าเครื่องนั้นเขาไม่มีปัญญาซื้อผมจะได้ซื้อให้คุณไง ผมว่าเครื่องนั้นดูเรียบหรูมากกว่าเครื่องสีขาวนะ”


    จ้าวเฟยเซียนฟังเหตุผลของแฟนหนุ่มแล้วเธอพยักหน้าอย่างเห็นด้วยพร้อมกับรู้สึกดีใจที่ตนเลือกแฟนใหม่ได้ดีกว่าคนเก่ามากนัก


    จากนั้นติงห่าวหรานและจ้าวเฟยเซียนชะเง้อมองเข้าไปในห้องรับรองของร้านเพื่อตรวจสอบสถานการณ์ของทางฝั่งเสิ่นอี้อย่างใจจดจ่อ


    ในขณะที่เสิ่นอี้นั่งหันหลังออกมาด้านนอกเขากำลังใช้แผ่นหลังกว้างของตนแอบนับเงินสดให้กับทางร้านซึ่งพนักงานขายตาโตเมื่อได้เห็นเงินปึกใหญ่เขารีบกระวีกระวาดไปนำน้ำดื่มมาบริการชายหนุ่มขอทานทันที


    “อ๊ะ! คุณลูกค้านั่งรอสักครู่นะครับจ่ายเงินให้พนักงานการเงินเลย เดี๋ยวผมไปเอาน้ำดื่มมาให้นะครับ”


    ท่าทางรีบร้อนและน้ำเสียงแสดงความสุภาพจากพนักงานขายทำให้เสิ่นอี้เหล่ตามองตามหลังพนักงานแวบหนึ่งพลางคิดอย่างเข้าใจความเป็๲ไปของโลกนี้มากขึ้นว่า


    ‘นี่สินะพลังอำนาจของเงินที่นี่ทำให้ผู้คนแสดงความสุภาพกับฉันทันที เห็นทีฉันคงต้องเร่งสร้างความร่ำรวยเสียแล้วแต่ปัญหาเร่งด่วนของฉันตอนนี้ก็คือ ฉันต้องตามหาเทเลพอร์ตให้ได้ก่อนนี่สิปวดหัวจริง....’


    เสิ่นอี้กำลังคิดที่จะสบถคำหยาบออกมาเพื่อระบายความอัดอั้นตันใจพลันถึงบทลงโทษของระบบโกลาหลขึ้นมาได้เขาจึงทิ้งคำสุดท้ายไปโดยไม่กล้าคิดถึงอีกเลย


    พนักงานการเงินยื่นเอกสารให้เสิ่นอี้ลงนามพร้อมฉีกยิ้มกว้างอย่างพึงพอใจเธอให้บริการพร้อมคำแนะนำกับเสิ่นอี้อย่างสุภาพที่พบลูกค้าไม่เ๱ื่๵๹มากโดยตัดสินใจซื้อเลยซึ่งช่วยให้เธอและพนักงานชายอีกคนได้รับคอมมิชชันเพิ่มขึ้นทันที


    ครั้นการทำธุรกรรมซื้อขายโทรศัพท์เสร็จเรียบร้อยในระหว่างนั่งรอการติดตั้งแอปจำเป็๲สำหรับใช้งานอยู่นั้นเสิ่นอี้นั่งดื่มน้ำหวานอย่างสบายใจพลางลอบสังเกตสถานการณ์ของคู่หนุ่มสาวหน้าร้านด้วยความสนใจ


    เขาพบว่าทั้งคู่ยังไม่ได้ซื้อโทรศัพท์สักเครื่องจึงไม่คิดที่จะสนใจอีกเพราะคิดว่าทั้งคู่ไม่คู่ควรให้เขาเสียเวลาด้วย


    “เรียบร้อยแล้วครับคุณลูกค้าหากพบว่าโทรศัพท์ใช้งานติดขัด หรือมีปัญหาใด ๆ ให้เข้ามาที่ร้านเลยนะครับพวกเรายินดีให้บริการ”


    พนักงานขายยื่นโทรศัพท์ให้เสิ่นอี้ลองทดสอบการใช้งานในแอปพลิเคชันต่างๆ โดยเฉพาะแอปธนาคารที่เขาเคยรู้สึกอับอายพนักงานธนาคารสาวสวยมาก่อน


    เมื่อเข้าทำการยืนยันติดตั้งการใช้งานแอปธนาคารเรียบร้อยจึงกดเข้าไปดูจำนวนเงินคงเหลือ พอเห็นว่าตัวเลขเป็๲ไปตามที่เขาถอนเงินและมีเงินคงเหลือถูกต้องเขาจึงยิ้มออกมาอย่างผ่อนคลาย


    พนักงานการเงินและพนักงานขายเหลือบมองเห็นท่าทางพึงพอใจของชายหนุ่มจึงพากันลุกขึ้นยืนโค้งคำนับเสิ่นอี้อย่างมีความสุขพร้อมกับยื่นถุงกระดาษบรรจุสินค้าของแถมซึ่งเป็๲โปรโมชันพิเศษสำหรับโทรศัพท์รุ่นนี้โดยเฉพาะ


    “ขอบคุณมากครับ”เสิ่นอี้กล่าวตอบรับอย่างมีมารยาท


    เขายื่นมือรับสินค้าของแถมตามโปรโมชันพลางรู้สึกอยากร้องไห้ที่พบว่าเงินหายไปมากโดยเป็๲จำนวนเงินที่ไม่เคยจ่าย

    มากเช่นนี้มาก่อนพอคิดว่าอนาคตอาจได้ใช้จ่ายเงินมากกว่านี้ ทำให้เขาลดความเสียใจและเสียดายลง


    สองหนุ่มสาวที่เดินวนเวียนไปมาในร้านขายโทรศัพท์เพื่อเฝ้าสังเกตการซื้อโทรศัพท์ของเสิ่นอี้เมื่อมองเห็นชายหนุ่มถือถุงกระดาษยี่ห้อเดียวกับโทรศัพท์หรูออกมาบ่งบอกว่าชายหนุ่มที่ทั้งสองคนเคยปรามาสไว้ได้ซื้อโทรศัพท์เป็๞ที่เรียบร้อยแล้วทำให้จ้าวเฟยเซียนจิกเล็บมือเข้าที่ต้นแขนแฟนหนุ่มอย่างอิจฉาโดยไม่รู้สึกตัวทันที


    “ที่รัก.....คุณเป็๞อะไร?”


    ติงห่าวหรานพูดท้วงขึ้นมาด้วยความแปลกใจเขาพบว่าแฟนสาวขยุ้มแขนเสื้อพร้อมจิกเล็บเข้าที่ต้นแขนจนทำให้เขารู้สึกเจ็บจี๊ดจึงถามเธออย่างไม่พอใจ


    “อ๊ะ! ไม่มีอะไรค่ะ เขา.....เขาซื้อโทรศัพท์ไปแล้วนะคะเขาซื้อไปจริง ๆ ด้วย”


    จ้าวเฟยเซียนพูดติดอ่างอย่างไม่อยากเชื่อสายตาเธอไม่คิดว่าแฟนเก่าจะมีเงินมากมายขนาดนี้มาก่อน