“ใช่แล้ว แหล่งกำเนิดของกลิ่นอายปีศาจอยู่ที่บ้านไม้หลังเล็กข้างหน้านี้” ผมรายงาน
“ดีมาก”
หลัวข่ายเลิกคิ้วขึ้น “เจ้าช่างกล้าหาญเป็นอย่างยิ่ง สมควรได้รับรางวัล!”
“ดิ้ง!”
แจ้งเตือนจากระบบ:ขอแสดงความยินดี คุณได้ทำภารกิจ【ค้นหาแหล่งกำเนิดของกลิ่นอายปีศาจ】(ภารกิจระดับ D)สำเร็จ! ได้รับค่าประสบการณ์ +40,000 ค่าชื่อเสียง +5 และเหรียญทอง+1!
แสงสีทองโปรยปรายตกลงมา ซูซีหรานที่ยืนอยู่ข้างๆเลเวลอัพแล้ว ใบหน้าของเธอจึงเต็มไปด้วยรอยยิ้มสดชื่นในทันที
หลัวข่ายกล่าวต่อว่า “อัศวินหนุ่ม ทีมของเจ้ายอดเยี่ยมมาก ทำเอาข้าประหลาดใจเลยทีเดียว หากพวกเจ้ามีความกล้าที่จะเข้าไปในบ้านไม้หลังเล็ก และสังหารผู้ที่อยู่เบื้องหลังของแหล่งกำเนิดของกลิ่นอายปีศาจได้ ข้าจะตกรางวัลให้เจ้าอย่างงามจนคาดไม่ถึง!”
“ตกลง ใต้เท้า”
“ดิ้ง!”
แจ้งเตือนจากระบบ: ขอแสดงความยินดี ทีมของคุณยอมรับภารกิจ【สังหารแหล่งกำเนิดของกลิ่นอายปีศาจ】(ภารกิจระดับ D)!
เนื้อหาภารกิจ: เข้าไปยังบ้านไม้หลังเล็ก จากนั้นให้ทำลายแหล่งกำเนิดของกลิ่นอายปีศาจให้สูญสิ้น แล้วนำหัวของมันกลับมาให้หลัวข่าย แต่โปรดระวัง มันสามารถสร้างปีศาจหุ่นไล่กาขึ้นมาได้ ฉะนั้นจะต้องเป็นมอนสเตอร์ที่น่าทึ่งแน่นอน!
……
“เป็นเควสต่อเนื่องอย่างที่คิดไว้เลย”
หลินเฉอกำหมัดทำท่าเตรียมพร้อม จากนั้นจึงพูดด้วยรอยยิ้มว่า “แต่ถ้าผมเดาไม่ผิดละก็ จะต้องมีบอสอยู่ในบ้านไม้หลังเล็กนี้แน่ๆ และก็ต้องเป็นบอสเลเวลสูงด้วย บางทีอาจเป็นบอสระดับเงิน พวกเราต้องระวังตัวให้ดี ไม่อย่างนั้นอาจถูกฆ่าตายยกทีมแน่ ไม่ว่าจะยังไงบอสก็เหนือกว่าเลเวลของพวกเราไม่น้อยเลย”
“ อื้ม อีกเดี๋ยว…… ให้พี่เหว่ยเป็นคนเปิดมอนฯ คนที่เหลือรอดูไปก่อน ส่วนฉันก็จะเข้าชาร์จเมื่อเห็นช่องว่าง” ผมพูดขึ้น
บนใบหน้าจางเหว่ยมีเส้นเลือดสีฟ้าปูดขึ้นมา “ฉันคงได้ตำแหน่งของตัวเองแล้วสินะ เป็นตัวรับกระสุนอันดับหนึ่งของทีมเทียนเสวี่ยน”
ซูซีหรานหัวเราะคิกคัก “ไปกันเถอะ”
ในระหว่างทางพวกเราได้ฆ่าปีศาจหุ่นไล่กาไปกองโต อีกทั้งใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีในการกวาดล้างปีศาจหุ่นไล่กาทั้งหมดในระยะร้อยหลา ก็มาถึงบ้านไม้หลังเล็กแล้ว หลังจากเตรียมสนามรบล่วงหน้าแล้ว ผมจึงขยิบตาส่งสัญญาณ “พี่เหว่ย ลุยกันเลย!”
ขณะที่จางเหว่ยเดินมาถึงหน้าบ้านไม้หลังเล็กอย่างกล้าๆกลัวๆ ร่างกายสั่นเทา เขาผลักประตู “แกร็ก แอ๊ดดด" ซุ่มเสียงเปิดบานประตูไม้เก่าที่ใกล้ผุพังดังขึ้นเสียดหูทันที ทันใดนั้นพลังปีศาจก็โพยพุ่งออกมาจนกลายเป็นเมฆสีดำทะมึน หลังจากที่เมฆหมอกจางลง พวกเราก็พบชายชราคนหนึ่งตัวอ้วนท้วมกำลังนอนอยู่บนเก้าอี้เอนกายอย่างเกียจคร้านตรงทางเข้าประตู จากนั้นดวงตาสีเทามืดมนคู่นั้นจึงจ้องมองไปที่จางเหว่ย ก่อนจะพูดว่า “เจ้าลาโล้นน้อย เจ้ามาทำอันใดที่นี่?”
จางเหว่ยเอ่ยด้วยสายตาที่มุ่งมั่น “ปราบปีศาจ!”
“อาศัยคนเช่นเจ้า คู่ควรที่จะพูดถึงการปราบปีศาจงั้นรึ?”
มุมปากของชายชราโค้งขึ้นเผยรอยยิ้มที่บึ้งตึง ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “อย่างไรก็ตาม เนื่องจากพวกเจ้าได้บุกรุกเข้ามาในดินแดนของข้า ข้าจะแสดงให้พวกเจ้าสุนัขรับใช้จักรวรรดิได้เห็นบางอย่าง!”
จางเหว่ยขมวดคิ้วยุ่ง “แกจะทำอะไร?”
ในตอนนั้นเอง ผมก็ได้อ่านคุณสมบัติของชายชราคนนี้ ซึ่งจริงๆแล้วมันคือบอส แต่น่าเสียดาย ที่มันเป็นแค่บอสระดับเหล็กดำไม่ใช่ระดับเงินอย่างที่พวกเราต้องการ ——
【บิดาปีศาจหุ่นไล่กา· กู่เหลย ชาวนาผู้ไม่ย่อท้อ】 (บอสระดับเหล็กดำ)
เลเวล: 34
พลังโจมตีทางจิตวิญญาณ: 400-525
พลังป้องกัน: 180
ค่า HP: 12,500
สกิล: :【อัญเชิญ】【คำสาปนิทรา】【ระบำอีกา】
แนะนำ: กู่เหลยเดิมที่เป็นผู้มีจิตใจดี และซื่อสัตย์ เขาชำนาญมากในเรื่องการทำหุ่นไล่กา และเขาก็เกิดหลงรักหญิงสาวในคฤหาสน์ที่อยู่ติดกันอย่างสุดซึ้ง ด้วยเพราะเปลวไฟแห่งสงครามที่ยังคงดำเนินต่อไป หญิงสาวคนนั้นจึงถูกลดฐานะต้องกลับเข้าเมืองกลายเป็นสาวใช้ในโรงเตี๊ยม และเมื่อเธอกลับมาอยู่ข้างกายกู่เหลย เธอก็ตั้งครรภ์เสียแล้ว เป็นเหตุให้กู่เหลยฆ่าหญิงสาวอันเป็นที่รักด้วยความโกรธแค้น ภายใต้การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของอารมณ์ กลิ่นอายจากขุมนรกก็เข้ามา แปรเปลี่ยนเขาให้กลายเป็นหุ่นเชิดปีศาจ
……
“ชายผู้ซื่อสัตย์ที่น่าสงสาร......” ผมเห็นใจอย่างสุดซึ้ง
ซูซีหรานถึงกับพูดไม่ออก “เซ็ตติ้งนี่มันอะไรกัน...... ”
“ระวัง บอสกำลังจะลงมือแล้ว!” หลินเฉอรีบเตือนขึ้น
ณ ตอนนั้นเอง กู่เหลยก็คำรามดังอย่างโกรธเกรี้ยว รีบผุดลุกจากเก้าอี้เอนกายขึ้นยืนในทันที ทว่าร่างกายของเขากำลังเริ่มสั่นสะท้าน ถึงขั้นผิวหนังปรากฏรอยพับย่นที่น่ากลัวมากมาย จากนั้นเขาจึงยกมือขึ้นฉีกเปิดเป้ากางเกง ก่อนจะสอดฝ่ามือเข้าไป วินาทีต่อมาเส้นเลือดสีฟ้าบนใบหน้าต่างปูดโปน พร้อมทั้งตะโกนเสียงต่ำว่า”เจ้ามนุษย์ที่โง่เขลา วันนี้ข้าจักแสดงให้พวกเจ้าเห็นว่าข้าแข็งแกร่งเพียงใด! ออกมาเถิด เหล่าลูกๆของข้า!”
ภาพตรงหน้าทำเอาตัวผมแข็งทื่อแทบจะกลายเป็นหินอยู่แล้ว
ส่วนซูซีหรานดูมึนงง ทว่าใบหน้าเห่อแดงไปหมด “นี่มันอะไรกัน……”
ในเวลานั้นเอง กู่เหลยก็ถอนฝ่ามือออกจากเป้ากางเกงของเขา เป็นผลให้เกิดกระแสลมหมุนสีดำถูกดึงออกมาปกคลุมไปทั่วบ้านหลังเล็กนี้จนดำไปทั้งหลัง และตามมาด้วยเสียงคำรามต่ำของกู่เหลยทันที เพียงชั่วอึดใจท่ามกลางกระแสลมหมุนสีดำ ปีศาจหุ่นไล่กาก็ค่อยๆออกมาจากกระแสลมหมุนสีดำทีละตัวๆ คาดไม่ถึงเลยว่ากู่เหลยจะอัญเชิญปีศาจหุ่นไล่กาเลเวล 34 ออกมาสี่ตัว ยิ่งไปกว่านั้นปีศาจหุ่นไล่กาเหล่านี้ยังมีสกิลที่น่ากลัวอย่างเมจิคลีพอีกด้วย!
เชื่อแล้วว่า กู่เหลยเป็นบิดาแห่งปีศาจหุ่นไล่กาจริงๆ แค่ชั่วครู่ก็อัญเชิญลูกชายสี่คนออกมาพร้อมกันได้!
“พี่เหว่ย ลุย ดึงดูดความเสียหายระลอกแรกเอาไว้ อย่าเพิ่งตาย” ผมตะโกนเสียงดัง
ในเวลานี้ผมไม่สามารถบุกเข้าไปได้ หากเข้าไปคงถูกฆ่าตายทันที ดาเมจจากสกิลเมจิคลีพนั้นรุนแรงเกินไป ในแต่ละครั้งมันสร้างความเสียหายกว่า 1,000+ แต้ม หากทั้งสี่ตัวใช้เมจิคลีพเข้าใส่พร้อมกันผมคงตายภายในเสี้ยววินาทีเป็นแน่ แต่จางเหว่ยนั้นไม่เหมือนผม เขาได้ใช้แต้มสถานะเพิ่มพลังชีวิตทั้งหมด อีกทั้งยังมีโบนัสเลือด 20% จากสกิลและนอกจากนี้ยังเป็นเผ่าครึ่งเทพอีกด้วย ตอนนี้คาดว่าเขาคงจะมีเลือดเกือบ6,000 แต้มได้แล้ว ซึ่งสามารถทนรับความเสียหายได้อย่างแน่นอน
“งั้นฉันจะให้แกได้ลิ้มรสพลังของกังฟูเส้าหลิน!”
จางเหว่ยที่กำลังโกรธจัด เขากระโจนออกไปซัดไทเกอร์ปาล์มและดราก้อนสไตรค์เข้าที่หน้าผากของบอสอย่างรวดเร็ว จากนั้นปีศาจหุ่นไล่กาทั้งสี่ก็ได้เปิดฉากโจมตีเข้าหาเขาพร้อมกันอย่างหนักหน่วง ทำให้เขากลายเป็นเลือดตกค้างในทันที ในคราวเดียวกันการรักษาของซูซีหรานก็ลดลงตามไปด้วย จางเหว่ยต้องกินยาเม็ดหวนคืนโลหิตอย่างฉับพลัน เพียงพริบตานั้น เลือดที่กระจัดกระจายไปของเขาก็ถูกฟื้นฟูพร้อมทั้งดึงเลือดตกค้างกลับมาอย่างรวดเร็ว และรอดพ้นจากความตายได้อย่างทันท่วงที “ต้าเฉินจื่อ ฉันอยากจะรีบจบเกมแล้ว!”
“อย่าอยู่ใกล้กัน!”
ผมรีบพุ่งชาร์จเข้าใส่ในทันที จากนั้นก็ทำสัญลักษณ์ใส่ปีศาจหุ่นไล่กาทั้งสามตัว ชาร์จเข้าใส่หนึ่งตัว ใช้ยั่วยุใส่อีกหนึ่ง และอีกตัวโดนตีด้วยสกิลโจมตีพื้นฐาน + ดาบสองคม ดึงค่าความเกลียดชังทั้งหมดเอาไว้ และในตอนนั้นเองหลินเฉอจึงยกมือขึ้นใช้เคล็ดตรึงกายออกไป ทำให้ตัวที่สี่มึนงง จากนั้นทุกคนก็รุมโจมตีเพื่อฆ่าปีศาจหุ่นไล่กาตัวที่สี่อย่างรวดเร็ว ซึ่งการที่ทุกคนได้เก็บเลเวลร่วมกัน จึงทำให้รู้ใจเล่นเข้าขากันไปโดยปริยาย
ในครั้งนี้ผมไม่ประหยัดยาอีกต่อไป จึงยกยาฟื้นเลือดเลเวล 2 ขึ้นกระดกดื่ม พร้อมทั้งกลืนยาเม็ดหวนคืนโลหิตลงไปทันที จากนั้นก็เปิดใช้กลอรี่ชิลด์เป็นครั้งแรก เพื่อลดแรงกดดันในการรักษาให้กับซูซีหราน โชคดีที่หลังจากบอสอัญเชิญปีศาจหุ่นไล่กาออกมาแล้วเขาก็ไม่ได้ทำมันอีก มิฉะนั้นเควสนี้คงไม่น่าจะง่ายเหมือนเป็นระดับ D แน่
ทันทีที่หลินเฉอวาดเคล็ดตรึงกายครั้งที่สาม ปีศาจหุ่นไล่กาทั้งสี่ตัวจึงถูกจัดการอย่างฉับไว จึงเหลือก็เพียงแค่กู่เหลยคนเดียวที่ยืนโงนเงนอยู่หน้าบ้านไม้หลังเล็ก
“ไอ้พวกสารเลว!”
สิ้นเสียงตะโกนดัง กู่เหลยก็ยกมือขึ้นชี้ไปยังซูซีหรานที่อยู่ข้างหลังผม ร่างของเธอกระตุกเล็กน้อยราวกับถูกไฟฟ้าช็อต จากนั้นดวงตาของเธอก็ค่อยๆรี่เล็กลงเรื่อยๆ พร้อมกับร่างที่ค่อยๆทรุดลงคุกเข่ากับพื้น แล้วเธอก็หลับไปจริงๆ
“พี่ซีหรานโดนคำสาปนิทราหลับไปแล้ว ตอนนี้ไม่มีฮีลเลอร์กันแล้ว ทุกคนระวังตัวด้วย!” หลินเฉอพูดเสียงดัง
ผมที่ขมวดคิ้วยุ่ง ไม่รีรอรีบกระตุ้นลาป่าพุ่งเข้าทำดาเมจ พร้อมทั้งพยายามต้านรับการโจมตีทั้งหมด ทว่าการโจมตีด้วยเวทย์มนตร์ของกู่เหลยนั้นรุนแรงเกินไป ซึ่งเปลวไฟสีดำที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่บนมือทั้งสองข้างนั้น ทำให้ผมเกือบเสียเลือดไปมากกว่า 900+ ทุกครั้งที่โจมตีเข้ามา และภายใต้สถานการณ์ที่ไม่มีการรักษา เพียงไม่กี่วินาที ผมก็แทบจะกลายเป็นเลือดตกค้างแล้ว
เวลานี้ซูซีหรานก็ยังคงอยู่ในสภาวะหลับสนิท เธอรู้สึกกังวลใจ “ทำยังไงดี? สามารถแก้ไขได้มั้ย?”
ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “จางเหว่ย เปลี่ยนการโจมตีทั้งหมด แล้วซัดโจมตีพื้นฐานเข้าใส่ซีหรานหน่อย โดยทั่วไป ภายใต้สถานะหลับเมื่อถูกโจมตีก็จะตื่นขึ้นมาได้ เร็วเข้า ฉันจะรับมือกับมันไม่ไหวแล้ว”
โดยไม่รอช้าจางเหว่ยจึงพุ่งตัวออกไป ก่อนจะชกเข้าที่ไหล่ของซูซีหรานอย่างจังทันที แน่นอนว่าซูซีหรานตื่นขึ้นมาด้วยแรงกระแทกที่สั่นสะท้านไปทั้งตัว และทันใดนั้นซูซีหรานก็ฮีลให้กับผมอย่างรวดเร็ว ในเวลาเดียวกันตัวเธอเองก็กลืนยาเม็ดหวนคืนโลหิต เธอได้ทุ่มการรักษาให้กับผมอย่างสุดกำลัง จนตัวเองต้องใช้ยาในการฟื้นฟูเลือด ส่งผลให้ความกดดันของผมลดลงไปมากทีเดียว และเมื่อหลินเฉอวาดเคล็ดตรึงกายอีกครั้ง สนามรบก็เริ่มถูกพวกเราควบคุมแล้ว
เมื่อบอสยิ่งสู้ก็ยิ่งกล้าหาญมากขึ้น และในเวลานี้ก็มีอีกาจำนวนนับไม่ถ้วนกำลังบินวนอยู่รอบกายของบอสอย่างอ้อยอิ่งเสมือนสร้างกำแพงพายุขนาดย่อมขึ้นมากั้นระหว่างเขากับพวกเรา ทั้งยังสร้างความเสียหายอย่างต่อเนื่องกับเป้าหมายในระยะ 20 หลาอีก แต่โชคดีที่ตอนนี้พวกเรามีซูซีหราน ไม่เช่นนั้นก็คงตายยกทีมตั้งแต่เมื่อครึ่งนาทีที่แล้ว ส่วนผมในเวลานี้ก็ใช้สกิลยั่วยุอย่างต่อเนื่อง เพื่อล็อคความเกลียดชังของบอสเอาไว้ให้แน่น ระหว่างนั้นคนที่เหลือก็เข้าโจมตีมัน และภายในเวลาไม่ถึงสองนาที เลือดของบอสก็มาถึงจุดต่ำสุด ซึ่งมาพร้อมกับฉากที่น่าสยดสยองปรากฏขึ้นอีกครั้ง
“อ๊ากกกกกกก ~~~”
กู่เหลยชายผู้ซื่อสัตย์ที่คำรามลั่นก้อง ฉับพลันขณะที่กรงเล็บทั้งสองข้างของเขากำลังฉีกผิวหนังออกจากใบหน้าอย่างดุเดือด ก็คำรามออกมาว่า “ข้าไม่ยินยอม โลกที่แสนโสมม เลวทรามและหน้าซื่อใจคดเฉกเช่นนี้ และข้าก็อยากจะฉีก ...... ฉีกให้เป็นชิ้น ๆ !”
แต่สิ่งที่เขากำลังฉีกอยู่คือใบหน้าของตัวเอง ทันทีที่ใบหน้านั้นลอกออก ก็พบว่ามีก้อนฟางอยู่ข้างใต้ ซึ่งทำเอาพวกเราทุกคนล้วนตกใจ นี้กู่เหลยเหลือเพียงหนังชั้นเดียว แล้วเนื้อทั้งหมดที่อยู่ข้างในล้วนเป็นฟางงั้นเหรอ?
เซ็ตติ้งนี้ก็ดูเหมือนจะสมเหตุสมผล ดังนั้นก็พอเข้าใจแล้วว่าทำไมเขาถึงสามารถดึงกลุ่มลูกชายออกจากเป้ากางเกงของเขาได้
ในชั่วครู่ต่อมาพลังลมปราณของดาบทองแดงก็ระเบิดออกไป กลายเป็นชุดสกิลเข้าตัดเลือดสุดท้ายของกู่เหลยอย่าฉับไว เขาแผดเสียงร้องคร่ำครวญโหยหวนก่อนจะจบชีวิตอันน่าเศร้าลงทันที และเวลานั้นเองแสงสีทองที่ส่องประกายก็โปรยปรายลงมา พาผมอัพขึ้นสู่เลเวล 31 และเหล่าซูซีหราน หลินเฉอ และคนอื่น ๆ ก็ได้อัพเลเวลเหมือนกัน
……
ผมที่ก้าวไปข้างหน้า ได้ยกเท้าเตะซากศพออกไป โดยภายใต้ซากศพของกู่เหลยนั้น มีอุปกรณ์สี่ชิ้นนอนอยู่นิ่งๆ โดยไม่รีรอผมจึงรีบหยิบขึ้นมาดูคุณสมบัติทีละชิ้นทันที ในจำนวนนั้นมีสนับข้อมือระดับเหล็กดำหนึ่งชิ้นที่ช่วยเพิ่มพลังโจมตีทางจิตวิญญาณ ผมจึงมอบให้หลินเฉอ อีกชิ้นเป็นหมวกเกราะระดับเหล็กดำที่ช่วยเพิ่มพลังชีวิต ผมให้แก่จางเหว่ย และยังมีดาบสั้นเลเวลสูงระดับเหล็กดำอีกหนึ่งเล่ม ซึ่งผมได้เก็บเอาไว้กลับไปขายที่เมือง เนื่องจากพวกเราไม่มีผู้เล่นที่เชี่ยวชาญดาบสั้นเลย นั้นเพราะมันเป็นอาวุธของเรนเจอร์ และชิ้นสุดท้ายคือกระโปรงระดับเหล็กดำ สำหรับนางฟ้าพเนจร ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา 3% เพียงแค่กวาดตามองผมก็รู้ว่ามันเป็นของซูซีหราน
เมื่อเลือดฟื้นฟูจนเต็มแล้ว พวกเราจึงพากันกลับไปส่งภารกิจ
ก่อนกลับนั้นผมได้หยิบกู่เหลยขึ้นมาที่ตอนนี้เหลือเพียงส่วนหัวของฟางเท่านั้น หลังจากกลับมาถึงค่ายแล้วก็โยนมันลงไปที่พื้น ก่อนจะพูดกับอัศวินหลัวข่ายว่า “ใต้เท้า นี่คือสิ่งที่คุณต้องการ หัวของตัวการแหล่งกำเนิดของกลิ่นอายปีศาจ”
หลัวข่ายลูบฟาง พร้อมกับความหวาดกลัวที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าอย่างชัดเจน ทั้งยังดูเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง จากนั้นเขาก็พูดขึ้นว่า “อัศวินหนุ่ม เจ้าช่างเก่งกาจยิ่งนัก แม้กระทั่งมอนสเตอร์เหล่านี้เจ้าก็สามารถฆ่าได้ นักผจญภัยที่มาจากต่างโลกช่างสมคำร่ำลือเสียจริง มาเถิด นี่คือรางวัลของเจ้า ข้าหวังว่าเจ้าจะยังคงภักดีต่อจักรวรรดิ ต่อเมืองจิ่นโจวและต่อท่านเจ้าเมืองชิงอีต่อไป!”
“ดิ้ง!”
แจ้งเตือนจากระบบ:ขอแสดงความยินดี คุณได้ทำภารกิจ【สังหารแหล่งกำเนิดของกลิ่นอายปีศาจ】(ภารกิจระดับ D)สำเร็จ ดังนั้นจะได้รับรางวัลค่าประสบการณ์ +8000 ค่าชื่อเสียง +8 และเหรียญทอง +2!
……
แม้ว่าจะเป็นภารกิจระดับ D เหมือนกัน ทว่ารางวัลนั้นกลับมากกว่าภารกิจก่อนหน้านี้ที่ต้องค้นหาแหล่งกำเนิดของกลิ่นอายปีศาจ
ขณะที่ยังคงยืนอยู่ในค่ายนั้น ผมจึงพูดขึ้นว่า “ตอนนี้มันก็เที่ยงคืนแล้ว พวกเราจะเล่นเก็บเลเวลต่อไป หรือจะพอแค่นี้ แล้วกลางวันค่อยฝึกฝนอัพเลเวลต่อ?”
ซูซีหรานที่กะพริบตาปริบๆจึงพูดขึ้นว่า “วันนี้เป็นวันที่ห้าที่เกมได้เปิดตัวมาแล้ว ไม่จำเป็นต้องตื่นแต่เช้าแล้วอยู่จนดึกเพื่อเก็บเลเวลแล้วล่ะ ผู้เล่นที่สมควรมาก็จะมาเองตามธรรมชาติ ส่วนผู้ที่ไม่ควรมาก็จะไม่มา ดังนั้นออฟไลน์แล้วพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้เช้าตื่นเจ็ดโมง และออนไลน์ตรงเวลาตอนแปดโมง เราต้องใช้ประโยชน์จากช่วงเวลาที่ดีที่สุดของวันในการอัพเลเวล และจากที่ฉันเห็น ดูเหมือนพื้นที่มอนสเตอร์ระดับเงินเลเวล 34 จะไม่มีจุดเกิดบอสระดับเงินนะ บอสระดับเงินนี้จะต้องอยู่ในแผนที่ที่ลึกกว่าแน่ๆ แล้วตอนนี้รีบร้อนไปก็เท่านั้น”
“มีเหตุผล งั้นออฟไลน์ไปนอนกันเถอะ”