เปรี้ยง—!!!
หมัดขวาอันอัดแน่นด้วยมวลพลังงานทำลายล้างของอาร์คแหวกม่านอากาศพุ่งเข้าปะทะกับท่อนแขนที่ยกขึ้นตั้งรับของโซลด้วยความเร็วเหนือเสียง แรงอัดมหาศาลบดเคี้ยวอณูอากาศจนเกิดเป็นวงคลื่นกระแทกสีแดงชาดระเบิดออกในระยะประชิด
ในเสี้ยววินาทีนั้น เสียงกระดูกแตกร้าวละเอียดดุจกิ่งไม้แห้งเพลิงไหม้ดังก้องกังวานอย่างน่าสยดสยอง ร่างในชุดเกราะแสงสีทองของราชันย์ซอมบี้โซลถูกแรงกระแทกซัดจนปลิวละลิ่ว ปลิวทะลวงผ่านฝูงผู้ติดเชื้อเบื้องล่างจนร่างเหล่านั้นฉีกขาดกระจัดกระจาย ร่างของเขาครูดไถลไปกับผืนพสุธาจนยุบตัวลงเป็นร่องลึกยาวเหยียดหลายร้อยเมตร ราวกับถูกกรงเล็บอุกกาบาตยักษ์จากห้วงอวกาศเฉือนผ่านแผ่นดิน
บนยอดกำแพงแนวป้องกันสูงตระหง่าน เหล่าทหารและผู้รอดชีวิตที่เฝ้ามองดูอยู่ต่างพากันส่งเสียงโห่ร้องตะโกนก้องด้วยความหวังที่ปะทุขึ้นในอก เพราะนี่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มเปิดศึกที่พวกเขาได้เห็นตัวตนระดับปีศาจอย่างโซลเป็นฝ่ายล่าถอยและได้รับบาดเจ็บสาหัสอย่างเด่นชัด
ทว่า ท่ามกลางเสียงเชียร์อันบ้าคลั่ง หลินเยว่กลับไม่มีแม้แต่รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าซีดเซียว
ดวงตาสีครามของเธอเบิกกว้างขึ้นด้วยความตื่นตระหนก เมื่อระบบสมองส่วนลึกสั่นสะเทือนเตือนภัยรหัสสีแดงฉานจากอินเตอร์เฟสของระบบควบคุมกะพริบถี่รัวจนโสตประสาทของเธอแทบจะหลอมละลาย
[ระบบเครือข่ายหลัก GENESIS NODE เริ่มทำงาน (GENESIS NODE ACTIVATED)] [ตรวจพบคลื่นสัญญาณแทรกซ้อนและเชื่อมต่อจากภายนอก (EXTERNAL CONNECTION DETECTED)] [คำเตือน: ผู้บุกรุกกำลังเข้าถึงระบบโหนดหลัก (INTRUDER ACCESSING MAIN NODE)]
"ไม่จริงน่า..." เจย์ที่ยืนเฝ้าจอระบุพิกัดพลังงานอยู่สะดุ้งสุดตัว ใบหน้าของเขาถอดสีเผือดจนไร้โลหิตก่อนจะร้องขึ้นเสียงหลง "หลิน! มีสัญญาณวิทยุแปลกปลอมแทรกซ้อนมาจากอุโมงค์ชั้นใต้ดินของเมืองครับ! พวกมันเจาะผ่านกำแพงป้องกันไฟร์วอลล์ของเราไปแล้ว!"
ภาพถ่ายทอดสดจากกล้องวงจรปิดระบบรักษาความปลอดภัยฉุกเฉินถูกฉายขึ้นสู่จอโฮโลแกรมยักษ์ใจกลางห้องบัญชาการทันที
ภาพในจอมืดสลัวฉายให้เห็นกลุ่มบุคคลในชุดคลุมสีขาวปลอดฝุ่นปลอดเชื้อจำนวนนับสิบชีวิต กำลังเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วและเป็นระเบียบผ่านทางเดินอุโมงค์ลับใต้ดินลึกล้ำ และที่ใจกลางขบวนนำทางนั้น... ปรากฏร่างของชายชราผมสีเงินสว่าง ใบหน้าของเขาเรียบเฉย ท่าทีสงบและหยิ่งผยองราวกับทุกขีดจำกัดและทุกความโกลาหลในสนามรบเบื้องบนเป็นเพียงหมากเดินตัวหนึ่งที่เขาขีดเขียนวางแผนไว้ตั้งแต่แรก
ดร.เซลีนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ สะท้อนลมหายใจเฮือก ดวงตาของเธอไหวระริกด้วยความกลัวอันแสนลึกซึ้ง "ผู้อำนวยการอีธาน..."
เธอกุมมือแน่นจนสั่นเทา ก่อนจะหันมามองหลินเยว่ด้วยแววตาจริงจังถึงขีดสุด "เขาลงมือด้วยตัวเอง... ชายผู้เริ่มต้นโครงการ Genesis และผู้บุกเบิกยุคสมัยแห่งวันสิ้นโลกคนนั้น!"
ตูมมมมมมม!
เสียงระเบิดกัมปนาทและคลื่นความร้อนจากสมรภูมิภายนอกยังคงระเบิดดังอย่างต่อเนื่อง อาร์คและโซลยังคงห้ำหั่นกันอย่างเป็นตายพัวพัน ทว่าในวินาทีนี้ หลินเยว่กลับเข้าใจทุกอย่างได้อย่างแจ่มแจ้งทันที
โซลและกองทัพซอมบี้นับแสนไม่ใช่เป้าหมายสุดท้าย... พวกมันเป็นเพียงเบี้ยฉากหน้าที่ถูกส่งมาสร้างความปั่นป่วนเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากส่วนกลาง!
เป้าหมายที่แท้จริงขององค์กรคือการลักลอบยึดครอง 'GENESIS NODE' ระบบเครือข่ายวิวัฒนาการหลักที่ซ่อนอยู่ใต้ดินลึกของเมืองนี้ต่างหาก และหากพวกเขาทำสำเร็จ เครือข่ายการวิวัฒนาการและชะตากรรมของผู้รอดชีวิตทุกคนในภูมิภาคนี้จะถูกกดปุ่มควบคุมโดยสมบูรณ์ในพริบตา!
หลินเยว่ขบกรามแน่นจนเกิดเสียงฟันกระทบ ดวงตาสีครามฉายประกายแน่วแน่ "ฉันต้องลงไปข้างล่าง"
คินหันขวับมาทันควัน แววตาของเขาเต็มไปด้วยความห่วงกังวล "จะบ้าเหรอหลิน! ข้างล่างนั่นมันทางตันแคบ ๆ นะ ถ้าพวกมันล้อมเอารับรองอันตรายกว่าสมรภูมิกว้างข้างบนนี้ไม่รู้กี่เท่า!"
"ฉันไปด้วย!" นัทตะโกนลั่นพลางหมุนตัวเหวี่ยงกำปั้นที่อัดแน่นด้วยพลังงานป้องกัน ซัดร่างผู้ติดเชื้อรอบข้างจนปลิวกระเด็นเป็นทาง "ไม่มีทางที่ฉันจะปล่อยให้เธอลงไปเผชิญหน้ากับตาแก่นั่นคนเดียวเด็ดขาด!"
เจย์ส่ายหน้าปฏิเสธอย่างเร่งรีบ แววตาเต็มไปด้วยความเครียด "ไม่ได้ครับพี่นัท! แข็งแกร่งสายรับอย่างพี่นัทคือหัวใจหลักในการค้ำยันแนวกำแพงฝั่งตะวันตกตอนนี้ ถ้าแนวหน้าเสียกำลังคนไปมากกว่านี้ กำแพงจะพังทลายลงในสิบนาทีแน่!"
ท่ามกลางเสียงถกเถียงและแรงกดดันอันบ้าคลั่ง ฝ่ามือเรียวบางอันอบอุ่นของมีนยื่นมากุมมือสั่นเทาของหลินเยว่ไว้แน่น แววตาของหญิงสาวผู้อ่อนโยนบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวสว่างไสว
"ไปเถอะ หลินเยว่..." มีนกระซิบ น้ำเสียงนุ่มนวลทว่าหนักแน่นดังก้องฝ่าเสียงระเบิด "เธอต้องไปทำในสิ่งที่มีเพียงเธอคนเดียวบนโลกใบนี้เท่านั้นที่ทำได้"
หลินเยว่สบตาเพื่อนสาวอย่างซาบซึ้งใจ ก่อนที่ดวงตาคู่สวยจะเคลื่อนมองลอดผ่านม่านหมอกควันหนาทึบออกไปยังใจกลางสนามรบกว้าง ที่ซึ่งร่างทมิฬของอาร์คกำลังหยัดยืนต่อสู้อยู่ท่ามกลางดงหนามแสงสีทอง
แม้ระยะทางจะห่างไกลกันนับกิโลเมตร แต่สายใยประสาทสัมผัสร่วมผ่านเครือข่ายจิตวิญญาณกลับก้องกังวานในอกของเธออย่างเด่นชัด... จิตใจของอาร์คมั่นคง แน่วแน่ และเต็มไปด้วยความเชื่อใจในตัวเธออย่างไร้เงื่อนไขใด ๆ
ไปเถอะ...
เสียงทุ้มต่ำและเปี่ยมด้วยพลังของอาร์คสะท้อนก้องในห้วงลึกสมองของเธอ เพียงสองคำสั้น ๆ ทว่ามันกลับเต็มไปด้วยกระแสพลังงานอันอบอุ่นที่ช่วยปลดเปลื้องทุกความโลเลและหวาดกลัวในใจของเด็กสาวให้มลายหายไปจนหมดสิ้น
หลินเยว่สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ เธอกัดริมฝีปากบางเบา ๆ พลางพยักหน้าตอบรับ "ฝากข้างบนนี้ด้วยนะทุกคน"
คินพรูลมหายใจออกยาวเหยียด แววตาสั่นไหวแต่ก็ยอมจำนนต่อการตัดสินใจ "รักษาสุขภาพด้วยล่ะ... แล้วกลับมาหาพวกเราให้ได้นะ"
นัทยกกำปั้นยักษ์ขึ้นทุบอกตัวเองเสียงดังปึก "จำไว้เถอะหลิน! ถ้าไอ้หน้าไหนมันกล้าแตะต้องตัวเธอแม้แต่ปลายก้อย ฉันจะลงไปทุบหัวมันให้แบนติดดินเอง!"
เจย์โยนอุปกรณ์สื่อสารขนาดเล็กรูปทรงคล้ายต่างหูโลหะส่งให้เธอ "ผมอัปเกรดระบบนำทางฉุกเฉินแล้ว ผมจะคอยระบุเส้นทางและนำทางให้เธอจากระยะไกลเองครับ!"
มีนโผเข้าสวมกอดหลินเยว่อย่างรวดเร็วและอบอุ่น "อย่าลืมนะ... ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นใต้พื้นดินนั่น เธอไม่ได้กำลังต่อสู้อยู่เพียงลำพัง"
หลินเยว่เผยรอยยิ้มบางเบาอันสดใสท่ามกลางเศษเถ้าถ่านสงคราม ก่อนจะหันไปสบตากับดร.เซลีน "พาฉันไปที่ห้องควบคุมโหนดหลักเลยค่ะ"
ดร.เซลีนพยักหน้า ทั้งสองหันหลังวิ่งสับเท้าอย่างรวดเร็วไปยังช่องลิฟต์กู้ภัยฉุกเฉินที่เชื่อมต่อลงสู่อุโมงค์ใต้ดินชั้นที่ลึกที่สุดของเมืองทันที ประตูลิฟต์โลหะหนักอึ้งค่อย ๆ เลื่อนปิดตัวลงช้า ๆ
และในเสี้ยววินาทีสุดท้ายก่อนที่ทัศนียภาพจะถูกปิดกั้น หลินเยว่หันกลับไปมองสนามรบกว้างภายนอกเป็นครั้งสุดท้าย ภาพของอาร์คที่หยัดยืนต้านทานรัศมีพลังงานสีทองของโซลท่ามกลางเปลวไฟและแสงสว่างระเบิดสะท้อนขึ้นในดวงตาสีครามของเธอ
หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับกลองศึกในอกพร้อมความมุ่งมั่นที่ปะทุขึ้นมาใหม่
ต้องรอฉันนะ อาร์ค...
เสียงกลไกเหล็กของลิฟต์ส่งเสียงครืดคราดเบา ๆ ก่อนจะฉุดร่างของเธอดิ่งลงสู่ความมืดมิดอันเงียบงันเบื้องล่าง สู่สถานที่ที่ซุกซ่อนความจริงที่แท้จริงของวันสิ้นโลก... และประตูมิติแห่งโหนดควบคุมหลัก Genesis