เช้าฤดูใบไม้ผลิ แสงอาทิตย์กระทบที่เปลือกตาคู่สวยของเฟยฉีนางค่อยๆลืมตาขึ้นสำรวจดูรอบๆทุกคนตื่นกันหมดแล้วกำลังเก็บของเตรียมตัวออกเดินทางกันต่อ ลี่หยางยืนห่างไม่ไกลนางนักพวกเขากำลังดูแผนที่ขึ้นไปที่เขาลู่โจวหรานอย่างตั้งใจ ทว่าครู่นั้น เฟยฉีจึงนึกถึงลี่จูขึ้นมาเมื่อคืนยังเห็นนอนข้างๆนางอยู่เลย ทว่าเช้านี้หายไปไหนเสียแล้ว
เฟยฉีรีบลุกเดินไปตามหาลี่จูทันทีนางเดินไปตามทิศทางตรงข้ามกับที่ลี่หยางกำลังยืนอยู่เดินไปได้ไม่ไกลเฟยฉีหันมามองดูอีกครั้งก็ยังเห็นพวกเขายืนอยู่ที่เดิมจึงอุ่นใจขึ้นมาหน่อยดูเหมือนพวกเขาจะยังไม่รู้ว่านางตื่นแล้ว
“คงไม่เป็ไรหรอกมั้ง เราแค่ออกมาตามหาลี่จูเอง เดี๋ยวก็กลับไปแล้ว ”
เฟยฉีพึมพำปลอบใจตัวเอง นางส่ายหน้าเบาๆก่อนจะเดินตามหาลี่จูต่อยิ่งหาก็เหมือนจะยิ่งไปเจอ ยิ่งเดินเหมือนจะยิ่งไกลออกไปเฟยฉีหยุดเดินมือเท้าเอวเริ่มหงุดหงิดขึ้นมา
“ ให้ตายเถอะเ้าหมีนี่ หายไปไหนอีกแล้ว ” เฟยฉีหันกลับไปมองก็ไม่เห็นลี่หยางกับเหล่าทหารเสียแล้ว
เฟยฉีรู้สึกเป็ห่วงเป็กังวลมาก นางรีบเดินกลับไปที่เดิมเรียกชื่อพวกเขาไม่หยุดครานี้นางไม่รอดแน่ๆ นางกำลังหลงอยู่ในป่าลึก ยังเป็ป่าอยู่บนเขาไท่เฉิงเช่นนี้นางจะรอดไปได้อย่างไรกัน
“ องค์ชายเพคะ !!! องค์ชายอยู่ที่ไหนเพคะ ?!!!ตอบหม่อมฉันหน่อย !!! ” ครู่นั้นข้างหลังเฟยฉีมีลมแรงพัดผ่านเหมือนมีเงาดำผ่านตัวนางไป
เงาดำนั่นที่พึ่งเห็นนางไม่ได้ตาฝาดไปจริงๆใช่ไหมเฟยฉีใร้องกรี๊ดด้วยความกลัว เงาดำนั่นวิ่งผ่านตัวนางอีกครั้งคราวนี้เงาดำอยู่ไม่ไกลจากตัวนาง เฟยฉีััได้ว่าเงาดำนั่นต้องเป็สัตว์ประหลาดเป็แน่กลิ่นแปลกๆเหม็นคาวโชยมาแตะจมูกเฟยฉีเล็บยาวของสัตว์ประหลาดตัวนั้นกรีดตามเรียวแขนของเฟยฉี
โลหิตไหลอาบอาภร์ณสีชมพูอ่อนของเฟยฉีกลายเป็สีแดงสดเฟยฉีรู้สึกปวดมากรีบกุมแผลห้ามโลหิตไว้ตอนนี้นางจะอ่อนแอรอลี่หยางมาช่วยไม่ได้อีกต่อไปการวิ่งคือหนทางที่หนีเอาตัวรอดได้ดีที่สุดเฟยฉีก้มหน้าก้มตาวิ่งไม่สนว่าเงาดำนั่นจะเป็ตัวอะไรขอแค่เป็สิ่งที่มีชีวิตคนเราย่อมมีหนทางรับมือแต่ตอนนี้นางควรหาที่หลบซ่อนจะปอดภัยกว่า
แต่สิ่งที่กำลังตามหลังเฟยฉีมาเคลื่อนไหวเร็วกว่าที่นางคิด เฟยฉีไม่อยากจะหันกลับไปดูตั้งหน้าตั้งตาวิ่งต่อไปนางคิดว่าอย่างไรนางก็ต้องรอดวิ่งไปได้ไม่ไกลเหมือนจะมีบางอย่างคว้าขานางไว้แล้วลากกลับหลังไปยังไม่ทันจะได้ตั้งสติเฟยฉีก็ถูกลากกลับไปที่เดิมาแที่แขนโลหิตไหลออกมาไม่หยุด เสื้อผ้าอาภร์ณขาดหลุดลุ่ย
เฟยฉีใช้แรงทั้งหมดที่มีสลัดสิ่งที่กำลังจับที่ขาออกอย่างแรงเฟยฉีเบิกตากว้างกับภาพที่อยู่ตรงหน้าพุ่มไม้เต็มไปหมดดวงตาสีแดงเหมือนดั่งปีศาจจ้องมาที่เฟยฉีรูปร่างไม่ต่างจากปีศาจที่อยู่ในทีวีเลยสักนิด เฟยฉีใถอยหลังไปทีละก้าวร่างกายไร้เรี่ยวแรงล้มพับไปที่พื้น
ตัวประหลาดที่อยู่ตรงหน้าพุ่งตรงมาที่เฟยฉีบีบที่คอนางยกขึ้นลอยกลางอากาศ สีหน้าเฟยฉีซีดเผือกมือไม้ทุบไปที่รากไม้นั่นไม่หยุด สัตว์ประหลาดรากไม้ทิ้งเฟยฉีที่พื้นอย่างแรงร่างบางชาไปหมดไม่รับรู้ได้ถึงความเ็ปอีกเลย เฟยฉีคิดถึงลี่หยางขึ้นมาคิดถึงความจำดีๆที่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันมา นางจะต้องมาจบชีวิตลงตรงนี้จริงๆหรือ ?
นางไม่ยังจะทันได้บอกความรู้สึกให้เขารู้เลย กลับต้องมาจบชีวิตลงที่นี่ช่างน่าอนาถยิ่ง ภาพที่อยู่ตรงหน้าค่อยๆเลือนหายไป ร่างกายนางไม่ไหวแล้วจริงๆ
“ องค์ชาย ท่านต้องมาช่วยหม่อมฉันให้ได้นะเพคะต้องมาให้ได้ หากหม่อมฉันจะต้องสิ้นใจ หม่อมฉันขอสิ้นใจในอ้อมอกขององค์ชาย ”
เหมือนมีอะไรบางอย่างดลใจลี่หยางสายตาคมกวาดมองดูรอบๆเห็นเฟยฉีหายไปสีหน้าของลี่หยางแปรเปลี่ยนทันที
“ออกตามหาตัวนางให้พบ !!! ” ได้ยินคำสั่งของลี่หยางเหล่าทหารต่างก็มีอาการใเป็กังวล
ป๋อเหวินที่อยู่ไม่ไกลเห็นสถานการณ์ไม่ค่อยดีก็รีบวิ่งมาดูสีหน้ายังคงเ็าเหมือนเช่นเคย
“ เฟยฉีนางหายไปไหน ? ” บรรยากาศรอบๆตัวเงียบสงัดน่าใจหายไม่มีผู้ใดกล้าพูดอะไรแม้แต่คำเดียว
เหล่าทหารแยกย้ายกันออกไปตามหาเฟยฉี ทหารจำนวนนึงตามป๋อเหวินไปอีกจำนวนนึงตามลี่หยางไปติดๆ เสียงเรียกเฟยฉีดังสนั่นทั่วทั้งผืนป่าที่นี่คือเขาไท่เฉิง เขาที่อันตรายที่สุดผู้ใดมาเหยียบที่นี่ต่างก็ไม่มีชีวิตรอดกลับออกไปได้เฟยฉีนอนหมดสติอยู่ใต้กระท่อมแห้งเล็กๆข้างต้นไม้ใหญ่ นางค่อยๆลืมตาขึ้นเฟยฉีได้ยินเสียงคนเรียกชื่อตนไม่หยุดจึงพยายามตั้งสติให้มั่น
เฟยฉีพยายามหยันร่างบางลุกขึ้น นางรู้สึกปวดระบมไปหมดดวงตาคู่สวยมองดูรอบๆตัวอีกครั้งภาพที่อยู่ตรงหน้าเฟยฉีไม่อยากจะเชื่อว่าจะมีสัตว์ประหลาดเช่นนี้อยู่บนโลกมองสำรวจดูรอบๆตัวอีกครั้งเฟยฉีไม่อยากจะเชื่อว่าถูกสัตว์ประหลาดเหล่านี้จับตัวมาเฟยฉียังสับสนอยู่ว่าจะเอายังไงต่อ ก็เห็นสตรีผู้นึงเดินเข้ามาหานาง
สตรีผู้นั้นสวมเสื้อผ้าหนังสัตว์ หน้าตามอมแมม ผมยาวสลวยถูกมัดไว้ด้านหลังสตรีผู้นั้นไม่พูดไม่จาอะไรเดินถืออาหารเข้ามาให้นาง แต่อาหารนั่นทั้งเหม็นทั้งคาวแค่ได้กลิ่นเฟยฉีแทบอยากจะอ้วกสตรีผู้นั้นยิ่งเดินเข้ามาใกล้กลิ่นเหม็นยิ่งเพิ่มทวีคูณเฟยฉีทนกลิ่นเหม็นไม่ได้ปิดจมูกถอยห่างสตรีที่อยู่ตรงหน้า
“ท่านเป็ใครกัน ? ” เฟยฉีเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าสตรีผู้นั้นไม่ได้แสดงสีหน้าใดๆ ยังคงสีหน้าเยือกเย็นเหมือนเดิม
“อย่าพยายามอีกเลยไร้ประโยนช์เปล่าๆ กินนี่ให้หมดเ้าจะได้ไม่ถูกทรมานเหมือนเมื่อครู่อีก ”
“ท่านเป็ใครกันแน่ ? ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้? สัตว์ประหลาดอยู่ข้างนอกคือตัวอะไร ? ท่านต้องบอกความจริงข้ามา”
สตรีผู้นั้นไม่มีอาการเร่งรีบใดๆ แต่เป็ห่วงนางวางอาหารลงบนพื้นริมฝีปากกระตุกยิ้มอย่างขมขื่นที่ไม่อาจบรรยายได้
“ข้าก็ไม่รู้จะปิดบังเ้าไปทำไม เมื่อก่อนข้าก็เหมือนกับเ้าในตอนนี้ข้าถูกพวกมันจับตัวมาที่นี่ ข้าก็นึกว่าข้าจะจบชีวิตลงที่นี่เสียแล้ว แต่พวกมันจับตัวมาที่นี่เพื่อสืบพันธุ์พวกมันคือสัตว์ประหลาด สิ่งที่ไม่ควรมีอยู่บนโลกนี้ ”
ยิ่งพูดสตรีผู้นั้นก็ยิ่งคลั่งสีหน้าโกรธอย่างเห็นได้ชัด ได้ยินเื่ราวคราวๆเฟยฉีก็พอจะเข้าใจได้สถานการณ์นองเืเช่นนี้อีกแล้ว
“ทำไมท่านถึงไม่หนีไปจากที่นี่ล่ะ ? ”
“เ้าทิ้งความคิดนั่นเสีย ไม่มีผู้ใดรอดออกไปจากที่นี่ได้เลยสักคน ”
“แต่องค์ชายลี่หยางต้องช่วยข้าได้แน่องค์ชายจะไม่มีวันปล่อยให้ข้าตกอยู่ในอันตรายเช่นนี้ ”
สายตาของเฟยฉีเต็มเปี่ยมไปด้วยความเชื่อมั่นและความหวังความเด็ดขาดไม่ย่อท้อของเฟยฉีทำให้สตรีผู้นั้นประหลาดใจเล็กน้อย สิ่งที่ทำให้สตรีผู้นั้นประหลาดใจยิ่งคือชื่อลี่หยางเป็องค์ชายที่นางเคารพรักเป็ที่สุด จงรักภักดีและห่วงใย
สตรีผู้นั้นขวมดคิ้วแน่น หยาดน้ำใสคลอเบ้าดวงตาแดงก่ำเฟยฉีเห็นเช่นนั้นถึงกับใตัวแข็งทื่อทำตัวไม่ถูก
“เ้าคือชายาขององค์ชายลี่หยางงั้นหรือ ? ” เฟยฉีรู้สึกได้ถึงน้ำเสียงที่เปร่งออกมาจากริมฝีปากบางคู่นั้นเต็มไปด้วยความเ็ป
เฟยฉีพยักหน้าเบาๆแทนคำตอบ แต่นางก็ยังรู้สึกวาดระแวงอยู่เล็กน้อยทว่าจู่ๆสตรีผู้นั้นก็เดินมาคว้าแขนเฟยฉีแน่น สายตาดีใจเหมือนได้เจอคนที่รัก
“ พระชายาขออภัยที่หม่อมฉันหยาบคายกับท่านเพคะ ” เฟยฉีเบิกตากว้างด้วยความใ ทำไมสตรีผู้นี้ถึงเรียกนางเช่นนั้น
ในหัวเฟยฉีคิดว่าสตรีผู้นี้ต้องบ้าเงินและอำนาจเป็แน่ยังไม่ทันจะได้คุยอะไรกัน กลุ่มสัตว์ประหลาดเ่าั้ก็เดินเข้ามาทั้งสองยื่นนิ่งมองหน้ากันไปมา เฟยฉีกลัวมากร่างกายสั่นไปหมดสตรีผู้นั้นจับแขนเรียวเฟยฉีแน่น
“ หม่อมฉันไม่มีเวลามาอธิบาย แต่หม่อมฉันจะช่วยพระชายาออกไปจากที่นี่เองเพคะ”
เอ่ยจบสตรีผู้นั้นก็ลากเฟยฉีวิ่งฝ่ากลุ่มสัตว์ประหลาดนั้นออกไปใบไม้แห้งพัดปลิวว่อนไปทั่ว สัตว์ประหลาดไม่คิดว่าพวกนางจะกล้าหนีออกไปจากที่นี่ก็รีบวิ่งตามพวกนางไปทันทีเฟยฉีวิ่งตามหลังสตรีผู้นั้นไม่หยุด สัตว์ประหลาดก็วิ่งตามมาติดๆ
“พวกมันวิ่งเร็วขนาดนี้เราจะทำอย่างไรกัน ? ” สตรีผู้นั้นดึงแขนเฟยฉีวิ่งมาข้างหน้าก่อนจะผลักนางไปที่พุ่มไม้ที่อยู่ข้างหน้า
เพราะสตรีผู้นั้นถูกสัตว์ประหลาดทำมิดีมิร้ายมีเืของสัตว์ประหลาดอยู่ในตัวจึงทำให้สตรีผู้นั้นมีพระกำลังที่แข็งแกร่งแค่ออกแรงเหวี่ยงเฟยฉีก็อยู่ในพุ่มไม้หนานี้แล้ว
“ หม่อมฉันจะล่อพวกมันไปอีกทางส่วนพระชายาวิ่งไปทางทิศใต้ แล้วท่านจะปลอดภัย ”
สตรีผู้นั้นเอ่ยจบก็วิ่งไปเฟยฉีก็ได้ยินเสียงเท้าเดินมาหานาง ความกลัวเข้าคอบงำนางอีกครั้งใจเต้นโครมครามไม่หยุด เพื่อความแน่ใจว่าตัวเองปลอดภัยแล้วเฟยฉีกอดร่างตัวเองนิ่งอยู่ในพุ่มไม้หนานั่น เวลาผ่านไป เฟยฉีมั่นใจว่าเสียงเท้าหายไปแล้วนางถึงได้คลานออกมา
ในสมองนางตอนนี้คิดถึงกลิ่นกายของลี่หยางเหลือเกินหยาดน้ำใสค่อยๆไหลรินอาบสองแก้ม เฟยฉีกอดร่างของตัวเองไว้ รู้สึกกลัวโดดเดียวแทบอยากจะจบชีวิตลงตรงนี้
“ องค์ชายท่านกำลังอยู่ที่ใดกัน หม่อมฉันกลัวเหลือเกิน ฮึกๆ ”เฟยฉีนั่งกอดเข่าร่ำไห้สะอื้นคิดถึงลี่หยาง
ขณะนั้นลี่หยางกำลังเผชิญหน้ากับเหล่าสัตว์ประหลาดเข้าพอดีลี่หยางเห็นเศษผ้าชุดของเฟยฉีอยู่ที่พื้นหญ้าและคราบโลหิตที่ติดอยู่บนต้นไม้ใหญ่ในใจของลี่หยางเจ็บเหมือนมีดนับหมื่นเล่มทะลุที่กลางใจ
“กลุ่มคนพวกนี้เป็ใครกัน ? ” ป๋อเหวินกำลังต้อสู้กับสัตว์ประหลาดเ่าั้พึมพำอย่างประหลาดใจ
ลี่หยางและป๋อเหวินต่อสู้กับสัตว์ประหลาดที่อยู่ตรงหน้าแทบอ่อนแรงโลหิตกระเด็นไปทั่วคิดถึงใบหน้าของเฟยฉีทำให้ลี่หยางมีแรงสู้กับสัตว์ประหลาดที่อยู่ตรงหน้าาจะต้องมีจุดจบ ไม่นานนัก เหล่าสัตว์ประหลาดก็ต้องนอนจมกองโลหิตที่กำลังไหลซึมลงสู่พื้นดินสภาพที่อยู่ตรงหน้าทำให้ลี่หยางถึงกับเข่าทรุดเหล่าหทารต้องมาสังเวยชีวิตให้กับสัตว์ประหลาดเหล่านี้สตรีผู้เป็ที่รักจะเป็อย่างไรก็ไม่อาจรู้ได้
“ไม่ใช่ความผิดขององค์ชาย สิ่งสำคัญในตอนนี้คือตามหาเฟยฉีให้พบ จะชักช้าไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ”
ที่ผืนป่ารกร้างน้ำค้างในยามบ่ายตกหนัก ท้องฟ้ากลายเป็สีแดงพระอาทิตย์บนยอดเขาไท่เฉิงทำให้ผู้คนรู้สึกเศร้าอย่างสุดจะพรรณนา เฟยฉียืนโดดเดี่ยวอยู่ท่ามกลางบรรยากาศอันมืดมิดสายตาทอดมองไปบนท้องฟ้าอันห่างไกล