18 - เทศกาลดอกไม้
เป็นไปตามที่สเตลล่ากล่าวไว้ ในวันที่ 20 ของเดือนนี้เป็นวันที่ต้นไม้ทุกค้นในหมู่บ้านผลิบานสวยที่สุดทำให้กลีบดอกไม้ปลิวไปทั่วบริเวณ และเพราะเป็นงานเทศกาลครั้งแรกของหมู่บ้านทำให้หลายต่อหลายคนตื่นเต้นกันไม่น้อย ตั้งแต่เมื่อวันก่อนต่างคนต่างตกแต่งหมู่บ้านกันอย่างแข็งขันหลังจากกลับมาจากห้องทดลองนั่นก็ผ่านมาร่วมหนึ่งอาทิตย์ เพราะหายไป 2 วันเมื่อกลับมาบ้านก็ถูกสอบสวนไต่ถามไม่หยุด แต่จะให้บอกว่าไปเจออะไรมาก็คงไม่ได้ สุดท้ายเลยต้องโกหกไปว่าเธอไปลงดันเจี้ยนใต้ดินของอาณาเขตต้องห้ามมาและเจอมอนสเตอร์ระดับไหนบ้างถึงรอดการสอบสวนของลีลีน่ามาได้‘เจ้าจะแข็งแกร่งไปถึงไหนเนี่ย?’ ลีลีน่ากล่าวพริสทีนเองก็อดอยากรู้ไม่ได้ว่าคุณแม่ผู้สร้างเธอตั้งค่าร่างกายของเธอไว้อย่างไร แต่มั่นใจว่าน่าจะโกงพอควรวกกลับมาปัญหาหลักตอนนี้ เพราะพวกเธอตั้งไว้ว่าวันที่ 20 เป็นเทศกาลดอกไม้และบอกเรื่องนี้ให้การ์เน็ตรู้ เขาเสนอให้บอกกล่าวเรื่องนี้ให้กับพวกนักเดินทางหรือนักผจญภัยให้มาเยี่ยมเยือนหมู่บ้านเหมือนครั้งอดีตอีกครั้งแน่นอนว่าฟีเรขอปฏิเสธเขาไม่คิดจะเสี่ยงเหมือนในอดีตกับพวกนักผจญภัยที่ฆ่าแม่ตนเอง แต่หลายคนต้องการให้มีคนแวะมาเยี่ยมเยียนเพื่อทำการค้าขายบ้างทำให้ฟีเรปฏิเสธไม่ได้จำต้องยอมรับแม้ใจจริงไม่อยากเลยสักนิดอย่างน้อยการ์เน็ตก็ให้สัญญาว่าพวกนักผจญภัยที่มาที่จะทำการตรวจเป็นอย่างดีเพื่อป้องกันอันตราย และมั่นใจกว่าจะมีคนมาสถานที่แห่งนี้แน่นอน“พริสทีนจะเปิดร้านอะไรเหรอคะ?”“ตั้งใจว่าจะทำพวกอาหารชุบแป้งทอดน่ะ เอลฟ์กินได้ด้วยนะ ตั้งหน้าตั้งตารอได้เลย!” ตอบระหว่างช่วยกันดูแลแปลงผักเพื่อเตรียมไปทำอาหาร...จะว่าไป เราชวนเดฟกับคุณเทียร่ามาด้วยนี่นา จะมารึเปล่านะ...“ค่ะ!”“แล้วสเตลล่าล่ะขายอะไรเหรอ?”“ตั้งใจจะเปิดร้านพวกเครื่องประดับทำมือค่ะ ตอนนี้ชอบทำสร้อยข้อมือลูกปัดที่พริสทีนสอนมากๆเลย~”คงต้องขอบคุณหนังสือที่นำมาจากห้องทดลองส่วนใหญ่มาจากโซน ‘อาหาร’ ‘งานอดิเรกและงานฝีมือ’ ‘ตำนานเทพนิยายปรัมปรา’ ‘ศิลปะการต่อสู้’ และสำคัญสุดคือ ‘เกษรตกรรม’ ชิอินะไม่เปิดร้านแต่เตรียมการแสดงสำหรับคืนนี้แทน เนื่องด้วยอีกฝ่ายมีความสามารถในการร่ายรำอันเป็นเอกลักษณ์ของเหล่าภูติที่หาดูได้ยากเลยถูกขอร้องให้ทำลาพิสกับเมลขออาสาขายผักขายปลาและของหายากจากในป่าที่ทุกคนหามารวมกันทางหน้าเข้าหมู่บ้านข้างโรงอาบน้ำลีลีน่าของานสบายๆอย่างดูแลโรงอาบน้ำก่อนที่จะต้องไปเล่นดนตรีในตอนกลางคืนโอลีเซียยอมเปิดรับให้คนอื่นเข้ามาพูดคุยทำนายทายทักในเรื่องที่ต้องการรู้ 1 คนต่อ 1 เรื่อง แต่ถ้าหากต้องการมากกว่านั้นต้องจ่ายเงินเพิ่มส่วนหนุ่มๆในหมู่บ้านขอเป็นคนดูแลความปลอดภัยให้โอลีเซีย“งั้นก่อนเริ่มงาน มาจัดตารางเวลากันให้เรียบร้อยก่อน...” จินหยิบตารางเวลาขึ้นมา “ช่วงกลางวันเราจะเปิดให้ทุกคนเข้ามาในหมู่บ้านเพื่อเที่ยวชมซื้อของชมดอกไม้จนถึงบ่าย... ช่วงค่ำจะมีการแสดงของชิอินะและเปิดพื้นที่ให้คนอื่นจับคู่เต้นรำกัน...”“เห~ น่าสนุกเหมือนกันนะเนี่ย”“ตื่นเต้นจัง หนูไม่เคยเจอคนอื่นนอกหมู่บ้านมาก่อนเลย...”“ไม่เป็นไรหรอกลาพิส ท่านการ์เน็ตสัญญาไว้แล้วว่าจะไม่เกิดปัญหา อีกอย่างพี่ชายคนนี้อยู่ข้างๆ ไม่ต้องกลัวเนอะ” ลูบหัวน้องสาวตัวน้อย“แต่ปัญหาคงเป็น...”ทุกสายตาจ้องมองมายัง... พริสทีน“เอ่อ... ขอโทษค่ะ”“ช่างมันเถอะ ยังไงหมู่บ้านนี้ก็รวมพวกแปลกประหลาดอยู่แล้ว กะอีแค่เด็กผู้หญิงผมสีเงินหน้าตาน่าเกลียดติดแหง่กอยู่กับบ้านแถมแกร่งเกินคนทั่วไปเหมือนสัตว์ประหลาดก็เท่านั้นแหล่ะ ว่าต่อเลยจิน” ฟีเรรีบๆพูดให้จบเพื่อเปลี่ยนเรื่องแต่ทำเอาเธอหน้ามุ่ยมองอีกฝ่ายอย่างไม่สบอารมณ์ “ฟีเรบ้า! ว่าคนอื่นนายก็น่าเกลียดเหมือนกันนั่นแหล่ะ!!”“หา! จะหาเรื่องรึไงฟะยัยเตี้ยนี่!!”“ไม่ได้เตี้ยซักหน่อย!”“เอาน่าๆทั้งคู่ ใจเย็นกันหน่อย” สุดท้ายก็ต้องเป็นไลรอนที่เข้ามาห้ามปรามแล้วลากฟีเรไปจากตรงนั้น “นี่ เจ้าพูดแบบนั้นใส่ ระวังนางเกลียดเจ้ามากขึ้นนะ...”“พูดเหมือนข้าอยากทำ ปากกับที่คิดมันไปคนละทางเลยนี่หว่า” กระซิบตอบกลับอยากพูดตอบกลับปกติ แต่พอจะพูดทีไรกลับกลายเป็นอีกอย่างแทน“คือว่า...” โอลีเซียยกมือน้อยๆ “ถ้าเกิด... ไม่มีใครมาล่ะคะ?”ทุกคนในต่างเงียบกริบ พวกเขาลืมคิดถึงเรื่องนี้ไปเสียสนิทว่าพวกตนอยู่ในหมู่บ้านแบบไหน สถานที่แห่งนี้คือ [หมู่บ้านไร้นามของผู้ถูกขับไล่] จะมีใครปรารถนามากันนอกจากพวกนักผจญภัยที่ต้องมาทำภารกิจแถวนี้หากเอ่ยว่าตนมาจากหมู่บ้านนี้ไม่ว่าใครก็ต่างหวาดกลัว และถ้าหากมาเจอกับพริสทีนที่มีผมสีเงินด้วยแล้วคงไม่มีใครกล้าเหยียบเข้ามาเป็นแน่....“เอาเป็นว่า....ใกล้จะถึงเวลาแล้ว ไปประจำที่เถอะ”“ครับ/ค่ะ!”ทุกคนต่างแยกย้ายไปประจำร้านของตนเอง ยิ่งใกล้ถึงเวลายิ่งตื่นเต้นหนักกว่าเดิมโดยเฉพาะพริสทีน หากผู้คนที่มาเห็นเธอแล้วรู้สึกกลัวจนหนีไปขึ้นมาจะทำยังไง...ไม่นานนัก... จินส่งสัญญาณให้ฟีเรทำการยกรั้วไม้แหลมที่กั้นทางเข้าออก.....“ขอโทษด้วย...”การ์เน็ตก้มโค้งให้กับทุกคนในหมู่บ้านที่ไม่สามารถพาชาวเมืองหรือนักผจญภัยมาให้ได้ ทุกคนที่ตนเชิญชวนมางานต่างบ่ายเบี่ยงหรือติดภารกิจกันหมด ซึ่งส่วนใหญ่ที่ปฏิเสธกันคงเป็นเพราะ....เด็กสาวผมสีเงินนับตั้งแต่เขานำหินเวทมนต์ที่พริสทีนฝากมาขายตอนนั้นทุกคนในสมาคมการค้าต่างก็รู้จักเธอกันดี และหวาดกลัวว่าหากพวกตนไปสร้างความรำคาญใจให้อาจจะทำลายเมืองหรือทำลายหมู่บ้านได้นักผจญภัยที่สัญญาว่าจะมาเมื่อรู้ว่าหมู่บ้านนี้มีเด็กสาวผมสีเงินที่อาจจะเป็นเทพธิดาผู้ถูกคุมขังอยู่กลับติดภารกิจสำคัญจนมาไม่ได้ส่วนพี่สาวของฟีเรตอนนี้อยู่อีกเมืองที่ห่างไกลไม่สามารถมาได้จึงฝากให้การ์เน็ตซื้อของกลับไปให้แทนเพราะเหตุนั้นทำให้ทุกคนมานั่งกระจุกอยู่หน้าร้านของพริสทีนเพื่อหาอะไรกินแก้เบื่อและเพื่อปลอบเธอที่คิดว่าเป็นตัวปัญหา“ไม่ต้องเครียดหรอก ปล่อยพวกงี่เง่านั่นไปเถอะเนอะ ขอปลาชุบแป้งทอดอีกที่น๊า~” ไลรอนสั่งอาหารเพิ่มก่อนโดนน้องสาวแย่ง“นั่นสิ พวกนั้นมันไม่รู้อะไรเลยว่าเด็กคนนี้ไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซักหน่อย” จิ้มเห็ดชุบแป้งทอดเข้าปาก และซดน้ำผลไม้อึกใหญ่“ขอบคุณนะคะทุกคน...” ยิ้มบางให้ระหว่างทอดอาหารที่ทุกคนต่างสั่งมา ดูเหมือนว่าหลายคนลืมร้านแล้วสนใจแต่จะกินกันเสียแล้ว“แล้ว...ที่พวกเจ้าทานคือ?”“เห็นนางเรียกว่าอาหารชุบแป้งทอดน่ะค่ะ ลองทานดูสิคะ” โอลีเซียยื่นจานของตนให้อีกฝ่าย“อ่ะ...อืม...” มองด้วยความสงสัยไม่น้อย เดิมทีอาหารประเภททอดที่ตนเคยทานมาก่อนนั้นจะอมน้ำมัน สีน้ำตาลคล้ำดูไม่น่าทาน แต่ของทอดที่พริสทีนทำกลับมีสีทองสวยงาม จนแอบลังเลว่าทานได้จริงหรือไม่ แต่ในเมื่อเห็นคนอื่นทานได้ปกติเลยยอมจิ้มขึ้นมาทาน “เป็นไง อร่อยใช่ไหมล่ะ~” ไลรอนยิ้มกว้าง “อืม....ทั้งกรอบ.. ร้อน.. แล้วก็อร่อย....”“ใช่มั๊ยล่ะ~ ของที่เด็กคนนี้ทำน่ะอร่อยๆทั้งนั้นเลย” ลีลีน่ายื่นแก้วน้ำผลไม้ให้ “จะว่าไปข้าเห็นเจ้าทำซอสไว้ด้วย ใช่ไหม?”“ค่ะ ก็จะมีซอสมะเขือเทศ ซอสพริก เทมปุระซอส ทาร์ทาร์ซอส แล้วก็เกลือน่ะค่ะ”“.....อะไรบ้างล่ะนั่น...?” มองด้วยความสงสัย แต่ก็จิ้มอาหารเข้าปากไม่หยุด“อธิบายเดี๋ยวยาว ยังไงลองทานเลยดีกว่านะ” ยิ้มหวานให้ก่อนจะเทซอสใส่ถ้วยแยกให้ทุกคนลองความเครียดในตอนแรกหายไปเมื่อเห็นทุกคนทานกันอย่างเอร็ดอร่อย จนกระทั่ง...“กลิ่นหอมจังเลย~”เสียงไม่คุ้นหูจนทำให้ทุกคนหันไปมอง เป็นกลุ่ม 6 คนที่มีแต่งตัวกันมีเอกลักษณ์ แต่ที่สังเกตได้ว่าพวกเขาทำอาชีพอะไรคือแผ่นป้ายที่ติดอยู่บนเครื่องประดับหรือบนเกราะ....ป้ายบนเครื่องประดับพวกนั้นเหมือนที่เดฟเคยบอกเลย ถ้างั้นพวกเขาก็เป็นนักผจญภัยสินะ...“พวกเจ้า... ไม่ใช่ว่าติดภารกิจกันรึ?”“ก็ใช่อยู่หรอก แต่มันอยากมานี่” หญิงสาวหัวเราะแก้เขิน ดูเหมือนว่าเธอจะเป็นนักดาบและเป็นหัวหน้าของกลุ่มนี้“หัวหน้ารีบทำภารกิจเร็วสุดเท่าที่เคยทำมาเลยล่ะ จะว่าดีหรือไม่ดีก็ไม่รู้สินะ” ชายในชุดเกราะเต็มตัวหัวเราะร่าก่อนที่คนอื่นๆจะหัวเราะตามกันจนเจ้าหล่อนเริ่มอาย“เอาน่า!! ท่านต้องขอบคุณข้าด้วยซ้ำนะท่านการ์เน็ต ข้าอุตส่าห์จัดการภารกิจแสนยากนั่นให้เสร็จเพื่อมาเลยนะ แถมยังลากพวกพ่อค้ามาด้วย แล้ว... นางอยู่ไหนกันล่ะ!?”“นั่นไง...” ชี้ไปทางพริสทีนที่ยังคงยืนทอดอาหารอยู่ สมาชิกในกลุ่มเริ่มซุบซิบกัน เท่าที่เธอแอบฟังก็เป็นเรื่องซ้ำๆจนหน่ายใจ“ผมสีเงินจริงๆด้วย แต่ไม่เห็นจะดูน่ากลัวเหมือนคนอื่นพูดเลยนี่ว่าไหม?”“แต่หัวหน้า นางอาจจะเป็นเทพธิดาอย่างที่หลายคนเดาไว้ก็ได้นะครับ”“ไม่เห็นเป็นไรนี่ ก็สมเป็นเทพธิดาอยู่แล้ว หรือเจ้าคิดว่านางน่าเกลียดไม่สมกับฉายานั้นล่ะ?”“เอ่อ...”“บอกแล้วนี่ว่าก่อนจะไปวิจารณ์คนอื่นต้องรู้จักพวกเขาก่อน เอ้า!” กอดคอเพื่อนร่วมทีม “ไปหาอะไรกินกันดีกว่า! ขออาหารหน่อยจ้า~!”“! ค ค่ะ!!” แอบตั้งตัวไม่ทัน แต่ก็รีบทำอาหารไปให้คนอื่นจากเทศกาลเงียบๆที่เอาแต่นั่งกินนั่งพูดคุยกันเฉพาะคนในหมู่บ้าน ตอนนี้เริ่มมีนักผจญภัยกับพ่อค้าเร่ที่การ์เน็ตชวนไว้ก่อนหน้านี้ บ้างก็โดนลากมาโดยไม่เต็มใจและเต็มไปด้วยความหวาดกลัวเมื่อเห็นพริสทีน...แต่นั่นแค่ในตอนแรกเท่านั้นจากใบหน้าบูดบึ้งมีแต่ความกังวลผ่อนคลายได้เมื่อได้ลองแช่ออนเซ็นท่ามกลางกลีบดอกไม้ เมื่อแช่เสร็จสามารถออกมาซื้ออาหารที่ไม่เคยทานที่ไหนไปนั่งทานตามจุดที่ปูผ้ารองพื้นไว้ ขยะให้นำไปทิ้งในถุงที่แขวนไว้ข้างร้าน เมื่อทานอาหารเสร็จยังมีการทำนายทายทักของโอลีเซีย และถ้าต้องการซื้อของฝากหรือทำการเจรจาค้าขายก็มีของให้เลือกแม้ในตอนแรกร้านอาหารของเธอจะไม่มีใครกล้าเข้ามาเหยียบเนื่องด้วยสีผม แต่เพราะกลุ่มนักผจญภัยตะโกนชมว่าอาหารอร่อยไม่ขาดปากทำให้หลายคนเข้ามาซื้อขายพูดคุย ไต่ถามเรื่องสินค้าที่เธอฝากการ์เน็ตมาขาย“ไม่ต้องกลัวฉันขนาดนั้นหรอกค่ะ” คือประโยคที่เธอเป็นรอบที่ร้อยของวันหรืออาจจะมากกว่านั้นจนหลายคนเริ่มโล่งอกถึงงานเทศกาลครั้งนี้คนจะยังน้อยแต่ทุกคนที่มาเริ่มหัวเราะและสนุกไปกับงานเทศกาลเล็กๆนี้ก็ถือว่าคุ้มค่ากับการรอคอย“เนื้อ 10 ชิ้น”“ค่ะ รอสั--- ด... เดฟ!?” เงยหน้าขึ้นมามองหลังจากวุ่นกับการทำอาหารจนต้องใช้เวทย์ [ควบคุม] ช่วย พอเห็นหน้าอีกฝ่ายเป็นอันต้องชะงักเมื่อตอนนี้สีผมจากสีฟ้ากลายเป็นสีกรมท่าแถมยังใส่ชุดเหมือนกับงานขอบคุณพระเจ้าครั้งนั้น ทำให้เป็นจุดสนใจไม่น้อย ส่วนใหญ่คิดว่าเขาเป็นลูกขุนนาง“โทษทีที่มาช้า พอดียัยนั่นไม่รู้จะแปลงตัวยังไง แถมพอจะมากลับติดธุระของพวกดรายแอดเลยมาไม่ได้น่ะ”ขำเล็กๆ “งั้นไว้จะทำของไปฝากคุณเทียร่าให้นะ”“ตกลงตามนั้น จะว่าไป...ข้าได้ยินมาว่าช่วงค่ำจะมีงานเต้นรำด้วยนี่ มีคู่เต้นรึยัง?”“ไม่มีหรอก คนที่โดนชวนส่วนก็เป็นคุณลีลีน่ากับคุณเมลน่ะ เอลฟ์สาวสวยใครๆก็อยากชวนจริงไหม?” “เห...”...นึกว่าเจ้าเงือกกับหมา 2 ตัวนั่นชวนแล้วซะอีก ไม่กล้านี่หว่า... “นี่ฟีเร นายรู้จักหมอนั่นรึเปล่า...?”“ไม่สักนิด... และก็ไม่อยากรู้จักด้วย...” หน้านิ่วคิ้วขมวดดูไม่พอใจ“เข้าใจ... ข้าก็พอกัน”เดฟไกส์เหลือบมองไลรอนกับฟีเรเล็กน้อยก่อนยกยิ้มมุมปากจนทั้งคู่แอบคิ้วกระตุก “งั้นเต้นรำกับข้าไหม?”“เอ๋? แต่ฉันเต้นรำไม่เป็นนะ”“ไม่เป็นไรหรอก ไม่ได้เต้นแบบเป็นทางการอะไรใช่ไหมล่ะ?”“มันก็จริงอยู่หรอก.... แต่ก็ได้จ้ะ” ยิ้มกว้างให้ “เอ้านี่ เนื้อชุบแป้งทอด ฉันแถมให้เพราะรู้ว่านายกินไม่พอแน่ๆ”“เยี่ยม! งั้นเดี๋ยวข้าขอไปสนุกในร่างมนุษย์นี่ให้เต็มที่ก่อนละกัน ไว้เจอกันตอนค่ำ” โบกมือให้ก่อนจะยกจานอาหารไปนั่งกินที่ต้นไม้หน้าบ้านเธอพอเห็นว่าเดฟไกส์ไปเพื่อนทั้ง 2 ที่ถูกกล่าวถึงเมื่อครู่รีบวิ่งมาหน้าร้านโดยไว “พริสทีน!! หมอนั่นใครน่ะ!”“!!” สะดุ้งโหยง “อ่า... เพื่อนสนิทน่ะจ้ะ เขาเป็นเพื่อนคนแรกของฉันน่ะ ทั้งแข็งแกร่งแล้วก็พึ่งพาได้ทุกเรื่องเลย”“ไอ้หมอนั่นเนี่ยนะเพื่อน!! ถ้าบอกว่าเป็นนักเลงข้ายังเชื่อกว่าอีก!”“นี่! จะว่าฉันก็ว่าไปแต่อย่าไปหาเรื่องคนอื่นจะได้ไหม! เขาไมได้ปากเสียจนน่าโมโหแบบนายสักหน่อย!!”ประโยคนี้ทำเอาอีกฝ่ายชะงักไปพอควร... “เอาน่า อย่าทะเลาะกันเลยดีกว่า” ตบบ่าเพื่อน “แล้วรู้จักกันมานานรึยัง?”“เอ... น่าจะเกือบเดือนได้แล้วล่ะ ทำไมเหรอ?” งงเล็กน้อยกับท่าทีของทั้งคู่“พวกเราเป็นห่วงน่ะ กลัวว่าจะโดนหาเรื่อง แล้วสรุปเขาเข้าไปคุยอะไรกับเจ้าล่ะ”“ไม่มีอะไรหรอก เดฟแค่มาชวนเต้นรำด้วยน่ะ”พูดจบไลรอนก็ชะงักตามเพื่อนสนิทไป “ระ...เหรอ...”“ถ้าไม่มีอะไรแล้งขอตัวทำงานก่อนนะ” รีบไปทำอาหารต่อก่อนลูกค้าโวยวายเมื่อท้องเปลี่ยนเป็นยามราตรีถึงช่วงเวลาสำคัญที่ทุกคนต่างก็รอคอย ทุกร้านต่างปิดตัวเพื่อมานั่งรับชมการแสดง พรึ่บ... คบเพลิงถูกจุดรอบเวทีใจกลางเมืองตามด้วยเสียงเพลงที่ถูกลีลีน่าบันเลง และร่างของชิอินะในชุดกิโมโนสีแดงยืนอยู่ใจกลางเวที แต่งหน้าทาปากเล็กน้อยและปล่อยผมยาวจนดูไม่ออกว่าเป็นเด็กผู้ชายทวงท่าการร่ายรำที่แสนงดงามจนสะกดสายตาของทุกคน โดยเฉพาะพริสทีนที่รู้ว่าการร่ายรำแบบนั้นเหมือนในเรื่องเล่าญี่ปุ่นสมัยก่อนที่มักจะมีการแสดงในโทรทัศน์แทบทุกครั้ง เธอเคยฝันเอาไว้ว่าอยากเห็นของจริงสักครั้ง และตอนนี้มันเป็นจริงแล้วทำเอากลั้นน้ำตาไม่ไหวเมื่อการแสดงจบลง คบเพลิงลุกโชนมากกว่าเดิมเป็นสัญญาว่าถึงช่วงเวลาสำคัญที่สุดของงานเทศกาลชมดอกไม้ครั้งนี้ ชิอินะเปลี่ยนจากการร่ายรำปกติ เริ่มเต้นเร็วขึ้นตามจังหวะ จินกับเมลต่างมาช่วยบรรเลงเพลงกันอย่างสนุกสนานจนใครหลายคนต่างลุกขึ้นมาเต้นรอบเวที“ไปเถอะ!” เดฟไกส์คว้ามือเธอวิ่งเข้าในกลุ่มคนทันที“ดะ เดี๋ยวสิ! ฉันไม่รู้ว่าต้องทำยังไงนะ!?”“ไม่เห็นจะเป็นไร แค่เต้นตามที่ใจอยากเต้น คนอื่นก็เต้นไม่เหมือนกันนี่”เด็กสาวหันไปมองรอบข้าง พวกพ่อค้า นักผจญภัย ทุกคนต่างเต้นตามที่ตนชอบมีทั้งแบบประหลาดจนทำทุกคนหัวเราะหรือแบบน่ารักสมวัย ไม่จำกัดว่าจะต้องเต้นแบบไหนทำให้หลายคนสนุกกันได้อย่างเต็มที่โดยไม่มีขีดจำกัดเด็กหนุ่มยื่นมือมาหา “มาเถอะ มาสนุกกัน”“...อื้ม!” จับมือคนตรงหน้าก่อนถูกอีกฝ่ายชักนำให้เต้นตามไปตามเสียงเพลง ถึงจะมีเต้นพลาดจนเกือบล้มก็จะถูกรับเอาไว้ก่อนเปลี่ยนเป็นท่าเต้นอื่นแทน ไม่พอยังโดนแกล้ง ถูกอุ้มจับหมุนไปมาจนเวียนหัว แต่ทั้งคู่ก็หัวเราะกันอย่างสนุกสนานงานเทศกาลครั้งนี้ถึงคนยังน้อย แต่ในภายภาคหน้าจะต้องมีผู้คนกลับมาเยี่ยมเยียนที่นี่เหมือนครั้งอดีตแน่นอนเรื่องข่าวลือเกี่ยวกับเด็กสาวผมสีเงินจากคนที่มางานอาจทำให้ผู้ได้ยินมองในแง่ดีขึ้นเล็กน้อยในขณะที่ไลรอนและฟีเรเต้นอยู่กับน้องสาวตนเอง ถึงจะสนุกแต่ส่วนลึกในใจก็ได้เรียนรู้อะไรบางอย่างจากงานเทศกาลครั้งนี้ว่า... ‘ใครเร็วใครได้’ และ ‘ถ้าไม่กล้าขอก็อดไป’ฝากไว้ก่อนเถอะ!!! ครั้งหน้าไม่ยอมพลาดแน่!!! ถ้าไม่ติดว่าเต้นกับน้องสาวพวกเขาคงตะโกนออกมา....