คุณพ่อยอดซุปเปอร์สตาร์ (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    ตอนที่ 59 :ได้รับคำชม

            ตอนที่ 59 :ได้รับคำชม

     

            “เหอปิซู ฉันประเมินความไร้ยางอายของนายต่ำเกินไปจริง ๆ ! ”

     

            เมื่อหลิวจือเซียที่เฝ้าอยู่ข้างคอมพิวเตอร์เห็นการตอบกลับของเหอปิซู ก็โกรธในทันใด

     

            จึงคลิก แล้วโจมตีต่อ

     

            “@เหอปิซู ที่นายบอกว่าต้นเดือน 6 นายมีหลักฐานไหมล่ะ ?แม้ว่านายจะโง่ แต่กรุณาอย่าคิดว่าเพื่อน ๆ นักอ่านจะโง่ตามด้วย !นายบอกว่ากลุ่มนักอ่านที่มาซื้อหนังสือ ‘นิทานก่อนนอนของเยว่เยว่’ต่างก็เป็นแฟนคลับของเฉินอี้เจี๋ย งั้นนายช่วยบอกฉันหน่อยสิว่าใครบอกนาย ?

     

            นายบอกว่าหนังสือนิทานของฉันเป็นแค่การเยาะเย้ยด้านมืดของสังคมงั้นฉันก็คงบอกได้แค่ว่า นายตาบอด ! มีดำก็ต้องมีขาว แล้วที่นายเห็นแค่ด้านดำนั่นก็เพราะจิตใจของนายที่ดำมืด

     

            สุดท้ายนี้ นายจำไว้ นายเป็นแค่นักเขียนนิทานสำหรับเด็กอย่างมากสุดก็เป็นแค่นักเขียนนิทานคนหนึ่ง นายคนเดียวไม่สามารถเป็นตัวแทนของนักเขียนนิทานส่วนใหญ่ได้ !

     

            การแบล็คเมล์ด้วยคำพูด เพื่อให้นักเขียนนิทานส่วนใหญ่เห็นด้วยกับนาย นายมันไม่คู่ควร !

     

            จำไว้ อย่าทำในสิ่งที่มันไร้ยางอายเกินไป ! ”

     

            หลิวจือเซียใช้วิธีการย้อนถาม มาโต้แย้งคำตอบของเหอปิซูเหล่านั้น

     

            นิทานเด็กสำหรับเด็กที่เต็มไปด้วยความไร้เดียงสาความคิดของเด็กนั้นบริสุทธิ์ที่สุดพวกเขาพาตัวเองเข้าสู่กลุ่มผู้ด้อยโอกาสในนิทานโดยไม่รู้ตัวหวังได้รับการช่วยเหลือ ได้รับการปกป้อง และมีจุดจบที่สวยงาม

     

            แต่เหอปิซูกลับเปลี่ยนหนังสือ ‘นิทานก่อนนอนของเยว่เยว่’เป็นวรรณกรรมที่โหดร้าย เขามีเจตนาอะไรกันแน่ ?

     

            “ใช่ ในโลกใบนี้มีทั้งดีและไม่ดี ถ้าไม่โหดร้ายแล้วจะปรากฏความดีออกมาได้ยังไง ? ”

     

            “เหอปิซูคนนี้ เป็นถึงนักเขียนนิทานเด็กคิดไม่ถึงว่าจะมีจิตใจโหดร้ายแบบนี้ ! ”

     

            “แต่ในหนังสือเล่มนี้มันก็มีภาพที่โหดร้ายอยู่จริง ๆ นะที่เหอปิซูพูดมันก็ถูก ! ”

     

            เดิมทีเพราะคำตอบของเหอปิซู นักอ่านบางส่วนก็เริ่มเอียงไปทางเขาแต่ตอนนี้เมื่อเห็นคำตอบของหลิวจือเซีย พวกเขาก็เริ่มคิดทบทวนอีกครั้ง

     

            ในระหว่างที่ทุกคนกำลังเฝ้ารอการโต้แย้งของเหอปิซูนั้นเวยป๋อของกระทรวงศึกษาขั้นพื้นฐาน หน่วยงานการศึกษาได้ขึ้นหัวข้อยอดนิยม :หนูน้อยหมวกแดงได้รับการคัดเลือกให้เป็นสื่อการเรียนการสอนขั้นพื้นฐานของเด็ก

     

            ด้วยหน่วยงานขนาดใหญ่แบบนี้จึงทำให้เว็บเวยป๋อที่โพสต์ใหม่นี้ขึ้นเป็นคำค้นหายอดนิยม

     

            “เซียเยว่นักเขียนนิทานรุ่นใหม่เขาได้รวบรวมนิทานทั้งหมดเอาไว้ใน ‘นิทานก่อนนอนของเยว่เยว่’มีนิทานสำหรับเด็กอย่างเรื่อง ‘หนูน้อยหมวกแดง’

     

            เนื้อเรื่องมีความทันสมัย ตัวหนังสือร้อยเรียงเข้าใจง่ายทำให้เด็ก ๆ ได้รับประสบการณ์และการผจญภัยของหนูน้อยหมวกแดงในระหว่างที่อ่านได้อย่างสมบูรณ์ประสบการแปลกใหม่นี้ เป็นสิ่งที่เด็ก ๆ ไม่สามารถพบเจอได้ในชีวิตจริง

     

            ในเรื่องราว หมาป่าสีเทาตัวร้ายปลอมตัวเป็นหญิงจอมเจ้าเล่ห์หนูน้อยหมวกแดงคือความเมตตา ใจดีและกล้าหาญเป็นภาพวาดที่แยกแยะความดีและความชั่วได้อย่างชัดเจน เห็นได้ชัดว่าเป็นความสามารถทางปัญญาที่คำนึงถึงเด็กๆ ให้เด็กได้ตั้งคำถามกับตัวเอง ถึงมุมมองความดีความชั่วโดยแท้จริง

     

            นิทานเรื่อง ‘หนูน้อยหมวกแดง’คือการสรรเสริญความกล้าหาญและความใจดีของหนูน้อยหมวกแดงเหยียดหยามความโลภและความจอมปลอมของหมาป่าสีเทาสอดคล้องกับจุดเด่นของจิตใจและความสามารถในการทำความเข้าใจของเด็ก

     

            หลังจากได้ปรึกษาหารือกับหน่วยงานการศึกษา จึงทำให้นิทานเรื่อง‘หนูน้อยหมวกแดง’ ได้เข้ามามีบทบาทในสื่อการเรียนการสอนขั้นพื้นฐานของเด็ก ! ”

     

             กระทรวงศึกษาขั้นพื้นฐานมีหน้าที่จัดทำเอกสารการเรียนการสอนขั้นพื้นฐานของการศึกษาระดับอนุบาลการศึกษาระดับประถม และการศึกษาระดับมัธยม

     

            และพูดได้ว่า นิทานเรื่อง ‘หนูน้อยหมวกแดง’กลายเป็นสื่อการเรียนการสอนภาคบังคับในบทเรียนของการศึกษาระดับอนุบาล

     

            “เวรเอ๊ย ฉันมองผิดไปหรือเนี่ย ? ”

     

            “ฮ่าฮ่าฮ่า นายยังกล้าพูดว่าหมาป่ากินคนในนิทาน‘หนูน้อยหมวกแดง’ แฝงความหมายด้านมืดได้อย่างไร้ยางอายตอนนี้ถูกตบหน้าแล้วใช่ไหมล่ะ ? ”

     

            “เยี่ยมไปเลย ! ถ้าฉันเดาไม่ผิด นิทาน ‘หนูน้อยหมวกแดง’เป็นนิทานเด็กเรื่องเดียวที่กลายเป็นสื่อการเรียนการสอนขั้นพื้นฐานของเด็กอนุบาล ?” 

     

            “เซียเยว่ผู้ยิ่งใหญ่ อย่าสนใจพวกไร้ยางอายเหล่านี้เลยให้พวกเขาหลงระเริงกันไปเถอะ ! ”

     

             กระทรวงศึกษาขั้นพื้นฐานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนี้ทำให้กลุ่มแฟนคลับของ ‘เซียเยว่’ ทั้งหมดต่างพากันคลุ้มคลั่งพวกเขาแชร์เวยป๋อนี้ออกไป ประกอบกับสภาพจิตใจของตัวเอง ไม่นานหน้าต่างบนเวยป๋อก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอย่างรวดเร็ว

     

            ทันทีที่เวยป๋อของกระทรวงศึกษาขั้นพื้นฐานออกตัวหลิวจือเซียก็ได้รับสายจากเกาจัวทันที

     

            “ฮ่าฮ่าฮ่า น้องหลิว ทุกอย่างได้รับการแก้ไขแล้ว ! ”น้ำเสียงของเกาจัวเต็มไปด้วยความตื่นเต้น “นิทานเรื่อง ‘หนูน้อยหมวกแดง’ รวมอยู่ในสื่อการเรียนการสอนขั้นพื้นฐานของเด็กอนุบาลดูสิว่าเหอปิซูจะกล้าสร้างเรื่องอีกไหม ! ”

     

            หลิวจือเซียเองก็เพิ่งได้อ่านเวยป๋อนี้เช่นกัน“เรื่องนี้เหอปิซูรนหาที่ตายเอง ครั้งนี้ไม่ต้องให้ฉันตบหน้าหงายหรอกเบื้องบนระบายอารมณ์ให้ฉันแล้ว ! ”

     

            “เจอไม้นี้เข้าไป เขาคงไม่กล้าต่อกรกับเบื้องบนแล้ว ! ”เกาจัวกลั้วหัวเราะ “หึหึ” แล้วพูดว่า “หลายปีที่ผ่านมาไม่เคยมีนิทานเรื่องไหนได้รับการคัดเลือกเป็นสื่อการเรียนการสอนของเด็กอนุบาลมาก่อนนายเป็นผู้ริเริ่มคนแรกเลยนะเนี่ย ! ”

     

            “พี่เกา ถ้าพี่ยังชมฉันอีก ฉันจะลอยขึ้นฟ้าแล้วนะ ! ”หลิวจือเซียพูดพลางหัวเราะเบา ๆ

     

            หลังจากวางสายของเกาจัวไป หลิวจือเซียก็อัพเวยป๋ออีกหนึ่งโพสต์“ขอบคุณ @ กระทรวงศึกษาขั้นพื้นฐาน มากนะครับ ผมแค่อยากให้นิทานที่ตัวเองเขียนสร้างความสนุกให้กับเพื่อนตัวน้อย ! ”

     

            “@เซียเยว่ มีมโนธรรม มีจิตสำนึก กดไลค์เลย ! ”

     

            เดิมทีที่หลินจือเซีย @ กระทรวงศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นเพียงมารยาทเท่านั้น คาดไม่ถึงว่าจะได้รับการกดไลค์จากกระทรวงศึกษาขั้นพื้นฐานจึงทำให้เขาดีใจมากกว่าเดิม

     

            ทันใดนั้นเวยป๋อของหลิวจือเซียที่กำลังโต้ตอบอยู่กับกระทรวงศึกษาขั้นพื้นฐานอยู่นั้นก็ได้แพร่สะพัดไปทั่วโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว

     

            เดิมทีคนที่ยืนอยู่ข้างเหอปิซูทั้งยังช่วยโจมตีหลิวจือเซียอย่างต่อเนื่องก่อนหน้านั้น ก็พากันนิ่งงันด้วยสีหน้าตกตะลึง

     

            แม้แต่กระทรวงศึกษาขั้นพื้นฐานก็ยังชื่นชมนิทาน‘หนูน้อยหมวกแดง’ สุดท้ายก็ยังมิวายชื่นชม ‘เซียเยว่’ เช่นนั้นหนังสือ‘นิทานก่อนนอนของเยว่เยว่’ ก็ไม่มีปัญหาแล้วสิ

     

            เวลานี้ เหอปิซูที่อยู่ในจิงฮัวซันนี่คลับ

     

            เมื่อเห็นแฟนคลับจำนวนมากหันมาปกป้องตัวเองแบบนี้อีกทั้งยังเห็นชาวเน็ตที่เข้าข้างเซียเยว่บนโลกอินเตอร์เริ่มลดลงเรื่อย ๆใบหน้าของเหอปิซูจึงได้แสดงสีหน้าลำพองใจออกมาอย่างอดไม่ได้

     

            “ฮ่าฮ่าฮ่า ก็แค่เด็กวัยรุ่น ถือซะว่าฉันขอไม่ตอบคำถามนี้ของนายนายมันน่ารังเกียจ ! ”

     

            เหอปิซูรู้ว่ายอดขายของหนังสือนิทานเล่มนี้ของเซียเยว่จะลดลงฮวบฮาบ แต่ ‘นิทานของแฮมเตอร์’ ของเขา ยอดขายน่าจะเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง !

     

            เป้าหมายของเขา ตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ก็เพื่อขายหนังสือเล่มใหม่ของตัวเองให้ได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งการได้เหยียบหน้าเซียเยว่ที่ได้ครอบตำแหน่งยอดนิยมหน้าใหม่ในช่วงสองสามวันที่ผ่านมาทำให้เขารู้สึกมีความสุขเป็นพิเศษ

     

            แต่ในตอนที่ชายผู้อวดดีคนนี้คิดว่าตัวเองนั้นได้รับเกียรติบัตรแห่งความสำเร็จอยู่ในกำมือนั้นเวยป๋อที่กำลังเป็นที่ยอดนิยมในการค้นหาก็ปรากฎขึ้นมาอีกครั้งเหมือนกับถูกพวกปากดีคนหนึ่งตบหน้าของเหอปิซูอย่างโหดเหี้ยม !

     

            ดัง “เพี๊ยะ ! ”

     

            “ฝ่ายการศึกษา กระทรวงศึกษาขั้นพื้นฐาน ? เซียเยว่ นี่มันอะไรกันว่ะเนี่ย ! ”

     

            รอยยิ้มบนใบหน้าของเหอปิซูแข็งทื่ออย่างฉับพลัน จากนั้นก็ค่อย ๆเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีเขียว และเปลี่ยนเป็นสีดำในที่สุด…ระหว่างที่เกิดการเปลี่ยนแปลง สีหน้าของเขาค่อย ๆ ดูแย่ลงเรื่อย ๆ

     

            ส่วนสมาชิกทั้งสี่คนที่ยืนอยู่ด้านหลังของเหอปิซูก็เห็นถึงความไม่ชอบมาพากลบางอย่าง

     

            ดูเหมือนพวกเขาจะช่วยคนผิด !

     

            …………………..

     

            คำค้นหายอดนิยมบนเวยป๋อของ กระทรวงศึกษาขั้นพื้นฐานได้ผลักดันหนังสือ ‘นิทานก่อนนอนของเยว่เยว่’ ไปทั่วโลกออนไลน์อีกครั้งเหมือนกับเรื่อง ‘การเดิมพัน’ ที่วิทยาลัยการละครฮัวเซียก่อนหน้านั้น

     

            ภายใน 3 ชั่วโมง ก็ทำให้แฟนคลับของ ‘เซียเยว่’ ทะลุถึง 1.2 ล้านและตัวเลขนี้ยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไม่มีทีท่าว่าหยุด

     

            เมื่อผ่านไปอีกสามวัน

     

            ระดับความยอดนิยมหนังสือ ‘นิทานก่อนนอนของเยว่เยว่’ก็ยังคงไม่ลดลง ไม่เพียงเท่านั้น แฟนคลับของ ‘เซียเยว่’ ยังเพิ่มสูงถึง 2.6 ล้านคนส่วนแฟนคลับของหลิวจือเซีย ตัวเลขได้คงที่อยู่ที่ 7.2 ล้านคน !

     

            ยอดการดาวน์โหลดทั้งสามเพลงของเพนกวินมิวสิคก็เกือบจะถึงจุดอิ่มตัวต้องขอบคุณการคัดเลือกของฮัวเซียนิววอยซ์ ยอดการดาวน์โหลดของทั้งสามเพลง รวมกันเกือบ 28 ล้านครั้ง นอกจากเพลง คุณพ่อจะไปไหน ?  ที่มียอดดาวน์โหลดอยู่ที่ 6ล้านครั้งแล้ว อีกสองเพลงที่เหลือก็ยังพุ่งสูงขึ้นถึง 11 ล้านครั้งทีเดียว

     

            วันนี้ ทันทีที่หลิวจือเซียมาถึงบริษัทหลางเวิ่นซิงก็ดึงตัวเขาไปยังห้องทำงานของตนทันที

     

            “จือเซีย นายรู้จักเซียเยว่ไหม ? ”หลางเวิ่นซิงจ้องเขม็งมาทางหลิวจือเซียครู่หนึ่ง ก่อนที่จะถามขึ้น

     

            หลิวจือเซียเลิกคิ้วสูง แล้วพูดว่า “รู้จักสิ ! ”

     

            “งั้นนายพูดความจริงกับฉัน เซียเยว่คนนี้คือนายใช่ไหม ? ” หลางเวิ่นซิงยิงคำถามตรงๆ

     

            ก่อนหน้านั้น หลิวจือเซี่ยได้ขอให้เฉินอี้เจี๋ยอัพเวยป๋อหลังเสร็จเรื่องก็บอกให้เก็บเป็นความลับ ดูท่าเธอคนนี้ยังไม่ได้บอกคนอื่น

     

            “ทำไมถามแบบนี้ ? ” หลิวจือเซียไม่ได้ตอบคำถามเขาตรง ๆ

     

            “ทำไม นายคิดว่าฉันโง่จริง ๆ หรือ ? ”

     

            หลางเวิ่นซิงพูดอย่างไม่สบอารมณ์“ห้องทำงานของนายมีชื่อว่าห้องทำงานเซียเยว่หนังสือนิทานรวมเล่มที่ขายออกไปมีชื่อว่า ‘นิทานก่อนนอนของเยว่เยว่’ก็ถ้าไม่ใช่นาย แล้วจะเป็นใคร ? ”

     

            “ไอหยา คาดไม่ถึงว่าพี่ซิงจะฉลาดขนาดนี้ ! ”หลิวจือเซียทำท่าทางเหลือเชื่อ จากนั้นก็พูดเยาะเย้ยว่า “ทำไม ทำไมจู่ ๆถึงมาถามเรื่องนี้กับผม ? ”

     

            “นายยังมีหน้ามาพูดอีกหรือ ? ” หลางเวิ่นซิงยกขาขึ้นมาทำให้เสื้อสูทที่รีดจนเรียบสะบัดพลิ้วไหวเล็กน้อย

     

            “สำหรับนายไม่ง่ายเลยที่กลายเป็นประเด็นยอดนิยมบนเวยป๋อเพราะเรื่องเหล่านี้ เก่งนะไม่ถึงสองวัน ก็ถูก ‘เซียเยว่’ เบียดจนตกอันดับได้ โชคดีที่เซียเยว่คนนี้คือนายถ้าเป็นคนอื่น ฉันบุกไปหาเขาถึงบ้าน แล้วจุดไฟเผาบ้านเขาแน่”

     

            “ต้องถึงขนาดนั้นเลย ! ” หลิวจือเซียจ้องเขม็ง“พี่เวอร์เกินไปมั้ง ? ”

     

            “เวอร์อะไรละ ? ” หลางเวิ่ยซิงเลิกคิ้วสูง “ถ้าเป็นคนอื่นเกรงว่าฉันคงเครียดกว่านี้ ในเมื่อเซียเยว่ก็คือนาย งั้นก็ดี”

     

            “เดี๋ยวนะ... พี่ซิง พี่คิดจะทำอะไร ? ” หลิวจือเซียเริ่มสับสน

     

            “ฉันเคยถามสำนักพิมพ์อี้ฮัวแล้วนิทานสำหรับเด็กทั้งหมดในหนังสือ ‘นิทานก่อนนอนของเยว่เยว่’ลิขสิทธิ์ทั้งหมดอยู่ในมือนาย”

     

            หลางเวิ่นซิงมองหลิวจือเซี่ย แล้วพูดว่า“ฉันต้องการซื้อลิขสิทธิ์ในการทำภาพยนตร์เรื่อง ‘ซินเดอเรลล่า’ ‘สโนไวท์’ และ‘หนูน้อยหมวกแดง’ ทั้งสามเรื่องนี้”

     

            “เรื่อง ‘หนูน้อยหมวกแดง’ ไม่ได้”หลิวจือเซี่ยโพล่งออกไปโดยไม่คิด

     

            “ว่าไงนะ ? ” หลางเวิ่นซิงคาดไม่ถึงว่าทันทีที่ตัวเองพูดจบจะถูกหลิวจือเซี่ยปฏิเสธไปแล้วหนึ่งเรื่อง

     

            “พี่ซิง เรื่อง ‘หนูน้อยหมวกแดง’ทางกระทรวงการศึกษาขั้นพื้นฐานนำไปใช้เป็นสื่อการเรียนการสอนการศึกษาขั้นพื้นฐานของเด็กอนุบาลแล้ว”หลิวจือเซียอธิบาย “พี่คงไม่อยากให้ใครบุกมาหาพี่ถึงที่นี่หรอกนะ ? ”

     

            หลังจากที่กระทรวงศึกษาขั้นพื้นฐานประกาศทางเวยป๋อหลิวจือเซี่ยก็ได้รับคำเชิญให้ไปที่นั่นเพื่อเซ็นสัญญา

     

            ซึ่งในสัญญานั้นได้ระบุไว้ว่า‘หลิวจือเซี่ยยังคงมีสิทธิ์ในเรื่องหนูน้อยหมวกแดงโดยสมบูรณ์แต่การทำภาพยนตร์และละครดัดแปลงของเรื่องหนูน้อยหมวกแดงต้องได้รับความยินยอมจากกระทรวงศึกษาขั้นพื้นฐานก่อน’

     

            “อย่างนี้นี่เอง ! ” หลางเวิ่นซิงลูบคางครุ่นคิด “งั้นก็เอาแค่‘ซินเดอเรลล่า’ และ ‘สโนไวท์’ ละกัน”

     

            หลิวจือเซียต้องการคำยืนยัน “พี่ซิงพี่อยากได้ลิขสิทธิ์ของภาพยนตร์  นั่นคือการสร้างภาพยนตร์ขึ้นมาจริงๆ ใช่ไหม ? ”

     

            หลางเวิ่นซิงพยักหน้า ใบหน้าแฝงไปด้วยความลำพองใจ “เป็นยังไง ?ถึงตอนนั้นก็ยกตัวละครหลักให้นายถือว่านายได้ก้าวเข้ามาสู่แวดวงภาพยนตร์ไปโดยปริยาย”

    คล้ายกับเรื่องคุณพ่อยอดซุปเปอร์สตาร์ (นิยายแปล) **จบแล้ว** ที่คุณอ่าน