“พวกนั้นจะคิดยังไงกับฉันแล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันด้วย?” ฉีอิ้นหรานตอบปัดอย่างไม่ใส่ใจเลยสักนิด
เจียงมั่วที่เห็นแบบนั้นก็ได้แต่เบะปากอย่างหมั่นไส้ นึกในใจว่า สมกับคำที่ว่า 'คนที่มีคนรักและตามใจมักจะทำตัวเอาแต่ใจได้เสมอ' จริง ๆ และพอทั้งคู่ไม่มีอะไรจะพูด บรรยากาศก็เงียบลงไปพักใหญ่ ก่อนที่เจียงมั่วจะพูดแก้เก้อขึ้นมา “ยังไงก็เถอะ เื่วันนี้... ขอบคุณนายมากนะ”
มุมปากของฉีอิ้นหรานกระตุกนิด ๆ น้ำเสียงแฝงความรำคาญอย่างปิดไม่มิด “ก็แค่เื่บังเอิญ อีกอย่าง ฉันไม่อยากให้เืสาดกระเด็นมาเลอะตัวหรอกนะ กลับไปต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าอีก วุ่นวายจะตาย”
เจียงมั่วเอียงร่มไปทางตัวเองมากขึ้น อดไม่ได้ที่จะกลอกตาใส่ แต่ยังไม่ทันที่เธอกับเขาจะเดินกลับถึงห้องเรียน แต่ก็มีคนมาตามให้พวกเขาไปที่ห้องฝ่ายวิชาการก่อน
เมื่อกู้เหลียนเห็นเจียงมั่วเดินเข้ามา เขาก็รีบกวักมือเรียกเธอเข้าไปหา เขาอยากแสดงความเป็ห่วงแต่ก็ไม่รู้จะเริ่มถามจากตรงไหน สุดท้ายเลยทำได้แค่ถามทื่อ ๆ ออกไปแทน “ไม่เป็ไรใช่ไหม?”
เจียงมั่วส่ายหัว
“เอาละ ในเมื่อมากันครบแล้ว... เจียงมั่ว เื่ที่ยกพวกตีกัน เธอจะอธิบายยังไง?” ผู้อำนวยการเฉินถือถ้วยชาเตรียมจะยกขึ้นดื่ม แต่คิดดูอีกทีก็วางลง ตอนนี้เขาหัวร้อนกับเื่นี้เอามาก ๆ
พอเหลือบไปเห็นฉีอิ้นหรานที่อยู่ข้าง ๆ ผู้อำนวยการเฉินก็ลอบครวญครางในใจ ถึงปกติเขาจะดูดุใส่ฉีอิ้นหรานอยู่บ่อย ๆ แต่ก็ไม่กล้าทำอะไรจริงจัง เพราะถึงอย่างไรนี่ก็คือลูกชายของประธานบอร์ดผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของโรงเรียน จะเรียกว่าเป็องค์รัชทายาทก็ไม่เกินจริงเลยสักนิด
“ยังจะต้องถามอะไรอีกคะ? คนพวกนั้นเป็นักเลงนอกโรงเรียน ไม่แน่ว่าเจียงมั่วอาจจะเผลอไปเหยียบเท้าใครเข้า พวกนั้นเลยตามมาล้างแค้นถึงโรงเรียนไงคะ!” ห่าวซือฉีเอ่ยปากพูดจิกกัดอยู่ข้าง ๆ จงใจป้ายความผิดให้เจียงมั่วั้แ่ต้น
ผู้อำนวยการเฉินขมวดคิ้วมองเจียงมั่ว ก่อนจะถามเพื่อความแน่ใจ “มันเป็แบบนั้นจริงเหรอ?”
แม้กระทั่งกู้เหลียนเอง พอได้ยินแบบนั้นก็หันมามองด้วยเช่นกัน
เจียงมั่วตวัดสายตามองห่าวซือฉี แววตานิ่งเรียบแต่แฝงความเยาะเย้ยก่อนจะแค่นหัวเราะ “ไม่ใช่อยู่แล้วค่ะ คนพวกนั้นห่าวซือฉีเป็คนพามาเอง เื่นี้ฉีอิ้นหรานเป็พยานได้”
คนในห้องฝ่ายวิชาการหันไปมองฉีอิ้นหรานเป็ตาเดียว ซึ่งเขาก็เพียงแค่พยักหน้ารับเบา ๆ
ส่วนห่าวซือฉีเมื่อเห็นแบบนั้นก็กำหมัดแน่น ในใจนึกไปด้วยว่า ่นี้ฉีอิ้นหรานโดนเจียงมั่วทำเสน่ห์ใส่หรือไง ถึงได้เข้าข้างหล่อนทุกเื่ ถ้าเป็เมื่อก่อนล่ะก็ ฉีอิ้นหรานแทบจะไม่ปรายตามองด้วยซ้ำ มีหรือจะยอมเจ็บตัวรับแทนคนอื่น? คราวนี้เธอซวยจริง ๆ แล้ว ทำเอาเธอพลอยซวยไปด้วยเลย
คิดไปคิดมาห่าวซือฉีก็รีบหาข้อแก้ตัวทันที “ใช่ คนพวกนั้นหนูพามาเอง แต่หนูโดนพวกเขาขู่มาต่างหาก! เจียงมั่ว ยังไงคนที่ก่อเื่ก็คือเธอไม่ใช่หรือไง? แถมคุณชายฉียังต้องมาเจ็บตัวเพราะเธออีก”
พูดจบ ห่าวซือฉีก็แอบชำเลืองมองไปทางกู้เหลียนอย่างกระหยิ่มใจ ผู้ชายที่ไหนจะชอบผู้หญิงที่วัน ๆ เอาแต่ตบตีกับคนอื่นล่ะ? ขอแค่ทำลายภาพลักษณ์ของเจียงมั่วในสายตาของกู้เหลียนได้ ก็นับเป็ความสำเร็จอย่างหนึ่งแล้ว ถ้ากู้เหลียนเริ่มเกลียดเจียงมั่ว วันที่เขาจะเขี่ยหล่อนทิ้งคงอยู่อีกไม่ไกล
แต่ในวินาทีนั้น เจียงมั่วกลับยกมุมปากขึ้นยิ้มแล้วพูดว่า “แต่ฉันจำได้ว่าเธอเป็คนลงมือก่อนนะ แล้วก็ห่าวซือฉี... เธอโกหกอะไรไว้ ลืมอะไรไปหรือเปล่า?”
ห่าวซือฉีได้แต่ทำหน้างงเป็ไก่ตาแตก “เธอคิดจะแก้ตัวอะไรอีก?”
แววตาของหล่อนเริ่มลอกแลกจนต้องกลอกขึ้นเสียงสูงเพื่อกลบเกลื่อนพิรุธของตัวเอง
เจียงมั่วยังคงนิ่งสงบ ใบหน้าไม่มีแววตื่นตระหนกเลยสักนิด “ผู้อำนวยการเฉินคะ หนูจำได้ว่าในห้องเรียนทุกห้องมีกล้องวงจรปิดใช่ไหมคะ? แทนที่จะมานั่งฟังพวกเราเถียงกัน สู้คุณเปิดกล้องวงจรปิดดูเลยไม่ดีกว่าเหรอ? จะได้รู้ความจริงกันไปเลย?”
ได้ยินดังนั้น ห่าวซือฉีก็ถึงกับหน้าถอดสี มิน่าล่ะ ยัยเจียงมั่วถึงยื้อเวลาไม่ยอมออกจากห้องเรียน ที่แท้วางแผนตลบหลังไว้ตรงนี้นี่เอง! ส่วนฉีอิ้นหรานก็ได้เหลือบมองเจียงมั่ว มุมปากเขายกขึ้นบางเบาจนแทบสังเกตไม่เห็น
ผู้อำนวยการเฉินสั่งเปิดกล้องวงจรปิดทันที ส่งผลให้ทุกคนในห้องรุมล้อมเบียดเข้ามาจับจ้องที่หน้าจออย่างใจจดใจจ่อ จนกระทั่งวิดีโอชวนลุ้นระทึกความยาวไม่กี่นาทีเล่นจบลง
หลังจากดูจบ เจียงมั่วก็ลอบดีใจในใจลึก ๆ ในคลิปเธอซัดคนอื่นได้ดุเดือดขนาดนั้น ไม่มีมาดกุลสตรีรักนวลสงวนตัวเลยสักนิด กู้เหลียนเห็นแล้วต้องรับไม่ได้แน่ ๆ คราวนี้ค่าความประทับใจต้องลดฮวบแน่นอน!
ทว่า ดีใจได้ไม่ถึงสามวินาที เสียงประกาศของระบบก็ดังขึ้นแทรกขึ้นมาขัดเสียก่อน
[ติ๊ง~ อัปเดตความคืบหน้าค่าความประทับใจ]
[กู้เหลียน : 13]
[กู้โย่ว : -65]
[กู้อวี๋ : -50]
[โฮสต์มีเสน่ห์ล้นเหลือขึ้นเรื่อย ๆ เลยนะคะเนี่ย ยินดีด้วยนะคะโฮสต์~]
เจียงมั่วถึงกับช็อกจนหน้าค้าง ทำไมมันเด้งขึ้นมาอีกแล้วล่ะเนี่ย?! เธอหันไปมองกู้เหลียนโดยสัญชาตญาณ ก็เห็นเขากำลังมองเธอด้วยสายตาเอ็นดูระคนชื่นชมแบบสุด ๆ ผีเข้าหรือไง! สายตาแบบนั้นมันหมายความว่ายังไง? มันควรจะเป็สายตาผิดหวังในตัวเธอไม่ใช่เหรอ?!
ห่าวซือฉีที่มองคนทั้งสองคนอยู่ พอเห็นแบบนั้นก็โมโหจนอกแทบะเิ บ้าเอ๊ย! สองคนนี้เริ่มส่งสายตาให้กันอีกแล้ว!
ผู้อำนวยการเฉินถือกระบอกน้ำเก็บอุณหภูมิของเขา หมุนเปิดฝาแล้วก็ปิดอยู่แบบนั้น... สุดท้ายก็ตบโต๊ะดังปัง “ห่าวซือฉี เธอนี่มัน... เดี๋ยวนี้ชักจะเอาใหญ่แล้วนะ ถึงขั้นกล้าพาคนนอกเข้ามาทำร้ายเพื่อนร่วมห้อง ตามกฎโรงเรียนเธอต้องโดนไล่ออก!”
พูดจบเขาก็รีบหันไปมองปฏิกิริยาของฉีอิ้นหราน พอเห็นว่าฉีอิ้นหรานไม่ได้มีสีหน้าไม่พอใจอะไร ถึงได้ลอบถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก
แต่ห่าวซือฉีกลับไม่ได้สะทกสะท้านกับคำด่าของผู้อำนวยการเฉินเลยสักนิด หล่อนทำท่ารำคาญใจ ก่อนจะสะบัดหน้าหนีมือที่ชี้มาของผู้อำนวยการเฉิน แล้วขยับไปยืนข้าง ๆ พลางกดโทรศัพท์โทรออกทันที
“ฮัลโหล พ่อคะ หนูมีเื่ที่โรงเรียนนิดหน่อย ถ้าพ่อว่างก็ช่วยบริจาคเงินสร้างสนามกีฬาให้โรงเรียนด่วนเลยนะคะ มาช่วยเคลียร์เื่ให้หนูหน่อย!”
ผู้อำนวยการเฉินถึงกับเป็ใบ้กิน พูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว เป็แบบนี้ทุกทีเลย! ยัยห่าวซือฉีคนนี้ พอสร้างเื่ทีไรก็ชอบให้ที่บ้านมาบริจาคสนามโรงเรียน ไม่ก็บริจาคสิ่งอำนวยความสะดวกตลอด จนเขาอายเกินกว่าจะลงโทษหนัก ๆ เพิ่มเงินอีกหน่อยก็สร้างโรงเรียนเองได้แล้วมั้ง!
แต่การที่มีสนามกีฬามาให้ฟรี ๆ แบบนี้ก็น่าสนใจมากจริง ๆ นั่นแหละ ทว่า ทางฝั่งฉีอิ้นหรานเขาก็ข้ามหัวไม่ได้เหมือนกัน “ฉีอิ้นหราน มือเธอไม่เป็ไรใช่ไหม?” ผู้อำนวยการเฉินถามพลางถูมือไปมาด้วยความโลภ
“ไม่ใช่เื่ใหญ่อะไรหรอกครับ แค่กระดูกร้าวเอง” ฉีอิ้นหรานพูดหน้าตาเฉย แต่ผู้อำนวยการเฉินกลับรู้สึกเหมือนมีหินหนัก ๆ หล่นทับอก
โครงการสนามกีฬาทำท่าจะล่มซะแล้ว...
“งั้นเราไปตรวจซ้ำที่โรงพยาบาลใหญ่ดีไหม? กระดูกร้าวนี่จะชะล่าใจไม่ได้นะ” ผู้อำนวยการเฉินยังพูดไม่ทันจบ ก็ถูกสายตาเย็นะเืของฉีอิ้นหรานจ้องกลับมา
“ไม่ต้องครับ”
ผู้อำนวยการเฉินรีบหุบปากฉับ ดูท่าทางคราวนี้องค์รัชทายาทจะฉุนขาด ต่อให้เอาสนามกีฬามาแลกก็ช่วยห่าวซือฉีไม่ได้แล้ว
ในจังหวะที่เขากำลังจะอ้าปากปฏิเสธห่าวซือฉีอย่างเด็ดขาด ก็ได้ยินฉีอิ้นหรานพูดขึ้นมาลอย ๆ อีกว่า “พาคนนอกมาก่อความวุ่นวาย อย่างน้อยก็ต้องโดนทัณฑ์บนตัดคะแนนความประพฤติใช่ไหมครับ?”
ผู้อำนวยการเฉินดีใจจนเนื้อเต้น รู้สึกเหมือนเห็นทางสว่างรีบรับคำทันที “แน่นอนอยู่แล้ว เื่นี้ต้องโดนทัณฑ์บนสถานหนักด้วย!”
“ผู้อำนวยการเฉินคะ!” ห่าวซือฉีเริ่มไม่พอใจ
และเมื่อผู้อำนวยการเฉินได้ยินห่าวซือฉีทำท่าจะขัด เขาก็ถลึงตาใส่หล่อนก่อน “ห่าวซือฉี ก่อเื่แล้วยังจะมีหน้ามาเถียงอีกเหรอ? บทลงโทษไม่ใช่ของในตลาดที่เธอจะมาต่อรองราคาได้ตามใจชอบนะ!? วันจันทร์หน้าตอนเข้าแถวเช้า เธอต้องออกไปยืนอ่านใบสำนึกผิดต่อหน้าคนทั้งโรงเรียน!”
ทางด้านกู้เหลียน เขาหันไปมองฉีอิ้นหรานพลางขมวดคิ้วแน่น ตระกูลฉีคนนี้... คงไม่ใช่ตระกูลฉีที่เขาคิดหรอกใช่ไหม? บ้านตระกูลฉีแห่งจิงเฉิง ขนาดบ้านตระกูลกู้เห็นยังต้องก้มหัวเรียกว่าพี่ใหญ่เลย บุญคุณครั้งนี้ถือว่าไม่น้อยเลยทีเดียว
พอรู้ตัวว่าโดนกู้เหลียนจ้องอยู่ ฉีอิ้นหรานก็เลิกคิ้ว “มีอะไรหรือเปล่าครับ?”
กู้เหลียนลดสายตาลงและพยักหน้า น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นอบน้อมขึ้นโดยไม่รู้ตัว “คุณชายฉีใช่ไหมครับ? เื่วันนี้ขอบคุณมากนะ เอาเป็ว่าเย็นนี้หลังเลิกเรียน ผมกับเจียงมั่วขอเป็เ้ามือเลี้ยงข้าวคุณสักมื้อดีไหม?”
ฉีอิ้นหรานโตมาในบ้านตระกูลฉี เื่มารยาททางสังคมพวกนี้เขารู้ทันหมด มองปราดเดียวก็เดาออกว่ากู้เหลียนกำลังคิดอะไรอยู่ เขาจึงปฏิเสธไปตรง ๆ โดยไม่เสียเวลาคิด เื่บุญคุณน่ะ ติดค้างไว้แบบนี้แหละดีที่สุดแล้ว
กู้เหลียนไม่เซ้าซี้ต่อ เขาหันไปกำชับเจียงมั่วสองสามคำ บอกให้วันหลังทำตัวดี ๆ กับฉีอิ้นหรานหน่อย จากนั้นก็ขอตัวกลับ
ทว่า เดินออกจากห้องไปได้ไม่กี่ก้าว ก็เจอกู้หลิงเยว่ที่มารออยู่ก่อนแล้ว หล่อนรีบวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหา ทำท่าทางเป็ห่วงเป็ใยเจียงมั่วเหลือเกิน “พี่ใหญ่ น้องเจียงมั่วโตมาข้างนอกเลยป่าเถื่อนจนติดนิสัยมาบ้าง ฉันเชื่อว่าเธอไม่ได้ตั้งใจจะไปชกต่อยกับใครหรอก พี่อย่าไปดุเจียงมั่วนักเลยนะ โอเคไหมคะ?”