ภายในถ้ำบรรยากาศเต็มไปด้วยความอึมครึม ขณะที่ทุกคนหันมองหน้าลูกหมาป่าตัวนี้ไปพลาง สลับกับหันมองหน้าคนอื่นๆไปพลางอยู่นั้นเอง เสียงของหลงยู่หมิงก็พลันดังเข้ามาให้เทียนฉินได้ยิน
"เจ้าเก็บลูกหมาป่าตัวนี้ไว้กับตัวเถอะ วันข้างหน้ามันจะเป็นประโยชน์กับตัวเจ้ามาก!"
เทียนฉินขมวดคิ้วเป็นปมพลางส่งกระแสจิตถามกลับไปด้วยความสงสัย
"ทำไมอาวุโสหลงถึงคิดเช่นนั้นเล่า?"
"เพราะมันเป็นลูกของสัตว์อสูรที่ปลุกสายเลือดได้แล้วอย่างไรล่ะ..."
จากนั้นหลงยู่หมิงจึงได้อธิบายถึงการปลุกสายเลือดให้เทียนฉินได้เข้าใจ ปกติแล้วสัตว์อสูรทั่วไปไม่อาจจะปลุกสายเลือดให้ตื่นขึ้นมาได้ หรือถึงได้ก็มีโอกาสน้อยมากในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ ทำให้พวกมันเป็นได้แค่สัตว์อสูรที่มีสายเลือดธรรมดาเท่านั้น
และในสมัยโบราณกาลสัตว์อสูรบางตัวก็มีการผสมพันธุ์ข้ามสายพันธุ์ สัตว์อสูรพวกนั้นเรียกว่าสัตว์อสูรเลือดผสม ยิ่งสายเลือดของพวกมันแข็งแกร่งเท่าไหร่ โอกาสที่จะปลุกสายเลือดให้ตื่นขึ้นก็มีมากกว่าสายเลือดธรรมดา
ส่วนสัตว์อสูรที่มีสายเลือดศักดิ์สิทธิ์อย่างหลงยู่หมิงที่เป็นมังกรโลกันตร์นั้นยิ่งหาได้ยากมากในยุคนี้ เพราะตั้งแต่สงครามครั้งก่อนสัตว์อสูรที่มีสายเลือดศักดิ์สิทธิ์ ล้วนแล้วแต่ถูกสังหารไม่ก็ถูกจับไปเป็นทาสจนหมดสิ้น ไม่มีโอกาสได้สืบทอดสายเลือดโดยธรรมชาติอีกต่อไป
แต่กับลูกหมาป่าตัวน้อยนี้ มันถือกำเนิดขึ้นมาจากพ่อแม่ที่ปลุกสายเลือดให้ตื่นขึ้นมาได้ ทำให้สายเลือดของมันบริสุทธิ์ยิ่งนัก ที่สำคัญสายเลือดของมันถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาตั้งแต่ถือกำเนิดแล้ว จึงถือได้ว่าเป็นสัตว์อสูรที่หาได้ยากมาก
"ในอนาคตมันอาจจะสามารถพัฒนาสายเลือดจนกลายเป็นสัตว์อสูรที่มีสายเลือดศักดิ์สิทธิ์ก็เป็นได้!"
เสียงของหลงยู่หมิงยังดังก้องอยู่ในห้วงจิตวิญญาณของเทียนฉิน ทำให้ใบหน้าของเขาตอนนี้ทั้งสับสนทั้งตื่นเต้นเป็นอย่างมาก จนกระทั่งจงลู่อันหันมาสังเกตุเห็น จึงได้เอ่ยปากทักอย่างสงสัย
"มีอะไรผิดปกติอย่างนั้นหรือน้องเทียน?"
"หือ!"
เทียนฉินหันขวับมาทางจงลู่อันอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว เมื่อเห็นสายตาของทุกคนจ้องมองมาเหมือนรอคอยคำตอบ เทียนฉินจึงได้รวบรวมความคิดก่อนจะเอ่ยบอกกับทุกคน
"ลูกสัตว์อสูรตัวนี้ข้าขอไปเลี้ยงแล้วกัน!"
"หือ! เจ้านี่นะจะเลี้ยงสัตว์อสูร!"
"เท่าที่ข้ารู้เจ้าไม่ใช่คนรักสัตว์เลยนี่หน่า!"
จงลู่อันได้ยินก็ตกใจอยู่ไม่น้อย ก่อนจะเอ่ยหยอกล้อขึ้นมาทันที
เทียนฉินไม่ต่อล้อต่อเถียงด้วยหันไปถามคนอื่นอีกครั้ง
"แล้วพวกเจ้าล่ะ! มีใครสนใจลูกสัตว์อสูรตัวนี้หรือเปล่า?"
เสิงเจิ้นจู้ส่ายหน้าปฎิเสธเป็นคนแรก ก่อนที่คนอื่นไปจะส่ายหน้าปฎิเสธตามทั้งๆที่ยังงงๆอยู่
เทียนฉินละสายตาจากพวกเขาก่อนเดินไปทางลูกสัตว์อสูรตัวนั้น แต่ในขณะที่เขากำลังก้มตัวลงไปจับมันมา ลูกสัตว์อสูรก็กระโดดหลบก่อนวิ่งหนีไปทางกองกระดูกที่อยู่ข้างๆอย่างรวดเร็ว
หลังจากที่ไล่จับอยู่หลายครั้งแต่ก็ยังจับไม่ได้ เทียนฉินพลันทำหน้าเจื่อนก่อนหันมาทางจงลู่อัน ก็เห็นว่าแต่ละคนยืนอมยิ้มแววตาหยอกล้อ จึงรู้สึกเขินอายเล็กน้อยพลางเอ่ยออกมาอย่างไม่เต็มปากนัก
"พวกเจ้าช่วยข้าจับมันหน่อยได้รึเปล่า?"
"ฮ่าๆ! แค่ลูกสัตว์อสูรตัวเดียวกลับทำให้ระดับก่อกำเนิดขั้นสูงสุดจนปัญญาเลยหรือนี่!"
จงลู่อันหลุดขำออกมาเสียงดัง แต่ก็ยังพุ่งไปทางกองกระดูกที่ลูกสัตว์อสูรนั้นเข้าไปหลบ โดยคิดว่ามันเป็นเรื่องง่ายๆเท่านั้นเอง แต่ในขณะที่จงลู่อันกระโดดจะตะครุบตัวมันได้อยู่แล้ว ลูกสัตว์อสูรราวกับมีประสาทสัมผัสที่ยอดเยี่ยม มันกระโจนตัวหลบมาก่อนวิ่งหลบหนีไปอีกทางอย่างง่ายดาย
โครม!
จงลู่อันหยุดตัวเองไม่ทันพุ่งเข้ากระแทกกองกระดูกจนกระจัดกระจายเกลื่อนไปทั่ว เสิงเจิ้นจู้และอีกสองคนต่างกลั้นขำไม่ไหวหัวเราะออกมาเสียงดัง จนทำให้จงลู่อันรีบลุกขึ้นมาก่อนทำท่าหงุดหงิดพร้อมกับตะโกนบอกคนอื่นอย่างโมโห
"พวกเจ้ามัวแต่ยืนหัวเราะกันอยู่นั่นล่ะ มาช่วยกันจับลูกสัตว์อสูรตัวนี้เลย!"
ถึงแม้ทุกคนต่างคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่ได้สำคัญเท่าไหร่ แต่ก็ยังพากันเข้ามารุมล้อมจับลูกหมาป่ากันโดยไม่ปริปากบ่น เพียงแต่ไม่นานทุกคนจึงได้รู้ว่าลูกหมาป่าตัวนี้ว่องไวเกินไป จากสีหน้ายิ้มแย้มก็เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด ก่อนจะค่อยๆระเบิดอารมณ์ออกมาอย่างโมโหทีละคน
"จะหนีไปไหนไอ้ลูกหมา!"
"ย้ากก! ข้าจะฆ่ามัน?"
"ให้ข้าตัดขามันเถอะ!"
"หยุดนะเจ้าลูกหมา!"
ฯลฯ....
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่แล้ว แต่ทั้งห้าคนต่างนั่งเหยียดขาหายใจเหนื่อยหอบ บ้างก็ล้มตัวลงนอนอย่างหมดแรง เทียนฉินนั่งลูบหัวลูกสัตว์อสูรตัวนั้นพลางพินิจพิเคราะห์มันอย่างละเอียดอีกครั้ง
ขนสีขาวปุกปุยนุ่มมือเมื่อยามสัมผัส ดวงตากลมโตสีฟ้าที่จ้องมองมาด้วยความขี้เล่น ทำให้เทียนฉินรู้สึกถูกชะตาอยู่บ้าง จึงสื่อสารกับมันด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
"ต่อไปนี้เจ้าชื่อว่าเสี่ยวไป๋ก็แล้วกัน!"
ลูกสัตว์อสูรเหมือนกับจะชื่นชอบชื่อที่เทียนฉินตั้งให้ มันแลบลิ้นขึ้นเลียที่มือของเขาพร้อมกับส่ายหางไปมา
"เจ้าจะทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรตัวนี้เลยไหม? ข้าจะสอนเจ้าเอง!"หลงยู่หมิงส่งกระแสจิตบอก
"หืม! อาวุโสหลงรู้จักวิธีผูกพันธสัญญากับสัตว์อสูรด้วยหรือ?"
เทียนฉินเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ เรื่องพันธสัญญาเขาเคยได้ยินมาอยู่บ้าง ว่ามีบางกลุ่มที่เชี่ยวชาญการฝึกสัตว์อสูรจนสามารถนำมาต่อสู้ร่วมกับตนเองได้ ซึ่งสัตว์อสูรส่วนใหญ่ที่พวกเขานำมาฝึกฝนนั้น ล้วนดุร้ายและมีสัญชาตญาณที่เฉียบคม ทำให้บางครั้งผู้ฝึกอสูรเองได้รับบาดเจ็บจากความดุร้ายของสัตว์อสูร จึงเป็นสาเหตุให้พวกเขาคิดหาวิธีควบคุมมัน นั่นจึงเป็นที่มาของการผูกพันธสัญญาขึ้น
เมื่อสัตว์อสูรได้ผูกพันธสัญญากับคนๆนั้นแล้ว มันจะเชื่อฟังคำสั่งไม่มีทางแว้งกัดเจ้าของได้อีก การฝึกฝนก็จะทำได้โดยง่าย บางครั้งในการต่อสู้สัตว์อสูรที่ฝึกฝนถึงขั้นยอมตายแทนได้เลยก็มี หากผู้ฝึกกับสัตว์อสูรตัวนั้นมีความผูกพันกันมาก....
ในห้วงจิตวิญญาณของเทียนฉินพลันปรากฏวิธีการผูกพันธสัญญาขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เมื่อเขาหลับตาทำความเข้าใจ ก็พบว่าวิธีผูกพันธสัญญานี้ มีความคล้ายคลึงกับการจารึกอักษรอยู่พอสมควร เพียงแค่ว่าการผูกพันธสัญญาจำเป็นต้องใช้เลือดของคนๆนั้น วาดตัวอักษรแล้วประทับลงไปที่ตัวของสัตว์อสูร ไม่เหมือนกับการจารึกอักษรที่ใช้เพียงพลังจิตวิญญาณ วาดอักขระลงไปบนสิ่งของก็สร้างเป็นค่ายกลขึ้นมาได้
"หรือนี่คือค่ายกลประทับวิญญาณรูปแบบหนึ่งกัน!"
เทียนฉินอุทานขึ้นมาในใจเมื่อนึกถึงตอนที่เขาเข้าไปในสุสานของผู้พิทักษ์หัวพยัคฆ์ ตราประทับที่กักขังปีศาจนอกรีตตนนั้นก็มีรูปแบบคล้ายคลึงอยู่บ้าง
"อย่างที่ข้าเคยบอกเจ้านั่นล่ะ การจารึกอักษรนั้นมีรูปแบบที่หลากหลาย ขึ้
นอยู่กับผู้จารึกว่าจะคิดค้นประดิษฐ์ตัวอักษรให้ออกมาในรูปแบบไหนเท่านั้นเอง!"
จบตอนที่ 181