เจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain)

    บทที่ 71: ตัวการสำคัญ 1 (Principal Part 1)

    “ในช่วงระหว่างนั้นเอง พวกข้าทั้งสองต่างก็คอยออกตามหาเบาะแสเพื่อไล่ล่านางเทวีอสูรฯ ที่คาดว่าน่าจะแฝงตัวอยู่ในยุคอนาคต ซึ่งเป็นยุคปัจจุบันสำหรับเจ้าหญิงฮิเมรากิกับเจ้าหญิงฮิเมโยโกะที่ได้กลับชาติมาเกิดอีกครั้งเป็นยูกินะกับสึบากิ”โทโมเอะยังคงเอ่ยเล่าเรื่องราวในอดีตในขณะที่ยังอยู่บนเรือสำเภาที่กำลังมุ่งหน้าไปยังเกาะโอมิชิมะ“หลังจากที่อาศัยอยู่ในศาลเจ้าอินาริมาได้สักระยะ ข้ากับพี่โทโมเอะก็ได้รับเบาะแสเกี่ยวกับเจ้านางเทวีอสูรฯ นั่น” คิทสึเนะเล่าเรื่องราวต่อจากโทโมเอะ ผู้เป็นเสมือนพี่สาวณ เมืองเกียวโตที่ถูกปกคลุมไปด้วยท้องฟ้าในยามสนธยา ก็ได้มีนกอินทรีย์ตัวหนึ่งบินมาถึงที่ศาลเจ้าอินาริ และได้ส่งสารบางอย่างให้กับโทโมเอะ ซึ่งแท้จริงแล้ว นกอินทรีย์ตัวนั้นเกิดจากลูกธนูเวทย์ที่ยิงออกมาจากกระบี่คันศรนิเมียว โนะ ยูมิซึรุกิของโทโมเอะ ซึ่งประกอบไปด้วยดาบโค้งไดโทเร็นกับคาบโค้งโชโตเร็น“เข้าใจแล้ว เหนื่อยหน่อยนะ”จากนั้น นกอินทรีย์ที่กำลังเกาะที่บริเวณข้อมืองามของโทโมเอะก็ได้เลือนหายไป โทโมเอะจึงยิงธนูเวทย์ลงไปที่พื้นเจ็ดนัดเป็นการสร้างชิคิงามิขึ้นมาเป็นมิโกะบริวารทั้งเจ็ด“เดี๋ยวข้ากับคิทสึเนะจะออกไปทำธุระข้างนอกแป๊บ ช่วยฝากดูแลศาลเจ้าแทนพวกข้าที”“รับทราบเจ้าค่ะ” มิโกะบริวารทั้งเจ็ดกล่าวตอบรับคำสั่งกับโทโมเอะผู้เป็นนาย“รีบไปกันเถอะคิทสึเนะ”จากนั้น คิทสึเนะก็รีบชักดาบเคนเมียวเร็นออกมาแล้วคาบไว้ที่ปากเพื่อกลายร่างเป็นภูติพิทักษ์จิ้งจอกคมดาบทันที โทโมเอะรีบขึ้นขี่บนหลังจิ้งจอกคมดาบอันเป็นภูติพิทักษ์ประจำกายของเธอ ก่อนที่พวกเธอทั้งสองจะรีบบินออกไปจากศาลเจ้า เพื่อตามล่านางเทวีอสูรฯ ตามตำแหน่งเบาะแสที่เธอได้รับมาจากนกอินทรีย์ส่งสารจากลูกธนูเวทย์ที่เธอยิงออกมา จนพวกเธอทั้งสองได้มาเจอกับนางที่กลางอากาศในร่างของพญาจิ้งจอก 9 หางที่มีขนาดใหญ่มโหฬารเท่ากับช้าง และทั้งสองฝ่ายต่างก็เข้าเผชิญหน้ากันที่กลางอากาศทางด้านพญาจิ้งจอง 9 หางนั้น เมื่อได้เห็นโทโมเอะกับคิทสึเนะกำลังไล่ตามเข้ามาก็ไม่รอช้า จึงรีบหันหลังกลับก่อนที่มันจะพ่นลูกไฟขนาดใหญ่ออกมา โทโมเอะที่นั่งอยู่บนหลังจิ้งจอกคมดาบก็ได้น้าวกระบี่คันศรออกมา ก่อนที่เธอจะยิงธนูเวทย์ออกมาเป็นลูกไฟขนาดใหญ่เข้าปะทะกัน จนเกิดแรงระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นกึกก้องไปทั่วท้องนภา แรงระเบิดนั้นได้แผ่กระจายออกมาในวงกว้างโทโมเอะยิงธนูเวทย์ออกมาเป็นคลื่นดาบชนิดติดตามจำนวน 15 นัด โจมตีใส่ร่างพญาจิ้งจอก 9 หางจนร่วงลงสู่ผืนป่าที่อยู่เบื้องล่าง ทางด้านโทโมเอะกับคิทสึเนะก็รีบร่อนลงไปตามทิศทางของมันทันทีทางด้านพญาจิ้งจอก 9 หางนั้นก็ได้กลับคืนสู่ร่างนางเทวีอสูรฯ ด้วยความที่นางเป็นถึงเทพีแห่งปรโลกและความตาย ร่างของนางจึงได้รับการฟื้นฟูบาดแผลจนหายกลับมาเป็นปกติเพียงแค่ไม่กี่เสี้ยววินาทีเท่านั้น ทันใดนั้น ก็ได้มีลูกธนูเวทย์ถูกยิงออกมาจากเงามืดเฉียดเข้าที่ใบหน้าของนางเทวีอสูรฯ แต่ถึงกระนั้น นางก็สามารถหลบมันได้อย่างหวุดหวิด“ไม่อยากจะเชื่อเลยนะ ว่าพวกเจ้าทั้งสองจะสามารถตามข้ามถึงที่นี่ได้”“เจ้าหนีไม่รอดแล้ว นางเทวีอสูรฯ คราวนี้หล่ะ พวกข้าจะล้างแค้นให้กับทุกคนที่เจ้าพรากไปจากพวกข้าอย่างสาสม”โทโมเอะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เกรี้ยวกราด ก่อนที่จะยิงธนูเวทย์ใส่นางเทวีอสูรฯ ที่ยืนอยู่ตรงหน้า ลูกธนูเวทย์นั้นแม้จะพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง แต่นางเทวีอสูรฯ ก็สามารถหลบลูกธนูได้อย่างง่ายดาย จากนั้น นางก็ได้เรียกง้าวโลกันตร์ออกมา ก่อนที่นางจะพุ่งเข้าโจมตีใส่โทโมเอะทันที“แกร๊ง” ทันใดนั้น คิทสึเนะก็ได้เข้ามาป้องกันโจมตีของนางเทวีอสูรฯ ไว้ได้อย่างท่วงทัน“ข้าไม่ยอมให้เจ้ามาแตะต้องพี่โทโมเอะได้หรอกน่า นางเทวีอสูรฯ”คิทสึเนะในร่างภูติพิทักษ์จิ้งจอกคมดาบเอ่ยกับนางเทวีอสูรฯ พลางต้านคมดาบของอีกฝ่ายด้วยดาบเคนเมียวเร็นที่คาบไว้ในปาก จากนั้น ทั้งสองฝ่ายต่างก็เข้ามาเผชิญหน้ากัน เสียงคมดาบที่กระทบกระทั่งกันนั้นดังสนั่นกึกก้องไปทั่วบริเวณ สักพัก ทั้งสองฝ่ายต่างก็กระโดดถอยหลังออกมา นางเทวีอสูรฯ ได้ทำการเสกเปลวไฟสีดำขึ้นบนมือเรียวยาวด้วยพลังปีศาจแล้วพ่นออกมาทางด้านโทโมเอะก็รีบโต้กลับด้วยการยิงธนูเวทย์ออกมาเป็นเปลวไฟอันร้อนระอุเข้าต้านทานกับเปลวไฟสีดำของอีกฝ่ายจนเกิดแรงระเบิดขึ้นเสียงดั่งสนั่น แรงระเบิดนั้นได้แผ่กระจายออกเป็นวงกว้าง ทางด้านคิทสึเนะก็รีบฉวยโอกาสตวัดปล่อยคลื่นดาบธาตุลมออกมาโจมตีใส่นางเทวีอสูรฯ เข้าอย่างจัง จนกระทั่งทรุดลงกับพื้น แต่ในทันใดนั้นเอง ร่างของนางเทวีอสูรฯ ก็ได้กลายเป็นยันต์กระดาษชิคิงามิไปซะแล้ว“ฝีมือไม่เบาเลยนี่”ทันใดนั้น ก็ได้มีชายลึกลับใต้ผ้าคลุมสีดำคนหนึ่งปรากฎตัวขึ้นจากเงามืดภายในผืนป่าที่เต็มไปด้วยต้นไม้หลายพันกว่าต้นเรียงรายอยู่ล้อมรอบ โทโมเอะรีบน้าวกระบี่คันศรเล็งไปที่ชายผู้นั้นทันที“ถ้าหากจำไม่ผิด พวกเจ้าก็คือโทโมเอะ โกเซ็น กับคิทสึเนะอย่างงั้นหล่ะสินะ”“เจ้าเป็นใคร” โทโมเอะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบแต่แฝงไปด้วยความขุ่นเคือง พลางนิ้วหน้าด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาคู่งามนั้นพลางเบิกกว้างออกมาเพียงน้อยนิด“มันไม่สำคัญหรอกนะว่าข้าเป็นใคร มันสำคัญตรงที่ว่า สิ่งที่พวกเจ้าได้เห็นไปนั้นมันก็แค่ชิคิงามิที่ข้าได้สร้างขึ้นจากยันต์กระดาษของข้าก็เท่านั้นแหละ เพราะในยุคสมัยนี้ ร่างที่แท้จริงของนางเทวีอสูรฯ อิซานามินั้นได้กลายเป็นหินเซสโซเซกิจากการถูกผนึกด้วยเวทย์พันธนาการของเจ้าหญิงฮิเมรากิเมื่อหลายร้อยกว่าปีก่อนแล้ว”พวกเธอทั้งสองก็ได้รู้ทันทีเลยว่า นี่คือแผนที่ชายลึกลับผู้นี้ตั้งใจจะหลอกล่อให้พวกเธอมายังผืนนป่าแห่งนี้ ทางด้านชายใต้ผ้าคลุมสีดำผู้นี้เองก็ได้รู้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ว่าพวกเธอทั้งสองนั้นจะต้องถูกพาตัวมายังยุคสมัยปัจจุบันนี้อย่างแน่นอน เขายืนเงียบมาได้สักพักก่อนที่เขาจะเริ่มเล่าอะไรบางอย่างให้พวกเธอฟังทันที“ยังมีบางสิ่งที่พวกเจ้ายังไม่รู้นะ”เมื่อได้ยินเช่นนั้น โทโมเอะกับคิทสึเนะต่างก็นิ่วหน้าด้วยความเคร่งเครียดนิดๆ“หมายความว่ายังไง”คิทสึเนะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่สบอารมณ์“คิทสึเนะ เรื่องที่นางเทวีอสูรฯ นำกองทัพอสูรโยไคบุกเข้าฆ่าล้างชนเผ่าฮาคุโซสุของเจ้า พร้อมกับเผาทำลายหมู่บ้านกลางป่าแห่งนั้น จริงๆ แล้ว ข้านี่แหละเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง”เมื่อได้ยินเช่นนั้น คิทสึเนะก็เริ่มเบิกตากว้างขึ้นมานิดๆ ความแค้นภายในใจนั้นก็เริ่มก่อตัวขึ้นมา“แล้วที่นางอสูรองยูเรียวทั้งสองตนนั่นมาไล่ล่าฆ่าหล่ะ เจ้าก็เป็นผู้อยู่เบื้องหลังด้วยใช่ไหม”“ถูกต้องแล้ว” เมื่อได้ยินเช่นนั้น คิทสึเนะก็เริ่มเอ่ยถามด้วยความโกรธเคืองขึ้นมาทันที สีหน้าของเธอในตอนนี้เริ่มนิ่วด้วยความโกรธเกรี้ยว“แล้วชนเผ่าของข้าทำอะไรผิด เจ้าถึงได้บงการให้พวกนั่นบุกเข้ามาฆ่าล้างชนเผ่าของข้า”คิทสึเนะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความเกรี้ยวโกรธ ที่เขานั้นเป็นตัวต้นเหตุที่ทำให้หมู่บ้านกลางป่าภายในภูเขาสุซุกะ อันเป็นที่พักอาศัยของเหล่าชนเผ่าฮาคุโซสุนั้นถูกเผาทำลายลงอย่างราบคาบ อีกทั้งยังเป็นตัวต้นเหตุที่ทำให้คิทสึเนะหรือยาเอะนั้นต้องสูญเสียทั้งพ่อ แม่ พี่สาว น้องชาย ญาติๆ สหาย และพวกพ้องคนอื่นๆ ในชนเผ่าไปอย่างไม่มีวันกลับอีกด้วย

    คล้ายกับเรื่องเจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain) ที่คุณอ่าน