พลิกตำนานสามก๊ก:ตั๋งฮวง

    ตอนที่แปดสิบสาม หนทางของความร่ำรวย

    ตอนที่แปดสิบสาม หนทางของความร่ำรวย

    หากเราจะต้องการพัฒนาไม่สามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อชาวบ้านในการเวนคืนที่ดินต่างๆได้

    แต่หากเราอยากจะพัฒนาก็ตามสุภาษิต

    อยากร่ำรวยให้สร้างถนนหนทาง

    If you want to be rich,build road

    ตามแนวทาง

    One belt,one road

    หนึ่งเข็ดขัด,หนึ่งเส้นทาง

    ของแดนจงหยวนของเราที่ยกระดับผู้คนในโลกนี้จำนวนมหาศาลให้พ้นจากความยากจน

    สร้างถนนหนทางที่แลกเปลี่ยนสินค้าติดต่อสื่อสาร เชื่อมต่อกัน

    แดนจงหยวนเราลงทุนสร้างเส้นทางเชื่อมต่อกันในประเทศแอฟริกาด้วยทางรถไฟถนนหนทางต่างๆ ทำให้แต่ละประเทศมีความสนิทสนมกันและมีการติดต่อทางการค้ากันได้มากยิ่งขึ้น

    ยิ่งประชาชนแอฟริกามีแรงซื้อสินค้าต่างๆมากเท่าไรทางแดนจงหยวนเราก็ยิ่งได้ประโยชน์

    พวกเราแตกต่างจากอสูรผมแดงแดนไซฮกที่คิดหาแต่ผลประโยชน์แต่ทำให้ประชาชนต่างๆยากจนมาตลอดหลายสิบหลายร้อยปี

    ความแตกต่างที่พวกเราชาวจงหยวนเข้าไปในแอฟริกาเพียงแค่ไม่กี่สิบปีนั้นเห็นผลอย่างชัดเจนต่อการที่แอฟริกานั้นมีถนนหนทางและรถไฟฟ้าท่าเรือและการขนส่งที่ดีขึ้น

    ซึ่งตั๋งฮวงก็จะทำเช่นนั้นนั่นล่ะ

    ได้วางแผนการสร้างถนนทำแผนที่ของหนทางต่างๆในราชวงศ์ฮั่นและสร้างขบวนคุ้มกันสินค้า

    แน่นอนในยุคสมัยนี้ โจตรภูเขาดำเตียวเอี๋ยนอ้างว่าตนเองมีคนถึงร้อยหมื่นสามารถแยกแผ่นดินปกครองตนเองได้

    จากการคำนวณไม่น่าจะมีถึงร้อยหมื่นตามที่กล่าวอ้างจริงๆแต่ทว่าหากเตียวเอี๋ยนทำให้คนเชื่อได้จริงๆ

    Perception is power

    สิ่งที่มองเห็นคืออำนาจ

    ซึ่งก็ทำให้เขาได้ดิบได้ดีหลังจากยุคนี้จริงๆมีตำแหน่งถึงโหวในที่สุด

    หากเราพิจารณาตามหลักการของสำนักคุ้มภัยขบวนคุ้มกันนั้นมีหนทางเส้นทางดำ มิจฉาชีพ ไต้อ๋องโจรภูเขามากมาย

    ทำให้การค้ามีความเสี่ยงเสมอและยิ่งพ่อค้าต่างๆก็ไม่ใช่คนที่นิสัยดีที่ชวนให้คนเห็นใจนัก

    ก็ทำให้เกิดการวนลูปวงจรอุบาทว์ที่พ่อค้าที่โลภโมโทสันมีเงินพอก็จะติดสินบนให้ค่าผ่านทางไต้อ๋องโจรภูขา สินค้าของพ่อค้าที่มีเงินจ่ายก็จะได้รับการ “คุ้มครอง”ผ่านเส้นทางไปด้วยดี

    สินค้าที่ไม่จ่ายเงินก็จะโดนปล้นพ่อค้าที่ไม่จ่ายเงินเสียหายยับเยิน

    ทำให้การค้าไม่เฟื่องฟูเท่าที่ควรเพราะคนที่ดันรอดมาค้าขายได้คือคนที่ทำการค้ากับพวกโจรและให้ค่าผ่านทางค่าคุ้มครองแก่โตจรภูเขา

    กลยุทธของเขาหากเรียกกันในภาษาชาวยุทธคือ

    ดำกินดำ

    ปล้นพวกมิจฉาชีพหากินอีกทีหนึ่ง

    เป้นสิ่งหนึ่งที่เขาอาจจะไม่ต้องรายงานราชสำนักขึ้นอยู่กับสถานการณ์เพราะพวกมิจฉาชีพมันไม่มีตำแหน่งขุนนางอยู่แล้ว

    เมื่อคิดจะอยู่นอกกฎหมายก็ต้องรับที่จะเจอความเสี่ยงตรงนี้ด้วย

    แน่นอนหากมองในอีกแง่มุมหนึ่ง

    พวกโจรต่างๆคือหมากของพวกสกุลใหญ่ในท้องถิ่นหรือขุนนางประจำท้องที่

    ที่ให้พวกโจรทำเรื่องชั่วช้าที่ตนเองไม่สามารถทำเองได้

    การที่ซุนเกี๋ยนพลาดท่าโดนลอบสังหารเสียชีวิตหรือแม้แต่ซุนเซ็กเอง ก็น่าจะเพราะพวกที่อยู่นอกกฎหมายพวกนี้ที่จับที่มาที่ไปไม่ได้

    สามารถทำการรบนอกรูปแบบได้นี่ล่ะ

    มันคือสมรภูมิที่แตกต่างจากการรบซึ่งหน้าทั่วไป

    ผมซึ่งกลัวการลอบสังหารมากที่สุด

    ก็เริ่มจากการทำอย่างนี้ล่ะ

    กวาดล้างพวกโจรตามเส้นทางพร้อมกับสร้างถนน

    เป็นแผนการที่เรียบง่ายและไม่ซับซ้อนแต่ประการใด

    แต่ทว่า

    ตั๋งฮวงยิ้มที่มุมปากเมื่อมองเห็นแถวยาวของพวกนักโทษที่ตนเองจับได้

    พยัคฆ์หรือหมาป่าที่ให้พวกโจรพวกนี้อาศัยบารมีก็คงจะโผล่ออกมาเร็วๆนี้นั่นล่ะ

    ผมจับสัมผัสของคนที่ต้องการมาหาผมได้

    แม้จะไม่มองกลับไปผมก้มองจากสายตาของนกเหยี่ยวที่ผมให้บินอยู่บนฟ้ามองออกว่าลูกน้องของผมถือเทียบเชิญของอ้องอุ้น

    “เรียนนายน้อย ท่านเสนาบดีอ้องอุ้นต้องการเรียนเชิญท่านไปร่วมงานเลี้ยงที่บ้านท่านจะให้ข้าปฏิเสธไปไหมขอรับ?”

    ลูกน้องทหารเสเหลียงกล่าวอย่างนอบน้อม

    แน่นอนไอ้พวกนี้ก็คงรับสินบนมาจากอ้องอุ้นเรียบร้อยแล้วไม่อย่างนั้นโอกาสแม้แต่จะส่งจดหมายให้กับผมก็คงยังไม่มี

    ผมแย้มยิ้มเล็กน้อย

    “ไม่ล่ะ งานนี้ข้าจะไป ข้ามีเรื่องที่ต้องให้ท่านอ็องอุ้นช่วยเหลือสักเล็กน้อย”

    คล้ายกับเรื่องพลิกตำนานสามก๊ก:ตั๋งฮวง ที่คุณอ่าน