ทะลุมิติไปเป็นพระชายาโหดแห่งวังหลวง[จบบริบูรณ์]

    ตอนที่87 งูพิษโลหิตสองเศียร

    51 1-2

    ตอนที่87 งูพิษโลหิตสองเศียร

    กลับมายังสถานศึกษาเซิงหลิงคาบเช้ามีเรียนแขนงวิชาโอสถ เซียถงเดินตรงเข้าไปในอาคารแขนงโอสถเพื่อเข้าห้องเรียนและทันทีที่เข้ามา บรรดาสาวๆ ที่กำลังจับกลุ่มพูดคุยกันอย่างสนุกสนามพลันหุบปากเงียบสงัดในทันใดสายตานับสิบคู่หันมาจับจ้องนางและจะมีสายตาอยู่คู่หนึ่งที่ฉายแววเกลียดชังออกมาชัดเจนที่สุด ในหมู่บรรดาสาวๆเหล่านั้นไป๋หลี่อวี๋อิงจ้องหน้าเซียถงตาเขม็งด้วยความจงเกลียดจงชังยิ่งกว่าอะไรดี

    เซียถงเหลือบหางตาปรายมองพวกนางเล็กน้อยอย่างเฉยเมยใบหน้าอันงดงามของแต่ละคนยามนี้กลับมาเรียบเนียนและดูอ่อนนุ่มดังเดิมแล้วบาดแผลจากคมมีดสั้นของนางเมื่อวานได้จางหายไปอย่างไร้ร่องรอยดูท่าผงโอสถสมานผิวของอาจารย์หยุนซีจะมีสรรพคุณน่าทึ่งมากจริงๆ

    โดยไม่แม้แต่เหลียวแลสนใจสายตาอันเกลียดชังเหล่านั้นนางเดินผ่านเข้ามานั่งตรงที่นั่งเพียงแห่งเดียวที่ยังว่างอยู่ในห้องเรียนซึ่งเป็นโต๊ะตัวสุดท้ายที่อยู่หลังห้องเซียถงก้าวย่างเดินไปยังโต๊ะดังกล่าวอย่างแช่มช้าพร้อมคู่สายตาที่เคลื่อนไสวเข้าสำรวจรอบข้างโดยไว เสมือนสีหน้าของบรรดาสาวๆแต่ละคนคล้ายกับว่ากำลังคาดหวังในอะไรสักอย่างหนึ่ง

    นั่งบนเก้าอี้เซียถงเอื้อมมือเข้าไปหยิบกองสมุนไพรบนโต๊ะโดยไม่รอช้า แต่ทันใดนั้นเองพลันปรากฏเงาร่างสีแดงพุ่งฉกขึ้นมาจากกองสมุนไพรเหล่านั้น!เข้าแยกคมเคี้ยวกัดลงบนหลังมืออันขาวผ่องประดุจหิมะของเซียถงด้วยความเร็วดั่งสายฟ้าชั่วขณะอึดใจนางรู้สึกถึงอาการชาบริเวณหลังมือ ตามมาด้วยกลิ่นเหม็นเน่าที่ส่งออกมา

    เซียถงสะบัดมือเหวี่ยงออกไปอย่างแรงเงาร่างสีแดงกระเด็นตงพื้นไป ซึ่งกลิ่นเหม็นบริเวณหลังมือของนางรุนแรงมากจริงๆจนขั้นที่ว่า นางต้องขมวดคิ้วมอง

    แต่เงาร่างสีแดงที่ตกพื้นไปกลับยังไม่สิ้นฤทธิ์เสมือนหนังยางดีดกระเด็นกลับเข้าใส่มันพุ่งเข้าฉกบริเวณข้อเท้าขวาของเซียถงอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าเงาร่างสีแดงลุเข้ามากว่าครั้งทาง หนึ่งกระบวนเคลื่อนไหวสำแดงเดชแขนเสื้อยาวของนางสั่นไสวเล็กน้อย ปรากฏมีดบินถูกยิงออกมาจากใต้แขนเสื้อนั้นตรึงร่างเงาสีแดงไว้กับพื้นในบัดดล

    เงาร่างสีแดงพยายามดีดดิ้นอย่างบ้าคลั่งบพื้นแบบนั้นเซียถงที่เห็นมันเพียงแวบเดียวพลันจดจำได้ทันที นี่คืองูพิษโลหิตสองเศียรลำตัวยาวกว่าสามนิ้วมีสีแดงสดคล้ายโลหิต มีสองหัวในหนึ่งร่างดูแล้วแปลกตายิ่งนักแต่ตอนนี้บริเวณลำตัวของมันโดนมีดสั้นของเซียถงปักตรึงไว้กับพื้นส่งผลให้มันเลื่อนออกไปไหนมิได้

    อย่างไรก็ตามงูพิษโลหิตสองเศียรกลับมิได้แสดงทีท่าหวาดกลัวใดๆมันยังคงแผ่แม่เบี้ยชูเชิดศีรษะทั้งสองของมันขึ้นสูงพยายามดื้นหนีออกจากคมมีดนี้ให้จงได้

    “นายท่านพิษของงูชนิดนี้ร้ายแรงมาก ข้าจะช่วยสกัดกั้นพิษมิให้กระจายก่อนตอนตกดึกค่อยใช้เห็ดหลินจือมรกตเพื่อล้างพิษในภายหลัง”

    เสี่ยวฮั่วกล่าวขึ้นท่ามกลางห้วงคิดของเซียถงจากนั้นก็ปรากฏธารแสงสีม่วง

    กลุ่มหนึ่งไหลเวียนเข้าไปยังมือข้างขวาเข้าไปยังตำแหน่งที่ถูกงูตัวนั้นฉก

    นับว่าน่าอับอายไม่น้อยที่ปล่อยให้งูพิษโจมตีใส่ตนเองได้

    เซียถงส่ายหัวกับตัวเองด้วยความหน่ายใจในหัวของนางในขณะนี้มีแต่เรื่องการหลอมกลั่นโอสถทำให้ปราการป้องกันภัยอ่อนลงหนึ่งระดับ นางลุกขึ้นไปดึงมือขึ้นจากพื้นจับลำตัวของมันแน่น ใช้นิ้วโป้งรวบกดศีรษะทั้งสองของมันให้แน่นจนขยับไปไหนไม่ได้และหันหัวของพวกมันออกไปข้างหน้าเพื่อป้องกันมิให้มันแว้งกัดอีกรอบ

    เซียถงกวาดสายตามองทุกคนในห้องพร้อมงูที่ดิ้นไม่หยุดในมือก่อนจะส่งยิ้มแปลกๆ ออกมา ยังไม่ทันที่ใครจะได้ตั้งตัวด้วยซ้ำนางคลายกำมือออกทันที ปล่อยให้งูพิษโลหิตสองเศียรร่วงกระแทกพื้นและเลื่อยเตร่ไปทั่วทั้งห้องเรียนด้วยความเร็วดุจดั่งสายฟ้าบรรดาสาวๆ เหล่านั้นถึงกับหน้าถอดสีส่งเสียงกรีดร้องกันจ้าละหวั่นหลายต่อหลายคนแห่วิ่งหนีไปทางประตูห้องเรียนด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด

    พอเห็นพวกนางนับสิบวิ่งไปรุมแออัดอยู่หน้าประตูแย่งกันออกทุกสิ่งอย่างดูโกลาหลยุ่งเหยิงกันหมด เซียถงก็แสยะยิ้มเย็นชาขึ้นบนมุมปากคิดจะใช้งูตัวนี้จัดการฆ่านาง แต่กลับโดนเสียเอง ช่างน่าขันโดยแท้

    งูพิษโลหิตสองเศียรแหวกว่ายอยู่ทั่วทุกสารทิศสักครู่หนึ่งก่อนจะเลื่อยไปหยุดลงต่อหน้าไป๋หลี่อวี๋อิง ยกทั้งสองศีรษะทรงคล้ายสามเหลี่ยมขึ้นชูชันส่งเสียงขู่ฟ่อแต่กลับไม่ได้ทำอะไรนางเลย

    ไป๋หลี่อวี๋อิงมองไปทางเซียถงประกายสายตาคู่นั้นทอแววเหลือเชื่อออกมาทั้งที่มันถูกงูพิษโลหิตสองเศียรกัดเข้าไปแล้ว แต่ไฉนนางถึงยังดูสบายดีอยู่ได้อีก?

    งูพิษโลหิตสองเศียรตัวนี้ได้รับการเลี้ยงดูมาโดยไป๋หลี่อวี๋อิงและพิษของมันมักจะถูกนำมาใช้ทำโอสถรักษาโรค

    ไฉนเซียถงยังปลอดภัยดี? ไป๋หลี่อวี๋อิงรู้สึกสับสนมากจริงๆ

    นางไม่เคยคิดเคยฝันมาก่อนเลยว่าจะมีใครในจักรวรรดิตงหลี่แห่งนี้สามารถระงับพิษก่อนที่จะแพร่กระจายไปทั่วร่างกายได้ทัน

    “นายท่านเดินเข้าไปใกล้งูพิษโลหิตสองเศียรเสียหน่อย ข้าจะขู่ให้มันกลัว”

    เสี่ยวฮั่วส่งเสียงผ่านห้วงความคิดของเซียถงอีกครานางที่ได้ฟังแบบนั้นพลันเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ตัดสลับไปมองไป๋หลี่อวี๋อิงโดยพลางครุ่นคิดอยู่ว่า เสี่ยวฮั่วตั้งใจจะจัดการกับอีกฝ่ายอย่างไร?

    แต่ไม่ว่าจะเป็นวิธีการใดเซียถงย่อมเห็นด้วยทั้งนั้น สบสายตากับไป๋หลี่อวี๋อิงอย่างเฉยเมยนางย่างสามขุมตรงเข้าไปทีละก้าวอย่างแช่มช้ารัศมีกลิ่นอายเยียบเย็นปนชั่วร้ายเพร่กระจายออกมาโดยมีต้นทิศคือตัวนางเองหรือจะกล่าวให้ถูกต้องคือทั้งหมดล้วนมาจากเสี่ยวฮั่วที่อยู่ภายในกายของเซียถงอีกที

    เมื่อเห็นเซียถงย่างกายเข้ามาหาไป๋หลี่อวี๋อิงเริ่มส่อแววตื่นตระหนกจับจ้องไปที่คมมีดสั้นเร้นประกายสีเย็นในมือของเซียถงก่อนเป็นอันดับแรกคล้ายจะเริ่มเสียขวัญทีละน้อย นางก้าวถอยหลังออกไปโดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำแต่กระนั้น...สิ่งที่ดูขวัญเสียกว่านางกลับเป็น เจ้างูพิษโลหิตสองเศียรตัวนั้นมันสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของจิตแห่งสัตว์เทพอสูรบรรพกาลจากภายในร่างกายของเซียถงถึงแม้ว่ากลิ่นอายที่ว่าจะอ่อนจางมากเพียงใดแต่ก็มีคุณสมบัติเพียงพอแล้วที่จะข่มขวัญมันให้หวั่นผวา

    สัตว์เทพอสูรบรรพกาลคือราชาแห่งหมู่สัตว์เทพอสูรทั้งมวลทั้งนี้ยังถือได้ว่าเป็น สิ่งมีชีวิตระดับชั้นสูงส่งในบรรดาสัตว์อสูรมีพิษเช่นกันทันทีที่งูพิษสองเศียรตัวนี้รู้รับได้ถึงกลิ่นอายดังกล่าวในฐานะสัตว์อสูรพิษธรรมดาทั่วไป หากมีขามีเท้ามันคงเผ่นหนีออกไปแล้วเพื่อเอาชีวิตรอด

    ด้วยความหวาดกลัวจัดสัญชาตญาณแรกของสัตว์ป่าอย่างมันคือ การหาที่หลบภัยที่ปลอดภัยพอดังนั้นงูพิษโลหิตสองเศียรจึงหันขวับไปทางไป๋หลี่อวี๋อิงและพุ่งเข้าไปในเสื้อผ้าของนางโดยไวพยายามเลื่อนหนีตามพัลวันไปทั่วร่างกายของนางด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด

    จู่ๆ ก็เห็นงูพิษโลหิตสองเศียรกระโดดเข้าไปในเสื้อผ้าของนางอย่างกะทันหันไป๋หลี่อวี๋อิงยิ่งตื่นตระหนกกว่าใครๆรีบล้วงมือเข้าไปใต้เสื้อผ้าพยายามคว้าตัวต้นเหตุออกมาแต่น่าเสียดายนักที่ความเร็วของงูพิษโลหิตสองเศียรว่องไวเกินกว่านางจะจับได้ทัน

    ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้เซียถงหยุดฝีเท้าโดยพลัน ยืนจ้องมองความโกลาหลที่อยู่เบื้องหน้าอาศัยแค่รัศมีแรงกดดันของเสี่ยวฮั่วเพียงขุมหนึ่งที่ปลดปล่อยออกมาก็สามารถทำให้งูตัวนั้นกลัวจนหัวหดได้จริงๆ?

    ไป๋หลี่อวี๋อิงล้มตัวลงกับพื้นนอนสะบัดสะบิ้งด้วยความตื่นตระหนักยิ่งยวด ซึ่งมีเหตุเพราะความตื่นตระหนกของนางนี่เองจึงยิ่งทำให้งูพิษโลหิตสองเศียรยิ่งขวัญผวาหวาดกลัวนักเข้าไปใหญ่ส่งผลให้เพิ่มระดับความเร็วเลื่อนดิ้นกันไม่หยุดทั้งตัวสัตว์เลี้ยงก็ดีตัวเจ้าของก็ดี

    ภายใต้สถานการณ์ยุ่งเหยิงและเสียขวัญปานนี้ไป๋หลี่อวี๋อิงกลัวว่า งูบัดซบตัวนี้จะฝังคมเขี้ยวบนร่างนางในปัจจุบันมิได้สนใจภาพลักษณ์ของตนเองอีกต่อไปพยายามใช้มือทั้งสองข้างคว้าจับงูที่ดีดดิ้นพล่านในเสื้อผ้าอย่างสุดกำลังกลิ้งบนพื้นไปมาอย่างบ้าคลั่งส่งเสียงกรีดร้องระงมลั่นไม่หยุดหย่อนเสมือนคนเสียสติ

    และเนื่องด้วยเสียงกรีดร้องเหล่านี้จึงยิ่งทำให้งูพิษโลหิตสองเศียรตื่นตูมเข้าไปใหญ่เร่งความเร็วแหวกว่ายไปทั่วทั้งร่างของนางไป๋หลี่อวี๋อิงนอนกลอกกลิ้งบนพื้นนับหลายสิบตลบทั้งศีรษะและแข้งขาหันไปฟาดกับขาโต๊ะทีขาเก้าอี้ทีส่งเสียงดังปึงปังไปมาอยู่ต่อเนื่อง

    สายตากว่าสิบคู่ล้วนจับจ้องภาพฉากนี้จากภายนอกห้องเรียนสีหน้าของบรรดาสาวๆ เผยแสดงแตกต่างกันไป บ้างก็ตกใจ ไม่พอใจกระทั่งโล่งอกก็ยังมี...

    เซียถงกลับไปนั่งที่ตัวเองดังเดิมเอนหลังเข้าพักพิงเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์มีบ้างที่เหลือบสายตามมองไป๋หลี่อวี๋อิงทำท่าทางแปลกๆราวกับกำลังรับชมละครตลกฉากหนึ่ง สำหรับคนอย่างไป๋หลี่อวี๋อิงแล้วทำให้เสียหน้ามันทรมานเสียยิ่งกว่าความตายจริงๆ

    “นี่เจ้ากำลังทำบ้าอะไร?”

    ทันใดนั้นก็มีหญิงสาวนางหนึ่งตะโกนขึ้นลั่นจากหน้าประตู

     

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นพระชายาโหดแห่งวังหลวง[จบบริบูรณ์] ที่คุณอ่าน