บทที่ 11 เจอกันครั้งแรก (รีไรต์)
จิ่นซูกลับมาบ้านพอเดินเข้าไปในลานบ้าน รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
เพื่อความปลอดภัยของซุนอิง ทุกครั้งที่ออกจากบ้าน เธอจะล็อคประตู และติดตั้งรั้วไฟฟ้าที่หน้าต่าง เพื่อให้มั่นใจว่า นอกจากเธอแล้ว จะไม่มีใครเข้าไปในบ้านได้
แต่รั้วไฟฟ้าที่เธอทำเองกลับหายไป มีคนรื้อมันออกไป
สิ่งที่ทำให้จิ่นซูขนลุกไปทั้งตัว ก็คือ แม่กุญแจที่ประตูหายไป
ทั้งญาติฝ่ายเธอและฝ่ายสามี ต่างก็จ้องจะเอาเงินของซุนอิง จิ่นซูจึงไม่ไว้ใจใครทั้งนั้น
หลังจากที่ได้เงินมา สิ่งแรกที่เธอทำก็คือ เปลี่ยนแม่กุญแจ นอกจากเธอแล้ว จะไม่มีใครมีกุญแจอีกดอกแน่นอน
แต่ตอนนี้ แม่กุญแจที่เธอเพิ่งเปลี่ยนกลับหายไป ประตูก็เปิดอ้าอยู่
จิ่นซูเอื้อมมือไปแตะมีดที่ซ่อนไว้ที่เอว แล้วค่อยๆ เดินเข้าไปในบ้าน
เมื่อเดินผ่านครัวไปก็เป็ห้องนอนของซุนอิง จิ่นซูเห็นซุนอิงนอนอยู่บนเตียงในสภาพเดียวกับตอนที่เธอออกไป ข้าวของในห้องก็ยังอยู่เหมือนเดิม ไม่เหมือนกับมีใครมาค้นหาอะไร
ในอากาศ มีกลิ่นแปลกปลอมลอยมาจาง ๆ เป็กลิ่นหอมของสบู่ผสมกับกลิ่นไม้ รวมกันเป็กลิ่นหอมอ่อน ๆ ชวนดม ฝ่ามือของจิ่นซูเริ่มมีเหงื่อซึมออกมา เธอขยับมือที่กำมีดเล่มนั้นไว้ ค่อย ๆ เดินไปที่ห้องนอนของตัวเอง
ในห้องนอนมีหน้าต่าง เธอไม่สามารถร้องขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านได้ เธอไม่อยากให้โจรใแล้ววิ่งหนีไป เมื่อเข้าใกล้ห้องนอน กลิ่นแปลก ๆ แต่หอมนั้นก็ยิ่งเข้มข้นขึ้น ประตูห้องปิดอยู่แขกไม่ได้รับเชิญที่บุกรุกเข้ามาในบ้านของเธอ น่าจะอยู่ในนั้น
จิ่นซูเปิดประตูอย่างรวดเร็ว ผ้าม่านในห้องถูกปิดจนมืดสนิท ดวงตาของเธอยังไม่ทันปรับให้เข้ากับแสง แต่ร่างกายของเธอกลับเคลื่อนไหวไปก่อนแล้ว
เธอยกขาขึ้นกวาดไปข้างหน้า ลมร้อนพัดมาพร้อมกับกลิ่นหอม คนร้ายอยู่ตรงหน้าเธอแล้ว!
ชาติที่แล้วจิ่นซูทุ่มเงินไปมากเพื่อเรียนวิชาป้องกันตัว การรับมือกับโจรกระจอกหนึ่งหรือสองคนไม่ใช่เื่ยาก เธอแน่ใจว่าตัวเองไม่ได้เล็งผิดทิศทาง
แต่สิ่งที่ทำให้เธอประหลาดใจก็คือเธอเตะพลาด ร่างของคนร้ายที่อยู่ตรงหน้าหายวับไปกับตา เหมือนกับหายไปในอากาศ จิ่นซูรุกคืบเข้าไปอีกครั้ง ศอกซ้ายฟาดไปทางด้านซ้าย หมัดขวาต่อยออกไป ท่วงท่ารวดเร็วเป็หนึ่งเดียว
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีแบบไร้ช่องโหว่เช่นนี้ เธอมั่นใจว่าอีกฝ่ายไม่มีทางหลบหนีได้ แต่ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่ได้หลบ เขารุกกลับทำให้กำปั้นของจิ่นซูที่เหวี่ยงออกไปถูกฝ่ามือใหญ่ที่มีความอบอุ่นและทรงพลังคว้าจับไว้ ฝ่ามือขนาดใหญ่ปิดกั้นท่าโจมตีของเธอ บิดเบือนทิศทางจนทำให้จิ่นซูเสียหลักเซไปข้างหน้า ทันใดนั้นร่างกายของเธอก็ถูกโอบกอดไว้
ชายหนุ่มโอบกอดเธอหมุนตัวไม่ให้เสียหลัก สายลมยามเย็นพัดผ่านผ้าม่าน แสงแดดสาดส่องเข้ามาในห้องตกกระทบใบหน้าของเขาราวกับเทพเ้าที่เดินออกมาจากแสงแดด จิ่นซูถูกกลิ่นหอมของร่างกายเขาโอบล้อมและเห็นใบหน้าของเขา ทำให้หยุดหายใจไปชั่วขณะ
เขา เขา เขาเองงั้นเหรอ!
หลินอี้เซวียนใช้แขนซ้ายที่พันผ้าพันแผล โอบกอดภรรยาที่เพิ่งเจอหน้ากัน แล้ว ทักทายเขาอย่าง ‘กระตือรือร้น’ เขาทำได้แค่ใช้ศอกกระแทกสวิตช์ไฟบนผนัง ทันใดนั้น ไฟในห้องก็สว่างจ้า
ทั้งสองคน ที่บังเอิญมาพบกันในสถานการณ์แบบนี้ ยืนกอดกันกลม คนหนึ่งทำหน้าไม่ถูก ส่วนอีกคนก็ยืนนิ่งเป็หุ่น
จิ่นซูไม่คิดเลยว่า ผู้ชายที่เธอตามหา จะมาปรากฏตัวอยู่ที่บ้านของเธอ!
ผู้ชายที่หน้าเหมือนลูกสาวของเธอ คือเขา!
หลินอี้เซวียนเห็นสีหน้าที่นิ่งงันของเธอ ก็คิดว่าเธอคงจะใมาก
เขาคิดถึงคำพูดของเพื่อนทหารที่บอกว่า ภรรยาตัวน้อยของเขา ที่เพิ่งแต่งงานกัน โดนคนอื่นรังแกอย่างหนัก พอมาเห็นกับตาแบบนี้ เขาก็รู้สึกผิดมากขึ้นไปอีก
เธอต้องเจอกับเื่เลวร้ายอะไรมานะ ถึงได้หวาดกลัวขนาดนี้ พูดอะไรไม่ออกเลย น่าสงสารจริงๆ
ภาพลักษณ์แรกของ ‘ภรรยาตัวน้อยที่แสนบอบบางและน่าสงสาร’ ก็ฝังแน่นอยู่ในใจของเขา
เขาไม่ค่อยชินกับการใกล้ชิดกับผู้หญิง สถานการณ์เมื่อกี้มันกะทันหัน เขาเลยรีบคว้าตัวเธอไว้ กลัวว่าเธอจะล้ม ความนุ่มนวลในอ้อมแขนทำให้ใบหูของหลินอี้เซวียนร้อนผ่าว เขารีบปล่อยมือ แล้วกระแอมอย่างประหม่า
“เอ่อ ฉัน ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เธอในะ สหายเสี่ยวอวี๋”
“อ๊ะ ค่ะ ไม่เป็ไรค่ะ” จิ่นซูตอบแบบไร้อารมณ์ สมองของเธอยังคงว่างเปล่า
เหตุการณ์ชวนช็อกแบบนี้ ทำให้ CPU ในสมองของจิ่นซูแทบไหม้
วิธีที่ผู้ชายคนนี้เรียกเธอ ยิ่งทำให้เธอรู้สึกแปลกๆ เขาไม่น่าจะเป็ขโมยที่ย่องเบาลักลอบเข้ามา
ตู้เสื้อผ้าเปิดอยู่ ครึ่งหนึ่งที่เคยว่างเปล่า ตอนนี้มีชุดทหารสองชุดแขวนอยู่ เรียงรายอยู่ข้างๆ เสื้อผ้าฤดูร้อนของเธอ
ผู้ชายคนนี้เปลี่ยนจากชุดทหารเต็มยศ มาเป็เสื้อยืดกางเกงขาสั้นที่ดูสบายๆ เท้าสวมรองเท้าแตะ
สายตาของจิ่นซูหยุดอยู่ที่แขนของเขา ที่เผยให้เห็นมัดกล้ามชัดเจน เป็เวลาหนึ่งวินาที ก่อนจะฝืนใจไม่มองไปที่หน้าท้องของเขา
แม้ว่าเสื้อผ้าจะปกปิดเอาไว้ แต่ก็พอจะเดาได้ว่า ต้องมีซิกแพคแน่นๆ อยู่ข้างในแน่ๆ…
บรรยากาศในห้องอึดอัดขึ้นมาเล็กน้อย แต่ในใจก็อดคิดไม่ได้ว่า ‘กามราคะบังตา’ คำโบราณนี่มันจริงเสียยิ่งกว่าจริง!
ผู้ชายตรงหน้าหล่อเหลาเกินไป ถ้าเธอยังเด็กกว่านี้อีกสิบปี คงต้านทานเสน่ห์เขาไม่ไหวแน่ๆ
แค่หน้าตาดีก็ยั่วยวนใจจะแย่ หุ่นยังกำยำล่ำสันขนาดนี้อีก ถ้าหมอนี่ไม่ไปเป็ทหาร แต่ผันตัวไปเป็ดารา สี่จตุรเทพคงต้องหลบไป
แต่โชคดีที่จิ่นซูมีสติ เธอหลงใหลในเสน่ห์ของชายหนุ่มผู้มีซิกแพคสุดแสนเพอร์เฟกต์เพียงสามวินาที ก็ตั้งสติได้ แล้วเอ่ยปากถาม
“หลินอี้เซวียน?” ผู้ชายคนนี้มาปรากฏตัวที่นี่คงเป็ใครไปไม่ได้นอกจากเขา
“มีอะไรเหรอ?” หลินอี้เซวียนถูกเรียกชื่อ สายตาจึงหันไปที่ภรรยาตัวน้อยที่ดูบอบบาง ไม่สามารถดูแลตัวเองได้
“นายกลับมาั้แ่เมื่อไหร่?” เวลาไม่รู้จะพูดอะไร ประโยคคุยไปเรื่อยเปื่อยๆ ก็ใช้ได้เสมอ
“กลับมาสักพักแล้ว นั่งคุยกันก่อนเถอะ”
ทั้งสองคนนั่งลง คนหนึ่งนั่งบนเตียง อีกคนนั่งบนเก้าอี้ท่านั่งเหมือนกันกับอีเชินเป๊ะ ใบหน้าก็เหมือนกัน
ในพื้นที่ส่วนตัว ชายหญิงสองคนที่ไม่ค่อยสนิทกัน แต่กลับมีสถานะที่ใกล้ชิด ดูแปลกประหลาดพิกล
หลินอี้เซวียนไม่เคยใกล้ชิดกับผู้หญิงคนไหนแบบนี้มาก่อน เขาคิดว่าในฐานะผู้ชาย เขาไม่ควรทำให้ผู้หญิงลำบากใจ จึงเป็ฝ่ายเริ่มต้นบทสนทนาก่อน พยายามหาเื่คุย
“ฉันดูประวัติการรักษาของคุณแม่แล้ว ่นี้ที่ฉันไม่อยู่ เธอคงลำบากมาก สหายเสี่ยวอวี๋ เธอทำหน้าที่ได้ดีมาก”
เขาชงมาขนาดนี้ เธอก็ทำได้แค่ตอบกลับไปว่า
“เป็เื่ที่ฉันควรทำอยู่แล้ว” ด้วยน้ำเสียงจริงจัง บวกกับคำเรียกว่า
“สหายเสี่ยวอวี๋” ทำให้รู้สึกตลกขบขันจนจิ่นซูเกือบจะหลุดขำออกมา
“หึหึ” มุมปากของหลินอี้เซวียนกระตุกสองครั้ง ก่อนจะหลุดยิ้มออกมา
เมื่อครู่นี้ยังทำตัวไม่ถูก แต่ตอนนี้กลับยิ้มให้กัน บรรยากาศก็ผ่อนคลายลง
“เธอเปลี่ยนแม่กุญแจแล้วเหรอ? ระวังตัวดีมาก”
“คุณเปิดแม่กุญแจได้ยังไง?”
ทั้งสองคนถามขึ้นพร้อมกัน
“เธอพูดก่อนสิ”
“นายพูดก่อนเลย”
พูดพร้อมกันอีกแล้ว!
จิ่นซูปิดปากเงียบ รอให้เขาพูดก่อน
จากนั้นก็เป็การจ้องหน้ากันนานหลายสิบวินาที
เขาก็รอให้เธอพูดก่อนเช่นกัน
นี่มันอะไรกันเนี่ย... ทำไมถึงได้ใจตรงกันแบบนี้นะ?
เสียงฝีเท้าดังมาจากนอกประตู หลี่ตัวและหลี่เส้าสองพี่น้องวิ่งหน้าตั้งเข้ามา
หลินอี้เซวียนยังไม่ตาย ทำให้เด็กหนุ่มทั้งสองดีใจจนเนื้อเต้น
ราวกับว่าสถานการณ์ยังไม่น่าอึดอัดพอ หลี่เส้าจึงชี้นิ้วไปที่จิ่นซู แล้วก็ชี้นิ้วไปที่หลินอี้เซวียน นิ้วโป้งทั้งสองข้างงอเข้าหากัน เลียนแบบท่าทางจูบ แล้วะโบอกพี่ชายว่า
“พี่ เห็นมั้ยล่ะ! สองคนนี้เหมาะสมกันสุดๆ ไปเลย! ขาโหดหลินที่ยังมีชีวิตอยู่ พอได้มานั่งกับภรรยา ดูยังไงก็เป็ผัวเมียกันชัดๆ!”