ระบบครองยุทธภพ

    บทที่ 33 จบสงคราม

            บทที่ 33 

            จบสงคราม 

            ราตรีที่วุ่นวายผ่านพ้นดวงอาทิตย์ปรากฏขึ้นสู่ฟากฟ้าอีกครั้งยามที่ดวงอาทิตย์แรกของวันปรากฏขึ้นสู่ท้องนภาแสงอรุณแรกนั้นสาดส่องลงมายังด้านล่างจะปรากฏให้เห็นซากปรักหักพังที่เกิดกลายเป็นร่องรอยของความเสียหายที่เกิดขึ้นยามราตรีที่ผ่านมา

            รัตติกาลที่ผ่านพ้นภารกิจที่หลี่หยางได้รับมอบหมายให้ไปกระทำเขาสามารถกระทำได้สำเร็จเสร็จสิ้นไปด้วยดี 

            ตอนนี้เสบียงของเผ่ามารได้โดนเผาทำลายไปจนหมดพวกเผ่ามารนั้นไม่สามารถจะทำอะไรได้แล้วนอกจากการสั่งถอยทัพออกจากบริเวณนั้นดินแดน5 ถ้าจะสามารถปกป้องดินแดนของตนเองเอาไว้ได้ 

            สงครามมันจะได้สิ้นสุดลงทั้งสองฝ่ายต่างถอยกันคนละก้าวแน่นอนว่าไม่มีผู้ใดสามารถได้รับชัยชนะจากสงครามในครั้งนี้ 

            เวลาที่มันเริ่มขึ้นและจบลงมันกลับรวดเร็วมากกว่าที่คิดตอนแรกสงครามครั้งนี้น่าจะกินเวลาร่วม1 ปีแต่มีเพียงแค่ประมาณ 2-3เดือนมันก็จบลงแล้ว 

            อาจจะเป็นเพราะว่าตัวแปรใหญ่ในสงครามที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องมันเลยทำให้สงครามครั้งนี้มันไม่ได้เป็นไปอย่างที่หลายๆคนคาดหมายเอาไว้ 

            หลี่หยางหลังจากสงครามตัวของเขาได้รับชื่อเสียงเป็นอย่างมากจากภายในกองทัพ 

            ผู้คนนั้นต่างเล่าขานกันปากต่อปากทั้งคนภายในกองทัพของดินแดน 5 ธาตุแล้วก็คนภายในกองทัพของเผ่ามาร 

            สิ่งที่ผู้คนเล่าขานต่อกันไปนั่นก็คือชื่อของบุรุษผู้หนึ่งที่ปรากฏขึ้นในสงครามครั้งนี้นามนั้นคืออสูรแห่งสงครามนามหลี่หยาง 

            บุรุษเกรียงไกรผู้ปรากฏกายภายในสงครามคำเล่าขานนี้ถูกบอกกันปากต่อปากต่อคำเล่าขานที่ว่ายามแรกก้าวลงสู่สมรภูมิร่างกายนั้นสะอาดสะอ้านถือกระบี่เล็กอยู่ข้างกาย 

            แต่ยามเดินออกจากสมรภูมิทั่วทั้งกายนั้นกับเปียกปอนและถูกชโลมไปด้วยโลหิตสีแดงกระบี่สีเงินนั้นถูกยอมให้กลายเป็นกระบี่สีแดงฉานสังหารชีวิตผู้คนไปมากมายนับร้อยนับพัน 

            อสูรแห่งสงครามหลี่หยางชื่อนี้ได้ถูกเล่าต่อกันไปแล้วก็บอกกล่าวไปจนถึงเมืองชายแดนของทั้ง2 ดินแดนทำให้ผู้คนภายในชายแดนของทั้ง 2ดินแดนที่อยู่ใกล้สมรภูมิรบต่างรู้เกี่ยวกับชื่อของคนผู้นี้ 

            ยามทุ่งหญ้าที่กว้างใหญ่ไพศาลบริเวณด้านหลังกองทัพแสงแดดอ่อนๆส่องผ่านลงมา

            ร่างของบุรุษทั้ง 3 ที่มีรูปร่างและหน้าตาที่แตกต่างกันยืนเรียงหน้าอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่มีสายลมกำลังพัดผ่าน 

            ทั้ง 3 กำลังทอดสายตามองยาวไปยังบริเวณด้านหน้าสุดสายตาของเขาห่างไกลออกจากจุดนี้หลายลี้มันคือสมรภูมิที่เคยมีแต่ซากศพ 

            “ สงครามจบลงแล้วต่อจากนี้จะเป็นการเดินทางจริงๆ” หลี่หยางพูดขึ้นด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย

            ดวงตาของเขามองตรงไปด้านหน้าหลังจากนั้นไม่นานเสียงกลองถอยทัพของทั้งสองฝั่งได้ทำการตีดังลั่นเป็นสัญญาณของการถอยทัพและการจบสงครามในครั้งนี้การสูญเสียมากมายนับร้อยนับพันนับหมื่นมันได้สิ้นสุดลงทันที 

            และแล้วก็เขาก็สามารถรอดพ้นจากสมรภูมิและสงครามอันดุเดือดมาได้ 

            ยามที่กองสึกถอยทัพนั้นทำการตีสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งบริเวณสิ่งที่มันปรากฏขึ้น 

            มันคือข้อความจากระบบที่ปรากฏขึ้นด้านหน้าของเขา 

            --

            ระบบ : ท่านได้รับเควส(ลับ)สำเร็จเควสทั้งหมด

            ของรางวัล 

            ได้รับค่าสเตตัสทุกอย่างเพิ่มขึ่น10 หน่วยทั้งหมด 

            ได้รับฉายาอสูรแห่งสงคราม

            ได้รับหน้ากากอสูร1 ชิ้น 

            ได้รับสกิลเคลื่อนที่พริบตา1 ชิ้น

            -- 

            ดวงตาของหลี่หยางจ้องมองมันข้อความจากระบบมากมายที่ขึ้นซ้อนเรียงต่อกันเป็นจำนวนมากเขาเริ่มค่อยๆอ่านทีละอันละอันอย่างช้าๆ 

            ‘ นี่มันอะไรกันเควสนั้นสำเร็จเราก็ได้ของเยอะขนาดนี้เลยงั้นรึ? ’ หลี่หยางเขาไม่อยากจะเชื่อสายตาของตนเองสิ่งที่มันปรากฏขึ้นด้านหน้าของเขาในตอนนี้เขาแทบจะเลือกสรรใช้สายตาของตนเองมองไม่หมด 

            ‘ ไม่ใช่เพียงแค่ได้ค่าประสบการณ์แล้วก็เร็วเพิ่มขึ้นเท่านั้นแต่ว่ากลับได้รับค่าสถานะพิเศษในการบวกเพิ่มขึ้นมาอีกอย่างละ10 หน่วย ’

            ----------------

            ชื่อ      หลี่หยาง          LV 66

            เผ่ามนุษย์    

            ฉายา อสูรแห่งสงคราม

            HP[3090/3090]

            MP[1750/1750]

            ค่าความเหนื่อยล้า [100/100]

            ค่าความหิว [100/100]

            ค่าความกระหาย [100/100]

            ค่ายประสบการณ์ EXP [180000/3000]

            ค่าสเตตัสหลัก

            ความแข็งแกร่ง 195 หน่วย

            ความรวดเร็ว 200 หน่วย

            ความยืดหยุ่น 160 หน่วย

            ประสาทสัมผัส 180 หน่วย

            เส้นพลังปราณ 185 หน่วย

            สติปัญญา 130 

            ----

            หลี่หยางได้จ้องมองดูหน้าต่างสถานะของตัวเองแล้วสิ่งที่ตัวเขามองเป็นลำดับถัดไปนั่นก็คือช่วงบริเวณฉายาที่มันปรากฏขึ้น 

            มือของเขายื่นไปสัมผัสแล้วก็ลองกดดูที่ระบบฉายาที่มันแสดงอยู่ด้านหน้าของตนเอง 

            ---

            ระบบ : ฉายาอสูรแห่งสงคราม 

            เมื่อสวมใส่ฉายานี้จะได้รับสกิลที่ชื่อว่ากระหายโลหิต สามารถใช้งานได้ 

            ---

            ‘ อสูรแห่งสงคราม… ฉายางั้นรึ? ’ เขาไม่อยากจะเชื่อสายตาของตนเองสิ่งที่ปรากฏขึ้นในตอนนี้มันคือฉายาของเขา 

            แต่ว่ามันไม่ได้มีเพียงแค่นั้นถ้าลองใช้ดวงตาของตนเองอ่านดูแล้วค่าระบบฉายามันกลับเป็นประโยชน์กับเขามากเลยทีเดียวความสามารถที่มันได้รับมา 

            ‘ ถ้าสังหารคนหนึ่งคนฉายาจะเปิดใช้งานเกี่ยวกับสกิลที่ชื่อว่ากระหายเลือด ’ 

            ‘ ฉายานี้แปลกประหลาดได้มาพร้อมกับสกิล ’

            หลี่หยางรีบทำการใช้นิ้วมือของตนเองกดเข้าไปที่ช่องสกิลอย่างรวดเร็วที่มันปรากฏขึ้นสกิลใหม่ที่มันเพิ่มเข้ามา มีชื่อว่ากระหายเลือด 

            --

            ชื่อสกิลกระหายโลหิต(ติดตัว) ระดับของสกิล -(ไม่สามารประเมิน)

            ข้อมูลของสกิลความสามารถของสกิลเมื่อทำการสังหารศัตรูหนึ่งคนจะได้รับพลังโจมตีเพิ่มขึ้นหนึ่งส่วนเป็นระยะเวลาครึ่งชั่วโมง (ยิ่งสังหารได้มากเพิ่มโจมตีจะเพิ่มพูนตามจำนวนสังหาร)

            --

            ดวงตาของหลี่หยางทำการใช้ดวงตาของตนเองกวาดมองไปแล้วก็ลองอ่านดูเกี่ยวกับความสามารถของสกิลนี้แน่นอนว่าเมื่อได้ลองอ่านดูมันทำให้เขานั้นตกตะลึงเลยทีเดียวความสามารถของสกิลนี้เมื่อได้ยิ่งลองอ่านมันมันก็ยิ่งทำให้เขานั้นตกตะลึงมากขึ้นไปอีก

            ‘ นี่มันความสามารถอะไรกันเรียกว่าขี้โกงเลยก็ได้ ’

            ‘ แม้ว่าสกิลจะเป็นสกิลที่ไม่สามารถทำการเพิ่มระดับ levelได้แต่ว่าเพียงแค่ความสามารถในตอนนี้ของสกิลมันก็ถือว่าเป็นความสามารถที่ขี้โกงขนาดที่เรียกได้ว่าถ้าใช้ดีๆอาจจะเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดได้เลย’

            ‘ ถ้าสังหารคนไป 1 คนสกิลติดตัวที่ชื่อว่ากระหายโลหิตจะทำงานมันจะทำการเพิ่มพลังโจมตีขึ้น 1 ส่วนของพลังโจมตีทั้งหมด’

            ‘ ไม่เพียงเท่านั้นมันจะทำการเพิ่มการโจมตีไปเรื่อยๆเรียกได้ว่ายิ่งสังหารมากเท่าไหร่การโจมตีความสามารถของร่างกายมันจะเพิ่มขึ้นทุกๆ1 ส่วนไปเรื่อยๆ ’

            ‘  แม้ว่าจะเป็นสกิลที่มันจะคงอยู่ได้เพียงแค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้นแต่เพียงแค่ความสามารถเพียงแค่นี้แล้วด้วยระยะเวลาขนาดนี้ก็สามารถใช้ประโยชน์ได้หลากหลายสถานการณ์แล้ว’

            ‘ ถ้าเกิดภายในครึ่งชั่วโมงสามารถฆ่าคนไปได้มากกว่า 20คนเท่ากับว่ามันจะเพิ่มขึ้นประมาณ 20 ส่วนเทียบเท่ากับว่าความสามารถร่างกายเพิ่มขึ้นถึง200 เปอร์เซ็นต์ ’หลี่หยางการคิดออกมาอย่างเสร็จสรรพด้วยดวงตาที่แสนจะเปล่งประกาย

            ความสามารถตรงนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันเป็นความสามารถที่โกงเป็นอย่างมากความแข็งแกร่งที่ร่างกายจะได้รับหลังจากฆ่าคนยิ่งคู่ต่อสู้มีมากเท่าไหร่และยิ่งสังหารได้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้น 

            ที่สำคัญมันยังไม่มีขีดจำกัดบอกด้วยแสดงว่าสามารถสังหารเพิ่มขึ้นได้เรื่อยๆจนกระทั่งหมดเวลาของมัน 

            จากที่ตกตะลึงกับความสามารถของสิ่งที่อยู่ด้านหน้าของตนเองในตอนนี้มาสักพักใหญ่ๆเขาได้ทำการปัดมือของตนเองแล้วก็เปลี่ยนสิ่งที่อยู่ด้านหน้าของตัวเอง 

            ข้อความจากระบบได้เปลี่ยนไปช่องของกระเป๋าไอเทมมันได้ปรากฏขึ้นมา 

            สิ่งที่เขาได้รับมาจากสำเร็จเควสในครั้งนี้มันมีอยู่ทั้งหมด 2 อย่าง 

            หลี่หยางทำการใช้นิ้วมือของตนเองกดเข้าไปที่บริเวณด้านหน้าอย่างรวดเร็วเริ่มจากไอเทมชิ้นแรกของเขา 

             

            ‘ หน้ากากอสูร ’

            ‘ เจ้านี่ก็ใช้ได้น่าจะเป็นของที่สามารถใช้งานได้ในสถานการณ์ต่างๆดูไม่เลวเลยทีเดียวแถมยังเป็นของในระดับที่ไม่ธรรมดาอีกด้วย ’

            ‘ ส่วนอีกอย่างก็… ’หลี่หยางนิ้วมือของตนเองยื่นไปสัมผัสเข้ากับหน้าต่างของระบบปรากฏให้เห็นไอเทมอีก 1ชิ้นที่เขาได้รับมา 

             ---

            ชื่อไอเทมหน้ากากอสูร ระดับ สีทอง (ราชันย์)

            ทักษะไอเทม เงาอสูร

            เมื่อสวมใส่พลังโจมตี +10 หน่วย

            พลังป้องกัน + 15 หน่วย

            ความสามารถเสริมสามารถปิดบังตัวตนของตนเองได้โดนการเก็บซ่อนพลัง

            ---

            ข้อความจากระบบที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าของเขาในตอนนี้ 

            ---

            ชื่อไอเทมตำราเคล็ดวิชาเคลื่อนพริบตา ระดับ สีทอง (ราชันย์)

            รายละเอียดไอเทมเมื่อกดใช้จะได้รับสกิลวิชาเคลื่อนพริบตา

            ---

            ‘ เคล็ดวิชาเคลื่อนพริบตา ’ 

            ‘ อันที่มันขึ้นแบบนี้ก็แปลว่าเราสามารถกดเรียนได้สินะแต่ว่า…’ หลี่หยางได้แสดงใบหน้าลังเลออกมาเป็นเพราะว่าตัวของเขานั้นยังไม่เคยใช้เกี่ยวกับการที่ร่ำเรียนวิชาสักเท่าไหร่ 

            เพราะแบบนั้นในตอนนี้เขาเลยดูประมาทอยู่ไม่น้อยเกี่ยวกับสิ่งที่มันปรากฏอยู่ตรงหน้าในตอนนี้ 

            หลังจากที่จ้องมองแล้วก็ลองตัดสินใจอยู่นานตัวของเขาก็ได้ตัดสินใจได้เรียบร้อยแล้วอย่างไรเจ้าสิ่งที่เรียกว่าระบบที่อยู่ด้านหน้าของเขามันก็คงจะไม่ทำร้ายเขาอย่างแน่นอน 

            นิ้วมือของหลี่หยางทำการยื่นไปสัมผัสสิ่งที่อยู่ด้านหน้าอีกครั้ง 

            สิ่งที่มันปรากฏขึ้นคือข้อความของระบบ

            ---

            ระบบ :ท่านจะกดใช้ไอเทม ตำราเคล็ดวิชาเคลื่อนพริบตาหรือไม่

            ตกลง                    ไม่

            ---

            เขาได้ทำการใช้นิ้วมือของตนเองกดตกลง 

            ---

            ระบบ : ตกลง

            ---

            ข้อความจากระบบได้ปรากฏขึ้นมาตรงหน้าของเขาอย่างต่อเนื่อง

            ---

            ระบบ :ยินดีด้วยท่านได้เรียบสกิลสำเร็จ

            ---

            ---

            ระบบ :ท่านได้รับสกิลเคลื่อนพริบตา เรียบร้อยแล้ว

            ---

             

            หลี่หยางเขารู้สึกว่าร่างกายของตนเองมีคลื่นพลังบางอย่างที่แผ่ซ่านออกมาแม้ว่ามันจะเป็นคลื่นพลังที่สงบแต่เมื่อมันทำการปลดปล่อยออกมาเขาก็กลับสามารถสัมผัสได้ 

            “ สำเร็จแล้วอย่างนั้นเหรอ… ” 

            “ มีอะไรหรือขอรับนายน้อยเหตุใดถึงทำใบหน้าเช่นนั้น”อี้ชิงที่กำลังยืนอยู่ข้างๆเงยถามขึ้นเมื่อเห็นนายน้อยของตัวเองหมกมุ่นกระทำบางอย่างอยู่ 

            “ ไม่มีอะไรหรอก ”

            “ ถ้าเช่นนั้นไปเลยดีหรือไม่ขอรับเพราะว่าอาชาที่ท่านแม่ทัพเตรียมให้ก็มานั่นแล้ว” ใช้นิ้วมือของตนเองชี้ตรงไปด้านหน้าเพื่อส่งให้นายน้อยของตนเองมองตรงไปดู 

            สุดสายตาทหาร 3 คนได้จูงอาชาสีน้ำตาลเข้ม 3 ตัวมามอบให้กับพวกเขา 

            ทั้งสามการกระโดดขึ้นหลังมาอย่างรวดเร็วหลี่หยางยกยิ้มขึ้นที่มุมปาก “ เอาล่ะไปกันเถอะสู่เมืองต่อไป ” 

            ทั้ง 3 ได้ทำการมุ่งตรงออกจากกองทัพแล้วก็มุ่งตรงไปยังเป้าหมายของตนเองที่อยู่ห่างไกลจากบริเวณชายแดนไม่มากนัก 

            จบบท