พันเส้นทาง หมื่นวิถี (จบ)

    บทที่49 สวนสมุนไพร

            บริเวณหน้าสำนักหุบเขาจันทรากระจ่าง ที่กำลังเกิดความวุ่นวาย จากเสียงแตกร้าวเล็กๆ ผู้อาวุโสลำดับที่หนึ่ง หลี่เจียง เขาแค่นเสียงเดือดดาลขึ้นมาทันที ทำให้ธารน้ำสายกว้าง เกิดการกระเพื่อมไหว ไอน้ำหมอกหนา แตกกระจายออกไปทั่ว

     


            “ใครกันทำลาย ป้ายสำนักหุบเขาจันทรากระจ่าง เกรงว่ามันจะไม่เห็นผู้คุมกฎสำนัก อย่างข้าอยู่ในสายตาเลยซินะ” เขาที่เป็นถึงผู้คุมกฎของสำนัก ไม่เคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน จึงอยากจะไต่ถาม ผู้อาวุโสแถวๆ นี้ให้รู้ความ ว่าใครกันทำลายป้ายสลัก สำนักหุบเขาจันทรากระจ่างกันแน่


     

    ทว่าเหล่าผู้อาวุโสพวกนั้นต่างก็ส่ายหัว ทำให้ชายแก่หน้าดุ แค่นเสียงออกมาอย่างไม่พอใจ “พวกเจ้า ช่างเลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ”

     


             ก่อนผู้อาวุโสลำดับที่หนึ่ง หลี่เจียง จะหันปรายตาไปมอง ผู้อาวุโสลำดับ4 เฉียนคุน “เจ้าแก่เจ้าน่าจะรู้อะไรซินะ ข้าได้ยินว่าเจ้ามัก จะมาดูแล สวนสมุนไพร ที่นี่อยู่บ่อยๆ”

     


              เสียงกระแอมไอชายแก่ ลำดับ4 เฉียนคุน ดังขึ้นมาทันที “ข้ามัวยุ่งกับการดูแลสมุนไพร จะมีเวลามามองเหตุการณ์ รอบๆ ได้อย่างไร... แล้วอีกอย่างก็แค่รอยบิ่นเล็กๆ หากใครไม่สังเกตก็คงไม่เห็น”

     


    ผู้อาวุโสลำดับที่หนึ่ง หลี่เจียง ได้ยินเขาพลันหน้าบึ้งตึง “ข้าไม่พูดกับเจ้าแล้ว ตรงนั้นมีอนุชนอยู่... ข้าจะไปไต่ถามพวกเขาดู ให้รู้ความ”

     


             ผู้อาวุโสลำดับ4 เฉียนคุน ห่างคิ้วเขาพลันสั่นกระตุกขึ้นมาถี่ยิบ เมื่อเห็นเจ้าหลางเทียนยังอยู่ที่นี่ เขารีบเอ่ยขัด พร้อมกล่าวพูดบรรยายขึ้นมาทันที “เปล่าประโยชน์ ผู้อาวุโสผู้คุมกฎสำนัก หลี่เจียง ท่านก็น่าจะรู้ความแข็งแกร่งของ หินหยกเขียวมรกต นี่ดี มันแข็งจนสามารถสร้างอาวุธระดับสูงได้ หากไปโทษอนุชนเหล่านั้น เกรงว่าจะทำให้กลายเป็นเรื่องใหญ่โต น่าขบขัน ไปเสียมากกว่า”

     


              “อืมๆ” ผู้อาวุโสคนอื่นๆ ได้ยินต่างก็พยักหน้า เห็นด้วยกับผู้อาวุโสลำดับ4 เฉียนคุน ก่อนพวกเขาจะปล่อยเรื่องป้ายสลัก สำนักหุบเขาจันทรากระจ่าง ถูกทำลายไว้ภายในใจ พร้อมกับสั่งคนมาซ่อมแซมมัน จึงทำให้เหตุการณ์ความวุ่นวาย หน้าสำนักหุบเขาจันทรากระจ่าง จบลงไปได้ด้วยดี

     


    ****

     


              …รุ่งเช้าถัดจาก เหตุการณ์ความวุ่นวายหน้าสำนักจบลง หลางเทียนกับพวกที่เข้าไป ภายในค่ายอาคมสวนสมุนไพร รับหน้าที่ดูแล รดน้ำต้นสมุนไพรเหล่านั้น ทำให้ศิษย์สายใน ปรุงโอสถ มาเลือกชมสมุนไพรล้ำค่า ต่างก็ประหลาดใจ เมื่อเห็นศิษย์สายนอก ภายในสวนสมุนไพรแห่งนี้ มองว่าคงจะเป็นอาจารย์ ที่ให้พวกเขาเข้ามาดูแลสวนสมุนไพร

     


             ทว่าสถานที่แห่งนี้เห็นได้ชัดว่า เป็นค่ายอาคมเร่งเวลา หลางเทียนจึงเอ่ยพูดพึมพำออกมา ระหว่างที่เขาตักน้ำลดต้นสมุนไพร บางต้นถึงกับอายุเป็นร้อยปี “ข้าอยู่ภายใต้อาคมแห่งนี้ ข้าออกไปด้านนอกที เวลาไม่ไหลผ่านไปหลายวันหรืออย่างไร?”

     


             เด็กสาวอายุ14ปี กำลังเก็บสมุนไพร ส่วนที่จำเป็นสำหรับการปรุงยา นางขำออกมาน้อยๆ ทันที เมื่อได้ยินคำพูดของเจ้าหลางเทียน “มันจะเป็นอย่างนั้นได้อย่างไร ค่ายอาคมเร่งเวลาเติบโต แค่สมุนไพรเท่านั้น เว้นแต่เจ้าจะเป็นสมุนไพรล้ำค่า”

     


    ก่อนคนอื่นๆ ที่อยู่บริเวณนั้นอีกสองสามคน จะขำออกมา “อ่าๆ พวกเราเข้ามาใหม่ๆ ก็คิดเช่นนั้น ใช่หรือไม่ศิษย์พี่หลานซือ”

     


             ชายหนุ่มที่ดูสุขุม เรียบนิ่ง พยักหน้า ทว่าเขารู้สึกแปลกใจ เจ้าหลางเทียนเหตุใดมันถึงรู้ ค่ายอาคมเร่งเวลาแห่งนี้ แม้แต่พวกเขายังรับรู้ จากปากของผู้เป็นอาจารย์เท่านั้น... เขาจึงเอ่ยไต่ถามเด็กหนุ่มออกมา “เจ้าหนู เจ้ามีความรู้ ด้านค่ายกลเช่นนั้นหรือ?”

     


             หลางเทียนเกาหัวแกรกๆ ไม่คิดว่าคำพูดพึมพำของเขาจะทำให้ ศิษย์สายในโอหังพวกนี้สนใจขึ้นมา เขาจึงเอ่ยตอบพลางอธิบายออกมา “ข้าเรียนรู้มันแค่ผิวเผิน พอจำแนกมันได้ก็เท่านั้น”

     


    หลานซือที่ได้ยินเขายิ่งขมวดคิ้ว กับเจ้าหลางเทียน มันจะมีคนจำแนกค่ายกล ค่ายอาคม ต่างๆ ได้จริงๆ หรือ เขาแทบไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยิน

     


            แต่ทว่าหลางเทียน เพียงสัมผัส เขาก็มองเห็นเส้นสมมาตร ออกไปทั่วค่ายกล แม้กระทั่งมองเห็นแกนกลาง พลังงาน ของมันอย่างง่ายดาย แม้กระทั่งพื้นดินแปลงสมุนไพรแห่งนี้ หลางเทียนยังรู้ ส่วนประกอบมันเป็นอย่างดี ว่ามันมีแร่ธาตุ เยอะมากขนาดไหน ถึงทำให้สมุนไพรเหล่านี้ เติบโตขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

     


            จู่ๆ ผู้อาวุโสชราปรุงโอสถ ลำดับ4 เขาจะเดินเข้ามาขัดจังหวะ การพูดคุยของพวกหลางเทียน... หลานซือ ที่ประสานฝ่ามือคำนับอาจารย์ เขาก็เดินไปเก็บสมุนไพรส่วนต่างๆ ที่จำเป็นในการใช้ปรุงยาต่อทันที

     


             ก่อนผู้อาวุโส เฉียนคุน จะกระแอมไอมาหาหลางเทียนเล็กๆ พร้อมกล่าวพูดประโยค ลอยๆ ออกมา “ช่วงนี้เจ้า อย่าไปหน้าทางเข้า สำนักหุบเขาจันทรากระจ่าง บ่อยๆ เหมือนเมื่อก่อนล่ะ”

     


            หลางเทียนได้ยินถึงกับสะอึกในลำคอ ก่อนจะเห็นรอยยิ้มทอประกายของชายแก่ ทำให้หลางเทียนมั่นใจว่า ชายแก่ผู้นี้รู้เรื่องของเขา ครั้นประสานฝ่ามือ เขาก็กล่าวตอบออกไปอย่างหนักแน่น “ข้าเข้าใจแล้วท่านผู้อาวุโส” พร้อมหลางเทียน แอบลอบถอนลมหายใจออกมายาว ด้วยความโล่งอก

     


             ช่วงเสร็จจากงาน พวกเขาต่างก็ไปนั่งพูดคุยกันเรื่อง ทรัพยากรในการบ่มเพาะขั้นพลัง พวกเขายังไม่เพียงพอ หากเทียบกับคนอื่นๆ ที่ได้รับของล้ำค่า “เราจะเอาเช่นไรกันดี หากเราแก้ปัญหาจุดนี้ไม่ได้ เกรงว่าขั้นพลังของพวกเรา ไม่กระเตื้องแน่”

     


    หลางเทียนพยักหน้า “เกรงว่าเราต้องหางานเพิ่ม ลองเข้าไปภายในป่าต้องห้าม หาวัตถุดิบ แลกเปลี่ยนโรงอาหารชั้นใน ดีหรือไม่?”

     


    กงม่อซือกล่าวเห็นด้วย “อืมๆ เป็นความคิดที่ดีไม่เลว ไม่เลว หลางเทียน”