พรึ่บ ร่างวิมลินสะดุ้งเฮือกลุกขึ้นมานั่ง ตื่นจากฝัน ความรู้สึกยังมึนงงเหมือนถูกดูดเข้าพายุหมุนยังไง ยั้งงั้น เธอยกมือคลึงขมับ มองไปรอบตัวพบว่านี่คือห้องนอนของเธอในคอนโด หญิงสาวยังรู้สึกเวียนหัวเล็กน้อย แม้ว่าจะเป็ความฝันทำไมมันรู้สึกเหมือนจริงนักนะ กับอาการวิงเวียนเหมือนเมาคลื่นลมแบบนี้ เธอขมวดคิ้วพลางนึกสงสัยว่าที่เธอฝันว่าได้คุยกับท่านเทพ ในร่างคุณปู่ร้านหนังสือ รวมทั้งเื่ราวที่เธอได้เห็นในความฝัน มันเชื่อได้มั้ย จะเกิดขึ้นจริงหรือเปล่า หรือว่า่นี้เธออ่านนิยายแนวกลับชาติมาเกิดมากไปจนเก็บไปฝันกันแน่นะ เอายังไงดีนะแล้วเธอจะเริ่มตรงไหนดีล่ะ แล้วเธอจะพิสูจน์ยังไงว่าที่ฝันมันคือเื่จริง วิมลินลุกจากเตียงขึ้นมาทำธุระส่วนตัวล้างหน้าแปรงฟัน เธอมองตัวเองในกระจกพลางพูดกับตัวเอง
“ทำไงดีล่ะยัยลิน ในฝันคุณปู่บอกว่าเราเหลือเวลาแค่ 7 วันเองนะที่ต้องเตรียมตัว แต่...ถ้ามันเป็เพียงความฟุ้งซ่านของเราเองล่ะ คนเค้าจะหาว่าเราบ้าไปแล้วรึเปล่า” เธอจมอยู่กับการครุ่นคิดเกี่ยวกับเื่ที่เกิดขึ้น
“อะ แฮ่ม... นังหนูลินทุกอย่างที่เ้าได้ยินล้วนเป็เื่ที่เกิดขึ้นจริงอย่ามัวแต่สงสัยอยู่เลย จงรีบลุกขึ้นมาเตรียมตัวกับการเดินทางครั้งใหม่ของเ้าได้แล้ว”
“อุ้ย แม่หล่น” วิมลินอุทานด้งยความใ จนแปรงสีฟันที่ถือแทบร่วง เมื่อจู่ๆ ได้ยินเสียงของชายชราดังขึ้นในหัว เธอรีบมองไปรอบห้องแต่ก็พบกับความว่างเปล่า นี่มันมหัศจรรย์เกินไปแล้ว
“คุณปู่ ลินใแทบแย่เกือบหัวใจวายตายก่อนกำหนดแล้วมั้ยคะ”
“เฮ่อ ก็ข้าทนดูเ้ามัวแต่ครุ่นคิดสงสัยอยู่นั่น ไม่ไหวแล้ว เวลาเหลือน้อยเต็มที ข้าเลยแวะมายืนยันพร้อมกับเตือนเ้าอีกรอบ ตอนนี้ข้าต้องไปจริงๆ แล้วล่ะ ไว้เจอกันเมื่อถึงเวลานะ นังหนู” เสียงชายชราตอบกลับมาในหัวเธอเช่นเดิม
“เดี๋ยวค่ะ คุณปู่ อย่าพึ่งไปลินขอถามก่อน.... คุณปู่....คุณปู่ยังอยู่มั้ยคะ ... เฮ่อ ไปซะแล้วบทจะมาก็มาบทจะไปก็ไป ปุบปับตลอดเลยคุณปู่” วิมลินร้องเรียกชายชราแต่ก็ไร้เสียงตอบรับ
เธอตั้งสติอยู่สักพัก ก่อนจะนั่งนึกถึงคำพูดของคุณปู่ที่บอกไว้ในฝัน เธอเดาว่าสิ่งที่เป็ของเธอ ที่ชายชราพูดถึงน่าจะเป็หนังสือและจี้หยกที่เธอได้มาจากร้านหนังสือเมื่อวาน และเมื่อคืนเธอเองก็ตั้งใจจะอ่านหนังสือเล่มนั้นก่อนนอนแต่เธอก็ง่วงเกินกว่าจะฝืนตาตื่นได้
วิมลินรีบไปหยิบของทั้งสองอย่างมาวางตรงหน้า
“เอาล่ะทีนี้ก็ต้องยืนยันตัวตนสินะ มันอยู่ตรงไหนละเนี่ย”
หญิงสาวสำรวจของทั้งสองชิ้นอย่างละเอียดแต่ก็ไม่เห็นตรงไหนที่บ่งบอกว่าเป็จุดยืนยันตัวตนได้ มันก็เป็เพียงจี้หยกและหนังสือธรรมดาสามัญเท่านั้น เธอเปิดหนังสือดูก็ต้องแปลกใจอีกรอบเพราะตอนนี้ตัวหนังสือที่เคยมีได้อันตรธานหายไปหมดแล้ว เมื่อคืนก่อนที่จะนอนเธอจำได้ว่ามันยังมีเนื้อหาอยู่เลย มันต้องมีอะไรสักอย่างเกี่ยวกับการยืนยันตัวตนที่คุณปู่พูดถึงแน่ๆ
วิมลิน นั่งวิเคราะห์หาทางยืนยันตัวตนอยู่สักพัก พลันก็นึกขึ้นมาได้ว่าอะไรที่เป็สิ่งยืนยันตัวตนของเราได้นอกจาก บัตรประชาชน และเอกสารต่าง ก็น่าจะเป็ DNA ของแต่ละคน เธอไม่แน่ใจว่าจะเป็คำตอบที่ถูกมั้ย แต่ตอนนี้เธอก็หมดหนทางแล้ว เวลาก็เหลือน้อยลงทุกที ดังนั้นลองดูหน่อยละกัน
วิมลิน สูดลมหายใจเข้าเต็มปอดก่อนจะปล่อยลมออกมาเฮือกใหญ่ มือของเธอสั่นเล็กน้อย เธอค่อยๆ จิ้มปลายเข็มที่เตรียมไว้ลงบนปลายนิ้วมือแล้วออกแรงกด เพียงไม่นานหยดเืก็ซึมออกมา เธอตัดสินใจใช้เืของตัวเองนี่แหละยืนยันตัวตนน่า เืจะเป็สิ่งที่มี DNA ของเธอครบสมบูรณ์ที่สุดแล้ว เมื่อได้หยดเืพอสมควรแล้วเธอก็จัดการหยดมันลงไปบนหยกแกะสลักรูปดอกบัวก่อนเป็สิ่งแรก
วิมลินตื่นเต้นจนมือสั่นไปหมด เธอกลัวเข็มและเื ส่วนหนึ่งก็เนื่องมาจากตอนเด็กๆ นั้นเธอต้องเทียวเข้าเทียวออก รพ. เป็ว่าเล่นก็เลยจะเกิดความกลัวฝังใจอยู่เล็กๆ แต่ยังอยู่ในขอบเขตที่ทนได้
หลังจากหยดเืลงไปบนหยกแล้ว หญิงสาวก็ตั้งตารอดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นหรือไม่ แต่รอจนแล้วจนรอดก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอจึงเปลี่ยนมาลองหยดลงบนหนังสืออีกหนึ่งหยด เืของเธอค่อยๆ ซึมผ่านปกหนังสือที่ทำจริงแผ่นหนังลงไปแต่ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น
วิมลินนั่งรอดูปฏิกิริยาของทั้งสองสิ่งอยู่นาน เธอลองทำวิธีต่างๆ ร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็การคุยกับพวกมัน นำเอาหยกไปแช่น้ำ,ลนไฟ หรือแม้กระทั่งการสวดอ้อนวอนกับเบื้องบน
“โอ้ย คุณปู่คะ ท่านเทพทั้งหลายเบื้องบนนี่มันอะไรกัน หนูลองทุกอย่างทุกวิธีแล้วนะ ไหนบอกว่าหนูจะหาวิธี ได้โดยง่ายล่ะคะ เวลาก็หมดลงไปทุกที ช่วยหนูด้วยเถอะค่ะ” วิมลินพูดออกมากับความว่างเปล่าตรงหน้าเผื่อที่ชายชราหรือท่านเทพองค์ใดก็ตามที่มอบภารกิจให้เธอจะได้ยิน
หญิงสาวนั่งจ้องมองทั้งจี้หยกและหนังสือที่ยังว่างเปล่าอยู่อย่างนั้น ตอนนี้เธอรู้สึกหัวตื้อตันไปหมด นอกจากเธอจะเหลือเวลาบนโลกใบนี้เพียงแค่ 7 วันเท่านั้น เธอยังต้องเตรียมตัวเตรียมใจเพื่อที่จะต้องไปเริ่มชีวิตใหม่ที่เธอก็ยังไม่รู้ว่าต้องไปพบเจอกับอะไรบ้าง เธอคิดถึงแม่ญา และน้องๆ ที่บ้านเด็กกำพร้า คิดถึงสายตาห่วงใยที่แม่ญามีให้เธอ รวมทั้งสายตาที่ไร้เดียงสาที่ฉายความดีใจ ของน้อง ๆ ยามที่มองมาที่เธอตอนเธอไปเยี่ยม เธอต้องจากทุกคนไปในเร็วๆ นี้แล้ว และคงไม่มีโอกาสได้พบกันอีก
วิมลินรู้สึกทั้งเสียใจ และเครียดกับปัญหาที่ยังแก้ไม่ได้ตรงหน้า ดวงตากลมโตเริ่มมีหยดน้ำคลอๆ และเพิ่มขึ้นจนเธอไม่สามารถที่จะห้ามมันไว้ได้แล้ว เธอจึงปล่อยให้ตัวเองร้องไห้ออกมา น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นลงบนปกหนังสือที่เธอวางไว้บนตัก
แปะ ทันทีที่หยดน้ำตาซึมลงไปบนปกหนังสือก็เกิดปฏิกิริยาบางอย่างขึ้น ลวดลายสีทองค่อยๆ ปรากฏขึ้น ก่อนเกิดแสงสว่างวาบขึ้นมา วิมลินใรีบยกมือปิดตา มือปัดโดนหนังสือทำให้มันหล่นลงไปกองอยู่บนพื้น ก่อนๆ จะค่อยๆ หรี่ตาดูเมื่อรู้สึกว่าลำแสงดังกล่าวได้หายไปแล้ว
บนปกหนังสือที่ก่อนหน้านี้ไร้ลวดลายใดๆ มีตัวหนังสือสีทองปรากฏขึ้นบนหน้าปก เป็ชื่อหนังสือ พิภพกาล เหมือนที่เคยเห็นตอนที่อยู่ในร้านหนังสือ
“โอ้ย ใหมดเลย ่นี้มีแต่เื่ชวนหัวใจวายเยอะจริงๆ” หลังจากแน่ใจแล้วว่า ไม่น่าจะเกิดอะไรขึ้นอีกเธอจึงเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมาดู เธอเปิดหนังสือดูหน้าแรก ก็ปรากฏข้อความ
“คู่มือการปฏิบัติภารกิจย้อนมิติ
การยืนยันเสร็จสมบูรณ์
ยินดีรับใช้ขอรับเ้านาย
เริ่มใช้งานได้ทันที”
“ว้าว นี่มันเจ๋งมากเลยอ่ะ เหมือนอุปกรณ์ Ai ฉบับย้อนยุคเลย งั้นก็แสดงว่าเราก็ต้องใช้เื กับ น้ำตาหยดลงไปเพื่อการยืนยันตัวตนสินะ” หญิงสาวพูดกับตัวเอง ยังเหลือเ้าหยกรูปดอกบัวนั่นอีกชิ้นที่รอเธอทำการยืนยันตัวตน แต่จะทำให้ตัวเองร้องไห้ยังไงล่ะทีนี้
เพราะตอนนี้อารมณ์เสียใจของเธอมันกระเจิงหายไปหมดแล้วน่ะสิ สงสัยต้องใช้ตัวช่วยซะแล้ว คิดได้ดังนั้นเธอก็เดินเข้าไปในครัวค้นบางสิ่งออกมา
“ท้า...ด้า หอมแดงที่รักช่วยฉันหน่อยนะ ฉันจำเป็ต้องร้องไห้จริงๆ” นี่เธอพูดกับหอมแดงงั้นเหรอ ฮ่าๆ ตอนนี้เธอสติแตกไปแล้วจริงๆ สินะ
วิมลินใช้วิธิทางลัดเป็ตัวช่วยเธอใช้หัวหอมป้ายตาเล็กน้อย(วิธีนี้อันตรายเด็กๆ ไม่ควรทำตาม) และมันก็ได้ผล
“โอ้ย น้ำตามาแล้ว หยกอยู่ไหนเนี่ย แสบตาจะแย่แล้ว แม่จ๋า” เอ่อ เธอลืมหยิบชิ้นหยกมาไว้ใกล้มือก่อนทำการทดลอง กว่าจะเจอก็ทุลักทุเลเล็กน้อย
วิมลินรีบหยดน้ำตาลงบนหยก แล้วดูท่าทางว่าจะได้ผล เมื่อเธอหยดน้ำกระทบโดนมัน ก็เกิดแสงสีทองส่องสว่างเหมือนตอนทำกับหนังสือ รอบนี้เธอมีภูมิคุ้มกันแล้วจึงไม่ใเท่าไหร่
หลังจากแสงสีทองหายไปแล้วเธอก็หยิบมันขึ้นมาดู บนชิ้นหยกมีความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยจากที่ก่อนหน้านี้มันเป็หยกสีเขียวทั้งชิ้นแกะเป็รูปดอกบัวซึ่งก็เป็เนื้อหยกสีเขียวเช่นกัน ตอนนี้มีลวดลายเป็เส้นสีทองบางๆ แทรกอยู่ มองดูแล้วเส้นสีทองพวกนี้เหมือนจะสะท้อนแสงวิบวับอยู่ตลอดเวลา จากที่สวยอยู่แล้ว ก็ยิ่งทำให้หยกรูปดอกบัวชิ้นนี้ดูมีค่ามากขึ้นไปอีก
เธอหยิบของทั้งสองชิ้นมาวางไว้คู่กัน เดาว่าตอนนี้เธอได้ทำการยืนยันตัวตนเป็ที่สำเร็จแล้ว
“โอ้ย การยืนยันด้วยการใช้เืและน้ำตาเนี่ยนะ เฮ่อ มองเห็นเห็นอนาคตเลยทีเดียว เอาล่ะ ทีนี้เราก็มาดูกันเถอะว่า ฉันจะใช้เ้าทั้งสองยังไงดีมีคู่มือมั้ยเนี่ย” เธอแอบบ่นเบาๆ ก่อนจะลองพลิกหน้าหนังสืออ่านดู เผื่อจะเจออะไรบอกใบ้บ้าง
*******************************
ในที่สุดหนูลินก็หาวิธีเจอแล้ว แม้ว่าต้องเสียเืเสียน้ำตาไปบ้างเล็กน้อย จริงๆ หนูลินเป็คนตลกนะคะ โก๊ะๆ บ้างในบางครั้ง ฝากเอ็นดูน้องด้วยน๊า
ขอบคุณที่แวะมาอ่านกันนะคะ อย่าลืมรักษาสุขภาพกันด้วยนะ