18.55 น.
“รายงานศูนย์กองกำลังศัตรูกำลังเคลื่อนทัพผ่านช่องเขาเสียงโศก ทราบแล้วเปลี่ยน” ดวงตาดวงนึงปิดลง ณ ตรงซอกหินอันดำมืดเมื่อตาดวงนั้นปิดลงกลับให้ความรู้สึกว่าไม่มีอะไรหรือใครคนใดคนนึงอยู่ในนั้นเลยแต่เจ้าของสายตานั้นจะส่งผลให้เกิดการล้างบางของอีกฝ่าย ทันใดนั้นเองเสียงเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นในหูของเขา เรียกสติของเขามาจากการมองดูศัตรู
“ท่านดยุกแรม ข้าศึกเข้าสู่ต่ำแหน่งแล้วหรือไม่” เมื่อดยุกแรมได้ยินเสียงนั้นเขาก็ดีใจทันทีแล้วตอบกลับไป
“ประมาณ 10 นาทีศัตรูจะเข้าสู่ช่องเขาพะยะค่ะ”
“งั้นรึ จับตาดูเอาไว้”
“พะยะค่ะ”
10 นาทีต่อมา
“ศัตรูเข้าสู่พื้นที่แล้วพะยะค่ะ” เมื่อสิ้นเสียงของดยุกแรมก็ปรากฏลำแสงสีแดงขนาดยักพุ่งผ่านหมู่เมฆลงมายังพื้นที่เป้าหมาย แสงนั้นทำให้เหมือนกับว่าโลกได้ถูกย้อมไปด้วยสีแดงและตามมาด้วยเสียงที่ดังก้องพื้นที่ก่อนที่ลำแสงอันน่าสะพรึ่งกลัวนั้นจะกระทบพื้นที่เป้าหมายอย่างแม่นยำสงผลกองกำลังก็อบลินส่วนใหญ่ได้ถูกระเหยออกไปเหมือนไม่เคยมีตัวตนแรงกระแทรกมหาศาลทำให้ช่องเขาส่วนแรกพังทลายและช่องเขาเสียงโหยที่น่ากลัวได้ถูกเปลี่ยนไปเรียกในชื่อช่องเขาแห่งชัยชนะในภายหลังแต่ในกองกำลังก็อบลินหุบเขานี้ได้ถูกเรียกในชื่อว่า กูลิงซูมาหรือช่องเขาสีเลือด กองกำลังส่วนแรกของก็อบลินได้หนีรอดไปได้แต่ตั้งแต่ส่วนกลางลงไปได้ถูกระเหยไปจนหมดสิ้น
“เป้าหมายถูกทำลาย ย้ำ เป้าหมายถูกทำลาย” เสียงของดยุกแรมดังขึ้นแต่เมื่อเขามองไปยังทางเข้าช่องเขา ดยุกแรมกลับพบกับกองกำลังก็อบลินที่เหลือรอดอยู่
“รายงานตอนนี้ตรวจพบกองกำลังข้าศึก ย้ำ ตรวจพบกองกำลังข้าศึก”
“รับทราบ”
ณ ยานบัญชาการหลัก
“ฮือ! ข้าศึก” ราชาริชาร์ดได้หลับตาพลางยิ้มออกมา
“คงจะเป็นพวกรั้งท้ายสินะ ส่งกองร้อยทหารม้าที่หนึ่งเข้าพื้นที่เก็บกวาดให้เรียบร้อย”
“พะยะค่ะ” เมื่อได้ยินเสียงตอบรับของเจ้าหน้าที่ราชาริชาร์ดก็กางโล่พลังงานปิดกั้นเสียงและการมองเห็นภายนอกก่อนที่จะเรียกสายออกไป
“ตื๊ด ตื๊ด ตื๊ด อะ พ่อ พ่อโทรมามีอะไร” จากสัญญาติดต่อได้ปรากฏภาพของเรกิสที่กำลังนั่งทำแผลอยู่
“ทำไมเจ้าถึงกระโดดเข้าไปกลางดงศัตรู”
“ขะ ข้า”
“ทำไมเจ้าถึงได้ไปดวนเดียวกับ combat walker ของฝ่ายตรงข้าม”
“ขา ข้า”
“ตอบ” สีหน้าของราชาริชาร์ดทะมึนไปด้วยความโกรธและเสียงของเขาก็แข็งกร้าวพลางจ้องลูกสาวอย่างตำหนิ
“ข้า ข้า ถ้าข้าไม่เข้าไปแล้วแนวโล่จะพังนะสิท่านพ่อลูกสาวของท่านพยายามอย่างหนักเลยรู้ไหม”
“พยายามก่อกวนนะสิ ยั๊ยหัวดื้อเอ๋ย ข้าจะให้แม่เจ้าอบรมเจ้าเมื่อกลับไปเจ้าจะได้เป็นเหมือนสตรีคนอื่นเขาบ้าง”
“ยะ อย่านะตาแก่ เอ๋ย ท่านพ่อ ท่านมีลูกสาวเพียงคนเดียว ลูกสาวที่น่ารักน่าชังขนาดนี้ท่านยังจะดุได้อีกหรือ”
“ฮืม!! แล้วไอ้หมอนั้นมันใครกันละ” ราชาริชาร์ดมองไปที่ชายหนุ่มผมดำที่ตอนนี้ถูกเรกิสพันแผลจนเป็นเหมือนมัมมี่แล้วเมื่อถูกถามเรกิสก็ลากชายหนุ่มคนนั้นเขามาตรงหน้าจอแสดงผล
“นี้ไงท่านพ่อ ลูกสมุนเอ๋ย ทหารในกองร้อยของลูก”
“โห!! ดูสนิทกันดีนี้แล้วกองร้อยของเจ้ามันเหลือกี่คน”
“เหลือเขาคนเดียวนี้แหละท่านพ่อ อ่อ!จริงสิยังเหลือรองอยู่อีกคนนึงด้วยนะเป็นไงหล๋าข้าบอกแล้วยังไงกองร้อยข้าก็ต้องเหลือซักคนแหละน่า”
“ยั๊ยลูกโง่ เอาละเจ้าไปหาซีซ่าซะไป”
“โอ๊สสส!!”ว่าแล้วเรกิสก็ทำท่าตะเบะแล้วรีบวิ่งไปหาแม่ทัพซีซ่า และก่อนที่หน้าจอแสดงผลราชาริชาร์ดก็กล่าวเบาๆ แต่เสียงเบาๆนั้นทำเอาคนที่ฟังอยู่ตอนนั้นถึงกับหน้าถอดสี
“เห้ย!!!! ไอ้หนุ่มถ้าขืนแกมายุมย่ามกับลูกสาวข้า ข้าเอาเอ็งตายแน่เข้าใจ๋”
“ครับบบบ”
“ดี”แต่ยังไม่ทันเสียงของราชาริชาร์ดพูดจบก็มีเสียงเรกิสดังแทรกขึ้นมา
“เอ เราไปหาเฟตกันเถอะ” นั้นคือสิ่งสุดท้ายที่ราชาริชาร์ดได้ยิน หน้าพระองค์ทรงขมวดอย่างเห็นได้ชัดและทรงแสดงสีหน้าเหมือนอยากฆ่าคนอย่างไรอย่างนั้นออกมาเลยทีเดียวแต่นั้นก็เป็นเพียงเสียววินาทีก่อนที่พระองค์จะปรับสีหน้าให้ราบเรียบเหมือนเดิมและลดโล่พลังงานลง