ระบบกาชาอาชีพสุดแกร่ง กับ ทายาทมหาเศรษฐีสุดป่วน

    บทที่ 31

    “อย่างนั้นเหรอ.. ยังไงก็พยายามเข้าล่ะ ว่างๆก็มาเยี่ยมคุณแม่บ้างสิ! ท่านคงจะดีใจที่ได้พบกับเรา.. ถ้ายังไงพี่ขอตัวก่อนก็แล้วกัน นี่ก็ออกมานานแล้ว เดี๋ยวพวกลูกค้าจะไม่พอใจ” เกมกล่าวในขณะที่ล้างมือ ซึ่งโอ๊ตก็เข้าใจ ยิ้มตอบกลับพร้อมกับพยักหน้าให้ โอ๊ตมองไปที่แผ่นหลังของพี่เกมที่เดินจากไปด้วยความคิดหลากหลาย ‘อืมม เราน่าจะพอช่วยเหลืออะไรได้อยู่.. ก็ดีเหมือนกันทำบุญเสียบ้าง บางทีชีวิตเราอาจจะสงบมากกว่านี้..’ โอ๊ตคิดก่อนจะหยิบทิชชูในห้องน้ำขึ้นมาหลายแผ่น เพื่อเช็ดหน้าเช็ดตา เขาจัดทรงผมเล็กน้อยก่อนจะเดินออกจากห้องน้ำไป แต่ทว่าเมื่อเขาออกจากประตูได้เพียงสองก้าวเท้าเท่านั้น เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งที่คุ้นๆก็ดังมาจากทางเข้าห้องน้ำหญิง มันเรียกให้โอ๊ตหันไปสนใจ..“น้องชายยยย!..ใช่ๆ ใช่น้องชายจริงด้วย..” เสียงของคริสร้องดังออกมาอย่างดีใจ เธออดไม่ไหวเข้ามากอดโอ๊ตด้วยความคิดถึงในรสชาติแพนเค้กของโอ๊ตในทันที แน่นอนว่าโอ๊ตถึงกับตกใจไปเลยทีเดียว“เอ๊ะ!.. พี่สาวท่านนั้นเองเหรอครับ.. แฮ่ๆ ไม่พบกันแค่สองสามวันเองนะครับ” โอ๊ตถึงกับต้องหลบหน้าหลบตา เพราะว่าพี่สาวเล่นกอดเขาโดยใช้พลังภูเขานุ่มนิ่มโจมตีเข้าที่ใบหน้าของเขา เป็นผู้ชายแท้คนใดก็ต้องหวั่นไหวกันบ้าง“สองสามวันที่ไหนกันล่ะ.. รู้ไหมว่ามันนานถึงสองสามปีเลยนะ ทำไมกันล่ะ! ทำไมย้ายร้านแล้วไม่ยอมบอกพี่สาวคนนี้ก่อน.. เราจะทำอย่างนี้กับพี่สาวไม่ได้นะ” คริสกล่าวด้วยประโยคที่คนอื่นๆฟังมันชวนให้เข้าใจผิดจริงๆ โอ๊ตเองก็ไม่รู้จะพูดยังไงดี แต่ในเมื่อเธอเป็นลูกค้าชั้นดีคนหนึ่ง เขาก็เลือกที่จะพูดความจริงออกไปจะดีกว่า อีกอย่างเขาได้เปิดร้านในสถานที่ที่ได้รับการรับรองแล้ว ไม่จำเป็นต้องเกรงกลัวเทศกิจอีกต่อไป“..ขอโทษครับ.. ผมย้ายไปขายที่รร.คอสมาตินน่ะครับ ที่นั่นลูกค้าค่อนข้างมีกำลังในการซื้อมากกว่าที่เดิมน่ะครับ อีกอย่างผมก็ไม่ต้องเป็นกังวลเรื่องของเทศกิจอีกด้วยนะครับ..” โอ๊ตกล่าวตอบ“นั่นแหละๆ วันนี้พี่สาวคนนี้มีเรื่องให้คิดเยอะเลยล่ะ เครียดจะตายอยู่แล้ว.. เราทำแพนเค้กให้พี่ทานตอนนี้เลยไม่ได้เหรอ.. นะๆๆ” คริสกล่าวพร้อมกับขยิบตาอ้อน ในขณะที่โอ๊ตก็ยังอยู่ตรงบริเวณหน้าอกของเธอที่เดิม สีหน้าของเขาในตอนนี้มันแสดงถึงสิ่งที่เรียกว่า ‘เอิ่ม’ ออกมา“พี่สาว ที่นี่มันร้านอาหารของคนอื่นนะครับ.. ผมจะทำแพนเค้กขายได้ยังไงกันล่ะครับ..อีกอย่างนะ ผมว่าพี่สาวควรปล่อยผมก่อนจะได้ไหมครับ..” โอ๊ตกล่าวเหมือนเป็นเชิงขอร้อง แต่ทว่าเขาก็ต้องผิดหวัง“เสียใจด้วยนะน้องชาย.. พี่สาวคนนี้จะไม่ยอมปล่อยให้น้องชายหลุดมือไปอีกเด็ดขาด.. จริงสิ! พี่ก็นึกว่าเราทำงานที่นี่ด้วย ก็คิดว่าจะสั่งแพนเค้กกินซะเลย ยิ่งมีเรื่องเครียดๆอย่างนี้ ถ้าได้กินมันก่อนไปพบกับพวกคนตระกูลใหญ่นั้นก็ดีสิ.. ช่างเถอะ ว่าแต่น้องชายมาทำอะไรที่นี่อย่างนั้นเหรอ” คริสกล่าวน้ำเสียงปนเศร้า โอ๊ตที่ได้ยินอย่างนั้นก็เริ่มคิ้วกระตุก เหมือนมีกลิ่นที่ไม่ค่อยจะดียังไงก็ไม่รู้“ผมแค่มาทานข้าวกับคนรู้จักน่ะครับพี่สาว.. ถ้าพี่สาวสะดวกก็มาที่ร้านของผมได้นะครับ เปิดตอน 15.45 น. เป็นต้นไปครับ..” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับรอยยิ้ม แต่ในใจของเขามันคิดอีกอย่างว่า ‘เมื่อไรจะปล่อยตูไป’“อย่างนั้นเองสินะ! ได้เลยๆพี่สาวไม่พลาดแน่นอน แต่วันนี้ไม่รู้ว่าจะทันหรือเปล่า..” คริสกล่าวพร้อมกับทำท่าคิด และกดหัวของเขาลงที่น้องโพคู่นั้นของเธอไปอีก ถึงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่ชอบ แต่ตอนนี้เขาจะขาดอากาศหายใจตายแล้ว“คริส.. ลูกมัวทำอะไรอยู่น่ะ แล้วผู้ชายคนนี้เป็นใครกัน เราต้องรีบไปพบกับท่านกิตติแล้วนะ” เสียงของฉัตรสุดาเอ่ยกับลูกสาวของตัวเองแบบเศร้าๆ ถึงจะเห็นว่าลูกสาวกำลังกอดกับผู้ชายคนอื่นอยู่ ตอนนี้เธอไม่มีอารมณ์ที่จะด่าจะว่าแต่อย่างใด ในใจของเธอหวังเพียงจะช่วยตระกูล และลูกชายคนสำคัญเท่านั้น“..ค่ะคุณแม่ หนูเข้าใจแล้ว... เอาล่ะ น้องชายพี่สาวคนนี้ต้องไปก่อนนะ ถ้าเจอกันครั้งหน้า ต้องมีแพนเค้กให้พี่สาวคนนี้นะรู้ไหม..” และในที่สุดคริสก็ยอมปล่อยหัวโอ๊ตสักที เธอโบกมือลา และเดินไปพร้อมกับผู้หญิงที่เธอเรียกว่าแม่ โอ๊ตมองตามด้วยความรู้สึกเอือมระอา“พี่สาวคนนี้เอาแต่ใจเกินไปแล้ว.. แต่ว่าเธอคนนั้นพูดว่า ‘พบกับกิตติ’ อย่างนั้นสินะ” โอ๊ตกล่าว และกลิ่นของเรื่องที่แสนจะวุ่นวายก็ชัดเจนมากขึ้น มันชัดจนไม่ต้องเดาเลยด้วยซ้ำ และก็อดที่จะให้เขาถอนหายใจอย่างท้อแท้ไม่ได้ ก่อนจะเดินคอตกไปทางห้องจัดเลี้ยง.. แต่ทันใดนั้นเองในขณะที่โอ๊ตกำลังเดินบนพรมแดงของภัตตาคารอาหารหรูหรา เสียงกระแทกของประตูห้องอาหารตรงหน้าของเขาก็ดังขึ้นพร้อมกับร่างของผู้ชายคนหนึ่งที่ปลิวออกมาพร้อมกับเสียงนั้น มันเรียกร้องสายตาของโอ๊ตให้หันไปมอง แน่นอนว่าเขาจะต้องรีบเข้าไปพยุงชายคนนั้น เพราะว่าชายคนนี้คือพี่เกมที่เขารู้จัก“พี่เกม! เป็นอะไรไหมครับพี่..” โอ๊ตรีบคุกเข่าลงเพื่อดูอาการของเกม และเขายังไม่ทันได้ทำอะไร เสียงของบุคคลภายในห้องอาหารนั้นก็ดังขึ้นมาให้เขาเข้าใจว่ามันกำลังเกิดอะไรขึ้น“เหอะ! แค่คุกเข่าอดทนรอเจ้านายคนนี้ทานข้าวให้เสร็จแค่นี้ก็ยังทำไม่ได้ อย่าหวังไปเลยว่าฉันจะสั่งสินค้าจากบริษัทแก กลับสถานเด็กกำพร้าของแกไปซะเถอะ..” ชายรูปร่างอ้วนคนหนึ่งกล่าวด้วยใบหน้าหยิ่งผยอง โอ๊ตที่ได้ยินอย่างนั้นเขาก็ของขึ้น คิ้วกระตุกด้วยความโมโหโกรธk“เขาแค่มาทำการค้าขาย แกถึงกับต้องทำอย่างนี้เลยหรือยังไงห๊ะ!..” โอ๊ตหันตะโกนสวนเจ้าอ้วนนั่นทันที แน่นอนว่ามันสร้างความไม่พอใจให้กับเจ้าหมูตอนนั้นเอามากๆแก! แกเป็นใคร! ไม่รู้จักฉันหรือยังไง ฉันคือ ‘ภาคภูมิ’ เจ้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ ‘ภาคภูมิโปรดักชั่น’ เหอะ! ก็อย่างว่าแหละ พวกแกคงจะพวกเดียวกันอย่างนั้นสินะ ขยะก็ควรอยู่กับขยะน่ะถูกแล้ว.. ถึงขยะอย่างแกจะไม่รู้จักคนอย่างฉัน ก็ไม่เป็นไร เพราะฉันก็ไม่อยากให้ขยะมารู้จักฉันอยู่แล้ว..” ภาคภูมิกล่าว ด้วยการใช้สายตาจิกกัดไปที่ทั้งสองคนนั้นอย่างดูถูก ด้วยการที่เขาเห็นว่าโอ๊ตแต่งตัวไม่ต่างกับชายพนักงานขายกระจอกคนนั้น และยิ่งเห็นว่าทั้งสองรู้จักกัน ก็ไม่จำเป็นต้องสืบอีกต่อไป เขาจัดในเรื่องของการดูถูกทั้งสองอย่างไม่คิดจะยั้ง โอ๊ตที่ได้ยินอย่างนั้นจากที่ของขึ้นมากกว่าเดิมจากที่เดือดมากอยู่แล้ว ไอ้พวกคนที่ดูถูกคนอื่นอย่างนี้มันไม่สมควรที่จะเกิดมาเลยจริงๆ“แกคิดว่าแกดีมากอย่างนั้นสินะ! คิดว่ามีเงินมากหน่อยก็จะทำตัวกร่างได้อย่างนั้นสินะ!.. แกมันก็แค่ไอ้หมูตอนเท่านั้น แกมันไม่ใช่คน...” โอ๊ตกล่าว พร้อมกับพยุงตัวของเกมให้ลุกขึ้น“ไม่เอาน่าโอ๊ต.. ไปพูดอย่างนั้นกับเขามันจะดีเหรอ... ต้องขอโทษแทนน้องชายของผมด้วยครับคุณภาคภูมิ เขาแค่มาสมัครงานที่นี่เท่านั้น ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับผมเลยครับ..” เกมกล่าวกับโอ๊ตก่อนจะหันไปก้มหัวให้กับภาคภูมิ แน่นอนว่าตอนนี้เจ้าหมูตอนนั่นกำลังคลั่งได้ที่เลยทีเดียว“หึหึ แกมันก็แค่เด็กเสิร์ฟ เด็กบริการ เป็นแค่บ๋อย กล้าดียังไงกันห๊ะ.. ผู้จัดการจิน ร้านของพวกคุณจะรับคนพวกนี้มาทำงานจริงๆอย่างนั้นเหรอ.. เหอะ! อย่างนั้นร้านอาหารนี้ก็ไม่ควรค่าให้ฉันต้องมาใช้บริการอีก..” ภาคภูมิกล่าวราวกับตัวเองเป็นผู้ยิ่งใหญ่ แม้ว่าผู้จัดการจินคนนี้จะรำคาญเจ้าอ้วนนี่ไม่น้อย แต่มันกลับเป็นลูกค้า VIP ที่มาใช้บริการของทางร้านบ่อยๆ เขาจึงไม่มีทางเลือก“ไม่ใช่อย่างนั้นครับคุณภาคภูมิ ทางร้านเราไม่เคยคิดจะรับคนพวกนี้เขามาทำงานเลยครับ..” ผู้จัดการจินกล่าว ถึงจะไม่มีความแค้นกับสองคนนั้น แต่เขาก็ต้องทำเพื่อความอยู่รอดของตัวเองเช่นกัน“แล้วยังจะให้พวกมันแสดงหน้าอยู่ที่นี่เพื่ออะไรกันล่ะ กลิ่นเน่าๆของพวกเด็กกำพร้าลอยเต็มห้องอาหารแล้วไม่เห็นหรือยังไง.. เสียอารมณ์ทานซะจริงๆ” ภาคภูมิกล่าว แน่นอนว่าผู้จัดการจินก็ต้องจำเป็นต้องทำตามคำขอร้องที่ดูราวกับเด็กน้อยนั้นอย่างไม่เต็มใจ“..รปภ. รีบมาที่ห้อง VIP3 เร็วเข้า!.. ไม่ต้องห่วงนะครับคุณภาคภูมิ ผมจะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยครับ..” ผู้จัดการจินกล่าวพร้อมกับก้มหัวให้กับภาคภูมิที่กำลังแสดงถึงสีหน้าพอใจกับคำตอบของผู้จัดการ ก่อนที่เขาจะเดินไปทางชายตรงหน้าทั้งสอง..“ขอโทษนะน้องชายทั้งสอง.. ฉันก็ไม่อยากจะทำอย่างนี้หรอก ฉันก็แค่ผู้จัดการตัวน้อยๆ หวังว่าจะไม่โกรธกันนะ..” ผู้จัดการจินกล่าวด้วยน้ำเสียงเบาๆ เป็นเขาเองก็ไม่อยากจะไล่คนอื่นหรือดูถูกใคร แต่ถ้าเขาไม่ทำก็จะเป็นตัวของเขาเองที่จะเดือดร้อน“ผมเข้าใจครับผู้จัดการจิน.. ขอโทษนะครับที่สร้างปัญหาให้” เกมกล่าวกับผู้จัดการด้วยความเข้าใจ แต่มันไม่ใช่สำหรับโอ๊ตที่ไม่เคยจะยอมให้ใคร แม้แต่ลูกค้าของตัวเอง ถ้าเขาไม่พอใจเขาก็จะไล่พวกนั้นกลับไปให้หมด หลักการของคนที่สู้ชีวิตมาโดยตลอดของเขา ศักดิ์ศรีของเขา“คุณแน่ใจนะผู้จัดการ.. ที่จะไล่พวกเราออกจากที่นี่..” โอ๊ตแสดงสีหน้ามืดมนก่อนจะเน้นเสียงเอ่ยถาม

    คล้ายกับเรื่องระบบกาชาอาชีพสุดแกร่ง กับ ทายาทมหาเศรษฐีสุดป่วน ที่คุณอ่าน