“ไม่เอา!” เสิ่นเป้ยอีหมุนตัวกลับมามองหนิงเส้าเฉินที่เพิ่งพูดจบประโยคไปอย่างไม่เชื่อสายตาเธอหาทุกวิถีทางเพื่อได้เข้ามาในนี้ ในที่สุดก็ได้สร้างความผูกพันกับหนิงเสี่ยวซีได้บ้างแล้วแท้ๆจะให้ไปตอนนี้ ไม่มีทางซะหรอก
หนิงเส้าเฉินขมวดคิ้วกับการปฏิเสธอย่างไม่คิดของเธอขยับฝีเท้าเข้ามาทีละก้าวๆ พร้อมกลิ่นอายที่เริ่มใกล้เข้ามาเรื่อยๆเสิ่นเป้ยอีขยับถอยหลังทีละนิดกระทั่งแผ่นหลังชนกับกำแพงอันเย็นเฉียบ
เสิ่นเป้ยอีลอบกลืนน้ำลาย “ฉันฉันก็แค่ชอบเสี่ยวซี ชอบเด็ก ฉัน…ฉันไม่ได้ปองร้ายกับเขา กับตระกูลหนิง หรือกับคุณเลย…”
เสิ่นเป้ยอีหันหน้าหนีไม่กล้าสบตาหนิงเส้าเฉินเห็นท่าทางที่ยังพอคุยกันได้ของเขา เธอก็รีบยกมือขวาหันปลายนิ้วขึ้นฟ้า “ฉันสาบานถ้าฉันกล้าคิดไม่ดีต่อพวกคุณสักนิดก็ให้ฉันออกบ้านแล้วถูกรถชนตาย!”
ลูกชายของเธอ เธอจะคิดปองร้ายได้อย่างไร และเธอก็ย่อมไม่อยากเห็นภาพแบบนี้เกิดขึ้นกับคุณพ่อของลูกเธอเช่นเดียวกัน
ไอร้อนกระทบหน้าแ่ทำให้ใบหน้าของเสิ่นเป้ยอีเริ่มร้อนขึ้นเล็กน้อย…หัวใจก็เต้นรัวเร็ว
เห็นใบหน้าเล็กแดงระเรื่อของเธอและกลุ่มผมที่ตกลงมาปรกข้างแก้มไว้เพราะเสียดสีกับกำแพงไม่รู้ว่าเพราะแสงหรือเปล่าถึงทำให้มองใกล้ๆแล้วรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้มีหน้าตาที่สวยคมขึ้นกว่าเดิมแถมยังดูเย้ายวนในเวลานี้
พอเลื่อนสายตาลงเห็นเนินอกของเธอ…หนิงเส้าเฉินรู้สึกได้ว่าตัวเองกำลังหายใจติดขัด
เขาผลักเธอออก ใช้สายตาเรียบนิ่งมอง “ชีวิตของเธอ จะอยู่หรือตายก็ไม่พอที่จะเปลี่ยนใจฉันหรอกไปซะ”
หันหลังเดินจากไปโดยไม่ปรายตามองเธออีก เขาไม่มีทางให้ผู้หญิงคนหนึ่งมาสร้างอันตรายแก่ชีวิตหนิงเสี่ยวซีอย่าพูดถึงผู้หญิงที่ไม่คิดเห็นเขาในสายตาแบบนี้เลย
เขาไม่มีทางเก็บไว้
เสิ่นเป้ยอีเอียงตัวโน้มพิงกำแพงไว้ เธอออกแรงยันกำแพงถึงสามารถประคองร่างไว้ได้
ร่างของเธอค่อยๆ ไถลลงมากองไปกับพื้น แล้วกุมหัวไว้
จู่ๆ จะถูกไล่ออกไปได้อย่างไร?
เธอรอคอยมาห้าปีและเพิ่งได้อยู่ร่วมกันแค่เดือนเดียวเองจะให้ไปทั้งอย่างนี้ได้อย่างไร?
ไม่ ไม่ได้เด็ดขาด
ถ้าครั้งนี้ไปแล้วเธอรู้ดีว่าคงไม่มีโอกาสได้เข้าใกล้หนิงเสี่ยวซีอีกต่อไป
“เขาเป็คุณหมอประจำตัวของแม่ฉัน ตอนที่แม่ฉันป่วยต้องทำคีโมบ่อยๆเลยต้องอยู่รักษาที่โรงพยาบาล พอผ่านไปนานเข้าเราเลยรู้จักกันฉันเองก็ไม่ค่อยรู้จักเขามากเท่าไหร่ เราเป็แค่เพื่อนธรรมดา…วันนี้ฉันไปส่งยาให้คุณถึงเจอ…คุณกับฉันตอนที่คุณคุยกับฉัน ไม่ใช่ว่าฉันจะไม่เคารพคุณ แต่ตอนนั้น…ประจำเดือนฉันมา กางเกงเลอะก็เลยเป็อย่างที่คุณเห็นคนเยอะขนาดนั้นฉันไม่รู้จะอธิบายยังไง ฉันไม่ได้ตั้งใจ…”
เสิ่นเป้ยอีเล่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเซี่ยหยูยาวเป็พรืดผู้ชายคนนี้สงสัยเธอเพียงเพราะสถานะของเซี่ยหยูไม่ใช่หรือไง?ถ้าอย่างนั้นเธอก็เล่าความจริงทุกอย่างไปให้หมดแบบนี้เขาคงไม่คิดเล็กคิดน้อยอีกแล้วใช่ไหม?
หนิงเส้าเฉินกลับเดินอ้อมมานั่งเก้าอี้หลังโต๊ะหนังสือมือถือปากกา ตาดูเอกสารในมือแต่กลับไม่มีท่วงท่าอื่นๆความสัมพันธ์ระหว่างเซี่ยหยูกับเสิ่นเป้ยอีเขาให้หลิวซวี่สืบมาแล้ว และเป็อย่างที่ว่าจริงๆฉะนั้นจึงไม่ใเื่นี้ แต่เื่ประจำเดือนค่อนข้างเหนือความคาดหมายของเขา
ความอัดอั้นในใจจางหายไปมากพอสมควร
เสิ่นเป้ยอีเห็นเขาไม่คิดเอ่ยปากก็ใจหล่นวูบพยุงร่างตัวเองให้ลุกขึ้นแล้วมองหนิงเส้าเฉิน “ฉันก็แค่ชอบเด็กฉันชอบเสี่ยวซี ต้องทำอย่างไรคุณถึงจะเชื่อฉัน?”
น้ำเสียงเริ่มแฝงด้วยความวิงวอน เธอกลัวจะต้องจากไปจริงๆจากสถานะของเธอต่อแค่ขอเจอหนิงเสี่ยวซีสักครั้งก็คงเป็เื่ยาก
หนิงเส้าเฉินพูดเสียงเย็น “บ้านที่มีเด็กไม่ใช่มีแค่ตระกูลหนิงไปซะ!” เขาพูดด้วยสีหน้าไร้อารมณ์เพิกเฉยต่อคำอ้อนวอนของเสิ่นเป้ยอี
เสิ่นเป้ยอีสูดลมหายใจเข้าเฮือกหนึ่งก้าวไปข้างหน้าก่อนจะคุกเข่าลงต่อหน้าหนิงเส้าเฉินเธอรู้การทำแบบนี้ค่อนข้างเสียศักดิ์ศรี ทว่าชีวิตของเธอมีเพียงหนิงเสี่ยวซีเธอจะยอมแพ้ไปทั้งอย่างนี้ไม่ได้
กับการกระทำที่คาดไม่ถึงของเธอนั้นสร้างความใปนไม่เข้าใจแก่หนิงเส้าเฉิน
หากบอกว่าผู้หญิงคนนี้ทำเพื่อเงินเธอไปหาคนที่ชื่อเซี่ยหยูก็จบ ฐานะอย่างเซี่ยหยูแค่เธอทุ่มเทสักนิดต่อให้ไม่ได้แต่งเข้าบ้านตระกูลเซี่ยทว่าสิ่งที่จะได้จากผู้ชายคนนั้นคงไม่น้อยเหมือนเงินเดือนพี่เลี้ยงนี่แน่ๆ
หากไม่ได้ทำเพื่อเงินหรือจะทำเพราะชอบเด็กจริงๆ?แต่แค่้าดูแลหนิงเสี่ยวซีถึงกับต้องคุกเข่าให้เขา…นี่มันไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลย
พอคิดถึงตรงนี้เขาก็ตัดสินใจเด็ดขาด “ไปซะ!”ไม่ว่าจะเพราะอะไรเขาไม่มีทางเก็บคนน่าสงสัยไว้ข้างๆหนิงเสี่ยวซีแน่
เสิ่นเป้ยอีก้มหน้ากัดปาก สักพักถึงลุกขึ้นยืน
หนิงเสี่ยวซี แม่พยายามแล้ว
หมุนตัวเดินไปยังประตู สองขาหนักอึ้งเหมือนโดนถ่วงไว้
ขณะที่หนิงเสี่ยวซีเดินลงไปทานมื้อเย็นด้านล่างและไม่เห็นเสิ่นเป้ยอีหน้าเล็กฉายแววฉงน “คุณป้าล่ะ?”
“ไม่ทราบค่ะ” เหล่าแม่บ้านต่างก็ส่ายหน้ากันพัลวัน
เขาวางถ้วยในมือกระแทกโต๊ะแล้วหันกลับไปวิ่งขึ้นชั้นบนพอดีกับหนิงเส้าเฉินที่กำลังลงมาพลางกวาดสายตาผ่านเขา “ทำอะไร?”
หนิงเสี่ยวซีเม้มปากเล็ก “ผมจะไปเรียกให้คุณป้าลงมากินข้าว”
“ไม่ต้องไป!” หนิงเส้าเฉินห้ามเขาไว้แขนยาวโอบเอวเขาแล้วยกตัวขึ้นมาหนีบไว้ แล้วเดินไปที่ห้องทานข้าว
หนิงเสี่ยวซีขัดขืน “ปล่อยผมนะ”
วางเขาลงที่เก้าอี้จากนั้นก็ส่งตะเกียบให้เขา “กินข้าวพรุ่งนี้จะมีพี่เลี้ยงคนใหม่มา”
หนิงเสี่ยวซีอ้าปากค้างเล็กน้อย หัวเล็กๆ ค่อยๆ หันกลับมาจ้องหนิงเส้าเฉิน“ทำไมพ่อชอบตัดสินใจแทนคนอื่นแบบนี้?เธอมาดูแลผม พ่อมีสิทธิ์อะไรไล่เธอออกโดยไม่ขออนุญาตจากผม?”
หนิงเสี่ยวซีร้อนใจจึงพลั้งพูดเกินขอบเขตไป
ที่เหนือคาดคือหนิงเส้าเฉินกลับไม่ตำหนิเขา ทว่ายังคงก้มหน้าทานข้าวของตัวเองต่อไป
แม้เขารู้ดีว่าจากความฉลาดของลูกชายคงไม่ถึงขั้นให้ใครหลอกได้ง่ายๆแบบนั้น แต่ไม่ว่าอย่างไรเขาก็เป็แค่เด็กคนหนึ่ง
“ทำไมพ่อไม่เอาคุณป้าแล้ว?” หนิงเสี่ยวซีถามหนิงเส้าเฉินอย่างไม่ยอมแพ้น้ำเสียงเริ่มสั่นเครืออย่างชัดเจน
“พ่อ…”
ไม่มีเสียงตอบรับเช่นเคย
หนิงเสี่ยวซีนั่งไม่ติดเขาวางตะเกียบในมือลงอีกครั้งและสบโอกาสที่หนิงเส้าเฉินไม่ทันตั้งตัววิ่งขึ้นไปชั้นบนอย่างรวดเร็ว
******ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/63f395e636c33abad663f9e74093f24d
******เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณแม่ผู้ลึกลับที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณแม่ผู้ลึกลับ#readAwrite ด้วยน้า