ตอนที่ 18: กับดักรอยยิ้มและาประสาท
วันพุธถัดมา... บรรยากาศภายในบ้านตระกูลวรวงศ์ตระการยังคงดูเงียบสงบเหมือนเดิมภายนอก ทว่าภายในใจของกิ่งแก้วกลับเต็มไปด้วยรอยแค้นที่คุโชน ในตอนเย็นกิ่งแก้วยืนเตรียมดินเนอร์มื้อพิเศษอยู่ในห้องครัวเพียงลำพัง หล่อนใช้มีดคมกริบหั่นสเต็กปลาแซลมอนสีส้มสด บีบน้ำเลมอนรสเปรี้ยวจี๊ดราดลงไป แววตานิ่งเรียบแต่ในหัวกลับดังก้องไปด้วยเสียงครางกระเส่าและเสียงเนื้อกระทบเนื้อเฉอะแฉะจากห้อง 402 เมื่อวันจันทร์ หล่อนสะกดกลั้นความคลื่นไส้สะอิดสะเอียนไว้ภายใต้สีหน้าที่ราบเรียบ จัดแจงเตรียมดินเนอร์มื้อพิเศษกลางสัปดาห์ขึ้นมา โดยจงใจเอ่ยปากชวน "พีท" และ "อัญชิสา" มาร่วมรับประทานอาหารค่ำที่บ้านอ้างว่าอยากพูดคุยสรุปรายละเอียดสุดท้ายของงานวิวาห์ที่จะจัดขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
ที่โต๊ะอาหาร... ไฟสีส้มโทนอุ่นส่องสว่างสะท้อนเครื่องแก้วและจานชามสลักขอบทองหรูหรา กิ่งแก้วทำตัวเป็เ้าบ้านและคุณแม่ที่แสนอบอุ่นอ่อนหวาน หล่อนคอยยิ้มแย้มตักอาหารต้อนรับสะใภ้อย่างใส่ใจจนผิดปกติ ทว่าทุกรอยยิ้มของหล่อนกลับแฝงความเยือกเย็นบางอย่างที่ส่งผ่านสายตา
"ก่อนทานอาหาร... แม่มีของขวัญวันแต่งงานชิ้นสำคัญจะมอบให้หนูอัญญ์ก่อนจ้ะ" กิ่งแก้วเอ่ยรอยยิ้มหวานพลางหยิบกล่องกำมะหยี่สีแดงหรูหราขึ้นมาเปิด เผยให้เห็นสร้อยคอทองคำขาวประดับเพชรน้ำงามดีไซน์หยดน้ำเม็ดโตระยิบระยับ
"สวยมากเลยครับคุณแม่ ดีไซน์แปลกตาดีจัง" พีทตาโตอย่างดีใจ
"แม่ตั้งใจเลือกดีไซน์ 'น้ำตาแห่งท้องทะเล' ดีไซน์หยดน้ำตานี้ให้หนูอัญญ์โดยเฉพาะเลยจ้ะ... สร้อยนี้พ่อของแม่เป็คนซื้อให้แม่ในวันหมั้นจ้ะ มันตกทอดกันมาเพื่อส่งต่อความสุขในชีวิตแต่งงาน... แต่บางครั้ง ความสุขของคนคนหนึ่งก็มาจากการขโมยของคนอื่นไปหน้าด้านๆ เหมือนกันนะจ๊ะอัญญ์... หนูอัญญ์... ให้คุณแม่สวมให้สิจ๊ะ"
อัญชิสาคลี่ยิ้มหวานเอ่ยขอบคุณ หล่อนลุกขึ้นนั่งหันหลังให้กิ่งแก้ว กิ่งแก้วลุกขึ้นเดินเข้าประกบร่างของสะใภ้ลับช้าๆ สองมือเรียวประคองสร้อยคอเพชรขึ้นสวมคล้องรอบลำคอระหงขาวเนียนของอัญชิสา ทว่าในจังหวะที่กิ่งแก้วก้มตัวลงไปติดตะขอด้านหลังคอ หล่อนแกล้งโน้มใบหน้าลงไปใกล้ใบหูของอัญชิสาและกระซิบด้วยน้ำเสียงแ่เบาที่มีเพียงสองคนได้ยิน
"สร้อยเส้นนี้สวยงามมากเลยนะจ๊ะอัญญ์... โดยเฉพาะเวลามันประดับอยู่บนลำคอขาวๆ ที่ไม่มี 'รอยช้ำสีแดง' จากการเล่นชู้กับคนอื่น"
คำกระซิบแ่เบาราวกับสายลมพัดผ่านนั้นเปรียบเหมือนค้อนเหล็กปะทะเข้ากลางศีรษะของอัญชิสา ร่างกายของหญิงสาวแข็งทื่อเย็นเฉียบในพริบตา ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด แผ่นหลังระหงสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ หล่อนรู้ดีว่ารอยช้ำสีแดงที่คอและอกนั้น... เพิ่งเกิดขึ้นจากบทรักแสนดุเดือดป่าเถื่อนของวรุตม์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา และหล่อนพยายามใช้คอนซีลเลอร์กลบมันไว้อย่างหนาแน่นแล้ว
กิ่งแก้วถอยห่างออกมา คลี่ยิ้มอบอุ่นอ่อนโยนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น "สวยเข้ากับหนูอัญญ์มากเลยจ้ะ"
"ขะ... ขอบคุณค่ะคุณแม่..." อัญชิสาเค้นเสียงตอบอย่างยากลำบาก ใบหน้าหวานซีดเผือดจนพีทสังเกตเห็น
"เป็อะไรไปจ๊ะอัญญ์? หน้าซีดๆ นะ ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า?" พีทถามด้วยความเป็ห่วงกุมมือคู่หมั้นไว้
"เปล่าค่ะ... อัญญ์แค่เวียนหัวนิดหน่อยค่ะพีท" หล่อนฝืนยิ้มตอบพยายามคุมสติ
วรุตม์ที่นั่งอยู่ที่หัวโต๊ะลอบสังเกตท่าทางตื่นตระหนกของชู้รักด้วยความกังวลลึกๆ ในใจ เขารู้สึกได้ถึงกระแสความตึงเครียดแปลกๆ บนโต๊ะอาหาร ทว่าในขณะที่เขากำลังจะอ้าปากเปลี่ยนเื่พูด กิ่งแก้วก็เดินกลับมานั่งประจำที่และเริ่มวางกับดักชิ้นถัดไปทันที
"แม่ตระเตรียมรายชื่อแขกผู้มีเกียรติเรียบร้อยแล้วนะจ๊ะ มีทั้งท่านผู้ว่าราชการจังหวัด และท่านประธานสมาคมศัลยแพทย์สมองด้วยจ้ะ งานนี้จะเป็งานใหญ่ที่มีเกียรติยศชื่อเสียงของตระกูลเราเป็เดิมพันเลยจ้ะ ทุกสายตาจะจับจ้องมาที่เรา... รวมถึงจับจ้องดูความบริสุทธิ์ของความสัมพันธ์ของเราด้วยจ้ะ" กิ่งแก้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ครับแม่ ผมกับอัญญ์จะทำหน้าที่บ่าวสาวให้ดีที่สุดครับ ไม่ให้ตระกูลเราต้องเสียชื่อแน่นอนครับ" พีทบอกอย่างหนักแน่น
กิ่งแก้วหันสบตากับวรุตม์โดยตรง "วัธน์ล่ะคะ... จะช่วยประคับประคองเกียรติยศของตระกูลเราในงานแต่งงานนี้อย่างสุดความสามารถด้วยใช่ไหมคะ?"
"ครับกิ่ง... ผมยินดีทำทุกอย่างเพื่อความสุขของพีทอยู่แล้วครับ" วรุตม์ตอบ
"ค่ะ... ขอให้เป็อย่างที่วัธน์พูดจริงๆ เถอะค่ะ เพราะถ้าเกิดเื่เสื่อมเสียหรือแปดเปื้อนอะไรขึ้นมา เกียรติยศชื่อเสียงของนายแพทย์ใหญ่ผู้มีชื่อเสียงคงจะป่นปี้พังพินาศไม่มีเหลือแม้แต่น้อยเลยล่ะค่ะ" กิ่งแก้วจิบน้ำสะอาดช้าๆ ก่อนจะวางกับดักชิ้นสำคัญถัดไป
"จริงสิคะวัธน์... ่นี้วัธน์มีเคสผ่าตัดสมองด่วนยาวข้ามคืนบ่อยๆ กิ่งเห็นวัธน์ขับรถกลับบ้านเหนื่อยๆ แล้วรู้สึกสงสารค่ะ กิ่งเลยคิดว่า... อยากจะซื้อคอนโดหรืออพาร์ตเมนต์สวยๆ แถวซอยอารีย์ไว้ให้วัธน์พักค้างคืนเวลาผ่าตัดดึกสักห้อง ดีไหมคะ?"
คำว่า **"ซอยอารีย์"** หลุดออกจากปากของภรรยาทำเอาวรุตม์แทบสำลักน้ำแกงที่กำลังซด ร่างแกร่งเกร็งแข็งขบกรามแน่น สองมือใต้โต๊ะกำแน่นจนเส้นเืปูดโปน
"จริงด้วยครับคุณพ่อ!" พีทสนับสนุนอย่างกระตือรือร้น "แถวซอยอารีย์เดินทางไปโรงพยาบาลสะดวกมากครับ อัญญ์เธอก็ชอบย่านนั้นเหมือนกันใช่ไหมจ๊ะอัญญ์? วันหลังเราแวะไปหาของอร่อยๆ ทานแถวนั้นกันบ่อยๆ ดีกว่าครับ"
คำพูดแสนซื่อของพีทเปรียบเหมือนหอกแหลมทิ่มแทงเข้ากลางขั้วหัวใจของคนผิดบาปทั้งสอง อัญชิสานั่งตัวสั่นระริก หล่อนฝืนยิ้มตอบพีททั้งที่เหงื่อซึมเต็มแผ่นหลัง "ก็... นานๆ ทีค่ะอัญญ์ไม่ค่อยคุ้นทางย่านนั้นเท่าไหร่ค่ะพีท..." หล่อนโกหกคำโตทั้งที่เพิ่งสยบตัณหากับพ่อผัวที่ย่านนั้นมาหยกๆ
กิ่งแก้วจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของสามี รอยยิ้มของหล่อนเย็นเยียบลงเรื่อยๆ "ว่ายังไงคะวัธน์? แถวซอยอารีย์น่านอนพักดีไหมคะ? หรือว่า... มีห้องชุดแถวนั้นที่คุณหมอวัธน์เล็งๆ หรือลอบเช่าไว้พักผ่อนเป็การส่วนตัวแล้วหรือเปล่าคะ?"
ประโยคคำถามขยี้ประสาททำเอาวรุตม์รู้สึกเสียววาบแล่นปราดไปทั่วไขสันหลัง เขารู้ดีว่าภรรยาจงใจพูดเปรียบเปรยอย่างแน่นอน แต่เขาต้องรักษาความนิ่งสงบเอาไว้เพื่อไม่ให้ความแตกต่อหน้าลูกชาย "อ๋อ... ไม่เป็ไรหรอกครับกิ่ง ผมนอนพักห้องพักแพทย์ของโรงพยาบาลได้ สะดวกดี ไม่ต้องเสียเงินซื้อคอนโดใหม่หรอกครับ เกรงใจเงินกิ่งแย่เลย"
"ค่ะ... งั้นกิ่งตามใจวัธน์ค่ะ" กิ่งแก้วตบท้ายเสียงเรียบ จิบน้ำสะอาดอย่างใจเย็น
---
ค่ำคืนนั้น... หลังจากพีทขับรถพาอัญชิสากลับคอนโดมิเนียมหรูไปแล้ว อัญชิสาก็กรีดร้องและขว้างหมอนอิงทิ้งทันทีที่ก้าวเข้าห้อง หล่อนตื่นตระหนกใจนแทบเป็บ้า หล่อนรีบคว้าโทรศัพท์มือถือพิมพ์ข้อความส่งหาวรุตม์ทันที:
*‘คุณหมอคะ! กิ่งแก้วรู้เื่ของเราแล้วแน่ๆ! หล่อนพูดกระซิบข้างหูอัญญ์เื่รอยช้ำบนคอตอนสวมสร้อย และจงใจพูดจี้เื่ห้องเช่าซอยอารีย์บนโต๊ะอาหาร อัญญ์กลัวเหลือเกินค่ะ... หล่อนกำลังเล่นาประสาทบดขยี้เราอยู่!’*
ฝั่งวรุตม์ที่นอนอยู่เคียงข้างกิ่งแก้วที่แสร้งหลับไปแล้วในห้องนอนใหญ่ ลอบเปิดโทรศัพท์อ่านข้อความในห้องน้ำส่วนตัว เหงื่อกาฬไหลซึมเต็มแผ่นหลัง เขารีบพิมพ์ตอบกลับเพื่อปลอบขวัญชู้รักแต่ในใจกลับเต้นรัวกระวนกระวายเช่นกัน:
*‘ใจเย็นๆ อัญญ์ หล่อนอาจจะแค่ลอบสังเกตเห็นรอยช้ำและสงสัยเฉยๆ แต่ไม่มีหลักฐานคาหนังคาเขา ถ้าหล่อนรู้จริง หล่อนไม่มีทางทนเงียบอยู่ได้หรอก หล่อนรักพีทและภาพพจน์ครอบครัวจะตาย คงอาละวาดแฉไปแล้ว เพื่อความปลอดภัย วันจันทร์หน้าเรางดเจอกันที่ห้อง 402 ก่อนนะ ระวังตัวให้ดีที่สุด’*
วรุตม์ปิดโทรศัพท์ ก้าวเดินกลับมานอนที่เตียงใหญ่ กิ่งแก้วนอนหันหลังให้เขาแสร้งทำเป็หลับไปแล้ว ทว่าจู่ๆ หล่อนกลับพลิกตัวหันมาประคองใบหน้าของวรุตม์ไว้เบาๆ ลูบไล้แก้มของเขาด้วยมือที่เย็นเฉียบ
"วัธน์คะ... คอเสื้อของวัธน์มีรอยเลอะเทอะอะไรหรือเปล่าคะ? กิ่งกลัวมันจะซักไม่ออกน่ะค่ะ เหมือนเสื้อนอกสูทของวัธน์ที่มีรอยแป้งรองพื้นสีเนื้อติดอยู่วันก่อน... คราบนั่นมันล้างยากมากเลยนะคะ"
คำกระซิบแสนเยือกเย็นท่ามกลางความมืดสลัวทำให้หัวใจของวรุตม์เกือบหยุดเต้น เขากลืนน้ำลายเหนียวคอ ฝืนเอ่ยตอบ "ไม่มีหรอกครับกิ่ง พ่ออาบน้ำสะอาดแล้ว"
"ค่ะ... สะอาดก็ดีแล้วค่ะ กิ่งเกลียดของสกปรกที่สุดค่ะ วัธน์ก็น่าจะรู้ดี และงานแต่งงานของพีท กิ่งอยากให้เป็วันที่สมบูรณ์แบบที่สุดนะคะ ถ้าครอบครัวเรามีใครทำเื่ที่แปดเปื้อนสกปรก กิ่งคงไม่มีวันให้อภัยคนคนนั้นตลอดชีวิตค่ะ... วัธน์คิดแบบกิ่งไหมคะ?"
"ครับกิ่ง... พ่อก็คิดแบบนั้นเหมือนกันครับ"
กิ่งแก้วคลี่ยิ้มลึกลับแล้วหลับตาลง วรุตม์นอนตัวแข็งเกร็งท่ามกลางความหนาวเหน็บในใจ ขณะเดียวกันที่คอนโด อัญชิสายืนจ้องมองกระจกเงาเพ่งดูสร้อยคอเพชรน้ำตาแห่งท้องทะเลที่กิ่งแก้วมอบให้ หล่อนลูบไล้มันด้วยปลายนิ้วสั่นระริก ก่อนจะขว้างมันลงบนพื้นพรมอย่างรุนแรงด้วยความโมโหและหวาดกลัว ปะปนด้วยความกระสันอยากเอาชนะ บาปครั้งนี้ยิ่งบ้าคลั่งเกินจะควบคุมแล้ว!