ม่านหลงดำเนินกิจวัตรประจำวันตอนเช้าในการตรวจสอบเอกสารประจำวันจากนั้นก็ไปสอนเด็กในพรรคในการปรุงพิษที่เป็ทักษะพื้นฐานของพรรค แน่นอนว่าจะต้องมีการสอนสำหรับหน่วยลับของถังเหมินมือใหม่ที่เริ่มต้นเรียนรู้การใช้พิษด้วย
กิจวัตรประจำวันของม่านหลงนั้นเรียบง่ายหรือที่คนในพรรคพูดว่าเป็วิถีชีวิตของคนแก่ ทำแบบเดิมซ้ำทุกวันจนเป็นิสัยจนกระทั่งคนสนิทนำสารฉบับหนึ่งมาให้
“ทำภารกิจร่วมสินะ”ม่านหลงอ่านสารนั้นคร่าวๆเป็เื่ปกติที่ถังเหมินจะขอยืมคนของอู่ตู๋ไปช่วยในการทำภารกิจภารกิจครั้งนี้เป็ภารกิจของมือใหม่ม่านหลงเห็นว่าเป็โอกาสดีที่จะให้มือใหม่ของอู่ตู๋ได้ร่วมทำภารกิจในครั้งนี้ด้วย
“เป็ภารกิจของมือใหม่เช่นนั้นก็ส่งมือใหม่ของเราเข้าร่วมด้วยก็แล้วกัน” ม่านหลงคัดเลือกคนที่สามารถไปฝึกทำภารกิจร่วมกับถังเหมินได้แล้วบอกให้ไปเตรียมตัวสำหรับภารกิจแรกถึงจะเป็ภารกิจมือใหม่แต่ยังไงถังเหมินก็ต้องส่งคนไปเป็พี่เลี้ยงเช่นที่เขาเคยเจอหากมีอะไรเกิดขึ้นพวกเขาจะคอยช่วยเหลือเอง ไม่มีอะไรให้ต้องเป็ห่วง
ไม่ต้องห่วงว่าคนจะตายเป็ห่วงว่าภารกิจอาจจะล่มเถอะ
ซึ่งหลังจากที่มีการยืมตัวคนของอู่ตู๋ไปทำภารกิจในวันเดียวกันก็ได้รับรายงานมาว่าภารกิจล้มเหลวมิหนำซ้ำหน่วยลับที่ทำหน้าที่สังเกตการณ์ยังได้รับาเ็อีกด้วย
ม่านหลงวิ่งมาจนถึงหน้าพรรคที่นั่นมีหน่วยที่ทำภารกิจกำลังพยุงร่างของคนคนหนึ่งเอาไว้แค่มองม่านหลงก็จำรูปร่างนั้นได้ทันทีว่าเขาก็คือหน่วยลับคนใหม่ที่มาเอาพิษเมื่อคราวก่อนดูจากสภาพแล้วได้รับาเ็ไม่ใช่น้อยเลย
“เกิดอะไรขึ้น” รองประมุขไปช่วยพยุงหน่วยลับคนนั้นก่อนจะจับชีพจร ถูกพิษเข้าอย่างนั้นรึ
“ภารกิจเกิดการผิดพลาดเขาถูกพิษที่จะใช้เล่นงานศัตรูจึงเป็อย่างที่เห็น” หน่วยลับอีกคนตอบคำถามพร้อมทั้งยื่นขวดพิษให้ดูม่านหลงพยักหน้าเขาจำขวดพิษนั้นได้เพราะนั่นเป็ขวดยาพิษที่เขาเป็คนปรุงขึ้นมาเอง
“ข้าเข้าใจแล้วเื่รักษาเขาข้ารับผิดชอบเอง” หน่วยลับพยักหน้าแล้วช่วยประคองคนที่าเ็ไปที่เรือนของม่านหลงเมื่อมาถึงเรือนเขาก็บอกว่าที่เหลือเขาจะจัดการต่อเองแล้วเขาจะฟังรายงานเื่ภารกิจกับคนเจ็บทีหลังเพื่อเขียนสารรายงานภารกิจไปถึงประมุขน้อยเพื่อไม่ให้หน่วยที่ทำภารกิจล้มเหลวถูกลงโทษหนักนัก
ถ้าหากเหตุผลที่ภารกิจล้มเหลวให้อภัยได้ล่ะก็นะ
หลังจากที่ม่านหลงพาหน่วยลับคนนั้นมาที่เรือนแล้วเขาก็ปิดม่านและจุดตะเกียงเพื่อให้ความสว่างมองแผลที่ไหล่ขวาที่ยังมีหัวศรจากหน้าไม้ปักอยู่ ดูๆแล้วคงเป็ศรของถังเหมินเองไม่รู้ว่าไปทำภารกิจกันอย่างไรถึงได้พลาดท่าโดนศรของตัวเองแบบนี้
สาเหตุที่ม่านหลงต้องเป็คนรักษาด้วยตัวเองเป็เพราะพิษนั้นเป็พิษที่เขาปรุงขึ้นและมีแค่เขาที่รู้วิธีถอนพิษอีกเหตุผลคือเพื่อปกปิดตัวตนของหน่วยลับไม่ให้ถูกเปิดเผยเขาที่ติดต่อกับหน่วยลับของถังเหมินโดยตรงจึงต้องรับหน้าที่รักษาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เพราะพิษที่ม่านหลงปรุงนั้นมีความรุนแรงถึงตายดังนั้นสภาพของหน่วยลับคนนี้จึงเป็อัมพาตไปทั้งร่างไม่สามารถขยับตัวได้ม่านหลงขยับตัวอย่างรวดเร็วเพื่อเตรียมการถอนพิษ เตรียมยาเอาไว้ให้พร้อมเขาถอดเสื้อของหน่วยลับคนนั้นออกก่อนจะใช้มีดเล่มเล็กที่ผ่านการลนไฟแล้วมากรีดบริเวณแผลเพื่อดึงหัวศรที่ยังค้างอยู่ออกนับว่าเป็โชคดีที่ภารกิจในครั้งนี้ไม่ใช่ภารกิจลอบสังหารพิษที่อาบเอาไว้ที่หัวศรจึงมีอยู่น้อยมากแค่ทำให้ร่างกายเป็อัมพาตแต่เป็อาการอัมพาตที่ถ้าปล่อยเอาไว้ก็ถึงตายได้เช่นกัน
ม่านหลงกรีดข้อมือของหน่วยลับเป็แผลเล็กจากนั้นก็ให้มันทิ้งตัวลงข้างเตียงนำถ้วยเล็กมารองเืเอาไว้ก่อนจะใช้ลมปราณรีดเร้นพิษที่อยู่ในร่างของหน่วยลับให้ไหลออกมาตามกระแสเืเืที่มีพิษเป็สีดำคล้ำหลังจากที่ไล่ใช้ลมปราณรีดเือยู่ประมาณสองเค่อม่านหลงก็วางมือเพราะหน่วยลับคนนี้สวมหน้ากากแค่ครึ่งใบหน้าส่วนบนจึงทำให้เห็นว่าผิวของเขาซีดแค่ไหนม่านหลงถอดเสื้อผ้าส่วนที่เหลือของเขาก่อนจะลากร่างหนักๆของคนที่เป็อัมพาตไปแช่ในอ่างน้ำที่มีสมุนไพรขับล้างพิษผสมอยู่
อายุก็ไม่เท่าไหร่ทำไมตัวสูงขนาดนี้นะ
ตอนที่ม่านหลงลากอีกฝ่ายมาลงอ่างเมื่อครู่เขาเกือบจะปล่อยอีกฝ่ายหล่นตุบลงพื้นเพราะหนักปกติคนอายุแค่นี้หนักถึงขนาดนี้เลยหรือแขนของม่านหลงชาหนึบกว่าจะเอาตัวอีกฝ่ายไปลงอ่างได้
ถ้าเขาช่วยเหลือตัวเองได้ม่านหลงก็ไม่ลำบากลากตัวเขาขนาดนี้หรอก
พิษที่โดนเข้าไปทำให้ร่างกายเป็อัมพาตต่อให้ยังมีสติอยู่แต่ทว่าก็ไม่สามารถเคลื่อนไหวใดๆได้จนกว่าพิษจะจางหายไปกว่าเขาจะเคลื่อนไหวได้อีกครั้งก็อีกสองสามวันหลังจากนี้
คิดว่าพิษที่ม่านหลงปรุงจะทำให้คนฟื้นตัวได้แค่วันสองวันหรืออย่างไรรอดตายมาได้ก็นับว่ายังมีบุญหลงเหลือ
แต่หากโดนพิษที่อวี๋เหมาฉาเป็คนปรุงก็ทำได้แค่สวดภาวนาของให้ิญญาจากไปอย่างสงบเท่านั้น
ระหว่างที่ให้อีกฝ่ายแช่น้ำสมุนไพรม่านหลงก็ล้างแผลที่ถูกพิษให้ด้วยถึงจะััเบาแค่ไหนก็ไม่ได้ทำให้คนที่เป็อัมพาตอยู่ลดอาการตรึงเครียดลงได้เลยจนม่านหลงต้องเอ่ยกับเขาเบาๆ
“ไม่ต้องเป็ห่วงเ้าไม่ตายเพราะพิษแค่นี้หรอกนะ” คนปรุงพิษเป็คนถอนพิษให้เองย่อมไม่มีทางปล่อยให้เขาตายได้อย่างเด็ดขาดเดิมทีเมื่อถูกพิษจะเป็ใครก็ได้ที่ถอนพิษให้แต่หากให้คนที่เป็คนปรุงพิษถอนพิษด้วยตัวเองจะเร็วกว่ามีอัตรารอดมากกว่าก็เท่านั้น
“ไม่ต้องกลัวว่าข้าจะเห็นใบหน้าของเ้าหรอกข้ารู้ว่าต้องเก็บความลับของหน่วยลับอย่างไรเป็โชคดีของเ้านะที่วันนี้สวมหน้ากากแค่ครึ่งหน้ามิเช่นนั้นข้าคงต้องถอดหน้ากากเ้าเพื่อป้อนยาแล้ว” ม่านหลงยังคงเอ่ยไปเรื่อยๆเสมือนหมอที่กำลังบอกให้คนไข้ผ่อนคลายม่านหลงรีดพิษส่วนมากออกมาจากเืแล้ว โอกาสรอดตายมีมากกว่าแปดส่วนดังนั้นทั้งเขาและหน่วยลับคนนี้ไม่จำเป็ต้องรีบร้อนใดๆแล้ว
ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้คนอื่นจะตื่นใที่รู้ว่าพิษที่โดนเข้าไปเป็พิษที่รองประมุขของอู่ตู๋เป็คนปรุงก็เถอะ
พิษมันไม่ได้น่ากลัวคนต่างหากที่ทำให้มันน่ากลัว
หลังจากที่แช่น้ำสมุนไพรไปได้สักพักม่านหลงก็ลากร่างสูงของหน่วยลับย้ายมาที่อ่างสมุนไพรอีกอันที่อยู่ข้างกันการล้างพิษออกจากร่างทำหลายๆรอบถึงจะดีพอแช่น้ำเสร็จม่านหลงก็หิ้วเขากลับมาที่เตียงพร้อมทั้งจัดแจงทำแผลให้เรียบร้อย
ถอนพิษน่ะไม่เหนื่อยแต่ต้องเทียวหิ้วร่างสูงๆนั่นขึ้นจากน้ำต่างหากที่กินแรงของม่านหลง
จำได้ว่าสมัยที่ม่านหลงเป็หน่วยลับเขาไม่ได้ตัวสูงแล้วก็หนักขนาดนี้เสียหน่อยกินอะไรเข้าไปกัน
จะไปแล้วก็มีคนหนึ่งที่สูงขนาดนี้อยู่ในหน่วยของเขาเมื่อตอนนั้นด้วย….
คนรักของเขาก็สูงประมาณนี้ตอนอายุเท่านี้ด้วยนี่นะ
ม่านหลงส่ายหน้าเื่ในอดีตน่ะช่างมันเถอะ ตอนนี้คนที่ถูกพิษก็ปลอดภัยแล้วหลังจากนี้เขาต้องเขียนสารรายงานเื่ภารกิจไปถึงประมุขน้อยรวมถึงสาเหตุที่ทำให้ภารกิจล้มเหลวเขาไม่จำเป็ต้องเขียนสารรายงานนี้ด้วยตัวเองคล้ายกับว่าให้ผู้ใหญ่ที่รู้จักกันดีเป็คนพูดแทนถึงจะทำพลาดยังไงโทษที่ได้รับก็จะน้อยลงแต่ม่านหลงก็ต้องฟังถึงสาเหตุก่อนว่าเพราะอะไรภารกิจถึงล้มเหลวเขาถึงจะช่วยพูดได้ถูก
ส่วนที่ยากที่สุดในการถอนพิษสำหรับคนที่โดนพิษจนร่างกายเป็อัมพาตไปแล้วทั้งร่างนั่นคือการป้อนยา
ม่านหลงยืนอยู่ข้างเตียงมองไปยังคนที่นอนอยู่ เขาไม่ได้สวมเสื้อผ้าให้อีกฝ่ายเพราะคิดว่ามันไม่จำเป็ตื่นมาเดี๋ยวคงจะแต่งตัวเองและปัญหาที่ม่านหลงกำลังเผชิญอยู่คือเขาจะป้อนยาด้วยวิธีไหน
ซึ่งวิธีป้อนยาในตอนนี้มีอยู่สองวิธีที่จะทำให้คนถูกพิษกินยาลงไปได้
หนึ่งคือง้างปากเขาแล้วเทยาลงไป สองคือใช้ปากของม่านหลงเองในการป้อนยาให้เขา
ซึ่งหากจะให้ม่านหลงเลือกเขาจำเป็ต้องเลือกทางที่สอง
เหตุผลนั่นเพราะตอนนี้หน่วยลับคนนี้ไม่สามารถกลืนยาได้ด้วยตัวเองม่านหลงต้องช่วยเขากินยาถึงจะกลืนยาลงไปได้วิธีที่จะได้ผลและทำให้อีกฝ่ายดื่มยาลงไปได้ในปริมาณที่เพียงพอนั่นคือม่านหลงต้องป้อนยาเขาด้วยตัวเอง
มันเป็เื่ที่ช่วยไม่ได้ถ้าอยากจะให้เขากินยาได้ถึงปริมาณที่เพียงพอหรือว่ากรอกปากหลายๆรอบดีนะ อย่างมากก็สักหกรอบเท่านั้นเอง
เขายักไหล่ ม่านหลงก็ไม่ใช่คนใจร้ายที่จะใช้วิธีรุนแรงกับคนที่เป็อัมพาตอยู่เขาประคองถ้วยยาเอาไว้ในมือ ดื่มยาเข้าไปก่อนจะค่อยๆโน้มหน้าลงไปป้อนยาอีกฝ่ายมือข้างหนึ่งบีบแก้มอีกฝ่ายเอาไว้เพื่อให้เขาเปิดปากช่วยคนที่นอนนิ่งกลืนยาขมๆเข้าไปโดยการสอดลิ้นเข้าไปกระตุ้นกล้ามเนื้อลำคอจนมั่นใจว่าอีกฝ่ายกลืนยาลงไปหมดแล้วม่านหลงจึงค่อยๆถอนปากออกมา
เขาถอนหายใจเช็ดปากตัวเองเล็กน้อยก่อนจะกระชับผ้าห่มขึ้นมาจนถึงคอของอีกฝ่ายมองหน้าใบหน้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากนั้น
แปลกจริง
ความรู้สึกหนึ่งแล่นเข้ามาหลังจากที่ริมฝีปากของพวกเขาัักันเขายกมือขึ้นแตะปากตัวเอง ความรู้สึกแปลกๆนี้มันอะไรกัน
รองประมุขส่ายหน้าเขาเอาถ้วยยาไปล้างก่อนจะเดินกลับมาวัดไข้คนที่นอนอยู่ พรุ่งนี้อาการก็จะคงที่แต่ยังต้องรออีกสองสามวันถึงจะสามารถเคลื่อนไหวได้ตามปกติ่สองสามวันนี้ม่านหลงคงต้องให้เขาอยู่ที่นี่ไปก่อนแล้วยาที่อีกฝ่ายต้องกินยังต้องปรุงดื่มเดี๋ยวนั้นเพื่อให้ยาออกฤทธิ์ได้เต็มที่
กว่าอีกฝ่ายจะตื่นก็พรุ่งนี้แวะไปถามเื่ภารกิจกับเด็กๆที่ส่งไปร่วมภารกิจหน่อยก็แล้วกัน
ม่านหลงเดินออกไปจากเรือนเพื่อที่จะไปฟังเื่ภารกิจที่ผิดพลาดในวันนี้ก่อนจะได้ความว่าเกิดการเล่นไม่ซื่อระหว่างสองหน่วยที่ออกไปทำภารกิจพร้อมกันหน่วยที่มีอู่ตู๋ไปด้วยถูกอีกหน่วยชิงลงมือตัดหน้าในภารกิจโดยที่ไม่สนใจแผนการณ์ที่วางเอาไว้ก่อนหน้านี้ทำให้ศัตรูรู้ตัวและหันมาเล่นงานพวกเขาด้วยความที่เป็ภารกิจของมือใหม่อีกทั้งคนที่ไปทำภารกิจในครั้งนี้ยังไม่มีใครมีประสบการณ์ในการทำภารกิจมาก่อนหน่วยลับสองคนที่ทำหน้าที่จับตาดูหน่วยทำภารกิจทั้งสองจึงต้องเข้าช่วยเหลือและเป็เหตุให้มีคนาเ็ในครั้งนี้
ส่วนที่มาของศรเป็เพราะหนึ่งในคนของอีกหน่วยตั้งใจจะยิงอีกหน่วยทำให้หน่วยลับคนนั้นเอาตัวเข้าขวางศรเอาไว้จึงทำให้ได้รับาเ็และคนที่ยิงศรคงไม่ได้รู้เลยว่าพิษที่ทาเอาไว้บนหัวศรนั้นรุนแรงแค่ไหนแต่เท่าที่ดูหน่วยลับคนนั้นไม่จำเป็จะต้องเอาตัวเองเข้าไปรับศรแบบนั้นด้วยฝีมือของหน่วยลับแค่ปัดป้องศรออกไปจากตัวก็ไม่น่าจะเป็สิ่งที่ทำไม่ได้
มีเหตุผลอะไรที่เอาตัวเองเข้าไปรับศรไว้แบบนั้นงั้นรึ
มีไม่กี่เหตุผลที่จะบอกได้ว่าเขาเอาตัวเองไปรับศรไว้ทำไมและที่ฟังดูเข้าเค้ามากที่สุดคงจะเป็เพราะ้าสั่งสอนคนที่ทำอะไรตามอำเภอใจให้รู้ว่าหากไม่อยู่ในกรอบที่ควรทำจะมีเื่แบบไหนเกิดขึ้นบ้างการทำตามอำเภอใจครั้งแรกยังทำให้หน่วยลับาเ็จนเกือบตาย แล้วหากมีการทำตามอำเภอใจเป็ครั้งที่สองจะเป็ใครที่จะได้รับความเดือดร้อน
จะสั่งสอนเด็กให้รู้จักคิดม่านหลงไม่ว่าแต่ถึงกับเอาตัวเองมาเสี่ยงตายแบบนี้ใช้ได้ที่ไหนแล้วแบบนี้ไม่ถือว่าอยู่นอกเหนือหน้าที่ของหน่วยลับหรอกรึ
ม่านหลงไม่รู้หรอกว่าเขาเป็หน่วยลับของใครแต่ก็มีเพียงไม่กี่คนในถังเหมินที่มีหน่วยลับหากการเอาตัวเองรับศรเป็หนึ่งในหน้าที่ของเขาไม่แน่ว่าเขาอาจจะเป็หน่วยลับของท่านย่าของรองประมุขฉางก็ได้
ก็ผู้าุโนางนี้อยากให้เด็กน้อยหลาบจำั้แ่ครั้งแรกเพื่อที่จะไม่มีความผิดซ้ำสองในอนาคตประหยัดเวลาในการสั่งสอนเื่เดิมซ้ำๆ
คิดๆดูแล้วผู้าุโนางนี้ก็ช่างมีชีวิตที่ยืนยาวเสียจริงจนตอนนี้ทั้งประมุขน้อยและรองประมุขต่างก็แต่งงานกันแล้วทั้งคู่นางคงกำลังรออุ้มเหลนอยู่เป็แน่
หลังจากที่ได้ฟังเื่ที่เกิดขึ้นแล้วม่านหลงก็กลับมาที่เรือนและเขียนสารรายงานเกี่ยวกับการทำภารกิจเพื่อให้หน่วยลับเอากลับไปด้วยหลังจากที่เขาหายดีหน่วยลับที่มาด้วยกันคงจะรายงานเื่นี้ไปคร่าวๆแล้วที่เหลือแค่เอารายงานฉบับสมบูรณ์ไปให้ประมุขน้อยก็พอ
เมื่อเื่วันนี้ลงตัวแล้วม่านหลงก็ดูเอกสารที่ต้องทำพรุ่งนี้ว่ามีอะไรบ้างส่วนใหญ่ก็ยังเป็งานที่เขาต้องทำภายในพรรครู้สึกว่า่นี้พญางูแฝดไม่ค่อยสงบเพราะอากาศร้อนเห็นทีต้องให้คนในพรรคพาพญางูแฝดไปเล่นน้ำคลายร้อนสักหน่อย
ม่านหลงเองก็ชอบเล่นน้ำคลายร้อนเหมือนกันนานแล้วด้วยที่เขาไม่ได้เรียกพญางูแฝดออกมา งานพรุ่งนี้ก็มีไม่มากพาออกไปเล่นน้ำสักหน่อยก็แล้วกัน
รองประมุขแวะมาดูอาการคนที่หลับอยู่เล็กน้อยก่อนจะเข้านอนซึ่งเตียงนอนของม่านหลงก็อยู่ไม่ไกลจากหน่วยลับที่นอนอยู่นั่นหมายถึงพวกเขานอนห้องเดียวกันม่านหลงไม่ได้ติดใจอะไรเพราะอย่างไรเสียที่นี่ก็คือเรือนของเขาเองและหน่วยลับก็ไม่ได้สติอยู่แบบนั้นอีกฝ่ายคงไม่ลุกขึ้นมาทำอะไรม่านหลงหรอก
แต่หากใจกล้าคิดจะทำม่านหลงก็จะไม่ปราณีสั่งสอนให้เป็กรณีพิเศษ
ใน่เช้ามืดของวันต่อมาม่านหลงก็ตื่นตามเวลาตามปกติ หน่วยลับคนนั้นยังนอนอยู่ที่เดิมม่านหลงป้อนยาให้เขาอีกรอบก่อนจะออกไปเดินเล่นรับลมยามเช้าม่านหลงมักจะทำแบบนี้เป็ประจำซึ่งเด็กๆในพรรคก็มองว่ามันเป็การกระทำของคนแก่ที่มักจะชอบออกมาเดินเล่นตอนเช้าๆม่านหลงเหนื่อยที่จะเถียง แก่ก็แก่
อันที่จริงม่านหลงยังสงสัยว่าทำไมตัวเองถึงยังดูอ่อนเยาว์ได้แบบนี้ทั้งๆที่เขาเองก็อายุครึ่งร้อยเข้าไปแล้วแม้จะไม่เท่าท่านเทพที่อายุเกินร้อยแต่ถึงอย่างนั้นวิชาที่ม่านหลงฝึกก็ไม่ได้ต่างจากคนในพรรคแต่ทว่ารูปลักษณ์ของเขากลับแก่ช้ากว่าคนอื่นอย่างน่าสงสัย บางทีม่านหลงก็นึกกลัวตัวเองอยู่เหมือนกันว่าทำไมตัวเองถึงแก่ช้า
เป็เพราะอะไรกันนะ
ตามนิสัยที่มีมาั้แ่ที่มาอยู่อู่ตู๋ม่านหลงจะเดินเข้าไปในป่าเพื่อรับลมยามเช้าและเก็บสมุนไพรที่ผ่านๆตามาด้วยจนถึง่สายเขาก็กลับมาที่พรรคก่อนที่จะมีใครไปตามหาเขาในป่าเสียก่อนเมื่อมาถึงที่เรือนม่านหลงก็พบว่าหน่วยลับคนนั้นได้สติแล้ว
“ตื่นแล้วรึ” หน่วยลับคนนั้นเงยหน้าขึ้นมามองเขา ดูเหมือนว่าเพิ่งจะลืมตาตื่นเมื่อครู่นี้เอง
“อย่าเพิ่งฝืนลุกขึ้นมาเลยเ้ายังต้องอยู่ที่นี่อีกสองสามวันถึงจะกลับไปที่พรรคได้ข้าให้คนส่งสารไปที่ถังเหมินแล้ว เ้าไม่ต้องเป็ห่วงไปหรอก” รองประมุขวางตะกร้าสมุนไพรลง เดินเข้าไปวัดไข้คนเพิ่งฟื้นก่อนจะพยักหน้าสมกับเป็หน่วยลับเสียจริง อุณหภูมิร่างกายยังปกติดีไม่ได้มีไข้อย่างที่ม่านหลงคิดเอาไว้โดนพิษที่เขาปรุงขึ้นมาแท้ๆแต่ฟื้นร่างกายได้เร็วดี
“ไม่มีไข้ฟื้นตัวไวเสียจริง” ม่านหลงอดที่จะเอ่ยขึ้นมาไม่ได้ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ
“ต้องขออภัยด้วยที่ข้าไม่ได้สวมเสื้อผ้าให้เ้าพอดีมันเกะกะการรักษาข้าเลยถอดทิ้งไป” อันที่จริงระหว่างนี้ไม่ต้องใส่เสื้อผ้าเลยก็ได้จะได้สะดวกในการขับพิษออกมาทางเหงื่อจะได้หายเร็วขึ้นไม่มีเสื้อผ้ามาคอยขวางให้เป็อุปสรรค
เพราะเพิ่งจะฟื้นหน่วยลับจึงยังมีอาการที่งุนงงอยู่บ้างแต่ก็พยักหน้ารับคำพูดของม่านหลงรองประมุขจึงเดินไปต้มยาที่อีกฝ่ายต้องกินมาให้ ฟื้นได้แบบนี้ก็ดีเหมือนกันเขาจะได้ไม่ต้องป้อนยาอีกฝ่ายอีก
ไม่บอกว่าเขาป้อนยายังไงจะดีกว่าสินะ
“เ้าฟื้นแล้วก็ดีเหมือนกันจะได้ให้แช่น้ำสมุนไพรขับล้างพิษได้ง่ายหน่อย” เขาไม่อยากแบกอีกฝ่ายขึ้นๆลงๆอีกแล้วแขนพาลจะหักเอา
“ข้าเขียนรายงานที่จะให้เ้าเอากลับไปด้วยเอาไว้แล้ววันที่เ้ากลับให้เอากลับไปด้วยนะ” อีกฝ่ายพยักหน้าม่านหลงค่อยๆประคองเขาลุกขึ้นนั่งก่อนพาไปแช่น้ำสมุนไพรที่เตรียมเอาไว้ก่อนที่ม่านหลงจะออกไปเดินเล่นจากนั้นก็ไปเตรียมอาหารเช้าให้
ั้แ่ตื่นขึ้นมาคนคนนี้ไม่เอ่ยปากพูดกับเขานอกจากพยักหน้ารับถึงจะเป็ลักษณะปกติของหน่วยลับแต่ทว่าก็มีหน่วยลับบางคนที่ยังพูดคุยกับม่านหลงเหมือนคนปกติแต่กับเขาคนนี้ไม่พูดอะไรเลย แม้แต่ตอนกินข้าวก็ยังกินเงียบๆ ดีที่ม่านหลงไปถามเื่ราวทำภารกิจจากคนอื่นมาแล้วไม่อย่างนั้นวันนี้คงจะไม่รู้เื่กัน
ไม่มีใครบอกว่าเป็หน่วยลับแล้วจะพูดไม่ได้เสียหน่อย
หลังกินข้าวเสร็จม่านหลงก็เตรียมที่จะฝังเข็มเพื่อขจัดพิษที่ยังหลงเหลืออยู่ภายในร่างหน่วยลับคนนี้ก็อยู่นิ่งเสียจนม่านหลงคิดว่าหลับไปแล้วคงจะเพราะเพิ่งฟื้นจากพิษจึงไม่พูดไม่จาหรือจะเป็ลักษณะส่วนตัวของอีกฝ่ายที่เป็แบบนี้อยู่แล้วก็ไม่รู้
ดังนั้นม่านหลงจึงกลายเป็คนแก่ที่พูดอยู่กับธาตุอากาศ
ก็เล่นไม่ตอบกลับเขาเลยสักคำนี่
“ข้าจะไปทำธุระที่ข้างนอกระหว่างนี้ก็พักผ่อนอย่าได้ออกไปไหน ถึงเวลากินยาข้าจะกลับมาต้มยาให้เ้าเอง”ม่านหลงเก็บเข็มเข้าไปในกล่องก่อนจะหันมาบอกคนที่นั่งอยู่ซึ่งสิ่งที่ได้ก็มีเพียงการพยักหน้ารับดั่งเช่นเคยม่านหลงหยิบขลุ่ยเงินที่วางอยู่บนแท่นออกมาก่อนจะเดินออกไปนอกเรือนหน่วยลับที่มองอยู่จึงมองด้วยความสงสัยว่าม่านหลงนำขลุ่ยเงินไปด้วยทำไมหรือว่าเขาจะไปต่อสู้?
ปกติแล้วคนของอู่ตู๋จะพกขลุ่ยเงินไปไหนมาไหนเฉพาะเวลาที่ต้องไปเจออันตรายขลุ่ยเงินนั้นมีไว้เพื่ออัญเชิญพญางูแฝดเกิดเื่อะไรขึ้นรองประมุขของอู่ตู๋จึงได้นำขลุ่ยเงินติดตัวไปด้วย
เพราะรู้สึกเป็กังวลร่างสูงจึงค่อยๆพยุงตัวเองลุกขึ้นเร้นกายปิดััแล้วออกไปจากเรือนมุ่งตรงไปยังััที่รู้สึกได้ก่อนจะเร้นกายอยู่เงียบๆมองรองประมุขที่กำลังเดินเข้าไปในป่าเพียงลำพังทำไมคนผู้นี้ถึงชื่นชอบการเดินเข้ามาในป่านัก หลายครั้งแล้วที่เขาเห็นอีกฝ่ายเดินเข้ามาในป่ามืดค่ำกว่าจะกลับมิใช่ว่าเป็คนแก่ที่ต้องอยู่ที่เรือนให้เด็กๆปรนนิบัติรับใช้หรอกรึ
แต่ช่างมันเถอะรูปลักษณ์ของรองประมุขม่านหลงไม่ได้ดูเหมือนคนแก่คนภายนอกเห็นก็ยังคงเข้าใจว่าเขาเป็แค่ชายหนุ่มธรรมดาเท่านั้นคนที่รู้ว่าม่านหลงอายุเท่าไหร่หรือแก่แค่ไหนก็มีแค่คนในพรรคเอง
และดูเหมือนรองประมุขจะไม่ได้รู้ตัวเลยด้วยว่าตัวเองทำตัวเหมือนคนแก่เข้าไปทุกที
สถานที่ที่รองประมุขมาเป็น้ำตกขนาดใหญ่บริเวณป่าของอู่ตู๋มีน้ำตกไม่รู้กี่แห่งต่อกี่แห่งแล้วรองประมุขผู้นี้ก็ตระเวณไปเสียทุกแห่งไม่คิดที่จะออกไปใช้ชีวิตเปิดหูเปิดตาที่ข้างนอกพรรคบ้างรึ
หน่วยลับของถังเหมินมองคนที่เป่าขลุ่ยเรียกพญางูแฝดออกมาสมแล้วที่เป็รองประมุขพญางูแฝดขนาดใหญ่เลื้อยมาปรากฏกายยังเบื้องหน้าของผู้เป็นายม่านหลงลูบศีรษะของพญางูแฝดทั้งสองก่อนจะหัวเราะ
ท่านเห็นพญางูแฝดเป็สัตว์ตัวเล็กๆที่มองแล้วจะหัวเราะได้หรืออย่างไรศัตรูท่านหัวเราะไม่ออกแน่หากได้เห็น
“วันนี้ไม่มีอะไรหรอกข้าแค่เห็นว่าพวกเ้าไม่ได้ออกจากป่ามานานมีข้าเป็นายก็แย่หน่อยเพราะข้าไม่มีศัตรูที่ไหน แล้วไม่ค่อยออกจากพรรคด้วย”รองประมุขเอ่ยกับพญางูแฝดทั้งสองหย่อนตัวลงในน้ำด้วยท่าทางที่ผ่อนคลายกวักน้ำขึ้นลูบเกล็ดสีเขียวของพญางูแฝดอย่างรักใคร่
“อากาศที่อู่ตู๋ร้อนขึ้นทุกปีได้ยินว่าพญางูแฝดอารมณ์ไม่ดีนักวันนี้ข้าก็ให้คนในพรรคพาพญางูแฝดไปเล่นน้ำคลายร้อนแต่พวกเ้าไม่ชอบพบปะกับใครข้าจึงพาพวกเ้ามาที่นี่” พญางูแฝดมุดตัวลงใต้น้ำตกเพื่อเล่นน้ำคลายร้อนคนที่แอบมองอยู่ก็เหมือนได้รับรู้ข้อมูลใหม่เขาเคยเห็นคนของเทียนเช่อพูดคุยกับหมาป่าผู้พิทักษ์แบบนี้ทำเหมือนกับว่าสัตว์พิทักษ์เป็เพียงมนุษย์ธรรมดาที่มีจิตใจไม่ได้มองว่าพวกเขาเป็สัตว์ตัวหนึ่ง
ถังเหมินก็มีสัตว์พิทักษ์แต่ทว่าไม่ได้มีสัตว์พิทักษ์เป็รายบุคคล เป็สัตว์พิทักษ์ประจำพรรคเสียมากกว่าแล้วคนที่อัญเชิญสัตว์พิทักษ์มาได้ก็มีแค่ประมุขอีกทั้งประมุขนั้นไม่เคยอัญเชิญออกมาเลยด้วยเหตุที่ว่าไม่รู้จะอัญเชิญมาทำไม
“่นี้อวี๋เหมาฉาไม่อยู่ข้าต้องดูแลพรรคเพียงคนเดียวไปอีกสองสามเดือนถือโอกาสนี้ให้พวกเ้าได้เล่นน้ำคลายร้อนกันเสียหน่อยก่อนที่จะไม่ได้เจอหน้ากันอีกนาน”พญางูแฝดพ่นน้ำใส่ม่านหลงที่นั่งอยู่บนโขดหินโดยแช่ครึ่งตัวอยู่ในน้ำคล้ายกับจะบอกว่าปกติม่านหลงก็ทำหน้าที่ดูแลพรรคอยู่แล้วม่านหลงยักไหล่เป็เชิงว่าเื่นี้เขาเหนื่อยใจเหมือนกัน
“ใครใช้ให้ข้าต้องมาเป็รองประมุขกันล่ะเฮ้อ” คนพูดถอนหายใจอย่างไม่จริงจังเคลื่อนไหวแหวกว่ายไปในน้ำด้วยท่วงท่าที่สง่างามดวงตาสีเทาจับจ้องไปที่ภาพนั้นด้วยความรู้สึกหลงใหล
งดงามดังเช่นนั้นวันนั้นไม่มีผิด
ภาพที่เขาไม่อาจลืมเลือนไปได้ชั่วชีวิต
เพราะม่านหลงพูดคุยกับพญางูแฝดเป็เื่ปกติอยู่แล้วดังนั้นพวกเขาจึงสนิทกันมาก พญางูแฝดใช้ปลายหางของตัวเองมานวดๆไหล่ให้ม่านหลงคนโดนนวดหัวเราะชอบใจ ถึงจะตัวใหญ่แต่ก็ทำเื่ละเอียดอ่อนเป็ด้วย
“เพราะแบบนี้อย่างไรข้าถึงไม่อยากออกจากพรรคอยู่ที่พรรคสบายเป็ไหนๆ” แน่นอนว่าหลังจากนี้ยังมีเื่ให้ต้องทำอีกมากในฐานะรองประมุขหรือจะบอกว่าทำเป็ปกติอยู่แล้วก็ไม่อาจรู้ได้แต่ทว่าม่านหลงก็พอใจกับชีวิตในตอนนี้ นานๆหนก็ออกไปฟังข่าวที่โลกภายนอกบ้างเข้าป่าเก็บสมุนไพร แช่น้ำคลายร้อนในวันที่ไม่มีงานใดๆเข้ามา รับมือกับเด็กๆในพรรคที่ชอบพุ่งตัวเข้ามาหาเขาทุกครั้งที่เจอหน้าจะว่าไปเด็กที่โตเกินสามขวบม่านหลงก็อุ้มไม่ไหวแล้วจริงๆ
คนแก่นี่นะ
แก่ก็แก่