บันทึกราชันย์เทพอสูร

    เล่มที่ 1 โลกเยาหลิง โลกแห่งจิตอสูร บทที่ 5 นักปรุงโอสถวิเศษ

            เหรียญจิตอสูรเป็นหน่วยเงินตราที่ใช้ในเมืองกวงฮุยปกติแล้วสองสามพันเหรียญจิตอสูรก็เพียงพอให้ครอบครัวสามัญชนครอบครัวหนึ่งใช้จ่ายตลอดปีแล้วมูลค่าสิ่งของต่างๆ ในเมืองกวงฮุยวัดด้วยเหรียญจิตอสูร ตัวอย่างเช่น ชุดเกราะผลึกอสูร ขนสัตว์อสูร และอื่นๆ อีกหลากหลาย


            ค่าเล่าเรียนรายปีของโรงเรียนเซิ่งหลันก็อยู่ในราวสามพันเหรียญจิตอสูรสำหรับครอบครัวทั่วไปนับว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่แพงลิบลิ่วของพวกเขาทว่าครอบครัวทั่วไปก็ยังยินดีที่จะประหยัดมัธยัสถ์ส่งลูกหลานของตนเข้าเรียนในโรงเรียนเซิ่งหลันนี่เป็นเพราะว่าถ้าหากพวกเขาได้กลายเป็นนักสู้หรือผู้ควบคุมจิตอสูรในสักวันหนึ่งต่อให้ได้เป็นแค่ระดับทองแดงก็ยังสามารถเปลี่ยนโชคชะตาของครอบครัวได้

            นักสู้ระดับทองแดงหากสมัครเข้าเป็นทหารร่วมกองทัพจะได้เงินเดือนราวห้าหกพันเหรียญจิตอสูรในขณะเดียวกันก็ยังสามารถขึ้นเขาเซิ่งจู่ไปผจญภัยเสี่ยงโชค

            เนี่ยหลีมาจากครอบครัวขุนนางตระกูลตราสวรรค์เทียนเหิน เป็นตระกูลขุนนางที่กำลังตกต่ำท่านประมุขเป็นผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองหนึ่งดาวผู้หนึ่งรายได้ต่อปีของครอบครัวอยู่ในราวหกแสนเหรียญจิตอสูร แต่รายจ่ายต่อปีสูงลิบลิ่วลำพังแค่ค่าเล่าเรียนของเด็กๆ ก็อยู่ในราวสามแสนเหรียญจิตอสูรแล้วเมื่อรวมกับค่าใช้จ่ายอื่นๆ ก็ทำให้ครอบครัวต้องดิ้นรนเพื่อให้พอจ่ายเมื่อไม่มีทางเลือกก็ได้แต่ขายกิจการของครอบครัวบางอย่างออกไปเพื่อจุนเจือตัวเองตระกูลเทียนเหินจึงสามารถส่งเด็กๆ รุ่นเยาว์ทุกคนเข้าเรียนในโรงเรียนเซิ่งหลันได้

            ท่านประมุขเคยพูดเอาไว้ว่ามีแต่คนรุ่นเยาว์ที่โดดเด่นของครอบครัวจึงจะสามารถฟื้นฟูฐานะของตระกูลขึ้นมาได้ใหม่อีกครั้งต่อให้ต้องใช้ชีวิตขัดสนแร้นแค้นไปบ้าง พวกมันจะทุ่มเททุกอย่างเพื่อส่งเสริมเด็กๆให้ได้มากที่สุด

            ในชีวิตหนหลัง เนี่ยหลีไม่ค่อยเข้าใจประโยคนี้นักมันรู้สึกประหลาดใจกับการกระทำของท่านประมุข ท่านประมุขเข้มงวดกับพวกเขานักหลังจากที่กลับมาเกิดใหม่เนี่ยหลีในที่สุดจึงเข้าใจความคิดและความห่วงใยของท่านประมุข

            ในฐานะที่เป็นสมาชิกคนหนึ่งของตระกูลตราสวรรค์เทียนเหิน เขาเองก็อยากจะให้ตระกูลแข็งแกร่งขึ้นและกลายเป็นชนชั้นสูงของเมืองกวงฮุย

            หลังเกิดใหม่ความทรงจำของเนี่ยหลีอัดแน่นไปด้วยเคล็ดวิชายุทธ์ล้ำเลิศมากมาย แต่ก่อนอื่นเขาต้องหาเงินมาซื้อผลึกวิญญาณสักหลายก้อน หากจะทดสอบคุณสมบัติของอาณาเขตวิญญาณของเขาจะต้องใช้ผลึกวิญญาณก้อนหนึ่งจากนั้นจึงค่อยตัดสินใจเลือกเคล็ดวิชายุทธ์ที่เหมาะสมเพื่อฝึกหากเคล็ดวิชายุทธ์เหมาะสมกับคุณสมบัติของอาณาเขตวิญญาณการฝึกก็ย่อมมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

            ตง! ตง! ตง!

            เสียงระฆังดังไปทั่วเมืองกวงฮุย ชั้นเรียนเลิกแล้ว

            นักเรียนโรงเรียนเซิ่งหลันรีบทยอยออกจากประตูใหญ่ผ่านไปตามถนนแออัดตรงหน้า พ่อค้าหลายคนส่งเสียงตะโกนค้าขาย

            “ชุดเกราะระดับทองแดงใหม่ๆ! มียันต์รูปวายุเหมันต์สลักไว้อยู่ด้วย! คุณหนูผู้สูงศักดิ์ทั้งหลาย คุณชายผู้สูงศักดิ์ทั้งหลายพวกท่านสนใจหรือไม่?” พ่อค้ารายหนึ่งสวมเสื้อสีเทาตะโกนทักทายฝูงชนด้วยความกระตือรือร้นดึงดูดความสนใจนักเรียนหลายคนชุดเกราะระดับทองแดงมิใช่สิ่งที่นักเรียนทั่วไปจะหาซื้อได้ อย่างไรก็ตามภายในโรงเรียนเซิ่งหลันเต็มไปด้วยนักเรียนจากครอบครัวที่มีฐานะบางคนก็มีเงินมากมาย หากโชคดี พวกเขาก็จะสามารถขายสินค้าให้แก่พวกนักเรียนกระเป๋าหนักได้

            “ดูนั่น ชุดเกราะระดับทองแดงพร้อมยันต์รูปวายุเหมันต์สลักไว้ด้วย!” พวกนักเรียนพากันตื่นเต้นและชี้ชวนกันดูถุงมือยาวคู่หนึ่งมีแสงสีน้ำเงินเข้มส่องซึมออกมาผิวหน้าปกคลุมด้วยรอยสลักลึกลับและกระจายไอเย็นออกมาบางๆ

            “นี่ราคาเท่าไหร่รึ?” นักเรียนคนหนึ่งเข้าไปสอบถามเสียงต่ำ

            “หกหมื่นเหรียญจิตอสูร!” พ่อค้าพูดพร้อมยิ้มแย้ม

            “พระเจ้า ทำไมแพงอย่างนี้!” ครอบครัวธรรมดาครอบครัวหนึ่งต่อให้ใช้เวลาสิบปีก็ยังไม่อาจสะสมเงินได้ถึงหกหมื่นเหรียญจิตอสูร

            “นี่คือชุดเกราะระดับทองแดงพร้อมยันต์วายุเหมันต์ ยันต์วายุเหมันต์วาดโดยใช้เลือดของอสูรวายุเหมันต์ตัวเมียอสูรวายุเหมันต์ตัวเมียกำลังโตเต็มวัยขณะถูกฆ่า อสูรวายุเหมันต์มิใช่จะล่าได้ง่ายๆลักษณะเด่นของพวกมันทำให้ถุงมือยาวคู่นี้มีความทนทานต่อการโจมตีมากเป็นพิเศษเหมาะกับนักสู้หรือผู้ควบคุมจิตอสูรธาตุวายุเหมันต์เป็นที่สุด!” พ่อค้าโอ้อวดขณะแนะนำชุดเกราะ

            นักเรียนหลายคนจ้องมองถุงมือยาวคู่นั้นด้วยความอยากได้ แต่พวกเขายังคงต้องเดินหนีไปของราคาแพงปานนี้มิใช่สิ่งที่พวกเขาจะซื้อได้

            “ลำพังแค่ชุดเกราะระดับทองแดงก็ราคาปาเข้าไปตั้งหกหมื่นเหรียญจิตอสูรแล้วอย่างนี้ชุดระดับเงินระดับทองมิใช่ว่าจะยิ่งแพงเข้าไปอีกหรือ?” ลู่เพียวพึมพำ เบี้ยใช้จ่ายรายเดือนของเขามีเพียงห้าร้อยเหรียญจิตอสูรครอบครัวของลู่เพียวมีกิจการมากมาย ดังนั้นลู่เพียวจึงนับว่าร่ำรวยได้ในชีวิตหนก่อน ลู่เพียวมักคอยช่วยเหลือเนี่ยหลีกับตู้เจ๋อทว่าต่อให้ลู่เพียวพอจะมีเงินอยู่บ้าง ชุดเกราะระดับทองแดงก็ยังไม่ใช่สิ่งที่เขาจะซื้อหาได้

            ขณะที่เนี่ยหลี ลู่เพียวและตู้เจ่อเดินไป พวกเขาชมไปทั่วถนนสายนี้เต็มไปด้วยสินค้าทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นสินค้าราคาแพงหรือของถูกๆล้วนหาซื้อได้ที่นี่

            “เนี่ยหลี เจ้าวางแผนอย่างไรบ้าง?” ลู่เพียวเอ่ยถามอย่างสับสนขณะเนี่ยหลีชมสินค้าโดยรอบ

            ขณะที่เดินไป เงาร่างหนึ่งพุ่งไปถึงด้านหน้าของพ่อค้าคนนั้น

            “ดูนั่น เสิ่นเยวี่ย!” ลู่เพียวใช้ปากบุ้ยบ้ายบอกตำแหน่งของเสิ่นเยวี่ย“ยังมีเยี่ยจื่ออวิ๋นอยู่ด้วย!”

            เนี่ยหลีหันมองไปทางทิศนั้น เขามองเพียงเยี่ยจื่ออวิ๋นและเด็กสาวสองสามคนที่กำลังคุยล้อต่อกระซิกกันอย่างเบิกบานใบหน้างดงามยิ้มแย้มของนางเต็มไปด้วยความสดใส ในบรรดาเด็กสาวกลุ่มนี้รอยยิ้มของเยี่ยจื่ออวิ๋นย่อมเจิดจรัสที่สุด ทำให้ทุกคนต้องหันไปมองนางเป็นตาเดียว

            ทุกสิ่งรอบบริเวณนี้มีชีวิตชีวายิ่งขึ้นเพราะการปรากฏกายของนาง

            เสิ่นเยวี่ยก็ชำเลืองมองไปทางนางเป็นระยะ

            “ดีมาก ข้ากำลังต้องการถุงมือระดับทองแดงอยู่พอดีห่อถุงมือคู่นี้ให้ข้าด้วย” เสิ่นเยวี่ยเอ่ยกับพ่อค้าเบาๆ

            “ขอรับคุณชาย!” พ่อค้ารีบฉีกยิ้มทันทีที่ได้ยินคำสั่งของเสิ่นเยวี่ยและรีบห่อถุงมือคู่นั้นให้

            “นี่ หกหมื่นเหรียญจิตอสูร” เสิ่นเยวี่ยล้วงแผ่นผลึกอสูรออกมาผลึกอสูรแผ่นหนึ่งมีมูลค่าหนึ่งหมื่นเหรียญจิตอสูร

            เขาควักเงินหกหมื่นเหรียญจิตอสูรออกมาได้ด้วยท่าทางปลอดโปร่งโล่งสบายแล้วก็เก็บถุงมือระดับทองแดงลงในแหวนช่องมิติสำหรับเก็บของ

            เด็กสาวหลายคนรอบตัวมันพากันส่งเสียงอุทานออกมางึมงำมันสามารถล้วงเงินหกหมื่นเหรียญจิตอสูรออกมาได้ง่ายดายเช่นนี้ ช่างร่ำรวยอะไรปานนั้น! เด็กสาวหน้าตาพอใช้ได้หลายคนจ้องมองจนสองตาเจิดจ้าไปหมดต่างส่งสายตาหวานเยิ้มให้แก่เสิ่นเยวี่ย อย่างไรก็ตามเสิ่นเยวี่ยทำราวกับพวกนางไม่มีตัวตนเขาชำเลืองมองไปทางกลุ่มของเนี่ยหลีอย่างภาคภูมิ จากนั้นจึงหันไปมองเยี่ยจื่ออวิ๋นสายตาเหมือนจะบ่งบอกออกมาว่า “ในสายตาของข้ามีเพียงเจ้าเท่านั้น”

            “ช่างชั่วช้าอะไรเช่นนี้!” ลู่เพียวคำราม “นี่มันยิงกันด้วยกระสุนเงินชัดๆ!” (หมายถึงใช้อำนาจเงิน)

            “อหังการจริง! ถึงกับโยนเงินหกหมื่นเหรียญจิตอสูรออกไปได้อย่างง่ายดายแถมยังมีกระทั่งแหวนมิติเก็บของ” ตู้เจ๋อแบสองมือส่ายหน้ามันมองเนี่ยหลีแล้วพูด “เนี่ยหลี คนเช่นมันทั้งหล่อทั้งรวยเจ้าจะไปแข่งอะไรกับมันได้?”

            “เฮอะๆ จื่ออวิ๋นไม่สนใจเงินทองหรอก” เนี่ยหลีเอ่ยลวกๆ สายตากวาดมองไปทางเยี่ยจื่ออวิ๋นนางไม่สนใจการกระทำของเสิ่นเยวี่ยแม้แต่น้อยและยังกำลังคุยอยู่กับเพื่อนๆ ของนางบางครั้งสายตาก็ชำเลืองไปทางเซียวหนิงเอ๋อทว่าเซียวหนิงเอ๋อเอาแต่ยืนเหม่ออยู่ด้านหนึ่ง

    สีหน้าของเซียวหนิงเอ๋อเย็นชานางมักเป็นหมาป่าที่โดดเดี่ยว ไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กับนักเรียนคนอื่นๆ

            เนี่ยหลีรู้ว่าสิ่งที่เยี่ยจื่ออวิ๋นต้องการมากที่สุดในเวลานี้ก็คือมิตรภาพในชีวิตชาติที่แล้วของนาง เยี่ยจื่ออวิ๋นอยากเป็นเพื่อนกับเซียวหนิงเอ๋อเสมอมาทว่าฐานะของพวกนางนำพาให้ต้องห่างเหินกันไป

            เห็นสีหน้าของเยี่ยจื่ออวิ๋น เสิ่นเยวี่ยค่อนข้างผิดหวัง

            “เอาเถอะ เยี่ยจื่ออวิ๋นมิได้ใส่ใจเงินทองจริงด้วย เนี่ยหลีนางคงไม่ได้ชอบผู้หญิงด้วยกันหรอกนะ ใช่หรือไหม? หากเป็นเช่นนั้นเจ้าก็จบเห่แล้ว”ลู่เพียวกระพริบตาล้อเลียนเนี่ยหลี

            เนี่ยหลีหัวเราะ เขาย่อมไม่เก็บคำพูดของลู่เพียวมาใส่ใจ ในชีวิตหนก่อนเขาเป็นบุรุษเพียงคนเดียวของเยี่ยจื่ออวิ๋น เขายิ้มแย้มและพูด“ไปกันเถอะ ข้าจะเริ่มแผนการของข้าแล้ว!”

            สีหน้าของตู้เจ๋อกับลู่เพียวแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมจริงจังทั้งสองพยักหน้า

            “ลู่เพียว เจ้าไปหาซื้อหน้าไม้มาสองคันกับลูกธนูห้าร้อยดอกหน้าไม้คันหนึ่งราคาหนึ่งร้อยหกสิบเหรียญจิตอสูร ส่วนลูกธนูดอกละสามสิบเหรียญจิตอสูรอย่าโดนพวกพ่อค้าหลอกเข้าล่ะ!” เนี่ยหลีบอกลู่เพียว “พวกเราจะกลับไปเจอกันที่สนามฝึกของโรงเรียน”

            “ตกลง!” ลู่เพียวกล่าวพร้อมพยักหน้าและรู้สึกค่อนข้างสงสัยในใจเนี่ยหลีเคยซื้อหน้าไม้กับลูกธนูมาก่อนหรือถึงได้รู้ราคาดีนัก?

            เงินเบี้ยเลี้ยงรายเดือนของเนี่ยหลีมีเพียงห้าสิบเหรียญจิตอสูรดังนั้นเขาจึงไม่มีเงินมากพอที่จะซื้อของราคาแพง

            “ตู้เจ๋อ พวกเราจะไปซื้อหญ้าเฮยเจ๋อกัน” เนี่ยหลีพูดหญ้าเฮยเจ๋อมีฤทธิ์ทำให้เกิดอาการอัมพาตได้

            สภาพการเงินของตู้เจ๋อยังแย่กว่าเนี่ยหลีเสียอีก ปกติแล้วเนี่ยหลีย่อมไม่ยอมให้ตู้เจ๋อใช้เงินส่วนตัวของตนดังนั้นขณะซื้อหญ้าเหล่านั้น เนี่ยหลีจึงเป็นคนจ่ายด้วยตนเอง

            หญ้าเฮยเจ๋อราคาถูกยิ่งนักหนึ่งเหรียญจิตอสูรก็สามารถซื้อมาได้กองใหญ่แล้วนอกจากนั้นเนี่ยหลียังซื้อตัวทำละลายราคาถูกอีกจำนวนหนึ่งและไปที่เนินเขาเตี้ยๆ ข้างเมืองกวงฮุยเพื่อเก็บหญ้าเจี๋ยหลี่

            “เจ้ากำลังวางแผนจะทำอะไร?” ตู้เจ๋อเอ่ยถามด้วยความสงสัย

            เนี่ยหลีหัวเราะอย่างมีเลศนัย “หญ้าเฮยเจ๋อมีฤทธิ์ทำให้เกิดอัมพาตแต่ประสิทธิภาพของมันต่ำยิ่ง โดยทั่วไปใช้ทาแผลเพื่อลดอาการปวดส่วนหญ้าเจี๋ยหลี่เป็นวัชพืชที่พบเห็นได้ทั่วไป ไม่มีใครรู้ประโยชน์ของมันอย่างไรก็ตาม หากใช้มันคู่กับตัวทำละลายและหญ้าเฮยเจ๋อจะสามารถเพิ่มฤทธิ์อัมพาตของหญ้าเฮยเจ๋อได้เป็นอันมาก”

            ตู้เจ๋องุนงงอยู่ครู่หนึ่งจึงเอ่ยถาม “ฤทธิ์อัมพาตแรงแค่ไหนรึ?”

            เนี่ยหลีหัวเราะพูด “ไม่มากสำหรับสัตว์อสูรทั่วไปประสิทธิภาพยังแย่กว่ายาชาคุณภาพต่ำๆ บางตัวเสียอีก แต่เจ้าเคยสังเกตหรือไม่แกะเขาโค้งไม่เคยกินหญ้าเจี๋ยหลี่”

            “แกะเขาโค้งรึ?” ตู้เจ๋อทวนคำแล้วก็นิ่งเงียบไปครู่หนึ่งราวกับกำลังเดาอะไรได้เลาๆ ดวงตาเขาก็เบิกกว้าง “เนี่ยหลีหรือเจ้าจะเป็นนักปรุงโอสถวิเศษ?”

            “นักปรุงโอสถวิเศษรึ?” เนี่ยหลีครุ่นคิดอยู่ครู่จึงหัวเราะ“จะว่าใช่ก็ได้”

            นักปรุงโอสถวิเศษผู้หนึ่งหมายถึงผู้ใช้สมุนไพรต่างๆเพื่อกลั่นยาวิเศษหรือผู้ที่ออกใบสั่งยา เนี่ยหลีมิใช่นักปรุงโอสถวิเศษในชีวิตหนก่อน เขามีความรู้ด้านนี้เพียงเล็กน้อย อย่างไรก็ตามนักปรุงโอสถวิเศษในเมืองกวงฮุยมีมาตรฐานที่ต่ำเกินไป พวกเขาไม่อาจนับว่าเป็นนักปรุงโอสถวิเศษที่แท้จริงผู้หนึ่งได้เนี่ยหลีสามารถก้มลงมองบรรดาพวกนักปรุงโอสถวิเศษในเมืองกวงฮุยได้เลยทีเดียวเมื่อครั้งที่เนี่ยหลีออกไปผจญภัยทั่วทวีป เขาเคยเข้าไปในป่าพิษผู้คนที่อาศัยอยู่ในป่าพิษรอดตายจากการโจมตีของพวกสัตว์อสูรมีพิษต่างๆมากมายนับไม่ถ้วน คนพวกนั้นจึงจะนับว่าเป็นนักปรุงโอสถวิเศษได้อย่างแท้จริง

            เนี่ยหลีเริ่มผสมหญ้าต่างๆ เข้ากับตัวทำละลาย ได้ยามาทั้งหมดหกขวด

            ที่สนามฝึกของโรงเรียนเซิ่งหลัน สนามฝึกก่อตั้งขึ้นโดยผู้ควบคุมจิตอสูรระดับตำนานท่านเยี่ยโม่และอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนเซิ่งหลันซึ่งเป็นผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองดำผู้หนึ่งสนามฝึกถูกล้อมด้วยกำแพงสูง ในทุกๆ ปียอดฝีมือของเมืองกวงฮุยจะออกไปจับสัตว์อสูรระดับต่ำบางชนิดมาปล่อยไว้ในสนามฝึกนักเรียนของโรงเรียนเซิ่งหลันทุกคนที่อยู่ต่ำกว่าระดับเงินสามารถเข้าไปในสนามฝึกได้นักเรียนสามารถล่าสัตว์อสูรในนั้นเพื่อเอาขน ผลึกอสูรและส่วนต่างๆที่ได้จากอสูรที่ถูกล่าและเอาออกไปได้อย่างอิสระนักเรียนยากจนบางคนสามารถล่าสัตว์ในสนามฝึกเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของทางบ้านได้

            ทั้งสามยังไม่ถึงระดับทองแดงหนึ่งดาว ดังนั้นที่ที่พวกเขาจะไปจึงเป็นบริเวณที่ปลอดภัยที่สุดของสนามฝึกบริเวณนั้นมีแต่แกะเขาโค้งอาศัยอยู่ แม้แกะเขาโค้งจะมีนิสัยก้าวร้าวตามธรรมชาติแต่พวกมันเป็นสัตว์กินพืช ดังนั้นการโจมตีของพวกมันอย่างมากก็แค่สร้างบาดแผลร้ายแรงให้ดังนั้นจึงถือได้ว่าปลอดภัย

            เมื่อพบกันที่หน้าประตูสนามฝึกคณะของเนี่ยหลีเข้าสู่สนามฝึกหลังจากรายงานตัวต่อผู้ดูแลสนามฝึกตรงปากทางเข้าและจึงเข้าไปด้วยกัน

            บริเวณสนามฝึกสำหรับพวกมือใหม่

            บริเวณที่ต้นไม้บางตามีพุ่มหญ้าที่แกะเขาโค้งกำลังและเล็มอยู่อย่างเชื่องชาดวงตาของพวกมันเป็นสีแดง บางครั้งก็ชันหูขึ้นฟังเสียงต่างๆ รอบด้านเมื่อมีคนนอกเข้ามาในอาณาเขตของพวกมัน พวกมันก็จะโจมตีอย่างไม่ปราณี

            ทันใดนั้น บังเกิดเสียงผิดปกติดังขึ้นแกะเขาโค้งที่อยู่ใกล้กลุ่มของเนี่ยหลีที่สุดตัวหนึ่งส่งเสียงคำรามขึ้นและพุ่งตัวไปยังทิศทางที่เกิดเสียงผิดปกตินั้นทันที