ตี้หลิงหานลุกขึ้นจากน้ำที่สูงเพียงระดับเอวใบหน้าของเขาปราศจากอารมณ์ใด ดวงตาคู่นั้นแดงก่ำหยาดเยิ้ม
เขายกมือขึ้นพลังปราณรอบตัวพุ่งทะยานอย่างบ้าคลั่ง สีแดง สีส้ม สีเหลือง และสีเขียว!
ผมของเขาพลิ้วไหวอย่างดุเดือดพลังปราณโอบล้อมร่างกายของเขาเอาไว้ น้ำในบ่อน้ำพุร้อนสั่นไหวพลังปราณหลั่งไหลออกมามากมายนับไม่ถ้วน
ฮวาเหยียนกลั้นหายใจนางรู้ว่าวรยุทธ์ของตี้หลิงหานอยู่ในระดับจอมยุทธ์ เนื่องจากคราก่อนนางได้รับเกียรติให้พบเข้า
และทันทีที่นางเห็นวงแสงพลังยุทธ์สีเขียวที่ปรากฏขึ้นรอบกายตี้หลิงหานนางก็มิอาจอดกลั้นความตกใจเอาไว้ได้ สิบวง สิบเอ็ดวง ระดับจอมยุทธ์ขั้นสิบเอ็ด...
ทว่าพริบตาต่อมาฉากที่น่าตกใจยิ่งกว่าก็พลันบังเกิดขึ้น นางได้ยินเพียงเสียงร้องดังของตี้หลิงหานเสียงแหบแห้งนั้นเต็มไปด้วยความอดกลั้นและความเจ็บปวดอันล้ำลึก จากนั้นพลังยุทธ์ที่ล้อมอยู่รอบกายเขาก็ยิ่งพลุ่งพล่านเพิ่มขึ้น
“องค์รัชทายาท—”
เป็นอั้นปาที่ร้องตะโกนอย่างตกใจเขากระโดดออกมาจากวงต่อสู้และพุ่งไปทางตี้หลิงหานด้วยดวงตาแดงก่ำทว่าสุดท้ายยังมิทันได้เข้าใกล้ ก็ถูกพลังยุทธ์ของตี้หลิงหานซัดจนปลิว
“นายท่าน!”
“องค์รัชทายาท!”
องครักษ์เงาคนอื่นร้องตะโกนด้วยความตระหนก
ทว่านักฆ่าหน้ากากผีนั้นยิ่งสู้กลับยิ่งพัวพันวรยุทธ์ของนักฆ่าเหล่านี้มิได้ต่ำต้อยเลยแม้แต่น้อย ล้วนอยู่ในระดับผู้บำเพ็ญเพียรทั้งสิ้นพวกเขามีระเบียบและวินัย ฝึกฝนมาอย่างดีเหมือนเหล่าองครักษ์เงาของตี้หลิงหานมิได้ด้อยไปกว่ากันสักนิด
เวลานี้พลังปราณรอบตัวของตี้หลิงหานในบ่อน้ำพุร้อนยังคงพลุ่งพล่านถัดมามันก็เปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีฟ้า สีฟ้าหรือ...ดวงตาของฮวาเหยียนเบิกกว้างขึ้นแล้วจริงๆสีฟ้าคือสีของผู้ฝึกวรยุทธ์ระดับราชาผู้บำเพ็ญ
สีฟ้าที่กลั่นมาจากสีน้ำเงินเป็นสีฟ้าคราม
ไม่ฉูดฉาดไม่แสบตา
แต่มันก็พร่างพราวจนหัวใจของฮวาเหยียนหยุดเต้น!
สีฟ้า สีแห่งราชาผู้บำเพ็ญ
นี่ไม่ใช่แค่อัจฉริยะแต่เป็นอัจฉริยะในหมู่อัจฉริยะด้วยกัน!
สีหน้าของฮวาเหยียนพลันแปรเปลี่ยน
ตี้หลิงหานกำลังทะลวงขั้นอยู่หรือ? เขาก้าวจากระดับจอมยุทธ์เป็นราชาผู้บำเพ็ญ
แม้นางจะเก็บตัวอยู่ในหุบเขามาสี่ปีแต่นางก็เคยได้ยินเรื่องราวภายนอกอันหลากหลายจากท่านผู้เฒ่าติงท่านผู้เฒ่ากล่าวว่า ทั้งชีวิตของเขาเคยเห็นยอดอัจฉริยะผู้หนึ่งกำเนิดขึ้นเป็นยอดอัจฉริยะเหนือแว่นแคว้นใด ตั้งแต่อายุสามสิบก็สามารถทะลวงสู่ระดับราชาผู้บำเพ็ญอายุห้าสิบเข้าสู่ระดับจักรพรรดิผู้บำเพ็ญ อายุหกสิบ...
นางจำเรื่องราวหลังจากนั้นไม่ได้แล้ว!
ทว่าคนที่อยู่เบื้องหน้านางในยามนี้ด้วยวัยเพียงยี่สิบปีก็สามารถทะลวงเข้าสู่ระดับราชาผู้บำเพ็ญ และคนผู้นั้นก็คือตี้หลิงหาน!
ฮวาเหยียนตื่นตระหนกจนสมองขาวโพลน!
นางหวนนึกถึงการฝึกยุทธ์ของตนเองไอ้หยา...ระดับปรมาจารย์ขั้นสอง! บ้าจริงเชียวนี่มันความแตกต่างระหว่างมดกับยักษ์!
บึ้ม...
ตูม ตูม ตูม!
ในขณะที่ดวงตาอันตื่นตระหนกของฮวาเหยียนกำลังกวาดมองไปโดยรอบนางก็ได้ยินเสียงเย็นที่พ่นออกจากลำคอ พลังปราณรอบกายของตี้หลิงหานพลันแตกกระเซ็น เกิดเสียงตูมดังราวกับระเบิดลูกใหญ่กลางบ่อน้ำพุร้อนพลังระเบิดบ้าคลั่งกระจายไปทั่วทิศ
“อ๊าก...”
เสียงกรีดร้องโหยหวนและเสียงตะโกนอย่างโกรธเกรี้ยวดังปะปนกัน
ฮวาเหยียนสัมผัสได้ถึงพลังรุนแรงที่พุ่งเข้าหาใบหน้าตนร่างกายของนางถูกซัดจนปลิวไปพร้อมกับเสียงระเบิดที่ดังก้องอยู่ในหูฝุ่นทรายฟุ้งตลบ ต้นไม้ล้มครืน น้ำในบ่อน้ำพุร้อนสาดกระเซ็นนางกระอักเลือดอยู่บนพื้น สมองส่งเสียงวิ้งไม่หยุด
“ให้ตายเถิด ทำอันใดของเจ้า?ข้าหลบอยู่ไกลเพียงนี้ยังได้รับผลกระทบอีกหรือ?”
ฮวาเหยียนหอบหายใจหนักนางรู้สึกว่าอวัยวะภายในของตนได้รับบาดเจ็บจากแรงกระแทกปฏิกิริยาของนางนับว่ารวดเร็ว ทันทีที่ถูกซัดจนกระเด็น นางก็พลิกกายให้ตนเองกลิ้งหล่นในจุดที่เป็นเงามืดด้วยยังต้องการซ่อนตัวมิให้ถูกคนพบเข้า หลังจากที่ฟื้นคืนสภาพเดิมได้นางก็พยุงตนเองเดินไปข้างหน้าไอ้หยา ให้ตายเถิด เบื้องหน้านับว่าเป็นฉากที่น่าประหวั่นพรั่นพรึงยิ่งนางเห็นเพียงตี้หลิงหานที่ระเบิดพลังอย่างบ้าคลั่งไม่ว่าจะเป็นทหารยามหรือนักฆ่าเดนตายอีกทั้งเหล่าองครักษ์เงาของตี้หลิงหานหรือนักฆ่าหน้ากากผี ไม่มีผู้ใดลุกขึ้นยืนได้สักคนพวกเขาล้วนได้รับบาดเจ็บสาหัส
ฮวาเหยียนสูดลมหายใจเย็นเข้าปอดก่อนลอบถอนหายใจ โชคดีที่นางอยู่ไกล
ทันใดนั้นตี้หลิงหานก็เดินออกมาจากบ่อน้ำพุร้อนหลังของเขาตั้งตรงสง่างามนัก ภายใต้แสงของจันทรา เขาดูราวกับเทพเซียนหรือปีศาจก็มิปาน
เวลานี้ตี้หลิงหานแผ่บรรยากาศเย็นยะเยือกออกมาทั่วร่างดวงตาของเขายังคงเป็นสีแดงโลหิต ทว่าใบหน้ากลับซีดขาวราวกระดาษไม่มีแม้แต่สีเลือดเลยสักนิด ฮวาเหยียนรู้สึกว่ามีบางสิ่งผิดปกติกับตี้หลิงหานทว่านางกลับไม่ทราบสาเหตุ เห็นเพียงเขาเดินเข้าไปหาหนึ่งในนักฆ่าหน้ากากผีชายหนุ่มหยิบดาบยาวขึ้นแล้วเหวี่ยงลง แขนข้างหนึ่งของอีกฝ่ายถูกตัดขาดทันที
“อ๊าก—”
เสียงกรีดร้องโหยหวนอย่างน่าอนาถพาให้หัวใจของคนฟังสั่นสะท้าน
ดาบถูกเหวี่ยงลงหูข้างหนึ่งของชายผู้นั้นถูกตัดอีกครั้ง
“ผู้ใดส่งเจ้ามา?”
เขาถาม
เสียงแหบแห้งและเย็นยะเยือกราวน้ำแข็งพาให้คนตัวสั่นโดยไร้เหตุผล
“เฮอะตี้หลิงหาน ศีรษะอันสูงส่งของเจ้า ไม่ช้าก็เร็วนายท่านจะมารับมันไป!”
ดวงตาของชายผู้นั้นเย็นชาเมื่อประโยคที่โหดร้ายสิ้นสุดลง ดวงตาของเขาพลันเหลือกขาว ศีรษะเอียงกระเท่เร่หยาดโลหิตหลั่งรินออกมาจากรูจมูกและหูของเขา เป็นการฆ่าตัวตายด้วยยาพิษ!
ในเวลาเดียวกันนักฆ่าหน้ากากผีและนักฆ่าเดนตายเหล่านั้นก็ยอมรับความพ่ายแพ้ด้วยการใช้ยาพิษพร้อมกันไม่มีผู้ใดเหลือรอดสักราย
หัวใจของฮวาเหยียนเย็นเฉียบลงกว่าเดิม
คนเหล่านี้ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีในฟันของพวกเขาซ่อนยาพิษเอาไว้ เมื่อการลอบสังหารล้มเหลว พวกเขาทั้งหมดก็จะฆ่าตัวตายทันที
ศพอยู่ทุกหนแห่งเบื้องหน้าคือฉากแห่งหายนะ
ตี้หลิงหานยืนตระหง่านถือดาบอยู่ตรงนั้นจู่ๆ เขาก็ไอออกมาเสียงเบาและเริ่มรุนแรงขึ้นจนตามมาด้วยเสียงพ่นพรวดเขากระอักเลือดสดๆ ออกมาคำใหญ่ ก่อนที่ทั้งร่างจะล้มลงกับพื้นทันที
“นายท่าน”
“องค์รัชทายาท!”
เสียงอุทานอย่างตระหนกดังขึ้นเป็นเสียงของเหล่าองครักษ์เงา อั้นจิ่วตกตะลึงถึงขีดสุดเขาต้องการจะลุกขึ้นเพื่อพุ่งเข้าไปหาทว่าคนเหล่านี้เพิ่งได้รับบาดเจ็บจากการระเบิดพลังปราณของตี้หลิงหาน แม้แต่แรงจะลุกก็ยังไม่มี
ฮวาเหยียนซ่อนตัวดูฉากเบื้องหน้านี้อยู่ในเงามืดในใจมิอาจเอื้อนเอ่ยคำใดออกมาได้
ตี้หลิงหานนอนอยู่บนพื้นไม่มีกระทั่งแรงจะโต้ตอบ ดวงตาสีเลือดคู่นั้นไร้แวว ทั้งร่างดูอ่อนแอยิ่ง หากตอนนี้นางเดินออกไปก็สามารถปลิดชีพเขาได้ด้วยฝ่ามือเดียว
ทว่า...
ขณะที่นางกำลังไตร่ตรองถึงเรื่องนี้ก็พบว่าอีกด้านหนึ่งของบ่อน้ำพุร้อนมีนักฆ่าหน้ากากผีคนหนึ่งพลันกระโดดออกมาจากพงหญ้าที่มืดมิดในมือถือดาบคมพุ่งตรงไปทางหน้าอกของตี้หลิงหาน
นักฆ่าผู้นั้นซ่อนตัวอยู่ที่นั่นมาโดยตลอดเพื่อรอการจู่โจมครั้งสุดท้าย
“นายท่านระวัง...!”
“องค์รัชทายาท—”
เสียงคำรามของอั้นจิ่วและอั้นปาดังกึกก้องดวงตาของพวกเขาเบิกกว้าง ทั้งเส้นเลือดสีน้ำเงินที่คอก็ปูดนูนทว่าพวกเขาล้วนมิอาจลุกขึ้นได้
ดาบคมฟันลงพุ่งเป้าไปที่หน้าอกของตี้หลิงหาน
เขานอนอยู่ตรงนั้นดูเหมือนร่างกายจะบาดเจ็บสาหัส ไร้แรงสู้กลับ
ดวงตาของฮวาเหยียนหรี่ลงนางขบฟันเข้าหากันโดยมิได้ตั้งใจ ท่ามกลางราตรีอันมืดมิด นางมองเห็นว่าดวงตาสีเลือดของตี้หลิงหานไร้ซึ่งคลื่นลมใดไม่เศร้าโศก ไม่เจ็บปวด ไม่ตื่นตระหนก ทั้งแฝงด้วยความหลุดพ้นสายหนึ่ง
เพราะเหตุใด?
ดาบคมพุ่งลงด้วยการเคลื่อนไหวเพียงครั้งเดียวก็สามารถแทงหัวใจของตี้หลิงหานให้ทะลุได้
ตูม
ในช่วงเวลาแห่งความเป็นความตายกริชในมือของฮวาเหยียนพลันกระโจนเข้าใส่หว่างคิ้วของนักฆ่ากระแทกเข้ากลางดาบจนเกิดเป็นเสียงสะท้อนดังฟังชัด
“เป็นผู้ใด?”
นักฆ่าหน้ากากผีไม่คิดว่าจะยังมีคนซ่อนตัวอยู่ในเงามืดเสียงเหี้ยมดังก้อง ดวงตาเปี่ยมจิตสังหารชัดเจน อีกทั้งนักฆ่าคนสุดท้ายแท้จริงแล้วเป็นสตรีผู้หนึ่งและเพราะการลอบโจมตีของฮวาเหยียน ดาบในมือของนางจึงพุ่งตรงมายังฮวาเหยียนแทน
“เฮอะ!”
นางพ่นเสียงเย็นฮวาเหยียนพลิกตัวกลับมาเพื่อเผชิญหน้ากับนักฆ่าหญิงโดยตรงพลังปราณของนางพลุ่งพล่านรอบฝ่ามือก่อนซัดไปทางนักฆ่าหญิงผู้นั้น ไม่ยอมให้อีกฝ่ายเข้าใกล้ตน
“พลังยุทธ์ระดับปรมาจารย์ขั้นที่สอง”
นักฆ่าหญิงกรีดร้องอย่างตกใจพลางกลิ้งไปบนพื้นเพื่อหลบการโจมตีของฮวาเหยียน ดวงตาของนางทั้งเย็นชาและเป็นพิษ ทั้งยังปรากฏความไม่ยินยอม
“เจ้าเป็นใคร?มิใช่คนของจวนไท่จื่อ อย่าแส่เรื่องของผู้อื่น!”
นักฆ่าหญิงกล่าวอย่างโกรธเกรี้ยว
เวลานี้ฮวาเหยียนจึงก้าวออกมาจากเงามืดนางยังคงใส่ชุดสีดำและสวมผ้าคลุมปิดบังใบหน้า แต่งกายราวกับนักฆ่าผู้หนึ่ง