“สอบปลายภาคงั้นเหรอ...”เอย์จิแทบไม่อยากเชื่อสิ่งที่หูตัวเองเพิ่งได้ยิน
“ครับ...คนเราย่อมมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบอยู่ ผมที่เป็นเด็กม.ปลายก็ต้องสอบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”
“คุณกำลังจะบอกว่าสอบปลายภาคมันสำคัญกว่าการสร้างความเชื่อถือให้เป็นที่ประจักษ์แก่ผู้คนในแก๊งงั้นเหรอ?”อิริยาบถของชายผมแดงดูก้าวร้าวกว่าคำพูดมากนัก
“การเข้าทดสอบเลื่อนไปวันสองวันผมก็ไม่เห็นว่ามันจะต่างกันตรงไหนยังไงผมก็เข้ารับการทดสอบอยู่แล้ว อีกอย่าง!”จินปล่อยจิตคุกคามกดดันมหาศาลสร้างการผันผวนทางอากาศแตกเป็นเสี่ยงภายในใจของทุกคน
อึก!พวกเขาตกเข้าสู่ในภวังค์แห่งความหวาดกลัวเพียงมองเข้าไปยังดวงตาดุจดั่งอสูรร้ายของจินร่างกายทุกคนเกิดไร้เรี่ยวแรงคิดต่อต้านเหมือนกับเหยื่อนั่งรอความตายเพียง
“หากพวกคุณยังทำท่าทางเกินเลยแบบนี้อย่าหาว่าผมไม่เตือน! ผมไม่ได้ใจเย็นถึงนั่งให้พวกคุณคอยดูถูกเฉยๆ หรอกนะถ้าจำเป็นจริงๆ ผมไม่จะลังเลเลย” รังสีฆ่าฟันฉายชัดผ่านใบหน้าของเขา
ทั้งหกคนต่างเหงื่อกายไหลย้อยทั่วทั้งร่างใบหน้าขาวซีดราวกับเจอภูตผีมาปรากฏอยู่ตรงหน้าดวงตาสีทองของจินทอแสงดูน่ากลัวทรงอำนาจ
“แต่ว่า---” เอย์จิกำลังจะเอ่ยบางอย่าง
ขวับ!เอย์จิเห็นภาพตัวเองคอขาดหลุดออกจากบ่าตกลงกลิ้งไปกับพื้นวิสัยทัศน์การมองของเขาเปลี่ยนไปตามหัวที่ร่วงลงเช่นกันมันเป็นภาพที่เกิดขึ้นเพียงเสี้ยววิจริงๆ
เขาสะดุ้งรู้สึกตัวกลับมานั่งอยู่ที่เดิมไม่ได้เกิดอะไรขึ้นเอย์จิเผลอยกมือลูบคอตัวเองด้วยดวงตาตื่นตะลึง
เมื่อกี้มันคืออะไร?เขาจำได้เพียงว่าจินหันมาสบตาเขาก่อนจะเกิดเรื่องพวกนั้น
“มันจะเกิดขึ้นจริง หากคุณยังดื้อดึงตามที่ผมได้กล่าวไว้ต่อไปพวกคุณยังทำอะไรลับหลังผมหรือล่วงเกินคุณปู่แม้แต่เพียงเล็กน้อยเตรียมตัวรับผลที่ตามมา!”ท่าทางของจินไม่มีความเกรงใจเหมือนก่อนหน้านี้เลยแม้แต่น้อย
อึก!เหล่าทายาททั้งหกของอดีตผู้อาวุโสต่างพากันกลืนน้ำลายลงคอกันยากลำบากหลายคนถึงขั้นเผลอลืมหายใจไปชั่วขณะเลยทีเดียว
น่ากลัวเกินไปประโยคหนึ่งสลักอยู่ภายในหัวของทุกคน
มาร์คที่เป็นตัวตั้งตัวตีกลับเอาแต่นั่งนิ่งเงียบไม่กล่าวอะไรสักคำเดียวเขารู้แล้วว่าได้ปลุกมังกรหลับเข้าเสียแล้ว
“จะไม่มีใครพูดอะไรหน่อยเหรอ”
“พวกเราขอโทษด้วยนะคะ”มิคังยืนขึ้นโค้งตัวขอโทษเป็นคนแรก
พึ่บ!การกระทำของเธอปลุกคนที่เหลือให้ลุกขึ้นตามยกเว้นเพียงชาโต้หันหน้ามองจินอย่างแปลกใจเขาก็รู้สึกถึงจิตคุกคามแต่คงไม่มากเท่าพวกนั้นทั้งหกเขาคงยังไม่ชินเกี่ยวกับความเก่งกาจของหลานชายตัวเองถึงแม้จะเห็นกับตามาแล้วก็เถอะ
“พวกเราขอโทษที่ล่วงเกินครับ/ค่ะ”
“ไม่ต้องทำกันถึงขนาดนี้ก็ได้ครั้งนี้ถือว่าพวกเราตกลงกันแล้ว นั่งลงเถอะครับ”
พอจินถอดความกดดันออกทุกคนจึงถอนหายใจโล่งอก
“แล้วทำไมถึงต้องให้ผมเข้ารับการทดสอบด้วยมันไม่มีทางอื่นแล้วงั้นเหรอ” ถึงจะไม่รู้จักสถานที่นั้นแต่ด้วยน้ำเสียงและท่าทางพวกเขาก็พอเดาได้ว่าค่อนข้างอันตรายน่าดู
“มันก็ไม่เชิงว่าไม่มีสักทีเดียวหรอกครับแต่ว่ายังไงท่านผู้นำทุกคนก็ต้องเข้ารับการทดสอบกันอยู่แล้ว เพียงแต่...เราเร่งเวลาให้คุณจินเข้าไปก่อนล่วงหน้าเท่านั้นเอง” ริโตะหนุ่มสำอางอธิบาย
“ในเมื่อมันเป็นธรรมเนียมอยู่แล้วทำไมปู่ทำหน้าเป็นกังวลด้วยครับ” จินหันไปมองปู่ของตัวเองที่ทำหน้าตึงเครียด
“มันเคยมีคนตายด้วยนะสิเลยทำให้ปู่เป็นห่วงหลาน”
“ถึงกลับเสียชีวิตเลยงั้นเหรอในเมื่อผมพูดไปแล้ว ยังไงผมก็ต้องเข้าไป แต่ขอเวลาสักหน่อยนะครับ”รอยยิ้มบวกกับใบหน้าของจินไม่เหลือเค้าโครงอันดุดันก่อนหน้านี้เลยแม้แต่น้อย
เอย์จินั่งหน้าซีดเอาแต่ก้มหน้าไม่กล้าสบตาจินเพราะเมื่อครู่เขาเพิ่งได้เห็นความตายมาทำให้เริ่มสำเหนียกตัวเองแล้วว่าไม่ควรล้อเล่นกับชายตรงหน้าจริงๆ
“ฟังดูค่อนข้างเสี่ยงเลยทีเดียวเพราะงั้น ผมขอเสนอข้อแลกเปลี่ยนสักหน่อย ทุกคนคิดว่าไงครับ”
“พวกเรารอฟังอยู่ค่ะ” โซอึนพยักหน้า
“หากผมทำไม่สำเร็จหรือตกตายไปผมไม่ขอรับตำแหน่งหัวหน้าแก๊งแล้วพวกคุณก็คัดเลือกกันเองเลย กลับกัน หากผมทำสำเร็จชีวิตของพวกคุณต้องตกเป็นของผม”
“ว่าไงนะครับ/คะ!”
พวกเขาลุกพรวดตกใจพร้อมเพรียงทั้งยังมองหน้าสลับกันไปมาด้วยความกังวล
“คงฟังดูแปลกสินะ ชีวิตแลกด้วยชีวิตมันก็ถูกต้องแล้วนี่ ถือเป็นการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมไงครับ”
“คือว่า...”อาริมะกำลังจะพูดอะไรบางอย่างแต่ติดตรงที่ลิ้นตัวเองพันกัน
“พวกคุณเป็นคนเริ่มก่อนเองนะครับใช่ไหมคุณมาร์ค?”
ท่าทางนิ่งสงบไม่หวั่นเกรงของจินเล่นเอาหลายคนไปไม่เป็นกันทั้งแถบโดยเฉพาะกับมาร์คที่เอาแต่ก้มหน้านิ่งเงียบผิดกับรูปลักษณ์ใหญ่โตกำยำนั่น
“ไม่ต้องตอบรับก็ได้นะครับ หากคุณกลัว”ประโยคจิกกัดถูกย้อนกลับทำร้ายตัวเอง
อึก!เอย์จิเผลอสะดุ้งตกใจถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
ผ่านไปนานเกือบนาทีเศษความเงียบยังคงปกคลุมทั่วห้องประชุมให้ได้ยินเพียงเสียงลมหายใจที่หนักหน่วง
“ผมขอชีวิตพวกคุณแต่ไม่ได้บอกว่าจะฆ่าทิ้งสักหน่อยคิดอะไรกันอยู่ครับ”
ความกังวลส่วนหนึ่งหายไปหลังจากได้ยินประโยคของจินพวกเขาคงคิดมากไปกันเอง
“ที่จริงผมไม่จำเป็นต้องเจรจาอะไรด้วยซ้ำแค่ฆ่าคนที่ขวางทางทิ้งให้หมด! ความหวาดกลัวก็จะกลายเป็นความน่าเชื่อถือเอง!”จินกล่าวด้วยใบหน้าเหี้ยมโหด
อึก!ทุกคนรู้สึกถึงคมมีดที่กำลังจ่ออยู่ตรงคอตัวเองฉับพลันจมูกสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งความตาย
“ตกลงค่ะ”น่าแปลกที่เป็นโซอึนกล่าวคนแรก จินเลิกคิ้วแปลกใจและคลายพลังนั้นลง
“ตกลงครับ/ค่ะ”มิคังกับริโตะพูดพร้อมกันแล้วนั่งลงสงบจิตใจ โดยไม่ลืมจ้องไปยังตัวการ
“ตกลงครับหากคุณตอบรับการเข้าทดสอบจริง” มาร์คกล่าวแบบไม่สบตากับจิน
“ตกลงครับ”อาริมะขยับแว่นตัวเองลอบถอนหายใจหลังตอบตกลง
“เหลือคุณเพียงคนเดียวแล้วนะ คุณเอย์จิ”จินหันไปถามชายหนุ่มในชุดสูทสีแสงสดด้านข้าง
“ตะ ตกลงครับ”เอย์จิพูดอย่างตะกุกตะกักแล้วนั่งลงอย่างเงียบเชียบ
“ในเมื่อทุกคนตกลงตามข้อเสนอผมแล้วอย่าลืมข้อแลกเปลี่ยนของพวกเรานะครับ ใครมีอะไรสงสัยตรงไหนจะถามอีกหรือเปล่าครับ”
“...” ทุกคนต่างก้มหน้าเงียบ
“ในเมื่อทุกคนไม่มีข้อสงสัยอะไรแล้วงั้นผมขอจบการประชุมเพียงเท่านี้นะครับ เชิญพักผ่อนกันตามสบายไปกันเถอะครับคุณปู่”เขาเดินตามชายชราออกจากห้องไปแล้วทิ้งระเบิดเวลาอันแสนกดดันไว้เพียงเบื้องหลัง
“เป็นเพราะนายคนเดียวเลยมาร์คพวกเราต้องตกกระไดพลอยโจนไปด้วยเลย” มิคังสวดมาร์คขึ้นมาคนแรกเมื่อเห็นจินเดินออกไปได้สักพักแล้ว
“เธอจะโทษแต่ฉันคนเดียวก็ไม่ได้นะพวกเราต่างเห็นชอบกันเป็นส่วนใหญ่แล้วนี่” มาร์คคอตกพูดแก้ต่าง
“เมื่อเรื่องมันเป็นแบบนี้ไปแล้วจะโทษใครก็คงช่วยอะไรไม่ได้ อีกอย่างคุณจินก็ไม่ได้บอกว่าจะฆ่าเราเราอาจจะมองแง่ร้ายกันเกินไปนะครับ” อาริมพูดเชิงให้กำลังใจทุกคน
“นั่นสิคะพวกเราอาจจะคิดมากกันไปเองก็ได้” โซอึนพูดสนับสนุนอาริมมะอีกคน
“ว่าแต่...พี่เอย์จิไม่สบายตรงไหนหรือเปล่าเห็นนั่งหน้าซีดเอาแต่เงียบมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว”ริโตะถามเอย์จิที่เนื้อตัวซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด
“มะ ไม่มีอะไร ไปกันเถอะ”เอย์จิกล่าวเลิกลั่นด้วยท่าทางแปลกๆ แล้วเดินหนีทุกคนไป
“เป็นอะไรของเขา?”มิคังมองพี่ขายตัวเองด้วยความไม่เข้าใจเธอเพิ่งเคยเห็นเขาเป็นแบบนี้ครั้งแรก
“น่าจะกำลังตกใจข้อเสนอของคุณจินละมั้ง”โซอึนหันตอบมิคังจากด้านข้าง แล้วทั้งสองคนก็มองหน้ากันฉงน
ลองพวกแกมาเห็นความตายของตัวเองดูสิจะตกใจขนาดไหน เอย์จิเดินไปพลางลูบคอตัวเองไปพลางอย่างอดหวาดกลัวไม่ได้
…
สองคนปู่กับหลานเดินกลับมายังห้องทำงานของชาโต้ตลอดตามทางจินสังเกตเห็นใบหน้ากังวลใจของคนด้านข้างไม่น้อยเลย
“หลานแน่ใจแล้วงั้นเหรอว่าจะเข้าไปยังที่ทดสอบแห่งนั้น”ชาโต๊ะที่นั่งตรงโต๊ะทำงานของตัวเองอดหันไปถามจินที่เอาแต่มองนอกหน้าต่างเสียไม่ได้
“มันมีอะไรในนั้นงั้นเหรอครับ”
“มันเป็นที่ทดสอบเกี่ยวกับจิตใจโดยแท้เลยหลาน”ชาโต้ถอนหายใจ พูดด้วยน้ำเสียงที่ดูเศร้า
“ทดสอบจิตใจ”
“ตอนที่ปู่เข้าไปด่านแรกหลานรู้ไหมปู่ต้องเจอกับอะไร?” ความหนักฉายชัดผ่านดวงตาชราวัย
“ปู่เจอย่าของหลาน มันสมจริงมากทั้งกลิ่นอาย น้ำเสียง รอยยิ้ม รูปร่างหน้าตา ทุกอย่างดูสมจริงมาก”ชาโต้ไม่เคยลืมสักวินาทีที่เข้าไปในนั้น
“ไม่ต้องเล่าแล้วครับท่านปู่”จินตัดบทชาโต้ เขาไม่ได้ต้องการให้ชายชราต้องหวนคิดถึงเรื่องราวที่แสนเจ็บปวดนั่น
“แม้ปู่จะรู้ว่ามันไม่จริงแต่มันไม่ง่ายเลย สุดท้ายปู่ก็ทำการทดสอบไม่สำเร็จ”
“แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าผ่านการทดสอบแล้วครับท่านปู่”จินสงสัยถึงกฎเกณฑ์การตัดสินใจ
ในเมื่อทุกคนไม่เคยเห็นว่ามีใครผ่านได้นอกจากท่านรุ่นที่1 มันไม่อาจรับรองได้อะไรเลย หากเขาผ่านแล้วจะมีใครมาเชื่อ
“หากหลานทำสำเร็จจะมีแหวนวงหนึ่งปรากฏออกมาด้วยเดี๋ยวปู่จะพาหลานไปดูรูปภาพของท่านรุ่นที่ 1หลานจะเห็นแหวนวงนั้นที่นิ้วมือของท่าน” ชาโต้ลุกขึ้นและเดินนำจินไปอีกห้อง
จินเดินตามหลังของชายชราที่แบกรับความสูญเสียมากมายไว้ข้างหลังด้วยความเงียบเขาไม่อาจจินตนาการได้เลยว่าความรู้สึกอันแสนทรมานนั้นจะมีพลังรุนแรงขนาดไหนแต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้มั่นใจได้แน่นอน คือ คนตรงหน้าแข็งแกร่งโดยเนื้อแท้
“ห้องนี้แหละ ขอยืมสร้อยคอของหลานหน่อย”
ชาโต้กับจินมาหยุดยืนหน้าห้องประตูสีทองตรงกลางประตูถูกแกะสลักเป็นรูปมังกรแนวยุโรปกำลังอ้าปากคำรามขึ้นท้องฟ้าไว้
กลไกทำงานเสียงดังหลังจากที่ชาโต้ใช้จี้สร้อยคอของผู้นำเข้าไปไข
จินลอบสำรวจห้องทันทีเมื่อเดินเข้ามาห้องนั้นดูกว้างราวกับห้องโถงขนาดใหญ่ฉากคั่นมากมายถูกวางทั่วห้องสลับไปมาเต็มไปหมดแต่โดดเด่นสุดคงเป็นตรงกลางของพวกฉากเหล่านั้นซึ่งมีรูปของผู้นำแต่ละรุ่นประดับไว้อีกทั้งยังเขียนความสามารถของทุกท่านไว้เป็นตัวอักษรโดยรอบ
“รูปที่เห็นพวกนี้ล้วนแล้วแต่เป็นท่านผู้นำของแก๊งมังกรคำรามของเราจะเห็นว่าส่วนมากจะเป็นคนของตระกูลคัตสึระ”ชาโต้อธิบายตามหลังจินที่กำลังเดินทั่วห้อง
แล้วชายหนุ่มก็เดินมาหยุดยืนมองรูปภาพท่านผู้หนึ่งที่ใช้พื้นที่ทั้งผนังด้านหนึ่งไว้ทั้งหมด
“อย่าบอกว่าคนนี้”จินเบิกตากว้างเมื่อจ้องมองไปยังรูปภาพนั้น
“ใช่นี่แหละ... ท่านผู้นำรุ่นที่ 1”