พวกเด็กๆ ในหมู่บ้านซินอี๋ดูจะยังไม่มีใครกล้าเปิด กล้าแกะขนมในมือกินกันเลย เพียงแค่ดู จับ ดม กันเพียงเท่านั้นเอง เหมือนกับว่าพวกเด็กๆอาจจะเกิดอาการเสียดายกันที่จะกินขนมเลยในตอนนี้
แต่ในขณะที่พวกเด็กๆบ้านอื่นกำลังเพียงแค่ชื่นชมขนมอยู่ในเมืองเพียงเท่านั้น ก็ได้ยินเสียงบางอย่างเข้า……
“พี่สาวแกะๆ พวกเราเป็ลูกหลานผู้นำหมู่บ้านฯจะต้องนำพวกเพื่อนๆพี่ๆน้องๆทุกๆคนนะจ๊ะ”ลูกชิ้นน้อย
“มาเดี๋ยวพี่สาวช่วยแกะขนมให้”พี่สาวเฝิ่นซือ
“เริ่มกันเลยนะจ๊ะพี่สาว”ลูกชิ้นน้อย
“ได้เลยน้องลูกชิ้นน้อย”พี่สาวเฝิ่นซือ
“อะแฮ่มมมมม…….นี่คือห่อขนมที่มีลักษณะเย็บปิดมิดชิด และเป็ขนมประเภทเคี้ยวกรอบๆกรุบๆ ส่วนห่อนี้บรรจุห่อก็ปิดมิดชิดเช่นกันขนมก็น่าจะกรอบๆกรุงๆเหมือนกันอีกด้วย ดังนั้นพวกเราจะต้องเริ่มแกะตรงนี้ ฮึ่บบบ..ด้วยมือเล็กๆของลูกชิ้นอาจจะไม่มีแรงมากพอ ดังนั้นต้องให้พี่สาวช่วยแล้วล่ะ”ลูกชิ้นน้อย
“...........”พวกเพื่อนๆพี่ๆน้องๆในหมู่บ้านฯที่พากันลุ้นช่วยกันแกะไปด้วย
“.............????”พวกผู้ใหญ่
“มาจ้ะน้องลูกชิ้นน้อย พี่สาวแกะให้เองนะ”พี่สาวเฝิ่นซือ
“............”พวกเพื่อนๆพี่ๆน้องๆในหมู่บ้านฯ
“แกะตรงนี้นะ กรอบบบ…..แกรบบบบ……”พี่สาวเฝิ่นซือ
“ฟืดดดดดดดด ……..ฟืดดดดด….”
“หอมจังเลย”สองสาวน้อย
“เอื๊อกกก.............”พวกเพื่อนๆพี่ๆน้องๆ ที่พากันกลืนน้ำลายแล้วด้วย
“กินแล้วนะจ๊ะ…..”สองสาวน้อย
“หง่ำ….หง่ำ….”
“และนี่คือขั้นตอนและวิธีการกินขนมอร่อยๆจ้ะทุกๆคน ทำกันเป็แล้วใช่ไหมเอ่ย…..?????”ลูกชิ้นน้อย
“ทำตามได้เลยนะ ไม่ต้องงุนงงถือมองห่อขนมแล้วล่ะ แกะง่ายๆแค่นี้เองจ้ะ”พี่สาวเฝิ่นซือ
“เอ่อ...................”พวกเพื่อนๆพี่ๆน้องๆ
“ฮ่า….ฮ่า…..ฮ่า…..”
ย่า ยาย แม่ ป้าสะใภ้ อาสะใภ้ และบรรดาแม่ๆของพวกเด็กๆเองก็พากันหลุดหัวเราะกันออกมาเสียงดังกันเลยทีเดียว ที่เห็นเ้าลูกชิ้นน้อย กับพี่สาวเฝิ่นซือทำแบบนี้กัน
“เ้าตัวแสบเอ๊ย….ดูสิ ดูทำเข้า ไม่ใช่ว่าพวกเพื่อนๆพี่ๆน้องๆในหมู่บ้านฯพวกเขาจะแกะห่อขนมไม่เป็ เพียงแต่ว่าทุกๆคนเขายังไม่อยากกินขนมในตอนนี้ เพราะยังคงนึกเสียดายอยู่และอยากจะมองดูก่อนก็เท่านั้นเอง”แม่
“ใช่ๆ หงึก….หงึก….”ป้าสะใภ้ อาสะใภ้
“ดูสิ ดูพวกเด็กๆโตทำหน้าทำตาเข้าสิ ตลกจริงๆเลย คงอยากจะะโบอกน้องสองคนนี้นักว่า พวกน้องสาวเข้าใจผิดแล้ว”ป้าสะใภ้
“แต่ก็นะจ๊ะ ท่าทางเ้าลูกชิ้นน้อย กับเฝิ่นซือนี่ดูเป็ผู้นำได้ดีเลยนะจ๊ะเนี่ย”อาสะใภ้
“ก็ใช่นะ แต่ว่าไม่ต้องนำเสียทุกๆเื่ก็ได้มั้งน้องสะใภ้”แม่
“ก็นั่นน่ะสินะ”อาสะใภ้
“ฮ่า….ฮ่า….ฮ่า….”แม่ ป้าสะใภ้ อาสะใภ้
แต่ความเป็จริงแล้วนั้นที่ย่า ยาย แม่ ป้าสะใภ้ อาสะใภ้ไม่รู้จุดประสงค์จริงๆก็คือว่า เ้าลูกชิ้นน้อยเห็นท่าทางของพวกเพื่อนๆพี่ๆน้องๆในหมู่บ้านฯแล้วก็รู้เลยว่า พวกเขาคงเสียดายกันเลยอยากจะเป็ตัวกระตุ้นให้พวกเด็กๆในหมู่บ้านฯอยากกินขนมกัน ไม่อยากให้พวกเขาคิดอะไรมากนักเพราะต่อจากนี้เป็ต้นไปเธอรับรองเลยว่าจะทำให้ชีวิตความเป็อยู่ของคนในหมู่บ้านซินอี๋ดีขึ้นเรื่อยๆอย่างแน่นอน
นี่เชื่อได้เลยว่าพวกเด็กๆบางบ้านอาจจะไม่ยอมแกะขนมพวกนี้กินกัน อาจจะเก็บเอาไว้เพียงแค่มองดู และดมๆกลิ่นกัน และรอให้ถึงวันปีใหม่ก็อาจจะเป็ได้ ซึ่งมันก็อีกตั้งหลายเดือนเชียวนะ….!!!
แต่เ้าลูกชิ้นน้อยก็เข้าใจตรงที่ว่าคนในหมู่บ้านซินอี๋แห่งนี้ และหมู่บ้านฯรอบๆชนบทอีกหลายๆหมู่บ้านฯนั้นสภาพชีวิตความเป็อยู่นั้นเป็อย่างไรกัน ก็คงไม่แปลกนักหรอกที่พวกเด็กๆในหมู่บ้านฯของเธอจะไม่กล้าแกะห่อขนมพวกนี้กินกันเลย ได้แค่มองดูห่อขนมก็มีความสุขกันแล้ว
แต่เพียงไม่นานนัก ลูกชิ้นน้อย กับพี่สาวเฝิ่นซือไม่ใช่แค่เพียงนั่งอยู่กับที่ที่เคยนั่งเพียงเท่านั้น พากันเดินถือห่อขนมทั้งสองห่อ ลอยไปลอยมาผ่านมาพวกเพื่อนๆรุ่นเล็กด้วยกันให้ได้กลิ่นขนมกันน่ากินนี้ไปด้วย
และเพียงไม่นานนัก พวกเด็กๆก็พากันแกะห่อขนมกันทั้งหมด และนั่งกินกันอย่างเอร็ดอร่อย และพากันเดินไปแบ่งครอบครัวของพวกเขากินด้วยไม่ว่าจะเป็ปู่ย่า ตายาย พ่อแม่ ของพวกเขากันอย่างมีความสุข
เพียงแต่ว่าพวกผู้ใหญ่เองพวกท่านแค่กินลิ้มรสชาติของขนมพวกนี้เท่านั้นก็ไล่ให้พวกเด็กๆกลับไปนั่งกินกันให้เต็มที่
“กร๊อบบบ……แกร๊บบบบ……..”
“หง่ำ…..หง่ำ….”
เสียงของห่อขนมที่ดังกันเป็ระยะๆ กับเสียงเคี้ยวขนมของพวกเด็กๆ เสียงพูดคุย หัวเราะ ที่พูดถึงว่าขนมพวกนี้อร่อยมากมายแค่ไหนกัน
ส่วนพวกผู้ใหญ่พวกท่านเองก็มองพวกเด็กๆ อย่างมีความสุขกันที่ได้เห็นพวกเด็กๆได้กินขนมที่แน่นอนว่าเป็ของสิ้นเปลืองสำหรับพวกชาวบ้านชนบทในยามที่ผลผลิตออกมาได้ตกต่ำ อยู่ใน่หน้าแล้งขาดแคลนจำเป็จะต้องประหยัดให้ได้มากที่สุด ดังนั้นขนมแบบนี้ไม่มีทางเลยที่จะหาซื้อมาให้พวกเด็กๆได้กินกัน
และส่วนพวกท่านเองก็นั่งประชุมพูดคุยถึงเื่เสบียงอาหารช่วยเหลือกันต่อเลย
“เอาล่ะจัดการนับจำนวนเสบียงอาหารทั้งหมดก่อน แล้วต้องขอบอกทุกๆคนด้วยนะว่า พวกเราจะแบ่งส่วนหนึ่งไปให้สำหรับหมู่บ้านฯใกล้เคียงด้วย”ตา
“ถือว่าเป็การช่วยเหลือกันและกัน ในยามที่พวกเราลำบากพวกเขาเองก็ช่วยเหลือเช่นเดียวกัน”ปู่
“ได้ผู้นำหมู่บ้านฯ”
คนในหมู่บ้านไม่มีเลยที่จะหวงเสบียงอาหารเหล่านี้ ทั้งๆที่มันสำคัญต่อปากต่อท้องพวกเขามากเช่นกัน แต่ก็พากันเข้าใจด้วยว่าด้วยปริมาณที่ได้มามากมายขนาดนี้ย่อมต้องไม่ใช่แค่เพียงหมู่บ้านซินอี๋หมู่บ้านเดียว
เพราะอย่างไรเสียการมีมิตรกับหมู่บ้านฯใกล้เคียงย่อมดีกว่ามีศัตรูอย่างแน่นอน ในสภาวะแบบนี้การเห็นแก่ตัวอาจจะดีกับตัวเอง แต่ในทางกลับกันอาจจะนำโชคร้ายมาสู่หมู่บ้านฯ โดยไม่รู้ตัวก็เป็ได้
ความอดอยากนั้นมันน่ากลัวจริงๆ ใน่เวลาที่ปู่ทวดของปู่ทวดมาอาศัยอยู่ต่างต้องปรับตัวกันอย่างเต็มที่เพื่อความอยู่รอด ดีที่ว่าเคยมีเพื่อนๆร่วมแก๊งค์กันมาหลายต่อหลายรุ่นใน่ที่ต้องเกณฑ์คนเข้าป่าลึกกัน แน่นอนว่าเพียงแค่หมู่บ้านเดียวที่มีจำนวนน้อยนิดในสมัยก่อนอาจจะเป็อันตรายได้มาก จึงมีการรวมตัวกันหลายๆหมู่บ้านฯที่มีชายฉกรรจ์ที่แข็งแรง และพอมีประสบการณ์การเข้าป่าร่วมอยู่ด้วย
ในป่าลึกแน่นอนว่าจะต้องล่าสัตว์ป่า เพื่อนำไปขายในตัวเมือง และมีแบ่งเนื้อสัตว์ส่วนหนึ่งเอาไว้สำหรับเป็เสบียงสำรองของหมู่บ้านฯด้วย ทั้งพากันล่าสัตว์ป่า เก็บสมุนไพร แล้วแต่ความถนัดของแต่ละคนที่ช่วยๆกัน
“ทุกๆคนฟังนะ ข้าวสารจะได้ไปบ้านละกระสอบ แน่นอนว่าคิดตามจำนวนของคนในบ้านด้วยก็จะได้มากน้อยแตกต่างกันไป แป้งก็แบ่งไปครอบครัวละกระสอบเช่นกัน….บลา….บลา…..”ปู่
“ครับ” “ค่ะ”คนในหมู่บ้านญ
“ธัญพืชก็จะแบ่งไปครบทุกๆอย่างที่มีให้เหมือนกันหมด น้ำมันที่ใส่โหลนี่ก็แบ่งได้ถึง 2 ครอบครัว ส่วนเนื้อรมควันพวกนี้แบ่งไปบ้านละ 2 ชิ้น….บลา…..บลา…..”ตา
ใน่เวลานี้ที่ปู่ไป๋ กับ ตาเหวิน กำลังพูดแจกแจงเื่แบ่งเสบียงอาหารอยู่นี้ แต่ละคนก็มีแววตาที่เป็ประกายแห่งความสุขกันอย่างชัดเจนเลยทีเดียว อยากจะเอ่ยปากพูดคุยกันก็พยายามอดกลั้นกันเอาไว้ก่อน
ก็เป็เพราะว่ากลัวว่าถ้าจะเอ่ยพูดอะไรกันออกมา ไม่เพียงแต่แค่ตัวเอง คนอื่นๆเองก็อยากจะพูดถึงเช่นเดียวกัน แล้วถ้าพูดกันทุกๆบ้าน อาจจะทำให้ไม่ได้ยินสิ่งที่ผู้นำหมู่บ้านฯทั้งสองคนกำลังพูดแบ่งเสบียงอาหารในแต่ละบ้านว่าจะได้รับอะไรกันไปบ้าง
แต่พอแบ่งเสร็จกันเรียบร้อยแล้วเท่านั้นแหละ เสียงพูดคุยก็ดังกันอย่างเต็มที่เลย แต่ละคนให้สามี ลูกชาย ลูกสาว ที่มีเรี่ยวแรงแบกกระสอบข้าวกันไปก่อนเลย ส่วนเสบียงอาหารเล็กๆน้อยๆที่มีน้ำหนักไม่มาก บรรดาพวกผู้หญิงก็ยกหอบหิ้วเข้าบ้านใครบ้านมันตามกันไปเป็กลุ่มๆเลย
จากที่มีคนในหมู่บ้านซินอี๋ออกมา ณ ลานกลางหมู่บ้านเยอะแยะหนาตา ตอนนี้ก็แทบจะไม่เห็นคนแล้ว แต่อย่างไรเสียก็ต้องมีตัวแทนในหมู่บ้านฯที่จะต้องออกไปนำเสบียงอาหารที่แบ่งส่วนหนึ่งเอาไว้ นำไปส่งมอบให้กับหมู่บ้านฯใกล้เคียงกันต่อ
“เดี๋ยวสักพักค่อยพากันออกไปส่งข่าวหมู่บ้านฯรอบๆนะ ตอนนี้ให้พวกเขามีความสุขกับเสบียงอาหารที่แบ่งไปให้แต่ละบ้านกันก่อน”ตา
“ได้ครับ”พ่อ ลุง อา
ในรอบนี้เสบียงอาหารที่จะให้ค่อนข้างมีปริมาณที่มากพอดู ทางปู่กับตา ก็เลยใช้วิธีการส่งข่าวแจ้งให้ตัวแทนหมู่บ้านฯละแวกใกล้ๆ มาขนเสบียงอาหารกลับไปเอง
แต่ละหมู่บ้านฯละแวกใกล้เคียงกันที่แน่นอนว่าได้รับข่าวการแจกจ่ายเสบียงเพิ่มย่อมติดตามออกมาด้วยอย่างรวดเร็ว และเป็เสบียงที่ไม่ใช่มาจากทางการย่อมเป็อะไรที่ทุกๆคนยิ่งดีใจมากกว่าเดิมหลายเท่าตัวนัก นั่นก็เป็เพราะว่าการแจกจ่ายเสบียงรอบนี้เป็รอบพิเศษที่ได้เพิ่มเติมมาแบบโชคช่วยจริงๆ…!!!
“ถึงแม้ว่าเสบียงอาหารเหล่านี้จะช่วยไม่ได้มากนักแต่อย่างน้อยๆก็ช่วยให้อยู่ได้เป็ร่วมเดือนเลยนะ ถ้ากินกันอย่างประหยัดเสียหน่อย และรอรอบจริงของทางการส่งมาให้ก็จะมีเหลือสำรองเก็บไว้อีกด้วย”ตา
“ใช่เรียกได้ว่าเสบียงอาหารที่ลูกชิ้นน้อยแบ่งมาให้เนี่ยถือว่าเป็การช่วยให้แต่ละครอบครัวมีอาหารสำรองนะ มันดียิ่งกว่าดีเสียอีก”ปู่
ผู้นำหมู่บ้านฯแต่ละหมู่บ้านที่เคยเป็ทั้งอริเก่า จนกลายมาเป็เพื่อนกันในยามที่เติบโตกันเต็มที่มีครอบครัวกันแล้ว ก็มาทักทายกับปู่ และตากันก่อนเลย เพื่อที่จะมากล่าวคำขอบคุณจากใจจริงของพวกเขากัน และปู่กับตาเองก็บอกถึงที่มา ที่ไปของเสบียงอาหารเหล่านี้ อย่างที่เคยบอกคนในหมู่บ้านซินอี๋นั่นแหละ
ยิ่งผู้นำหมู่บ้านฯจากที่อื่นๆได้รับรู้เข้าก็ยิ่งพากันขอบคุณในน้ำใจของปู่กับตา ผู้นำหมู่บ้านซินอี๋มากๆ เพราะจริงๆแล้วในส่วนนี้ไม่จำเป็จะต้องนำออกมาแบ่งปันกับพวกเขาก็ได้ มันถือว่าเป็ของส่วนตัวของหมู่บ้านซินอี๋ หรือต้องพูดให้ถูกต้องก็คือมันเป็ของบ้านไป๋ และบ้านเหวินต่างหากเล่า แต่ก็ยังมีน้ำใจที่แบ่งเสบียงอาหารแจกจ่ายหมู่บ้านฯใกล้เคียงกันอีกด้วย
*****************
การแจกจ่ายเสบียงอาหารให้ถ้วนหน้าไม่ใช่แค่เพียงคนในหมู่บ้านซินอี๋เท่านั้น แต่เป็หมู่บ้านชนบทรอบๆละแวกใกล้เคียงด้วยเช่นกัน…….