ซูหยางเพิ่งออกจากฝ่ายวิชาการได้ไม่ทันไร ภารกิจใหม่ก็ปรากฏขึ้นทันที
[ภารกิจผู้เริ่มต้น ให้นักเรียนคนใดก็ได้บรรลุการประเมินระดับ D ภารกิจสำเร็จจะได้รับชุดของขวัญต้อนรับผู้เริ่มต้นหนึ่งชุด ไม่จำกัดระยะเวลา]
ระบบจะประเมินนักเรียนตามคุณภาพโดยรวมและแบ่งเป็ 6 ระดับ คือ S, A, B, C, D, E โดยระดับ C เทียบเท่ากับเกณฑ์ผ่าน
ซูหยางรู้สึกทันทีว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง
“สิบคนรวมกันแล้วไม่มีแม้แต่คนเดียวที่ได้เกรด D!? นี่มันแปลกเกินไปแล้วนะ!?”
......
ในห้องเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/5
พื้นที่กว่าสองร้อยตารางเมตรถูกแบ่งออกเป็พื้นที่เรียนและพื้นที่ฝึก
พื้นที่เรียนไม่ใหญ่นัก มีเพียงกระดานดำและโต๊ะเรียนสิบกว่าตัว ส่วนพื้นที่ฝึกเต็มไปด้วยอุปกรณ์ฝึกกำลังและอาวุธนานาชนิดทั้งมีด ปืน ไม้พลอง และอาวุธอื่น ๆ
ในพื้นที่เรียน เสียงพูดคุยกันดังขรม
“ฉันได้ยินมาว่า ครูประจำชั้นคนใหม่ชื่อซูหยาง เป็นักรบขั้นเก้าเอง”
“แค่ขั้นเก้าเองเหรอ?” คนหนึ่งพูดอย่างดูถูก “แม้แต่พวกเรายังชนะเขาได้ แล้วยังกล้ามาเป็ครูประจำชั้นพวกเราอีก?”
“เขาคงทนได้แค่วันเดียวเท่านั้นแหละ!”
“ไม่ต้องถึงขนาดนั้น” เด็กหนุ่มผมสั้นคนหนึ่งในกลุ่มพับแขนเสื้อขึ้น เผยให้เห็นอุปกรณ์ยิงที่ค่อนข้างประณีต “ให้เขาลองชิมเข็มอัสนีบาตสักหน่อย แม้แต่คาบเดียวเขาก็ทนไม่ไหวแน่!”
แสงสายฟ้าพุ่งออกไปด้วยความเร็วน่าทึ่ง ไร้เสียง ยากที่จะสังเกตเห็น ไม่ทำร้ายชีวิตผู้คน แต่แรงดันสูงที่ปล่อยออกมาในทันทีนั้นทำให้อีกฝ่ายเป็อัมพาตชั่วขณะ แม้แต่นักรบขั้นหกก็ทนไม่ได้ ชาและเกร็งไปทั่วร่าง
ผู้ที่มีพลังต่ำกว่านั้น อาจถึงขั้นกลั้นปัสสาวะไม่อยู่
“มันจะเกินไปไหม? เข็มอัสนีบาตของนายนั่นเอาไว้ใช้กับสัตว์ร้ายโดยเฉพาะนะ!” หญิงสาวคนหนึ่งในกลุ่มแสดงความลังเลบนใบหน้า “เขาแค่นักรบขั้นเก้าเท่านั้นเอง ถ้าโดนเข็มอัสนีบาตของนายเข้า ต้องฉี่ราดแน่ ๆ ถึงตอนนั้นเขาไม่อับอายตายเลยเหรอ?”
ขณะที่พูด หญิงสาวหยิบกระบองเขี้ยวหมาป่าโลหะขึ้นมา “ให้ฉันเอาเ้านี่ไปทุบเขาสักสองทีดีกว่า!”
“...”
“เข็มอัสนีบาตของนายอย่างมากก็แค่ทำให้อับอายต่อหน้าคนเยอะ ๆ แต่ถ้าโดนกระบองเขี้ยวหมาป่าโลหะฟาดเข้าไป นั่นคือตายจริง ๆ นะ!”
“ทำไมพวกนายทุกคนถึงใช้วิธีการเลว ๆ ต่ำช้าแบบนี้?” เด็กหนุ่มร่างล่ำสันอีกคนหนึ่งพูดด้วยสีหน้าไม่พอใจ “คนเป็นักรบควรสู้กันแบบตรงไปตรงมา เผชิญหน้ากัน ทำไมถึงใช้วิธีต่ำช้าอย่างการซุ่มโจมตีล่ะ!”
“ถอดสนับมือไฟฟ้าของนายออกก่อนแล้วค่อยพูด”
“เฮ้ ๆ ๆ”
เด็กหนุ่มที่กำลังเฝ้าระวังอยู่ที่ประตูมองเห็นเงาคนเดินมาที่ห้องเรียนของชั้น 5 เขาจึงหันหน้ามาบอกทันที “มาแล้ว!”
คนในพื้นที่เรียนรีบกลับไปยังที่นั่งของตัวเอง นั่งตัวตรงอย่างเรียบร้อย ทำหน้าว่านอนสอนง่าย
ไม่นานนัก ซูหยางก็มาถึงหน้าประตูห้องเรียนกลุ่มที่ห้า
แต่ในห้องเรียนเงียบผิดปกติ เด็กหนุ่มเด็กสาวทั้งสิบคนนั่งหลังตรงอย่างเรียบร้อย พร้อมใจกันจ้องมองมาที่เขา
ภาพที่ผิดปกติเช่นนี้ทำให้ซูหยางรู้สึกไม่ดีในทันที เท้าชะงักอยู่หน้าประตูห้องเรียน ไม่กล้าเข้าไป
นี่ไม่เหมือนกับข่าวลือที่ว่าห้องเรียนม.4/5 เต็มไปด้วยพวกอันธพาลเลย!
มีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่!
แต่ซูหยางคิดทบทวนอีกครั้ง ฉันมีทักษะ ‘คุรุไร้พ่าย’ ไม่เห็นมีอะไรต้องกลัวเลย!
เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาจึงเดินอย่างมั่นใจเข้าไปในห้องเรียน
ไม่มีพฤติกรรมผิดปกติใด ๆ ทั้งสิ้น นักเรียนสิบคนนั่งอยู่ในที่ของตนอย่างเรียบร้อย ดูไร้พิษภัยเหมือนสัตว์เลี้ยง
“นักเรียนทุกคน สวัสดีครับ”
“ลุกขึ้น!” จูเทา หัวหน้าชั้นะโเสียงดังกังวาน ทุกคนลุกขึ้นทันที “สวัสดีครับ/ค่ะ คุณครู!”
“สวัสดีนักเรียนทุกคน”
ซูหยางรู้สึกประหลาดใจพอสมควร
เขาคิดว่าพอเริ่มสอน นักเรียนห้อง 5 จะทำหน้าบึ้งใส่เขา แต่ไม่คิดว่านักเรียนห้อง 5 พวกนี้จะเป็ฝ่ายทักทายเขาก่อนด้วย
“นั่งลงเถอะ”
“ั้แ่วันนี้เป็ต้นไป ฉันจะเป็ครูประจำชั้นคนใหม่ของพวกเธอ ซูหยาง”
ซูหยางมองด้วยสายตาเฉียบคม พยายามรวบรวมสมาธิเล็กน้อย
หน้าจอข้อมูลของทุกคนปรากฏขึ้นมาโดยอัตโนมัติตรงหน้าเขา
สายตาของซูหยางตกลงที่หน้าจอข้อมูลของจูเทา หัวหน้าชั้นเรียนเป็คนแรก
[ชื่อ] จูเทา
[อายุ] -
[ระดับ] จิติญญายุทธ์ขั้นแปด
[คัมภีร์ฝึกจิต] เคล็ดวิชาหมัดเทพัขด (ความเหมาะสม 27%)
[วรยุทธ์] ไม่มี
[ข้อบกพร่อง] รากฐานไม่มั่นคง (เนื่องจากบริโภคยาลูกกลอนมากเกินไป, เร่งรัดการเจริญเติบโต ทำให้ประสิทธิภาพในการฝึกฝนลดลงอย่างมาก)
คัมภีร์ฝึกจิตไม่เข้ากัน (ความเข้ากันได้ของคัมภีร์ฝึกจิตต่ำเกินไป ทำให้ประสิทธิภาพในการฝึกฝนลดลงอย่างมาก)
[ประสิทธิภาพการฝึกฝน] -
[การประเมินโดยรวม] -
[คำแนะนำ] 1.เปลี่ยนคัมภีร์ฝึกจิตที่เข้ากันได้ ฝึกฝนใหม่
2.ปรับปรุงคัมภีร์ฝึกจิต เพิ่มความเข้ากันได้
??
-244%!?
ซูหยางตกตะลึยในใจทันที
เชี่ยเอ๊ย ประสิทธิภาพการฝึกฝนมันเกินไปไหม!?
แล้วคำแนะนำจากระบบนี่จริงจังหรือเปล่า?
อันแรกยังพอสมจริงหน่อย แต่อันที่สอง จะให้ฉันปรับปรุงคัมภีร์วิชาเลยเหรอ!?
จูเทากำลังฝึกวรยุทธ์ของตระกูลเขาแน่ ๆ ถ้าฉันปรับเปลี่ยนวรยุทธ์ตระกูลคนอื่นได้ ฉันจะต้องเป็ครูอยู่ในโรงเรียนไปทำไม!?
ซูหยางถึงกับพูดไม่ออก
เมื่อดึงสติกลับมา ซูหยางเลื่อนสายตาไปยังเด็กหนุ่มผมสั้นอีกคน
[ชื่อ] หลี่อีิ
[อายุ] -
[ระดับ] จิติญญายุทธ์ขั้นแปด
[วิชายุทธ์ภายใน] เคล็ดวิชาะเืพิภพ (ความเข้ากันได้ 9%)
[วิชายุทธ์ภายนอก] ไม่มี
[ข้อบกพร่อง] รากฐานไม่มั่นคง วิชายุทธ์ภายในไม่เข้ากัน พร์ด้อย (พร์ติดตัวไม่เพียงพอ ประสิทธิภาพในการฝึกฝนลดลงอย่างมาก)
เหนื่อยหน่ายท้อแท้ (ไม่มีความกระตือรือร้นที่จะก้าวหน้า ประสิทธิภาพในการฝึกฝนลดลงอย่างมาก)
[ประสิทธิภาพการฝึกฝน] -
[การประเมินโดยรวม] -
แม่มเอ๊ย!
ซูหยางกวาดตามองมา พบว่าประสิทธิภาพการฝึกของจูเทาสูงที่สุดในชั้นเรียน ส่วนที่เหลือส่วนใหญ่อยู่ที่ประมาณ -400% ทั้งนั้น!
ยกเว้นจูเทา คำแนะนำสำหรับคนอื่น ๆ ล้วนสรุปได้ว่า ‘ควรกลับไปฝึกใหม่’
[คำแนะนำ] กลับไปฝึกใหม่
นี่มันตลกอยู่นะ!
อย่างไรก็ตาม อย่างน้อยยังมีระบบอยู่ น่าจะยังพอแก้ไขได้
ในระหว่างคนตัวเตี้ยยังพอเลือกคนที่สูงหน่อยได้ ลองจัดการกับหัวหน้าชั้นจูเทาก่อน
ไปหาวิธีฝึกพื้นฐานในห้องสมุดของโรงเรียนที่เข้ากันได้ดีให้จูเทาเริ่มต้นใหม่?
แต่ต้องได้รับความร่วมมือจากจูเทาและการยินยอมจากผู้ปกครองซะก่อน
เนื่องจากครอบครัวที่มีอำนาจอาจจะไม่ได้สนใจวิธีฝึกพื้นฐานที่เปิดสอนในโรงเรียนก็เป็ได้
เมื่อเห็นซูหยางยืนอยู่บนแท่นบรรยายอย่างใจลอย ดูเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง พวกคนข้างล่างก็เริ่มสบตากันไปมา
โอกาสเหมาะ!
ลงมือเลย!
ที่ข้างใต้แท่นบรรยาย หลี่อีิค่อย ๆ ยกมือขึ้น เผยให้เห็นอุปกรณ์ยิง ดึงแขนเสื้อขึ้นแล้วเล็งไปที่ต้นขาของซูหยางที่อยู่ใต้แท่นบรรยาย
เข็มอัสนีบาต!
ตอนยิงแทบไม่มีเสียงใด ๆ เงาประกายสีเงินวาบจากแขนเสื้อของอีกฝ่าย สายตาของทุกคนมองไปที่ต้นขาของซูหยางโดยอัตโนมัติ และแน่นอนว่าพวกเขาเห็นเข็มอัสนีบาตเล่มหนึ่งปักอยู่บนต้นขาของซูหยางแล้ว
หนึ่งวินาที สองวินาที...
ซูหยางยังคงจมอยู่ในความคิด ไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ
???
ทุกคนชะงักงันด้วยสีหน้างงงวย
เอ๊ะ!?
ทำไมไม่ล้มลงชักกระตุกอีกล่ะ!?
ไม่ควรเป็อย่างนี้สิ!
เด็กสาวที่อยู่ใกล้ที่สุดอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปาก “ครู…ครูคะ?”
ซูหยางที่กำลังจมอยู่กับความคิดอย่างลึกซึ้งถูกเสียงที่แฝงความสงสัยดึงกลับมาสู่ความเป็จริง เขาตอบไปโดยอัตโนมัติว่า “มีอะไรเหรอ?”
“เจี่ยวหมามะ?” (ขาชาหรือเปล่า?)
ซูหยางเบิกตากว้าง
เพิ่งเจอกันก็ให้ฉันเรียกเธอว่าแม่เลยเหรอ!?
ไม่รู้สึกว่ามันลามปามไปหน่อยหรือไง!?
—-------------
*หมายเหตุ: สำเนียงจีน คำว่า 'ขาชาไหม' (เจี่ยวหมามะ) ดันไปพ้องเสียงกับคำว่า 'เรียกแม่สิ' (เจี้ยวมามะ)