เว่ยเว่ยสาวน้อยสลับวิญญาณ

    บทที่ 43 หัวหน้าสองไป๋

                ชิงเว่ยเว่ยนั่งฟังฝาแฝดสกุลไป๋รายงานเรื่องการว่าจ้างให้สืบคดี            ไต้เส้าจวินอยู่ข้างๆ พระชายาชิงหลานที่บัดนี้นางมีพระครรภ์นูนยื่นออกมาชัดเจน

                “ถ้าเช่นนั้นเรื่องนี้คงมอบให้เป็นธุระของพวกท่านเพราะคุณชายจินเดินทางไปแคว้นเหลียนแล้วส่วนข้างก็อย่างที่เห็นแทบกระดิกตัวไม่ได้เพราะ  ท่านอ๋องทรงห่วงใยนัก”

                เด็กหญิงอมยิ้มอย่าเรียกว่าห่วงใยเลย นี่เรียกว่าหวงต่างหากท่านอ๋องสิบห้าพี่เขยของนางตั้งแต่รู้ว่าพี่สาวต่างมารดาตั้งท้องก็แทบไม่ให้ออกไปไหน

                “พะย่ะค่ะกระหม่อมสองคนจะจัดการตามสมควร”

                “ให้เว่ยเว่ยช่วยพวกท่านก็แล้วกัน”

                ไป๋ซิงซวี่กับไป๋สวินรับคำพวกเขาเข้าใจว่าการให้คุณหนูชิงช่วยหมายถึงการสืบเรื่องราวในสถาบันเค่อเฉิงที่นางร่ำเรียนอยู่ในฐานะศิษย์นางตัวเล็กๆ ย่อมไม่เป็นที่สงสัย

                เมื่อออกจากตำหนักของพี่สาวเด็กหญิงก็สอบถามการส่งคนไปเอาแผนที่ลี่เลี่ยงส่วนที่เหลือในเมืองชิงหลิง

                “พวกเราส่งคนไปติดตามแล้วเกรงว่าภารกิจนี้จะล้มเหลว”

                ชิงเว่ยเว่ยนิ่วหน้า“ท่านหมายความว่าอย่างไร?”

                “ในเมื่อพวกเขาวางแผนจับตัวใต้เท้าไต้ซ่อนไว้ได้นานขนาดนี้คงจะกำลังควานหาแผนที่อยู่เช่นกัน”

                “จริงอย่างที่ท่านว่าพวกเขาน่าจะมีคนแฝงกายอยู่ในเมืองชิงหลิงจำนวนมากเพื่อตามหาแผนที่ในเมื่อใต้เท้าไต้ไม่ยอมเปิดเผยและค้นหาในตัวไม่เจอ คิดได้อย่างเดียวว่าคงถูกซ่อนไว้ที่ไหนสักแห่ง”

                สองหนุ่มสกุลไป๋มองหน้าเด็กหญิงที่กล่าวอย่างสุขุมรอบคอบ

                “คุณหนูชิงนี่ท่านอายุสิบสองแน่ใช่ไหม?” ไป๋สวินจ้องเด็กหญิงเขม็ง

                ไห่ฮ่าวที่ยืนอยู่ด้านหลังถึงกับยกมือกำกำปั้นขึ้นมาปิดปากหัวเราะไป๋ซิงซวี่หันไปมององครักษ์หนุ่ม

                “คุณหนูของเจ้าพูดจาไม่เหมือนเด็กเลยสักนิดนางฉลาดจนข้านึกกลัว”

                “พวกท่านไม่ต้องห่วงคุณหนูเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีของพวกท่านแน่นอน”

                “เห็นจากวิชาตัวเบากับฝีมือการยิงธนูข้าก็พอจะรู้แล้ว”

                “ขอบคุณหัวหน้าที่ชม”

                ยามนี้นับว่าทั้งสองหนุ่มแซ่ไป๋ได้กลายเป็นหัวหน้าของนางไปอย่างเต็มตัวแล้ว

               

                รถม้าของคุณหนูชิงจอดที่หน้าประตูใหญ่สาวใช้เข้ามารับเพื่อให้ลงรถม้าได้อย่างปลอดภัย

                “เว่ยเว่ย!” เสียงร้องเล็กๆสามเสียงประสานกันอยู่ด้านหลัง

                เด็กหญิงหันกลับไปมอง “หัวหน้าซิว! พวกเธอก็มาด้วยหรือ?”

                เธอหันไปมองสหายทั้งสาม “ใช่!” พวกเขาวิ่งมาถึงเธอพอดีและยืนรุมล้อมชิงเว่ยเว่ยเอาไว้

                “พวกเราจะให้โอกาสเจ้าสารภาพ”

                “เอ๋?!”

                ซิวลู่ฉิงเดินเข้ามาลากแขนคุณหนูชิงให้เข้าไปในประตูจวนทั้งยังเอียงหน้ามากระซิบข่มขู่ “เจ้าไม่บอกพวกเราไม่ได้นะ”

                “เรื่องอันใด?”

                “เรารู้ว่าเจ้าไปเข้าเฝ้าพระชายาชิงหลานมาพร้อมกับหัวหน้าสองไป๋”

                ชิงเว่ยเว่ยนิ่วหน้าซิวลู่ฉิงบัญญัติคำเรียกฝาแฝดสกุลไป๋ว่า...หัวหน้าสองไป๋เพื่อให้เรียกได้อย่างรวบรัดเด็กทุกคนแสดงความเคารพใต้เท้าชิงแล้วก็ลาก     ชิงเว่ยเว่ยไปยังเรือนนอนของนางซึ่งเป็นเรือนเดิมของพระชายาชิงหลาน

                “ว้าว! เรือนของเจ้าสวยจริงๆ”

                “อืม พระชายายกให้น่ะ” หลังจากพี่สาวแต่งงานไปชิงเว่ยเว่ยมักจะเรียกชิงหลานว่าพระชายาตามผู้อื่นจนติดปาก

                “ดีจริง เจ้าก็ได้มีเรือนส่วนตัวสวยงามนี่คงเป็นเรือนที่เพิ่งสร้างใหม่สิ” หัวหน้ากลุ่มฉีหลินเอามือไพล่หลังแล้วเอ่ยอย่างสุขุม

                “ใช่แล้วหัวหน้า สร้างก่อนพระชายาอภิเษกสมรสนี่เอง”

                ห้องหนังสือของชิงเว่ยเว่ยมีตู้หนังสือหลายตู้ซิวลูฉิงเดินเข้าไปสำรวจแล้วเบ้ปาก

                “ไม่ไหวเลย เจ้ามีแต่ตำราเคร่งเครียดไม่มีนิยายบ้างเลยเหรอ?”

                “มีแต่เรื่องที่เจ้าให้มานั่นล่ะ”

                “คราวหน้าเดี๋ยวข้าให้เจ้ายืมเรื่องใหม่มาอ่าน”

                แม้จะไม่ค่อยสนใจแต่ชิงเว่ยเว่ยก็ไม่กล้าปฏิเสธในชาติที่นางเป็นเยว่หยวนจุนสาวใช้ของคุณหนูเผยมู่ซี นางเคยอ่านนิยายมาไม่น้อยแต่เมื่อมาอยู่ในร่างชิงเว่ยเว่ยนางตระหนักว่าตนเองต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรับปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นจึงคร่ำเคร่งฝึกวรยุทธ์อ่านตำราความรู้และสังเกตคนรอบข้างอยู่เสมอ

                “ขอบใจนะ” การปฏิเสธจะทำให้สหายตัวน้อยของนางเสียใจเปล่าๆสู้รับปากและรับหนังสือมา จะอ่านหรือไม่อ่านนั่นเป็นเรื่องที่พลิกแพลงได้

                สาวใช้ของชิงเว่ยเว่ยติดเตาเล็กสำหรับต้มชาและเตรียมขนมเข้ามาสองจานเมื่อเห็นท่าทางซุบซิบของเด็กๆ แล้วสาวใช้ทั้งสองก็ถอยออกไปรอข้างนอกอย่างรู้ความ

                “ว่ามาๆ หัวหน้าสองไป๋พูดอะไรบ้าง?”

                “เจ้าจะเอาเรื่องใด?”

                “อาจารย์ไต้กับอาจารย์จงไปสำนักข่าวนกกระจิบข้าคิดว่าคงจะไปว่าจ้างให้หัวหน้าสองไป๋สืบคดีใต้เท้าไต้เป็นแน่”ฉีเหยียนหรี่ตายกนิ้วชี้ขึ้นตรงหน้าแล้วเอ่ยด้วยเสียงต่ำ

                “เอ่อ....”

                “พวกเราจะได้ร่วมสืบด้วยหรือไม่?”

                ชิงเว่ยเว่ยเอ่ยไม่ทันสหาย นางจำต้องพยักหน้ารับ“เป็นเช่นนั้น ตอนนี้รอเพียงให้ผู้ที่บุกไปเอาแผนที่ลี่เลี่ยงกลับมาถึงก่อนอาจารย์ไต้ต้องการให้สำนักนกกระจิบสืบหาผู้ที่อยู่เบื้องหลัง”

                เด็กที่มาเป็นแขกทั้งสามยืดตัวยกมือขึ้นกอดอกทำท่ามีภูมิรู้พร้อมกัน

                “อืม...งานยากๆ”

                ชิงเว่ยเว่ยมองท่าทางของสหายน้อยที่พยักหน้าและเอ่ยมาพร้อมกันก็หัวเราะคิกๆ“พวกเขาไปฝึกท่าทางนี้มาตั้งแต่เมื่อใด?”

                ฉีเหยียนหันไปมองซิวลู่ฉิง “เป็นนางที่ทำก่อน”

                ซิวอี้เซิงไม่ยอมแพ้ “เป็นข้าที่ทำก่อนต่างหาก”

                “เอาเถอะๆพวกเจ้าเป็นสายเลือดเดียวกันจะทำท่าเหมือนกันก็ไม่ผิดหรอก” ชิงเว่ยเว่ยเอ่ยอย่างอิดหนาระอาใจ

                “เมื่อใดถึงจะได้รู้ผล?” ฉีเหยียนยื่นหน้าออกมา

                “ข้าเองก็ยังไม่รู้ การเดินทางไปเมืองชิงหลิงใช้เวลาหลายวันอีกทั้งหัวหน้าสองไป๋ก็เป็นห่วงเกรงว่าพวกคนร้ายจะคอยจับตาดูอยู่อาจจะเกิดการแย่งชิงแผนที่ระหว่างทาง”

     

    ****************************

               

     

    คล้ายกับเรื่องเว่ยเว่ยสาวน้อยสลับวิญญาณ ที่คุณอ่าน