บทที่ 7 ข้า... ขอััมือของเ้า
หลิวชิงชะงักไปชั่วครู่ ราวกับหัวใจหยุดเต้นไปจังหวะหนึ่ง ก่อนที่เขาจะตัดสินใจเอ่ยถ้อยคำที่มิเคยคิดว่าจะได้หลุดปากออกมาในชาตินี้
“เ้าพูดถูก... จนถึงตอนนี้ ข้าก็ยังคงมีความรู้สึกดีๆ ให้เ้าอยู่ไม่น้อย เพราะสำหรับข้าแล้ว เ้างดงามดุจนางฟ้าที่ยากจะถอนสายตาได้” เขาเว้นจังหวะพลางสูดหายใจลึก
“แต่... จะให้ข้ามีความรู้สึกเหมือนแต่ก่อนก็คงมิอาจทำได้ เพราะยามนี้เ้าคือยอดดวงใจของพี่ใหญ่เฟยหลงไปเสียแล้ว”
"ใจเ้าเต้นระรัวปานนี้... อีกเดี๋ยวเหล่าสัตว์ิญญาทั่วทั้งเทือกเขาไท่ซวนคงพากันตื่นใหมดหรอก" จงหลิงเอ่ยหยอกเย้าตัดบท พลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา ราวกับอ่านใจของหลิวชิงได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
"ข้าเป็ถึงระดับจักรพรรดิเซียน... เ้าปกปิดข้ามิได้หรอก ข้ารู้ว่าคงมีเื่ราวมากกว่านี้ที่เ้าอยากจะเอ่ยออกมา"
“หากเ้าอยากรู้นัก... ข้าก็จะบอก”
หลิวชิงเว้นจังหวะพลางจ้องลึกเข้าไปในั์ตาสีเพลิงคู่สวยของนางอย่างตั้งใจ “ข้าขอ... ััเรือนผมของเ้าสักคราได้หรือไม่?” เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าเล็กน้อย พร้อมกับพลิกกายตะแคงข้างเข้าหานางอย่างเต็มตัว
“ได้สิ” นางเอ่ยอนุญาตด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยราวกับเป็เื่ปกติธรรมดา
เมื่อได้รับคำตอบ หลิวชิงก็ค่อยๆ เอื้อมมือไปหาเส้นผมสีแดงฉานราวกับเปลวเพลิงที่พร้อมแผดเผาทุกสิ่ง อย่างเบามือที่สุด เขาััมันด้วยอย่างทนุถนอมและอ่อนโยน ราวกับเกรงว่าหากลงแรงเพียงนิด เส้นไหมสีเพลิงในมือนี้จะมอดไหม้หรือเลือนหายไปต่อหน้าต่อตา
“เ้าเข้าใจผิดแล้วที่ว่าข้าพยายามปกปิดหัวใจที่เต้นแรง... ข้ามิมิได้ซ่อนเร้นมันเลยแม้แต่น้อย” หลิวชิงเอ่ยพลางลูบไล้เส้นผมสีเพลิงอย่างแ่เบา “มีแต่เ้านั่นแหละที่พยายามปกปิดข้าอยู่... แม้ตบะบำเพ็ญของข้าจะต่ำต้อยกว่าเ้า แต่ข้าเองก็เป็ถึงระดับเซียน เพียงแค่ได้ััเส้นผมของเ้าเพียงแ่เบาเช่นนี้ ข้าก็รับรู้ได้ทันทีว่าหัวใจของเ้าเอง... ก็เต้นรัวแรงมิต่างจากข้าเลย”
หลิวชิงตัดสินใจเอ่ยสิ่งที่มิควรหลุดปากออกไป แม้จะรู้ดีว่านางคือสตรีข้างกายของพี่ใหญ่ แต่ในเมื่อนางยืนกรานว่าจักเก็บงำเป็ความลับ เขาก็เลือกที่จะเปิดเผยตัวตนโดยมิคิดปิดบังอีกต่อไป
"เ้าััหัวใจข้าได้ถึงเพียงนั้นเชียวหรือ... ข้าเองก็มิเคยล่วงรู้มาก่อนว่าเ้ามีความสามารถถึงเพียงนี้" จงหลิงเอ่ยเสียงแ่
หลิวชิงสูดหายใจเรียกความกล้า "ขะ...ข้า... ขอััมือของเ้าสักคราได้หรือไม่?" หลิวชิงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือกว่าครั้งใด พร้อมกับทอดสายตามองนางอย่างเว้าวอน
จงหลิงนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่โดยที่สายตามิได้ละไปจากดวงตาของหลิวชิงเลยแม้แต่น้อย ในยามนี้หลิวชิงััได้ชัดเจนว่าหัวใจของนางเต้นระรัวแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
หากนางมิได้พยายามสะกดกลั้นพลังและอารมณ์ไว้ข้างใน แรงกระแทกจากจังหวะหัวใจของระดับจักรพรรดิเซียนเช่นนาง คงอาจผลักให้เขากระเด็นถอยไปไกลแล้ว
“ในเมื่อเห็นว่าเ้ากล้าเปิดใจกับข้าเป็ครั้งแรก... เช่นนั้นก็ย่อมได้” จงหลิงเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความจริงใจ พร้อมกับเคลิบเคลิ้มในห้วงแห่งอารมณ์
หลิวชิงค่อยๆ ละมือจากเส้นผมสีเพลิง ก่อนจะเลื่อนลงมากอบกุมมือเรียวสวยของจงหลิงเอาไว้ในอุ้งมืออย่างแ่เบา ััที่ได้รับช่างนุ่มนวลและอบอุ่นเสียจนหัวใจที่เคยแห้งผากของเขาพลันชุ่มชื่นขึ้นมา
ใบหน้าของหลิวชิงปรากฏรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสุขอย่างถึงที่สุด เป็รอยยิ้มที่มาจากก้นบึ้งของหัวใจอย่างที่ไม่เคยมีใครได้เห็นมาก่อน
ในค่ำคืนนี้... เพียงแค่ได้กุมมือนางไว้เช่นนี้ก็นับเป็วาสนาที่เกินกว่าเขาจะกล้าใฝ่ฝันถึงแล้ว
ทันใดนั้นเอง ในจังหวะที่จงหลิงเลิกสะกดกลั้นความสั่นไหวของหัวใจเพื่อแสดงความจริงใจต่อหลิวชิง พลันมวลอากาศรอบกายของนางก็ะเิออกอย่างรุนแรง แรงอัดมหาศาลพุ่งพล่านออกมาจากร่างของจักรพรรดิเซียนสาวตามจังหวะหัวใจที่เต้นรัว แรงอัดอากาศนั้นถาโถมเข้าใส่รอบข้างราวกับคลื่นทะเลที่คลั่งซัดทลายทุกสิ่งอย่างไม่อาจต้านทานได้
ในจังหวะนั้นเอง หลิวชิงรู้สึกราวกับถูกคลื่นั์โถมเข้ากระแทกใส่หน้าอกอย่างจัง แรงอัดมหาศาลนั้นเกือบจะซัดร่างของเขาให้กระเด็นลอยละลิ่วออกไปไกล
ทว่ามือของจงหลิงที่เขากุมเอาไว้อยู่กลับเป็ฝ่ายกำมือเขาไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก พลังของนางฉุดรั้งร่างของเขาเอาไว้มิให้ปลิวไปตามกระแสลมพายุที่เกิดจากแรงสั่นะเืของหัวใจ
เมื่อจงหลิงได้สติ นางจึงรีบสะกดกลั้นความรู้สึกอันพลุ่งพล่านและปิดกั้นกระแสพลังที่แผ่ออกมาในทันที ก่อนที่ความจริงใจอันเปี่ยมด้วยตบะจักรพรรดิเซียนของนาง จะสร้างาแฉกรรจ์ให้กับหลิวชิงไปมากกว่านี้