“นายหญิง”
ทหารชุดเกราะทั้งหกคนเมื่อพบสตรีงามชุดแดงคนนี้ก็ตื่นเต้นตกใจรีบคำนับคารวะกันใหญ่ปกตินายหญิงของพวกเขาไม่ค่อยออกมาให้พบสักเท่าไร
สตรีงามชุดแดงรีบเดินออกมาจากนั้นไปหยุดอยู่ที่ข้างหน้าตู้เซ่าฝู่นางมีคิ้วโค้งสวยราวกับพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว ดวงตาสุกสกาวราวกับดวงดาราเปล่งแสงนางจ้องมองตู้เซ่าฝู่อย่างละเอียด โดยที่นัยน์ตาสั่นไหวไม่หยุด
ตู้เซ่าฝู่มองสตรีงามชุดแดงคนนี้ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดเขาสัมผัสได้ว่าดวงตาของสตรีงามนางนั้นมีคลื่นพลังประหลาดบางอย่างสะกิดใจของเขาเขารู้สึกเหมือนกับได้รับแสงอันอบอุ่นส่องเข้ามาภายในจิตใจในใจของเขารู้สึกว่าสายตาของสตรีงามคนนี้อบอุ่นอ่อนโยนมาก
สตรีงามชุดแดงมองตู้เซ่าฝู่ในใจตื้นตันจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ นางยื่นมือออกมาหยิกแก้มของ ตู้เซ่าฝู่เบาๆกล่าวว่า “เด็กดี เจ้าเลยต้องลำบากเลยพวกเรากลับบ้านกันเถิด”
สตรีงามชุดแดงพูดด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้นทว่าใบหน้ายังคงยิ้ม จากนั้นนางก็จูงตู้เซ่าฝู่เข้าไปในจวน
ตู้เซ่าฝู่ตะลึงมาก เขาถูกสตรีงามนางนั้นจูงเข้าไปในจวนอย่างงงๆไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ดวงตาที่คลอด้วยน้ำตาของนางทำให้ในใจเขารู้สึกปวดใจตามความรู้สึกนี้เป็นความรู้สึกที่ไม่เคยมีมาก่อน
เมื่อเห็นตู้เซ่าฝู่ถูกนายหญิงจูงเข้าไปในจวนทหารชุดเกราะทั้งหกนายก็ตะลึงกันยกใหญ่ดูท่าแล้วเด็กหนุ่มคนนี้ไม่ใช่เพียงญาติทั่วไปของผู้ปกครองมณฑล
“ดีที่เมื่อกี้ไม่ได้ไล่เขาไป ไม่อย่างนั้น……”
หวงที่สามตกใจมากจากนั้นก็ปาดเหงื่อที่หน้าผาก ดีที่ตนยังไม่ได้ไล่เด็กหนุ่มคนนั้นไป ไม่สิน่าจะบอกว่าดีที่ไม่ได้ไล่คุณชายน้อยคนนั้นไป ไม่อย่างนั้นเขาคงได้ซวยมากแน่ๆ
“คราวนี้พนันถูกแล้ว” จากนั้นหวงที่สามก็ยิ้มแป้นออกมาสมองกำลังจินตนาการภาพไว้อย่างสวยงามราวกับภาพฤดูไม้ผลิอันงดงามกำลังจะมา
“หวงที่สาม เจ้าพวกบ้าบังอาจกั้นคุณชายน้อยไว้ด้านนอกไว้ข้าจะกลับมาจัดการกับเจ้า”
ขณะที่หวงที่สามกำลังจินตนาการอย่างมีความสุขก็มีเสียงดับอารมณ์ดังโพล่งออกมา ชายวัยกลางท่าทางน่าจะเป็นผู้ดูแลใหญ่ของจวนจ้องหวงที่สามอย่างขมึงทึงจากนั้นเดินตามนายหญิงพร้อมกับสาวใช้และองครักษ์เจ้าไปในจวน
“ข้า……”
หวงที่สามสะอึกพูดอะไรไม่ออกถูกเข้าใจผิดแต่พูดออกมาไม่ได้ เขาอยากไปส่งสมบัติแทนจดหมายด้วยตนเองทว่าถูกผู้ดูแลเล็กขัดขวางไว้ก่อน
ขณะนี้หมอนั่นกลับใส่ร้ายป้ายสีเขาเขาแทบอยากอัดเจ้าบ้านั่นให้น่วม ทว่าเขารู้เขาทำได้เพียงอดทนไว้เพราะผู้ดูแลเล็กมีตำแหน่งที่สูงกว่าเขา…………
ภายในจวนผู้ปกครองมณฑลหลันหลิงมีพืชพรรณไม้ชั้นดีปลูกไว้ทั่ว กลิ่นหอมจากต้นไม้ฟุ้งกระจาย ภายในมีภูเขาปลอมอยู่มีลำธารจำลองไหลผ่านซอกหินทางน้ำที่มีพฤกษาออกดอกขนาบอยู่ข้างทาง
ตู้เซ่าฝู่ถูกสตรีงามชุดแดงจูงผ่านทางเดินในตำหนักมากมายแม้จะเป็นทางเดินเล็กแต่มีความกว้างขวางพอควรสองข้างทางเดินมีสิ่งปลูกสร้างหลายหลังที่สูงตระหง่านและโอ่อ่า ประตูแต่ละหลังถูกแกะสลักวาดประดับอย่างวิจิตรทางเดินแต่ละสายทอดยาว มีหินเรียงกั้นแต่ละส่วนอย่างเป็นระเบียบ รอบๆมีทั้งสระน้ำและสายธารมากมาย ทุกอย่างประดับประดาอย่างเป็นธรรมชาติน่าตื่นตาตื่นใจเป็นสถานที่ให้ความรู้สึกถึงธรรมชาติและสวยงามจับใจมาก
“คารวะนายหญิง!”
ระหว่างทางมีทหารสวมชุดเกราะมากมายองครักษ์ท่าทางองอาจต่างคำนับแสดงท่าทางคารวะให้กับนายหญิงของพวกเขาอยู่ตลอดสาย
“พวกเจ้าจำไว้ นี่คือคุณชายน้อยเซ่าฝู่ต่อไปห้ามทำให้เขาไม่พอใจแม้แต่นิดเดียว ไม่อย่างนั้นข้าเอาเรื่องพวกเจ้ายาวแน่”
สตรีงามชุดแดงทักทายคุยกับองครักษ์และคนรับใช้มากมายพอดูออกว่านางกำลังอารมณ์ดีมากแค่ไหน สีหน้าของนางยิ้มแย้ม และยังแนะนำตู้เซ่าฝู่นู่นนี่ให้กับคนที่นี่ไม่หยุด
องครักษ์และคนรับใช้มากมายมณฑลหลันหลิงเมื่อเห็นต่างก็มองอย่างสงสัย ไม่มีใครรู้ที่มาที่ไปของคุณชายน้อยเซ่าฝู่คนนี้ทว่าดูจากระดับความดีใจของนายหญิงดูแล้วผูกพันยิ่งกว่าบุตรชาย
ในโถงรองที่สงบในเรือนหนึ่ง สตรีงามชุดแดงมองสำรวจตู้เซ่าฝู่น้ำตาคลอเบ้าแห้งเหือดไปแล้ว ทว่าแววตายังคงดูดีใจและชื่นชมอยู่ นางกล่าวว่า “โตมาท่าทางดูกำยำอยู่นะและก็ยังหล่อด้วย หน้าตาคล้ายกับหมอนั่นเลย”
“นายหญิง……”
ตู้เซ่าฝู่หาโอกาสพูดแทรกได้ในที่สุดตลอดทางที่เดินมาสตรีงามชุดแดงเอาแต่แนะนำคนนู้นคนนี้เรื่องเขาอย่างดีใจให้กับคนในจวนผู้ปกครองมณฑลหลันหลิง
“ข้าลืมไปเลย เอาแต่ดีใจจนเลอะเลือนไปหมดแล้ว”
สตรีงามชุดแดงพูดแทรกตู้เซ่าฝู่ ยิ้มให้กล่าวว่า “เจ้าน่าจะเรียกข้าว่าน้า ข้าชื่อหยวนซันซันเป็นสหายของบิดาเจ้า และก็เป็นเพื่อนซี้กับมารดาของเจ้า”
“ป้าซัน” ตู้เซ่าฝู่ได้ยินก็ตกใจจนสะดุ้ง หลังจากพยักหน้ามองสตรีงามนางนี้เตรียมจะถามเรื่องราวของบิดามารดาก็ถูกหยวนซันซันพูดขัดจังหวะอีกครั้ง
“เจ้าหนูเอ๋ย เด็กดีของน้า”
หยวนซันซันขัดจังหวะคำพูดของตู้เซ่าฝู่ยิ้มอย่างดีใจ กล่าวว่า “ในเมื่อมาแล้วต่อไปที่นี่ก็คือบ้านของเจ้า อยู่ที่นี่ตามสบายเลย ป้าซันจะดูแลเจ้าเอง”
“ขอบคุณครับป้าซันทว่าครั้งนี้ที่ข้ามา ข้ามาเพื่อพบผู้ปกครองมณฑลหลันหลิงมณฑล”
ตู้เซ่าฝู่ไม่ได้ลืมเป้าหมายหลักที่มามณฑลหลันหลิงอย่างน้อยในตอนนี้เขาก็สามารถมั่นใจว่าบิดาขี้เหล้าของตนมีความสัมพันธ์อันดีกับผู้ปกครองมณฑลหลันหลิงยิ่งไปกว่านั้นมั่นใจได้ว่าทั้งบิดาและมารดาของตนล้วนสนิทกับป้าซัน แค่ตู้เซ่าฝู่มองดูความรู้สึกจากแววตาของนางก็เข้าใจทุกอย่างได้แล้ว
หยวนซันซันได้ยิน แววตาก็เป็นประกายยิ้มและบอกกับตู้เซ่าฝู่ว่า “หลายวันมานี้ลุงหลิงของเจ้ากำลังเก็บตัวอยู่พอเขาออกมาแล้ว เจ้าก็ได้พบเข้าแล้ว”
“เก็บตัว……”
ตู้เซ่าฝู่ตะลึงขณะนี้เขาสามารถเดาความสัมพันธ์ของป้าซันกับผู้ปกครองมณฑลหลันหลิงโอวหยังหลิงได้แล้วเขาลังเลสักครู่ มองหน้าหยวนซันซันด้วยสายตาที่เป็นกังวล
“เด็กโง่ มีอะไรก็พูดมาตรงๆ เถิด นี่คือบ้านของเจ้า ไม่ต้องพิธีรีตองเกรงใจกันมากขนาดนั้น” หยวนซันซันกล่าว สายตาของนางเปี่ยมด้วยความรักความเอ็นดู
“ป้าซัน บิดาของข้าให้ข้ามา เพราะอยากให้ข้าเล่าเรื่องจังหวัดหลิวอวิ๋นให้ลุงหลิงฟัง……”
“เรื่องนี้ข้ารู้อยู่แล้วเรื่องใหญ่แค่ไหนกันเชียว เรื่องที่บิดาของเจ้าจัดการพวกนิสัยใช้ไม่ได้ของ จังหวัดหลิวอวิ๋นไปจำนวนหนึ่งหรือวางใจเถิด ไม่มีปัญหาอะไรหรอก เมืองสือเฉิงไม่ได้รับผลกระทบร้ายตามมาแน่นอน ป้าซันจะจัดการให้นะ” หยวนซันซันพูดขัดจังหวะตู้เซ่าฝู่อีกครั้ง
ตู้เซ่าฝู่ได้ยินในใจก็โล่งไปเปลาะหนึ่ง อย่างน้อยก็ไม่ต้องกังวลเรื่องเมืองสือเฉิง
…………………………………………
ภายในจวนผู้ปกครองมณฑลหลันหลิง ถึงเวลาที่องครักษ์เปลี่ยนเวรหลังจากหวงที่สามเปลี่ยนเวร กลับไปเรือนที่พักขององครักษ์ ในใจก็ยังรู้สึกแค้นเคืองโอกาสที่ดีเช่นนั้นกลับพลาดไป ทั้งยังโดนผู้ดูแลเล็กที่นิสัยแย่ใครๆก็รังเกียจป้ายสีใส่อีก
“น่าโมโห น่าโมโหที่สุดเลย!” หวงที่สามยิ่งคิดยิ่งโมโหเขาระบายความแค้นด้วยการทุบลงที่ตักของตัวเองอย่างแรง
“หวงที่สาม……”
ขณะนั้นเอง ก็มีเสียงใสของสาวใช้นางหนึ่งเดินเข้ามา
“ผู้ดูแลใหญ่ชิว ท่านมีเรื่องอันใดหรือ?”
หวงที่สามรีบลุกขึ้นมาโค้งคำนับสาวใช้ท่าทางสดใสนางนี้เขารู้จัก นางคือคนโปรดคอยรับใช้นายหญิงเป็นผู้ดูแลใหญ่ของเรือนหลัง ถือว่าเป็นผู้ที่มีตำแหน่งสถานะสูงมากในจวนผู้ปกครอง มณฑลหลันหลิงแห่งนี้
ได้ยินว่าผู้ดูแลใหญ่ชิวถือเป็นยอดฝีมือคนหนึ่งอีกด้วยองครักษ์ทั่วไปไม่มีใครต่อสู้กับนางไหวยอดฝีมือในกองทหารมากมายเองยังต้องเคารพและเกรงใจนาง
สาวใช้ท่าทางสดใสนางนั้นเหลือบมองหวงที่สามจากนั้นกล่าวว่า “คุณชายน้อยเซ่าฝู่จะออกไปทำธุระข้างนอกระบุชื่อว่าอยากให้เจ้าไปด้วย เดี๋ยวข้าหาคนที่แข็งแกร่งหน่อยจำนวนหนึ่งให้ติดตามไปด้วยดูแลคุณชายน้อยเซ่าฝู่ให้ดี หากมีอะไรผิดพลาดขึ้นมา ข้าจะมาเอาเรื่องกับเจ้าให้ถึงที่สุด!”
“ระบุชื่อข้าให้ไปด้วย……”
หวงที่สามตะลึง จากนั้นก็รู้สึกตื่นเต้นตื้นตันใจขึ้นมาในทันใดหากเรื่องนี้จัดการได้ดี ต่อไปเขาคงได้มีโอกาสเลื่อนขั้นดูท่าทางคุณชายน้อยเซ่าฝู่คนนั้นเองก็ไม่มีญาติธรรมดาๆ ของผู้ปกครองมณฑลเสียด้วย
ขณะนั้นหวงที่สามเริ่มรู้สึกถึงลางของสิ่งดีๆ ที่กำลังจะเริ่ม หากตนจัดการเรื่องนี้ได้ใช้เวลาเพียงไม่นานเขาก็น่าจะได้ขึ้นเงินเดือนได้เลื่อนเป็นหัวหน้ากองทหารระดับรอง จากนั้นเป็นหัวหน้ากองทหารระดับใหญ่จากนั้นก็ได้แต่งงานกับสาวใช้คนสนิทของนายหญิงและเขาก็จะได้ถึงจุดสุดยอดของชีวิตในจวนผู้ปกครองมณฑลหลันหลิงพอคิดแล้วเขาก็ปลื้มปีติอย่างมาก
พอคิดถึงจุดนี้หวงที่สามก็เริ่มสงสัยและถามสาวรับใช้นางนั้นไปว่า “ผู้ดูแลใหญ่ชิวคุณชายน้อยเซ่าฝู่มีที่มาที่ไปอย่างไรหรือ?”
“เจ้าจำไว้ว่าคุณชายน้อยเซ่าฝู่เป็นเจ้านายของเจ้าก็พออย่าถามอะไรให้มันมากเรื่อง”
สาวใช้นางนั้นพูดจบก็สะบัดหน้าเดินจากไปนางเองก็อยากทราบที่มาที่ไปของคุณชายน้อยเซ่าฝู่ ขณะนี้ทุกคนในจวนผู้ปกครองมณฑลหลันหลิงต่างกำลังคาดเดาต่างๆนานา ทว่าไม่มีใครทราบสักคน
…………………………
ขณะที่ตู้เซ่าฝู่เดินออกมาจากจวนผู้ปกครองมณฑลหลันหลิงก็เป็นเวลาโพล้เพล้แล้ว เขาถูกป้าซันซักถามโน่นนี่ไปเรื่อยถามถึงชีวิตของเขาแต่เล็กจนโตถามเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ของบิดาขี้เหล้าช่วงที่ผ่านมาหลายปีมานี้
เมื่อเล่าว่าสิบกว่าปีที่ผ่านมานี้บิดาของเขาเอาแต่ดื่มสุราและตนเกือบจะเป็นคนชีพจรลมปราณพิการไม่อาจฝึกฌานได้ ตู้เซ่าฝู่ก็เห็นว่าป้าซันน้ำตาซึมๆที่ดวงตา
หากตู้เซ่าฝู่ไม่ได้บอกว่ามีเรื่องที่ยังต้องทำอีกเขาก็คงก้าวออกจาจวนผู้ปกครองมณฑลหลันหลิงไม่ได้ ทว่าป้าซันให้เขารับปากด้วยเงื่อนไขหนึ่งคือให้เขาพาคนจำนวนหนึ่งติดตัวไปด้วย เพราะเขาเองเพิ่งมาเมืองหลวงมณฑลหลันหลิงเป็นครั้งแรกน่าจะยังไม่คุ้นเคยกับสถานที่ดี
ดังนั้นตู้เซ่าฝู่จึงนึกถึงหวงที่สามอย่างน้อยเขาก็ถือว่าสนิทกับหวงที่สามบ้างแล้วนิดหน่อยให้เขาติดตามมาไม่น่าจะอึดอัดเท่าไร
ที่ทำให้ตู้เซ่าฝู่คาดไม่ถึงคือนอกจากหวงที่สามแล้วป้าซันยังเตรียมยอดฝีมือที่เป็นผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นสร้างรากฐานสี่คนและขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นสมบูรณ์อีกหนึ่งคนตามอารักขาไปด้วย
ทั้งหมดรวมเจ็ดคนเดินทางด้วยอสูรอาชาเกล็ดทมิฬที่เป็นสัญลักษณ์ของมณฑลหลันหลิงตู้เซ่าฝู่เดินทางไปถึงที่พักโบราณ ในใจคิดเป็นห่วงไต้ซิงอวี่และมู่หรงโยวรั่วว่าอยู่ที่จวนโบราณแห่งเดิมว่าจะเกิดเรื่องอะไรไม่ดีหรือไม่
เมื่อตู้เซ่าฝู่กลับมาที่จวนพบว่ามีแค่ไต้ซิงอวี่และอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนที่อยู่ที่นั่น
อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนไม่รู้ว่าพบเจอกับอะไรมาเมื่อเห็นตู้เซ่าฝู่กลับมา ก็ทำสีหน้าอ้อนวอนขอความช่วยเหลือ
“พี่เซ่าฝู่ พวกเขาคือใครหรือ?”
เมื่อเห็นอสูรอาชาเกล็ดทมิฬท่าทางไม่ธรรมดาเจ็ดตัวอยู่ด้านนอกและสัมผัสได้ถึงกลุ่มคนที่มีพลังปราณแข็งแกร่งจำนวนหนึ่งที่มาไต้ซิงอวี่ที่ขี้กังวลก็รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา
“สหายของข้าเอง ไม่ต้องกลัว” ตู้เซ่าฝู่กวาดสายตามองรอบจวนเอ่ยถามว่า “น้าเล็กของเจ้าล่ะ?”
ไต้ซิงอวี่นึกบางอย่างออก กล่าวกับตู้เซ่าฝู่ว่า“พี่เซ่าฝู่ น้าเล็กของข้าเพิ่งไปได้ไม่นานบอกว่าหากท่านกลับมาให้ท่านไปที่สวนโบราณ”
“สวนโบราณ……”
ชื่อนี้ตู้เซ่าฝู่ฟังแล้วรู้สึกคุ้นเคยราวกับว่าเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน