เกมส์อาณาจักรเทพ: เริ่มต้นด้วยระบบผู้สืบทอดแห่งพระเจ้า

    ตอนที่ 158 ขออวยพรให้คุณโชคดี

            เมื่อถูกเชิญชวนจากสเน็ค


            อนาเธอร์ก็ได้แต่หัวเราะแห้งๆออกมา เสียงหัวเราะนั้นไม่ได้มีความมั่นใจเหมือนเดิม เขารู้ตัวดีว่าตนเองยังไม่มีเลเวลที่เพียงพอในการเข้าสู่ดันเจี้ยนทะเลทรายรกร้างนี้ได้


            “ขอให้พวกคุณทำการเคลียร์ดันเจี้ยนี้ได้สำเร็จ”


            ชายหนุ่มจึงทำได้เพียงอวยพรให้สเน็คและกิลด์หอคอยอุโรโบรอสของเขาประสบความสำเร็จในการเคลียร์ดันเจี้ยนนี้


            เพราะความสำเร็จนี้หมายถึงความปลอดภัยของผู้คนที่อาศัยอยู่ภายในเมืองแห่งนี้


            สเน็คยืนยิ้มอย่างมั่นใจ ใบหน้าของชายวัยกลางคนดูเชื่อมั่นในความสามารถของตัวเองและกิลด์ เขาหัวเราะเสียงดังจนคนรอบข้างต่างหันมามอง พร้อมกับบอกกับอนาเธอร์ว่า


            “นายน้อยไม่ต้องห่วงหรอก”


            “พวกเราจะใช้เวลาไม่ถึงครึ่งวันในการเคลียร์ดันเจี้ยนนี้ได้อย่างแน่นอน!”


            เสียงของชายวัยกลางคยทำให้ผู้คนที่ยืนดูอยู่รอบๆต่างยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ


            หลังจากนั้น สเน็คก็หันกลับมาที่กิลด์ของเขา พร้อมกับพูดปลุกใจผู้เล่นในกิลด์หอคอยอุโรโบรอส ทุกคนในกิลด์ยืนอยู่ตรงนั้นอย่างพร้อมเพรียง เสียงของสเน็คดังก้องไปทั่วบริเวณ


            พร้อมกับสายตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและเชื่อมั่นในความสำเร็จที่กำลังจะมาถึง


            “ทุกคน! วันนี้เป็นวันที่พวกเราจะพิสูจน์ตัวเอง! ดันเจี้ยนทะเลทรายรกร้างนี้อาจจะเป็นศัตรูที่น่ากลัว แต่พวกเราคือหอคอยอุโรโบรอส!”


            “เราจะไม่มีวันถอยหนี เราจะเคลียร์ดันเจี้ยนนี้เพื่อปกป้องเมืองและครอบครัวของพวกเรา!”


            เสียงของสเน็คทรงพลังและเต็มไปด้วยความแน่วแน่ จนผู้เล่นคนอื่นๆที่ยืนดูอยู่ก็อดไม่ได้ที่จะส่งเสียงให้กำลังใจตามไปด้วย


            “จัดการให้ได้นะครับคุณสเน็ค สั่งสอนพวกปีศาจในดันเจี้ยนนั้นซะ!”


            “พวกคุณเปลี่ยนไปแล้ว แสดงให้เห็นว่ากิลด์หอคอยอุโรโบรอสนั้นยิ่งใหญ่ไร้เทียมทาน”


            “พยายามเข้านะครับ พวกเราผู้เล่นในเมืองแห่งนี้จะคอยส่งกำลังใจให้กับพวกคุณ!”


            เสียงตะโกนเชียร์จากผู้คนรอบข้างทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความฮึกเหิม พวกผู้เล่นของกิลด์ต่างก็ตะโกนรับคำด้วยความมุ่งมั่น


            “เพื่ออุโรโบรอส! และเพื่อเมืองของพวกเรา!”


            พวกเขาทั้งหมดต่างยกอาวุธขึ้น แววตาเต็มไปด้วยประกายความมั่นใจและการท้าทายกับความยากลำบากที่รออยู่ข้างหน้า


            “...............”


            อนาเธอร์ยืนอยู่ห่างออกมา มองเห็นบรรยากาศนั้นแล้วก็ส่ายหัวเบาๆพร้อมกับยกยิ้มขึ้นมุมปาก แม้ว่าเขาจะไม่สามารถเข้าร่วมได้ในครั้งนี้ แต่ตัวของเขาก็รู้สึกภูมิใจ ยินดีกับสเน็คและพวกพ้องที่ยังคงมีจิตใจที่แข็งแกร่งเช่นเดิม


            “ดูเหมือนกิลด์สเน็คจะเปลี่ยนไปแล้วอย่างที่ท่านพ่อได้ให้คำแนะนำเอาไว้จริงๆ”


            เมื่อการเตรียมพร้อมทั้งหมดเสร็จสิ้น


            ผู้เล่นกิลด์อุโรโบรอสทั้ง 30 คนก็เดินเข้าไปในดันเจี้ยนทีละคน ประตูดันเจี้ยนที่ดูเหมือนเป็นปากทางเข้าสู่ความท้าทายที่ไร้ที่สิ้นสุดนั้น ค่อยๆปิดลงหลังจากที่ผู้เล่นคนสุดท้ายก้าวเข้าไป


            บรรยากาศรอบข้างเริ่มเงียบลง เสียงผู้คนที่ตะโกนเชียร์ก่อนหน้านี้ก็เริ่มเบาบางลง


            “เตรียมตัวให้พร้อม.. ”


            “แต่น่าจะไม่มีปัญหาอะไร!”


            หน่วยผู้พิทักษ์ของสภาแห่งผู้ยิ่งใหญ่ที่ถูกส่งมาปฏิบัติหน้าที่คุ้มครองบริเวณนี้ ทั้งหมดได้เข้าประจำตำแหน่งกันอย่างเคร่งครัด


            พวกเขายืนเรียงรายรอบๆดันเจี้ยน เพื่อตรวจสอบและป้องกันไม่ให้มีอันตรายใดๆเกิดขึ้น ในระหว่างที่สเน็คและกิลด์กำลังเคลียร์ดันเจี้ยน


            อนาเธอร์ส่ายหัวเล็กน้อย ยิ้มเบาๆด้วยความรู้สึกที่หลากหลายที่วิ่งผ่านเข้ามาในใจ


            เขารู้ดีว่าตนเองยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะเผชิญกับความท้าทายเช่นนี้ แต่เขาก็ไม่ยอมให้ตัวเองท้อแท้ ชายหนุ่มหันหลังและเดินกลับไปยังรถสีดำหรูของเขาที่จอดรออยู่ไม่ไกลนัก


            “วันหนึ่ง... วันหนึ่งฉันจะต้องเข้าดันเจี้ยนแบบนี้ได้เหมือนกัน”


            อนาเธอร์พูดพึมพำกับตัวเองเบาๆ ในขณะที่เปิดประตูรถ เขานั่งลงในที่นั่งด้านหลัง และเมื่อประตูปิดลง เสียงเครื่องยนต์ก็ดังขึ้นอย่างนุ่มนวล รถสีดำหรูเคลื่อนตัวออกไปจากบริเวณนั้นอย่างช้าๆ ปล่อยให้ความวุ่นวายของการเตรียมพร้อมและการรอคอยอยู่เบื้องหลัง


            รถสีดำหรูเคลื่อนตัวผ่านถนนที่คดเคี้ยว เสียงเครื่องยนต์ที่ดังเป็นจังหวะเบาๆ ทำให้บรรยากาศภายในรถเงียบสงบ


            “..............”


            อนาเธอร์ปิดตาลงครู่หนึ่ง


            ใบหน้าดูสงบนิ่ง เพื่อรวบรวมความคิดและแผนการในอนาคตของเขาหลังจากนี้


            การต่อสู้ในดันเจี้ยนนี้อาจยังไม่ใช่เวลา แต่รู้ดีว่าอนาคตยังคงรอเขาอยู่ และเขาจะไม่ยอมแพ้จนกว่าจะถึงวันนั้น


            “นายน้อยครับ พวกเรามาถึงยังวิหารศักดิ์สิทธิ์แล้ว!”


            ไม่นานนัก เมื่ออนาเธอร์ก้าวเข้ามาถึงประตูวิหารศักดิ์สิทธิ์แห่งการเลื่อนขั้น บรรยากาศภายในวิหารที่เปี่ยมไปด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์ได้ดึงดูดความสนใจของชายหนุ่มเหมือนเคย


            เทวทูตที่รับหน้าที่ตรวจสอบเมื่อเห็นอนาเธอร์เดินเข้ามาก็ต่างแสดงสีหน้าประหลาดใจ


            เพราะนี่เพิ่งผ่านไปไม่กี่วัน ชายหนุ่มคนนี้ก็กลับมาที่วิหารอีกครั้งแล้ว นับว่าเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนัก แต่ด้วยความมุ่งมั่นและความสามารถอันโดดเด่นของอนาเธอร์ เหล่าเทวทูตก็อดไม่ได้ที่จะพูดกันถึงความสามารถนั่น


            เมื่อมาถึงแท่นบูชาศักดิ์สิทธิ์ซึ่งตั้งอยู่เบื้องหน้ารูปปั้นเทพธิดาผู้มีใบหน้าสง่างาม


            สายตาของอนาเธอร์จ้องมองไปยังรูปปั้นที่สะท้อนประกายศักดิ์สิทธิ์จากแสงอ่อนของเทียนในวิหาร และเมื่อเขาก้าวขึ้นไปใกล้แท่นบูชามากยิ่งขึ้น หน้าต่างภารกิจก็ปรากฏขึ้นอย่างเป็นระเบียบ


            ตั้งแต่ภารกิจ 1 ดาวไปจนถึงภารกิจระดับสูงสุดที่ 7 ดาว รายละเอียดของภารกิจเหมือนกับครั้งก่อน เพียงแต่เลเวลของภารกิจครั้งนี้ถูกกำหนดที่ระดับ 400 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากครั้งก่อน


            “ระดับ 7 ดาว…”


            อนาเธอร์สูดหายใจลึกๆ ขณะที่สายตายังคงจับจ้องไปยังรายละเอียดของภารกิจที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า


            เขาไม่ลังเลเลยที่จะเลือกภารกิจระดับสูงสุด การท้าทายที่ยิ่งใหญ่และรางวัลที่เพิ่มพูนเป็นสิ่งที่ดึงดูดเขามากที่สุด


            ภารกิจระดับนี้มักมอบรางวัลที่หายากและค่าสถานะพิเศษซึ่งจะช่วยให้เขาแข็งแกร่งขึ้นอย่างทวีคูณ เป็นสิ่งที่เหล่าผู้เล่นมากมายต่างใฝ่ฝันถึง หากแต่มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะกล้า และมีความสามารถเพียงพอที่จะเลือกภารกิจที่อันตรายเช่นนี้


            “เอาละ ได้รับภารกิจระดับ 7 ด้วยแล้ว”


            ขณะที่อนาเธอร์อ่านรายละเอียดและเตรียมพร้อมจะเดินออกไป จู่ๆเทวทูตระดับสูงที่เป็นผู้รับรองก็เข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้าเขา


            เทวทูตผู้นั้นสวมชุดคลุมศักดิ์สิทธิ์ที่มีลวดลายงดงามและเรืองแสงอ่อนๆ โดยสีหน้าของเขาสะท้อนถึงความสง่างามและความเคร่งขรึม


            “อนาเธอร์ ขอให้ท่านสำเร็จลุล่วงและกลับมาด้วยสวัสดิภาพ!”


            เทวทูตกล่าวเสียงเบาแต่ทว่าแฝงไปด้วยพลังที่เข้มข้น พลางจ้องมองใบหน้าของเขาด้วยความเคารพยกย่อง


            ชายหนุ่มรับรู้ถึงการส่งเสริมขวัญกำลังใจจากเทวทูต เขาพยักหน้าเป็นการตอบรับ ก่อนจะกล่าวด้วยความมุ่งมั่น


            “ขอบคุณนะครับคุณเทวทูต.. ”


            “ผมไม่น่าจะมีปัญหาอะไรอยู่แล้ว!”


            หลังจากอนาเธอร์รับภารกิจจากวิหารศักดิ์สิทธิ์เสร็จสิ้น เขาก็ตัดสินใจว่าจะพักผ่อนสักเล็กน้อยก่อนที่จะเริ่มต้นภารกิจครั้งใหม่


            ภายในรถหรูสีดำที่กำลังเคลื่อนตัวอย่างนุ่มนวลไปตามถนน เขาเอนหลังพิงเบาะ พลางเรียกหน้าต่างสถานะขึ้นมาเพื่อตรวจสอบค่าพลังและความสามารถของตนที่ได้รับมาใหม่


            【เลเวล: 400】

            【อาชีพ: อวาตาร์แห่งผู้สืบทอด ซุนหงอคง, โอดิน,บาฮามุท】

            【ค่าประสบการณ์ 0/400,000】(ค่าประสบการณ์สะสม 770,000 หน่วย)

            【พละกำลัง: 41,330+20%】

            【ความทนทาน: 41,400+20%】

            【ความเร็ว: 41,150+20%】

            【จิตวิญญาณ: 43,930+20%】

            【ค่าสถานะจัดสรร: 12,720 แต้ม 】

            【เปิดดูทักษะสกิล: การจำแลงร่างซุนหงอคง, เนตรทองอัคคีสุวรรณ, ร่างจำแลงหมื่นวานร ,เปิดดูทักษะที่เหลือ】

            【ทักษะสกิลติดตัว ข้านี่ละคือผู้ยิ่งใหญ่เทียมฟ้า, ร่างกายเพชรอมตะ, พลองในมือข้าไร้เทียมทาน, เปิดดูทักษะที่เหลือ..】


            เมื่อเห็นรายละเอียดที่ปรากฏอยู่บนหน้าต่าง สายตาของอนาเธอร์เปี่ยมไปด้วยความพึงพอใจ แววตาฉายประกายอันแน่วแน่


            ค่าพลังและค่าสถานะในตอนนี้เพิ่มขึ้นจนใกล้แตะระดับสูงสุดในบรรดาผู้เล่นทั่วไป


            อนาเธอร์เห็นค่าพลังชีวิตที่พุ่งขึ้นจนเต็มหลอด ความแข็งแกร่ง ความทนทาน ความว่องไว และเวทมนตร์ก็เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ความสามารถและทักษะที่เขาได้รับมาทั้งจากอวาตาร์แห่งเทพเจ้าต่างๆ รวมถึงทักษะจากดันเจี้ยนที่ผ่านมาทำให้เขารู้สึกถึงพลังอำนาจที่ไร้ขีดจำกัด


            “เอาละ.. แต้มจัดสรรเยอะมาก!”


            “งั้นแบ่งพวกมันให้สมดุลละกัน!”


            หลังจากนั้น เขาก็เริ่มจัดแต้มที่ได้รับมาให้กับค่าสถานะอื่นๆทั้งสี่อย่าง


            【พละกำลัง: 44,050+20%】

            【ความทนทาน: 44,400+20%】

            【ความเร็ว: 44,150+20%】

            【จิตวิญญาณ: 47,930+20%】


            “สุดยอด ค่าสถานะสมดุลในทุกๆด้าน!”


            “ฉันตอนนี้ไม่ต่างไปจากเลเวล 500-600 เลยซักนิด!”


            อนาเธอร์มองเห็นค่าสถานก็ยิ่งฉีกยิ้มออกมาอย่างมีความสุข


            “แบบนี้ตอนที่ฉันถึงเลเวล 600 ฉันคงสามารถบดขยี้ได้ทุกคน ไม่เว้นแม้แต่อวาตาร์ของเทพเจ้าปีศาจสุดแกร่งเหล่านั้น!”


            ขณะที่รถเคลื่อนที่ผ่านแสงไฟและตึกรามบ้านช่องในเมืองหรู่หมิง อนาเธอร์ก็พลันนึกถึงการแข่งขันที่กำลังจะมาถึง


            ซึ่งระบบโลกได้ประกาศไปก่อนหน้านี้


            การแข่งขันที่จะเป็นการประลองระหว่างผู้เล่นจากทั้งสองโลก อนาเธอร์เข้าใจดีว่านี่เป็นโอกาสที่เขาจะได้เผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดจากอีกฟากนึง และยังจะเป็นการวัดฝีมือของตนเองในสนามรบที่แท้จริง


            พอคิดจบ ตัวของเขาก็ปิดหน้าต่างค่าสถานะลง แล้วหันมองออกไปนอกหน้าต่างรถ


            รถเคลื่อนตัวผ่านเขตใจกลางเมืองที่แสงสีสวยงามประดับประดาอย่างวิจิตร บรรยากาศในเมืองดูคึกคักอย่างผิดปกติ


            เหล่าผู้เล่นที่เดินทางไปมา มีบางคนที่ยังสนทนากันถึงการแข่งขันที่กำลังจะมาถึง


            บางคนแสดงความตื่นเต้น บางคนกลับมีสีหน้าตื่นกลัว เมื่อคิดถึงความเป็นไปได้ที่จะถูกเลือกให้เป็นตัวแทนของโลกตัวเองในสมรภูมิที่จะไม่มีคำว่าปรานี


            เขาพอเห็นแบบนั้นก็ยิ้มเยาะให้กับตัวเองเบาๆ พลางคิดว่าการแข่งขันที่จะมาถึงนี้จะต้องเต็มไปด้วยการต่อสู้อันดุเดือด


            “การได้เป็นตัวแทนแห่งโลกมนุษย์..”


            “ก็น่าสนใจไม่น้อย”


            และในตอนนั้นเอง เสียงอันยียวนของระบบผู้สืบทอดก็ได้ดังขึ้น


            【อยากเป็นเหรอ?】


            【นี่โฮสต์กำลังฝันหวานไปหรือเปล่า?】


            【ในบรรดาผู้เล่นที่มีเลเวลไม่เกิน 600 ในโลกใบนี้ อาจมีมากมายหลายร้อยล้านคน แล้วโอกาสในการถูกสุ่มเลือกก็คือ... 】


            【มันเป็นไปไม่ได้!】


            คำพูดของระบบทำให้อนาเธอร์ต้องพลันเบะปาก พลางกรอกตาไปมาด้วยความเหลืออด


            “งั้นก็หาทางทำอะไรให้ฉันหน่อยดิ”


            “นายเป็นระบบพระเจ้าไม่ใช่เหรอ?”


            ทว่าคำตอบที่ออกมานั้น กลับทำให้อนาเธอร์ต้องล้มหน้าคะมำ


            【ไม่สนใจ ขี้เกียจอะ!】



            ..

            5555555555+