“เป็ยังไงบ้าง ปวดหัวไหม รู้สึกไม่ดีตรงไหนหรือเปล่า?”
สีหน้าแตกตื่นของสามีฉายชัดถึงความเป็ห่วงเป็ใย กวาดสายตาสำรวจกายเล็กอย่างถี่ถ้วน ดวงตาคมแดงเล็กน้อยคล้ายคนเพิ่งผ่านการร้องไห้มาอย่างไรอย่างนั้น
น่านน้ำไม่ได้เอ่ยตอบเพียงหยัดกายให้ลุกขึ้นนั่ง เมื่อมองไปรอบ ๆ ถึงได้เห็นว่าตอนนี้ตนเองอยู่ที่โรงพยาบาล
เมื่อนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ก็คือเขาอยู่ที่วัดกำลังคุยกับป๊าเื่ของคุณพ่อคุณแม่ และระหว่างที่เขาเดินออกมาก็รู้สึกปวดหัวใจสั่นผิดปกติ จุกแน่นในอกก่อนทุกอย่างจะดับไปไม่รับรู้อะไรอีกหลังจากนั้น
ใบหน้าหวานหันไปหาคนที่ยืนอยู่ข้างเตียงพลางช้อนตาขึ้นมองหน้าคนรักพร้อมหยาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม
“ฮึก..”
เสียงสะอึกสะอื้นเบา ๆ ดังขึ้นก่อนจะโผเข้ากอดเอวหนา ซบหน้าลงกับหน้าท้องแกร่ง
“น่านเป็อะไรเจ็บตรงไหน บอกเฮียครับร้องไห้ทำไม” เสียงทุ่มนุ่มเอ่ยถามด้วยความใ จู่ ๆ ภรรยาของเขาก็ร้องไห้ออกมาโดยไม่ทราบสาเหตุ
ก่อนหน้านี้คินทร์ได้รับสายจากผู้เป็พ่อว่าน่านน้ำเป็ลมหมดสติอยู่ที่โรงพยาบาล เขาก็รีบยกเลิกประชุมแล้วมาที่นี่ทันที ไม่ได้เอ่ยถามอะไรบิดาแม้แต่น้อย
ร่างเล็กสั่นคลอนเล็กน้อยจากการสะอื้นไห้ ทำให้คินทร์รับรู้ได้ว่าน่านน้ำคงเจอเื่ะเืใจมาไม่น้อย อาการแพนิคที่น่านน้ำเป็เขาพยายามเฝ้าระวังไม่ให้เกิดขึ้นมาโดยตลอดเพราะไม่อยากให้คนน้องต้องทรมาน แต่ครั้งนี้เขากลับทำไม่ได้.. ฝ่ามือหนาวางลงบนกลุ่มผมนุ่มคอยลูบปลอบอย่างอ่อนโยน
น่านน้ำรู้สึกปวดหนึบไปทั้งใจเมื่อคิดถึงสิ่งที่รังสรรค์เล่า ที่พ่อกับแม่ของเขาต้องตายก็เพราะคู่ค้าด้านธุรกิจวางแผนจ้างคนมาฆ่า โดยการตัดสายเบรกรถ ซึ่งเป็วันเดียวกับที่จะพาเขาไปฉลองวันเกิด
คืนนั้นเป็วันที่ฝนตกหนักแทบจะมองไม่เห็นทางถนน รถยนต์ขับเคลื่อนมาด้วยความเร็วตามมาตรากฎหมาย ตอนนั้นจรัญรู้แล้วว่าเบรกมีปัญหาเขาพยายามตั้งสติเพื่อประคองรถไปอย่างระมัดระวัง ดวงตาคมมองลูกชายตัวน้อยที่อายุเพิ่งครบสิบห้าปีบริบูรณ์ผ่านกระจกหลัง เด็กหนุ่มไม่รู้อีโหน่อีเหน่นั่งเล่นตามประสาระหว่างรอให้ตนถึงร้านอาหาร
จรัญหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอัดเสียงส่งไปให้เพื่อนสนิทอย่างรังสรรค์ ฝากฝังลูกชายเพียงคนเดียวให้อีกคนช่วยดูแล ภรรยาที่นั่งอยู่ข้างกายเข้าใจสถานการณ์ทุกอย่างดี เธอพยายามไม่ร้องไห้เพราะกลัวลูกจะใ เธอปีนอ้อมมาเบาะหลังนำผ้าในรถที่มีอยู่ใช้ห่อตัวน่านน้ำเอาไว้ให้หนาที่สุด ก่อนที่รถจะเสียหลักตอนเลี้ยวโค้งเธอเปิดประตูผลักลูกชายออกจากรถเมื่อเห็นว่าถนนโล่งทั้งสองฝั่ง
ภาพเหตุการณ์ในวันนั้นน่านน้ำยังจำติดตาทุกอย่าง ทั้งร่างของพ่อและแม่ที่ขาดใจลงไปต่อหน้าต่อตา กลิ่นคาวเืจาง ๆ ยังคงติดจมูก เื่เลวร้ายที่สร้างาแในใจให้เขาไม่ใช่อุบัติเหตุแต่เป็การจงใจฆ่า
ตลอดหนึ่งปีที่เขาอยู่กับป้าษาเป็่เวลาเดียวกันกับที่รังสรรค์ตามหาตัวคนทำ เพื่อนรักคนเดียวของจรัญใช้อำนาจที่ตัวเองมีลากตัวคนร้ายมาลงโทษอย่างสาสม
หลังจากจับพวกมันเข้าคุกได้ก็ใช่ว่าจะรอวันพ้นโทษ เส้นสายของรังสรรค์ที่มีทั้งนอกและในช่วยกันจัดการอย่างเงียบ ๆ จนในที่สุดจุดจบของมันก็คือความตาย
เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย รังสรรค์จึงไปรับน่านน้ำมาอยู่ด้วย โดยที่ไม่เคยปริปากบอกอะไรออกไป เพราะตอนนั้นน่านน้ำบอบช้ำเกินกว่าจะรับเื่ราวพวกนี้ได้
แต่รังสรรค์คงหลงลืมไปว่าความจริงในอดีตสามารถทำให้เ็ปได้เสมอ ไม่ว่าจะผ่านมานานเท่าไรก็ตาม…
อย่างที่เด็กคนนี้กำลังเผชิญอยู่
…
หลายวันต่อมา
ร่างเล็กของเด็กหนุ่มเกยก่ายกอดสามีไว้อย่างแนบชิด ใบหน้าหวานซุกซอกคออุ่นไม่ยอมผละออก เสียงพึมพำออดอ้อนงอแงไม่อยากลุกออกจากเตียง แม้ว่าตอนนี้ใกล้จะเก้าโมงแล้วก็ตาม
“ไม่หิวเหรอครับ หืม?” ฝ่ามือหนายกขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ปรกใบหน้าหวานแ่เบา
“น่านอยากนอนกอดเฮียแบบนี้ทั้งวันไม่อยากทำอะไรเลย”
เอ่ยตอบเสียงอู้อี้อยู่ตรงซอกคอไม่ยอมเงยหน้ามามองกัน คินทร์เพียงลอบยิ้มเอ็นดูภรรยาของตนน้อย ๆ
ั้แ่ครั้งก่อนที่น่านน้ำเป็ลมหมดสติไปเ้าตัวก็เอาแต่ออดอ้อนให้คินทร์อยู่ด้วยกัน แม้แต่วันที่คินทร์ต้องไปทำงานเด็กหนุ่มก็ยังตามติดไปนั่งอยู่มุมเดิมของห้อง ไม่ได้รบกวนเวลาทำงานแม้แต่น้อย ขอแค่ไม่อยู่ห้องคนเดียวก็เพียงพอ
คินทร์ได้ฟังเื่ราวทั้งหมดจากปากน่านน้ำก็เข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง ตอนนี้น่านน้ำคงยังรู้สึกไม่ดีกับเื่ที่เพิ่งรู้มาถึงได้เลี่ยงกับการอยู่คนเดียวเพราะเกรงว่าจะคิดฟุ้งซ่าน ซึ่งนั่นเป็เื่ที่ดีมาก อย่างน้อยคนน้องก็มองเขาเป็ที่พึ่ง มีอะไรก็พูดออกมาตรง ๆ อย่างที่เขาเคยขอเอาไว้ คินทร์ไม่อยากปล่อยให้น่านน้ำต้องอยู่กลับไปอยู่ในจุดเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
“วันนี้เฮียไม่มีงานอยู่กับน่านทั้งวันอยู่แล้ว”
“น่านไม่อยากลุกจากเตียง”
“แต่น่านจะไม่กินข้าวไม่ได้”
“อือออ” เสียงครางอื้ออึ้งในลำคอดังขึ้นอย่างเมื่อถูกขัดใจ น้อยครั้งที่น่านน้ำจะแสดงท่าทีเอาแต่ใจแบบนี้
“ลุกไปหาอะไรกินสักหน่อย แล้วค่อยมานอนต่อโอเคไหมครับ”
ร่างบางถูกจับผละออกมามองหน้ากัน ใบหน้าหวานงอง้ำเล็กน้อย ก่อนจะถูกกดจูบปากบางด้วยความมันเขี้ยว
“อุ้มได้ไหม?”
“วันนี้งอแงจังครับ”
“ไม่ได้เหรอ”
“ได้อยู่แล้ว ที่รักจะงอแงมากกว่านี้ก็ได้”
น้ำเสียงทุ่มนุ่มฟังแล้วรื่นหู ประโยคเอาใจที่สามีเอ่ยออกมาทำคนฟังอมยิ้มในหน้าน้อย ๆ ก่อนจะลุกขึ้นนั่งพลางกางแขนออกกว้างรอให้ชายหนุ่มเข้ามาอุ้ม
ขาเรียวเกี่ยวเอวสอบไว้แน่น โอบแขนรอบลำคอหนา ทั้งยังซบหน้านอนบนแขนตัวเอง ปล่อยให้เ้าของร่างสูงอุ้มเดินไปตามที่้า
.
.
“อาทิตย์หน้าเฮียว่างแล้วนะ เคลียร์ตารางงานไว้แล้ว น่านอยากไปญี่ปุ่นเลยไหม”
“ไป!”
น่านน้ำรีบตอบรับทันทีอย่างไม่ต้องคิด พยักหน้าหงึกหงักด้วยความตื่นเต้น สามียกยิ้มให้น้อย ๆ พลางเอื้อมมือมาเช็ดปากให้
“เดี๋ยวพรุ่งนี้เฮียจะพาไปซื้อเสื้อผ้า”
“โอเคครับ”
ไม่คิดที่จะปฏิเสธอะไรทั้งนั้น ก่อนจะตักข้าวเข้าปากเคี้ยวแก้มตุ่ยอย่างอารมณ์ดี
หลังจากทานข้าวเสร็จก็พากันไปนั่งดูหนังเื่ที่ดูค้างไว้เมื่อสัปดาห์ก่อน วันหยุดของคินทร์ทั้งทีได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันแบบนี้มันดีมากจริง ๆ
เ้าของร่างหนาหยิบแอปเปิ้ลที่เขาปอกเปลือกแล้วป้อนให้กับภรรยาที่กำลังตั้งใจดูหนังอย่างใจจดใจจ่อ ทว่ายังอ้าปากงับแอปเปิ้ลเข้าปากโดยที่ไม่ละสายตาออกจากหน้าจอทีวี คินทร์ทำหน้าที่ดูแลปรนนิบัติคนน้องเป็อย่างดีไม่มีบ่น รู้สึกชอบใจกับการได้ทำอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้เสียด้วยซ้ำ
“อร่อยไหมครับ”
“อาหย่อย” เอ่ยตอบทั้งที่แอปเปิ้ลยังเต็มปาก
“เอาน้ำส้มไหม เดี๋ยวเฮียไปเอาให้”
“เดี๋ยวน่านไปเอาเอง”
“น่านดูหนังเถอะ เดี๋ยวเฮียไปเอามาให้ รอแป๊บหนึ่ง”
ว่าแล้วก็ลุกขึ้นเดินไปในครัวอย่างไม่ลีลา หยิบน้ำส้มคั้นสดที่คินทร์เป็คนทำเองบรรจุใส่ขวดแช่ตู้เย็นเอาไว้ออกมาเทใส่แก้ว
น่านน้ำชอบดื่มน้ำส้มคั้นสดมาก แต่ก่อนนี้ซื้อที่ขายตามร้านน้อยนักที่รสชาติจะถูกใจ คนขี้สปอยล์อย่างคินทร์แค่รู้ว่าน้องชอบก็ไม่ต้องรอให้เอ่ยปากพูดอะไรจัดการซื้อส้มมาคั้นใส่ขวดไว้ให้พร้อมดื่มทันที
เ้าของร่างสูงถือแก้วน้ำส้มคั้นมาวางบนโต๊ะก่อนเดิมไปนั่งที่เดิมข้าง ๆ น่านน้ำ
“ขอบคุณนะครับเฮีย”
“ถ้าอยากขอบคุณเฮียว่าหอมแก้มสักฟอดน่าจะดีกว่า” ไม่พูดเปล่ายังทำแก้มป่องยื่นมาใกล้ใบหน้าหวาน
น่านน้ำจุ๊บที่แก้มคนพี่หนึ่งครั้งเกิดเสียงเบา ๆ จากการกระทำ ส่งผลให้คนตัวเล็กหัวเราะคิกคักอย่างชอบใจ ก่อนจะถูกรั้งเอวเข้าไปกอดไปหอม หยอกล้อกันตามประสาคนรัก
…
ในที่สุดสัปดาห์ของการเฝ้ารอก็มาถึง วันนี้จะได้ออกเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นเป็ครั้งแรก รู้สึกตื่นเต้นไม่น้อย นอกจากจะไปไปต่างประเทศครั้งแรกแล้วยังเป็ครั้งแรกที่เขาได้นั่งเครื่องบินอีกด้วย
น่านน้ำวิ่งเข้าห้องน้ำที่สนามบินหลายรอบจนนับครั้งไม่ได้ เคยเห็นแค่ในโทรศัพท์ ทีวี ไม่เคยได้ััประสบการณ์นั่งเครื่องด้วยตัวเอง แอบบกลัวอยู่เหมือนกัน
“ตื่นเต้นเหรอ”
“ครับ กลัวด้วย”
“ไม่มีอะไรน่ากลัวหรอก เดี๋ยวพอได้ลองขึ้นไปนั่งแล้วอาจจะติดใจ” คินทร์คิดว่าหากได้ลองนั่งดูสักครั้งน่านน้ำอาจจะชอบเวลาเครื่องบินขึ้นสูงสู่ท้องฟ้า ทิวทัศน์ที่ได้มองจากบนนั้นน่านน้ำอาจจะมองเพลินจนลืมความกลัวไปหมดเลยด้วยซ้ำ
การไปเที่ยวครั้งนี้คินทร์จะทำให้น่านน้ำสนุกที่สุด เพราะหลังจากกลับมาแล้วคนน้องคงจะเริ่มหางานทำ อาจจะไม่ค่อยว่างเหมือนอย่างตอนนี้
อีกไม่กี่นาทีก็ถึงเวลาขึ้นเครื่องแล้ว น่านน้ำกอดแขนสามีเอาไว้แน่น ่หลังมานี้เขารู้สึกไม่ค่อยสบายตัวสักเท่าไร ทั้งยังอารมณ์สวิงไปมา เช่นตอนนี้ที่เริ่มจะหน้ามืดขึ้นมาเสียดื้อ ๆ ทว่าเก็บเงียบไม่บอกคินทร์ เพราะกลัวว่าจะไม่ได้ไปญี่ปุ่น
เ้าของร่างสูงยกมือขึ้นเกลี่ยปอยผมยาวทัดหูให้ภรรยา พลางเลื่อนมือมาลูบแก้มนุ่มอย่างอ่อนโยน คล้ายกับกำลังปลอบกันให้คลายความตื่นกลัว อีกทั้งยังกดจมูกหอมกระหม่อมบางเบา ๆ ด้วยความรักความเอ็นดู
การถูกดูแลเอาใจใส่ทำให้น่านน้ำหยุดคิดไม่ได้ว่าตนโชคดีจริง ๆ ที่ได้คินทร์เป็สามี
TBC.
#คำขอจากเฮียคินทร์