วันเวลาล่วงเลยมาจนครบ 1 ปีลูกแก้วดาววิสุทธิ์ได้แปลสภาพกลายเป็ผลึกรูปดาวหกแฉกเปล่งแสงนวลเจิดจรัสมีประกายเป็สีรุ้ง แสดงให้รู้ว่าครบกำหนดที่ร่างด้านในจะต้องออกมาแล้ว ขณะนี้มีผู้ที่มารออยู่คือ เ้าสำนัก เทพวารี และเทพสุญตา
“เชิญท่านพ่อแตะผลึกแก้วนี้เถิด” เทพวารีกล่าว
เ้าสำนักพยักหน้าเอามือแตะลงที่ผลึกแก้วชายในผลึกแก้วเริ่มขยับลืมตาแล้วเอามือมาแตะผนังลุกแก้วด้านในตรงกับมือท่านเ้าสำนักที่แตะอยู่ผนังด้านนอกพอดี สักครู่ก็เกิดแสงสว่างขึ้นวูบนึงแล้วผลึกแก้วก็อันตรธานหายไป เทพวารีนำเครื่องแต่งกายเป็ชุดทักซิโด้สีขาวขลิบแดง ที่เตรียมไว้ส่งให้ชายหนุ่มสวมใส่ทันที
“เ้าจะต้องคำนับข้าเป็อาจารย์ของเ้า ต่อไปนี้ข้าจะดูแล ให้ความรู้ และปกป้องเ้าจนกว่าเ้าจะได้บรรลุระดับเอกยุทธ์สูงสุดต่อไป” เ้าสำนักกล่าว
“ศิษย์ขอน้อมคารวะอาจารย์” ชายหนุ่มกล่าว
“เอาล่ะกลับสำนักกันก่อนมีเื่อีกมากมายที่จะต้องทำ เ้าหนุ่มก่อนเ้าจะออกไปจากมิตินี้ข้าจะดึงเ้าเข้ามาในน้ำเต้าปรับสภาพก่อนนะ ออกไปแบบนี้ไปยังโลกภายในมีหวังกลายเป็ฝุ่น” เ้าสำนักกล่าวเสร็จพลางนำน้ำเต้าออกมาว่าคาถาพึมพำ เปิดจุกน้ำเต้าออกพลันร่างชายหนุ่มก็ถูกดูดเข้าไปในน้ำเต้าทันที
“พวกลูกไม่ต้องเป็ห่วงน้ำเต้าลูกนี้อัดแน่นด้วยพลังฟ้าดิน แถมมีไอธาตุดินมันจะเสริมสร้างกล้ามเนื้อ อาจารย์วรันธรเคยใช้กับพ่อ แค่เพียง 1 ชั่วยามก็สามารถออกมาใช้ชีวิตในโลกด้านในเหมือนคนปกติแล้ว” เ้าสำนักกล่าว
เพียงครู่เดียวทุกคนก็มาปรากฏตัวที่ห้องเก็บอาวุธเทพ ชั้นที่ 9 ของหอสมบัติ
“พวกลูกไปพักกันก่อน อีีก 1 ชั่วยามพ่อจะเรียกประชุม วันนี้สำนักเทพอัสนีย์จะต้องมีการเปลี่ยนแปลง” เ้าสำนักกล่าว
“รับทราบ” ทั้งสองตอบรับ
หนึ่งชั่วยามผ่านไป ณ ห้องประชุมหมู่ตึกเบญจธาตุ เหล่าศิษย์ในทุกระดับประมาณ 1 หมื่นคนเข้ามาประชุมกันอย่างพร้อมเพรียง
ชายรูปร่างสง่ามัดผมไว้ด้านหลังปรากฏกายบนเวทีแล้วกล่าวว่า “ศิษย์ทั้งหลายจงฟัง ขณะนี้ข้ามีเื่จะแจ้งให้พวกเ้าทราบ 2 เื่ เื่แรกข้าขอแต่งตั้งเทพสุญตาเป็รองเ้าสำนักเนื่องจากที่นางบรรลุ 5 ธาตุ สำเร็จขั้นเอกยุทธ์สูงสุด และแต่งตั้งเทพวารีเป็เทพคุมกฏเนื่องจากที่นางเชี่ยวชาญ 5 ธาตุ สำเร็จขั้นเอกยุทธ์”
เสียงปรบมือกึกก้องของเหล่าศิษย์พี่ศิษย์น้องทั้งหลายดังกระหึ่ม แต่ในใจของเทพวารีนั้นนึกขอบคุณมารบูรพา ที่ตอนนั้นก่อนที่นางจากลาได้แอบเหน็บกระเป๋ามิติไว้ที่กระเป๋าเสื้อของเทพวารี พอกลับสำนักเปิดดูพบกล่องยาแนบจดหมายใจความว่า “ลูกรักนี่คือยามรรคาจิต สรรพคุณจะช่วยทะลวงปราณและเส้นเืในร่างกายที่อุดตันให้มีสภาพคล่องไหลลื่นและยังช่วยเร่งความเข้าใจในวิชาต่างๆให้เร็วขึ้นอีกด้วย เป็ยาระดับเทพที่ใครหลายๆคน้า แม่ให้เ้า จงใช้มัน และเก่งขึ้นให้ได้นะจ๊ะลูกรัก” ทำให้นางสามารถทะลวงขั้นมาได้ถึงเพียงนี้ ในขณะนี้ต้องปั้นใบหน้าให้ยิ้มแย้ม แต่ในใจกำลังร้องไห้หนักมากเพราะทราบซึ้งบุญคุณมารดาของตนยิ่งนัก
“เื่ที่สองขณะนี้ทางสำนักได้รับผู้มีร่างเทพฤทธิ์เข้าสำนักมาแล้ว แต่ยังมิได้ตั้งฉายาและยังมิได้ทดสอบความสามารถ ต้องรอทางสำนักทำการทดสอบ แล้วจะแจ้งให้ทุกท่านทราบ แต่ที่แน่ๆร่างเทพฤทธิ์สามารถฝึกฝนจนไปได้ถึงขั้นเอกยุทธ์สูงสุดแน่นอน ต่อไปสำนักเราจะมีขั้นเอกยุทธ์สูงสุดนี้ไม่ต่ำกว่า 3 คน เป็อันดับหนึ่งในโลกด้านในเลยทีเดียว”ทางเ้าสำนักกล่าวเสร็จก็มีเสียงเฮและปรบมือกันเกรียวกราว
“เอาละทุกท่านแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของท่านได้แล้ววันนี้ปิดประชุมแค่นี้” เ้าสำนักกล่าวปิดประชุม
“รองเ้าสำนัก และเทพคุมกฏ อีก 1 ชั่วยามเ้าสองคนพาศิษย์ของพ่อไปที่ห้องัสายฟ้า พ่อจะรออยู่ที่นั่น” เ้าสำนักกล่าว
“รับทราบ” สองสาวรับคำ
อีก 1 ชั่วยามต่อมา
“เ้าหนุ่มในโลกใบนอกเ้าชื่ออะไรนะ”เ้าสำนักกล่าว
“ข้าชื่อเทพาขอรับ”เทพากล่าวตอบ
“เฮ้ยไม่ต้องมีขอรับหรอกในโลกใบนี้เขาพูดกันห้วนๆ งั้นข้าจะตั้งฉายาให้เ้าว่าเทพเทพาก็แล้วกันนะ”เ้าสำนักกล่าว
“ขอบคุณเ้าสำนัก” เทพเทพากล่าว
“ไม่เป็ไรไม่ต้องมีพิธีรีตองเราคนกันเองทั้งนั้น” เ้าสำนักกล่าว
“เ้าเห็นกระจกนั่นไหมนั่นเขาเรียกว่ากระจกส่องพลัง เ้าเพียงนำมือไปทาบบนกระจกมันจะแจ้งขึ้นมาเป็ข้อความให้เห็นทันที ตอนนี้เ้าทำสมาธิรวมปราณไว้ที่จุดกึ่งกลางกายแล้วค่อยๆส่งผ่านฝ่ามือถ่ายเทไปยังกระจกแค่นี้ก็พอแล้ว เ้าเข้าไปทำดูสิ” เ้าสำนักกล่าว
เทพาเดินไปหยุดหน้ากระจก วางฝ่ามือทั้งสองแนบไปกับกระจก ตั้งสมาธิรวบรวมปราณไว้ที่จุดกึ่งกลางกายแล้วส่งพลังปราณผ่านฝ่ามือถ่ายเทไปยังกระจก ทันใดนั้นก็เกิดแสงสว่างจ้าขึ้นเริ่มจากสีขาว สีส้ม สีชมพู สีแดง สีม่วง และสุดท้ายเป็สีทอง
หลังจากนั้นกระจกก็เปลี่ยนเป็สีดำและมีข้อความตัวหนังสือสีทองเขียนขึ้นมาว่าพลังปราณแท้เต็มร้อย เชี่ยวชาญธาตุทั้ง 5 ระดับความสามารถขั้นพรหมยุทธ์
“เ้าเห็นผนังห้องสีทองนั่นไหม ผนังนั้นเรียกว่าผนังเชื่อมจิติญญา หากคนสองคนนั่งพิงผนังนี้แล้วทำสมาธิก็สามารถไปมิติแห่งจิตของกันและกันได้ เ้าไปนั่งทำสมาธิพิงผนังไว้นะ” เ้าสำนักกล่าวกับเทพเทพา
“ท่านพ่อจะทำอะไร” เทพสุญตาถาม
“พ่อก็จะเข้าไปดูสิว่ามีอะไรบ้าง เผื่อจะมีตำราดีๆ” เ้าสำนักกล่าว
”ท่านพ่อ….จะมีตำราได้ยังไง เขาเพิ่งจะเข้ามาในโลกใบนี้เอง ไม่ต้องหลอกท่านพ่อนี่เป็เื่ส่วนตัวของเขาอย่าเข้าไปเลย” เทพสุญตากล่าว
“อ้าวระดับความสามารถของเขาถึงขั้นพรหมยุทธ์เลยนะเหมือนเคยฝึกวิชาเพิ่มเติมในดาววิสุทธิ์ ไม่เช่นนั้นเขาน่าจะได้แค่ขั้นเทพยุทธ์เหมือนพ่อตอนออกมาจากดาววิสุทธิ์ใหม่ๆ ไม่ได้ละพ่อต้องสำรวจ”เ้าสำนักกล่าว
“ไม่ได้ถ้าท่านเข้าไปลูกจะโกรธและไม่คุยกับท่านอีกเลย เชื่อลูกเถอะนะให้เกียจเขา อย่าเข้าไปเลย เดียวพ่อก็ไปทะเลาะกับเทพพิทักษ์มิติแห่งจิตของเขาอีก” เทพสุญตาชักแม่น้ำทั้งห้ามาเถียง
“ได้ๆตามใจเ้าละกัน” เ้าสำนักตอบ ในใจก็คิดว่า ทำไมพ่อจะไม่รู้่เวลาที่ผ่านมาพ่อแอบสอดจิตไปกับธาตุลมคอยติดตามดูพวกเ้าตลอด พ่อจะโกรธหรืออิจฉาเ้าหนุ่มเทพเทพานี่ดีนะ ที่อยู่ๆก็มีสตรีที่มีความงามติด 1 ใน 8 มาหลงรักเขาถึง 2 คน เฮ้อ…คงต้องปล่อยให้แล้วแต่ฟ้าลิขิตละมั้ง
ทันใดนั้นก็มีศิษย์มาเรียก “ท่านเ้าสำนักๆ มีแขกมาขอพบข้าให้พวกเขารอที่ห้องับินแล้ว”
“เ้ารู้หรือไม่ แขกผู้นั้นเป็ใคร” เ้าสำนักกล่าว
“เ้าวังอุดร ราชินีน้ำแข็งสาธินี มากับอัศวินผู้พิทักษณ์ซ้าย-ขวา บุษบงค์และบุษบา”ศิษย์กล่าว
“ถ้างั้นเชฺิญแขกไปที่ห้องัหลับ เทพวารีลูกช่วยไปดูแลแขกแทนพ่อด้วยนะ อีกสักครู่พ่อเสร็จธุระแล้วจะรีบไปพบพวกนาง” เ้าสำนักกล่าว
“รับทราบ” เทพวารีและศิษย์สำนักกล่าว
“พวกเ้าตามพ่อมา” เ้าสำนักเรียกเทพสุญตาและเทพเทพา
“พ่อจะเปิดค่ายกลลับในห้องใต้ดินชั้นแรกลึกลงไป 6 เมตร ชั้นต่อไปไม่มีข้อมูลว่าลึกขนาดไหน ค่ายกลนี้แม้แต่พ่อเองก็ไม่กล้าที่จะเข้าไป กล่าวกันว่าเข้าง่ายออกยาก เป็ค่ายกลที่เต็มไปด้วยพลังฟ้าดินและวิชาลับมากมาย แต่ไร้ทางออก มีแค่อาจารย์วรันธรที่เคยพบทางออกและได้วิชาลับกลับมามากมายเลย มีทางเดียวที่พ่อจะทำเพื่อเ้าได้ พวกแม่ของเ้า คงจะมาพาเ้าไปวังน้ำแข็งแน่นอน เ้าคงรู้นะว่าถ้าเ้าไปกับนางครั้งนี้แล้วเ้าจะไม่ได้กลับมาใช้ชีวิตแบบเดิมอีก ในค่ายกลลับนี้นางไม่กล้าตามเ้าลงไปแน่ เ้าก็ต้องช่วยกันหาวิธีออกมาให้ได้นะ พ่อส่งพวกเ้าได้แค่นี้นะ” เ้าสำนักพูดจบประตูทางลงค่ายกลก็เปิดออก
หลังจากปิดประตูทางลงค่ายกลแล้ว มันจะเปิดอีกไม่ได้จนกว่าคนที่ลงไปจะสามารถกลับขึ้นมาทางเดิม ถ้าจะมีคนลงไปอีกต้องเปิดทางใหม่ซึ่งมีประตูแบบเดียวกันนี้อยู่ถึง 10 ประตู แต่เปิดไปแล้วจะไม่พบกันกับคนที่ลงไปทางประตูอื่นๆ
เวลาผ่านไปครู่ใหญ่ ณ ห้องัหลับ
“สวัสดีจ๊ะน้องสาธินี” เ้าสำนักกล่าว
“ไม่ต้องมาพูดหวานเลยยังไงข้าก็ไม่หลงท่านหรอก แม่หนูคนนี้คงจะเป็ลูกสาวของนางมารบูรพาสินะ ช่างงดงามเหมือนแม่เขาไม่มีผิด คนงามมีลูกก็งามสมกับที่เป็หนึ่งในแปดหญิงงามกันทั้งคู่จริงๆ กริยามารยาทก็ดี ท่านนี่เลี้ยงได้ดีจริงๆ” เ้าวังอุดรกล่าว
“น้องกับลูกก็ใช่ย่อย ต่างก็เป็สาวงาน 1 ใน 8 เช่นกันมิใช่หรือ” เ้าสำนักกล่าว
“สาเหตุที่ให้ข้ามาห้องัหลับก็เพราะเื่ที่เราจะคุยกันเป็ความลับสินะ แล้วแม่หนูนี่ยังอยู่ได้เหรอ” เ้าวังอุดรกล่าว
“ลูกเอ๋ยจะออกไปก่อน พ่อมีความลับจะคุยกันระหว่างผู้ใหญ่”เ้าสำนักพูดกับเทพวารี
“รับทราบ” เทพวารี กล่าว
เมื่อเทพวารีก้าวออกจากห้องปิดประตูสนิทดีแล้ว เ้าสำนักจึงแกล้งพูดขึ้นว่า “สมแล้วที่น้องเคยอยู่ที่นี่มานานจนร่วงรู้คุณสมบัติจนหมดสิ้น ทุกห้องของที่นี่แทบจะหลับตาเดินได้แล้วกระมัง ถ้าระลึกความหลังวันเก่าก่อนน่าจะมีเยื่อใยกันอยู่บ้าง อุตส่าห์มีลูกด้วยกันตั้งคนนึง คิดถึงพี่ใช่ไหมวันนี้น้องจึงมาหา“
“วังน้ำแข็งของเรามีแต่ผู้หญิง เช่นนั้นจึงไม่สามารถมีลูกได้ การสืบราชบัลลังก์ต้องเป็ผู้หญิงเท่านั้น ข้าจึงให้ท่านรับหน้าที่สร้างธิดา เลี้ยงดู และให้ความรู้จนนางเติบโตแค่นั้น สำหรับเยื่อใยเสน่หาใดไม่เคยเกิดในใจข้าสักนิด วันนี้ข้าได้ยินมาว่านางสำเร็จขั้นเอกยุทธ์สูงสุด ข้าจึงคิดว่าถึงเวลาที่ข้าจะต้องมารับลูกสาวข้า กลับไปเป็เ้าหญิงที่เมืองของข้า” เ้าวังอุดรกล่าว
“ทุกๆครั้งที่น้องมารับลูกไปวังน้ำแข็ง ลูกก็จะพักอยู่ที่นั่นไม่เกิน 3 เดือน จากนั้นน้องก็พาลูกกลับมา แต่ครั้งนี้น้องคงรับไปไม่ส่งกลับแล้วใช่หรือไม่” เ้าสำนักถาม
“นางต้องเข้าพิธีแต่งตั้งรัชทายาท พอเป็รัชทายาทแล้วก็ต้องประทับอยู่ที่วังตลอดไป จนกว่าจะได้สถาปนาเป็ราชินีนะสิ” เ้าวังอุดรกล่าว
“นางเก็บตัวฝึกวิชาอยู่ในค่ายกลใต้ดิน น้องท่านคงเคยได้ยินสินะว่าค่ายกลใต้ดินนี้เข้าง่ายออกยาก หากจะรอนางออกมาข้าจะจัดที่พักให้เชิญรอได้ตามสบาย” เ้าสำนักกล่าว
“ได้ในเมื่อท่านใช้เล่ห์เหลี่ยมกับข้า ดังนั้นข้าจะรอลูกสาวข้าอยู่ที่นี่ 1 ปี ถ้ายังไม่ขึ้นมา ข้าจะกลับ หลังจากนั้นข้าจะยังใจดีให้เวลาท่านอีก 1 เดือน ถ้าท่านไม่ส่งลูกข้าไปที่วังน้ำแข็ง ข้าจะมาพร้อมกองกำลังเพื่อบดขยี้ที่นี่ให้แหลกเป็จุลย์ไปเลย” เ้าวังอุดรกล่าว
“ได้ เด็กๆจัดเรือนลั่นทมเป็เรือนรับรองเ้าวัง” เ้าสำนักกล่าวกับศิษย์รับใช้ พลางหันมาพูดกับเ้าวังอุดร “เชิญน้องสาธินีพี่ไม่ส่งนะจ๊ะ” เ้าวังอุดรรู้สึกหมั่นไส้จึงเดินสะบัดก้นใส่เ้าสำนักตามศิษย์รับใช้ที่นำทางไป
“เรียกลูกๆทั้ง 4 ของข้าเข้าประชุมที่ห้องัหลับ” เ้าสำนักสั่งกับศิษย์รับใช้
“รับทราบ”ศิษย์รับใช้กล่าว