(จบ) ทะลุมิติไปเป็นแม่สามีสุดแสบ

    ตอนที่ 45 สี่สิบตำลึง ทั้งชาติเจ้าคงไม่มีวันหามาคืนได้

    ตอนที่ 45 สี่สิบตำลึง ทั้งชาติเจ้าคงไม่มีวันหามาคืนได้


            “ท่านย่า หากคิดจะหลอกลวงข้าก็ช่วยหาข้อแก้ตัวที่ดีกว่านี้หน่อยได้หรือไม่?” หลิวเอ้อร์หลางพูดอย่างดูถูกเหยียดหยาม ในตอนนี้เขาเข้าใจแล้ว หากย่าของเขามีสิ่งดี ๆ ก็จะมอบให้กับพี่ใหญ่ของเขาและหลิวจวินหลิวอู่เท่านั้น คนอื่นจะไม่ได้รับส่วนแบ่งด้วยแน่นอน


            เขาถูกพามาอยู่ที่นี่เพื่อให้ทำสิ่งต่าง ๆ ให้พวกเขา และเขาก็ไม่ใช่คนโง่


            หลังเอ่ยขัดแม่เฒ่าหลิวแล้ว หลิวเอ้อร์หลางก็มองหลิวต้าหลางด้วยความผิดหวัง “พี่ใหญ่ ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะเป็นคนเช่นนี้ เจ้าช่วยพวกเขาส่งน้องสาวตัวเองไปตายจริง ๆ เจ้าไม่ใช่พี่ใหญ่ของข้าอีกต่อไป ข้าไม่มีพี่ใหญ่แบบเจ้า”


            “เจ้าไม่ใช่พี่ใหญ่ของข้า พี่ใหญ่ของข้าตายไปแล้ว” นัยน์ตาแดงก่ำของหลิวซื่อหลางจ้องมองหลิวต้าหลางด้วยความโกรธ “เจ้ามันชั่วยิ่งกว่าสัตว์”


            หลิวต้าหลางนั่งก้มหน้าอยู่บนพื้น ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองน้องชายทั้งสอง


            “เจ้าเด็กเลว ไสหัวออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้ ออกไป” แม่เฒ่าหลิวตวาดขับไล่พวกเขาออกไป แต่ถูกหลิวเอ้อร์หลางขัดจังหวะ


            หลิวเอ้อร์หลางมองนางด้วยสายตาเย็นชา “ข้าจะจากไปหลังจากพูดอีกไม่กี่คำ ต่อให้ท่านไม่ไล่ข้า ข้าก็จะจากไปด้วยตัวเองอยู่แล้ว”


            “หลิวต้าหลาง ข้าจะเอาโฉนดที่ดินไปด้วย นี่คือสิ่งที่ท่านแม่ประกาศตอนตัดขาดกับเราและทิ้งไว้ให้เรา หลังจากแบ่งที่ดินกันแล้ว ข้าค่อยแบ่งให้เจ้า”


            ครั้นพูดเช่นนั้น เขาก็บอกให้ภรรยากับซื่อหลางออกไป มีเพียงคนโง่ที่ไม่ต้องการอะไรเลย


            แต่หากมีที่ดิน อย่างน้อยก็ยังปลูกพืชพรรณธัญญาหารบางอย่างเพื่อที่จะกินอาหารให้ครบสองสามมื้อต่อวันได้


            แม่เฒ่าหลิวได้ยินเช่นนั้นก็ไม่พอใจ เห็นชัดว่าเจ้าหมาป่าตาขาวสองตัวนี้คิดจะยึดที่ดินของตระกูลหลิวไป นางจึงด่าทอทันที แล้วสั่งให้หลิวเอ้อร์หลางนำโฉนดที่ดินออกมาคืน


            หลิวเอ้อร์หลางที่หมดความอดทนผลักนางออกไป แล้วจากไปพร้อมกับคนของเขา


            ทันทีที่นางเห็นหลิวเอ้อร์หลางจากไป แม่เฒ่าหลิวก็นั่งร้องไห้เสียงดังบนพื้น ผรุสวาจาสารพันหลั่งไหลออกมาจากปาก แต่น่าเสียดายที่ไม่มีใครสนใจนาง ทั้งบ้านสกุลหลิวถูกปกคลุมไปด้วยความโศกเศร้า

            …… 

             

            เมื่อหลิวซานนีตื่นขึ้นมา ร่างกายของนางก็เต็มไปด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส แขนขาปวดไปหมด รู้สึกเหมือนถูกรถม้าชน


            ขยับครั้งเดียวก็โดนบาดแผล อดไม่ได้ที่จะครวญคราง เจ็บเหลือเกิน


             “พี่สาม ท่านตื่นแล้ว!”


            หลิวอู่นีรีบวิ่งไปหาหลิวซานนี แล้วมองนางขณะน้ำตาไหลอาบหน้า “ฮือๆ พี่หญิงสาม ในที่สุดท่านก็ฟื้นแล้ว ฮือๆ ข้ากลัวเหลือเกิน”


            สีหน้าของหลิวซานนีบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด แต่นางไม่ได้สนใจจะปลอบหลิวอู่นี สภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคยทำให้นางต้องระวัง นางกวาดสายตามองไปรอบ ๆ มีฝุ่นและใยแมงมุมอยู่ทุกหนทุกแห่ง และมีฟืนกองอยู่ตรงมุมห้อง “นี่คือที่ไหน?”


             โรงเก็บฟืนของใครกัน?


            “ฉางเล่อฟาง” หลิวอู่นีเสียใจ “ท่านย่าและพี่ใหญ่ขายพวกเราให้ฉางเล่อฟาง พี่สาว ข้าไม่อยากอยู่ที่นี่ ข้าอยากหนีไป ข้า ข้าอยากไปหาท่านแม่ ฮือๆ!”


            “หุบปาก!”


            หลิวซานนีจ้องมองนางด้วยสายตาดุดัน “เรื่องนี้เจ้าต้องโทษตัวเอง ที่ทำให้ความพยายามของข้าสูญเปล่า”


            หลังจากตำหนิหลิวอู่นีเสร็จ นางก็พยายามยันตัวลุกขึ้นจากพื้น แต่ความเจ็บปวดทั่วร่างกายทำให้นางขมวดคิ้ว ให้ตายเถอะ มันเจ็บเหลือเกิน


            สายตาของนางมองไปยังประตูที่ปิดอยู่ นางค่อย ๆ ลากขาเคลื่อนตัวไปใกล้ แล้วยื่นมือออกไปดึง ก่อนพบว่าประตูถูกใส่กุญแจจากด้านนอก


            “พี่หญิงสาม ประตูนี้ถูกใส่กุญแจอยู่ ข้า ข้าลองเปิดแล้ว” หลิวอู่นีพูดอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ


            “เหตุใดไม่บอกข้าก่อนหน้านี้?”หลิวซานนีโมโห นางมีความสุขมากที่เห็นพี่สาวลากสังขารไปเปิดประตูหรือ?


            โง่เขลายิ่งนัก ยิ่งหลิวซานนีมองนางมากเท่าไร ก็ยิ่งไม่พอใจมากขึ้นเท่านั้น


            “ท่านไม่ได้ถามข้านี่” หลิวอู่นีรู้สึกเสียใจ เมื่อเห็นพี่สาวกำลังจะผลักหน้าต่างให้เปิด นางก็รีบพูดทันที “หน้าต่างก็เปิดไม่ได้เช่นกัน”


            การเคลื่อนไหวของหลิวซานนีแข็งทื่อ จากนั้นนางก็พูดด้วยสีหน้าหงุดหงิด “แล้วใครบอกล่ะว่าข้าจะเปิดหน้าต่าง?”

             

            หลังจากพูดจบ นางก็ลากร่างกายที่เจ็บปวดและเหนื่อยล้าไปยังตำแหน่งเดิม เมื่อได้ยินเสียงดนตรีดังมาจากนอกห้อง หลิวซานนีก็หดหู่มาก แม้แต่คนโง่เขลาก็ยังรู้ว่าฉางเล่อฟางเป็นสถานที่แบบใด


            หากไม่อยากจบชีวิต ก็ต้องหาทางออกไปให้เร็วที่สุด


            “พี่หญิงสาม ท่าน ท่านคิดว่าจะออกไปจากที่นี่ได้อย่างไร?” หลิวอู่นีย่อตัวลง เมื่อเห็นสายตาพี่สาวกำลังเหม่อลอย ก็รีบพูดอย่างรวดเร็วว่า “มี มีรูอยู่ตรงนั้น หากขุดให้กว้างขึ้นอีกหน่อย บางทีอาจจะปีนออกไปได้”


            หลิวซานนีพูดอันใดไม่ออก และอยากตบนางจริง ๆ เหตุใดนางถึงมาพูดเรื่องสำคัญเอาตอนนี้?


            แต่เมื่อเห็นรูที่ว่า หลิวซานนีก็อยากจะตบนางมากกว่าเดิม แบบนี้เรียกว่าขุดอีกหน่อยก็ออกไปได้งั้นหรือ?


            เห็นได้ชัดว่าใหญ่กว่าปากชามเล็กน้อย แม้แต่ทารกแรกเกิดก็ยังคลานออกไปไม่ได้ ใช่หรือไม่?


            “หลิวอู่นี เจ้ายั่วโมโหข้าหรือ!” หลิวซานนีกัดฟัน ยิ่งมองนางก็ยิ่งไม่พอใจ อยากจะตบนางให้ตายจริง ๆ


            หลิวอู่นีส่ายหัว แล้วรีบหยิบกิ่งไม้ขึ้นมาขุดรอบ ๆ รูนั้น “พี่สาว พี่สาว พื้นตรงนี้เป็นโคลน ขุดเปิดออกได้ง่าย”


            ดวงตาของหลิวซานนีเป็นประกาย นางรีบเข้าไปช่วยขุดด้วยทันที


            เมื่อเห็นรูที่ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ สองพี่น้องก็แสดงสีหน้าดีใจ เกือบจะเสร็จแล้ว


            อีกนิดเดียวเท่านั้น


            หลิวซานนีไม่อาจควบคุมความปรารถนาที่จะหนีจากที่นี่ได้ นางจึงยกเท้าขึ้นถีบออกไป


            สุดท้ายผนังห้องบางๆ ก็ไม่อาจทนแรงเท้านางได้ มันจึงพังทลายลง แสงจ้าสาดส่องเข้ามาจากภายนอก ทำให้ห้องอันสลัวรางสว่างขึ้นในทันใด


            สองพี่น้องที่กำลังดีใจปีนออกมาโดยไม่ลังเล และพบว่ามันอยู่ทางประตูหลัง และไม่มีใครเฝ้าประตูหลัง


            หลิวซานนีเพิกเฉยต่อความเจ็บปวด นางจูงหลิวอู่นีวิ่งไปที่ประตูหลัง นางต้องการออกจากที่นี่ ไม่อาจอยู่ที่นี่เพื่อดื่มชาแม้สักแก้วได้


            แต่ทันใดนั้นชายฉกรรจ์สองคนก็ปรากฏตัวขึ้นจากด้านข้าง แล้วมายืนขวางทางไว้ หลิวซานนีสิ้นหวังและพยายามสู้ แต่สุดท้ายนางก็ถูกจับไปโยนลงบนพื้นเหมือนไก่


            เมื่อหลิวอู่นีเห็นอีกฝ่าย นางก็ตัวสั่นด้วยความกลัว และกอดหลิวซานนีขณะร้องไห้ “พี่หญิงสาม ข้ากลัว”


            หลิวซานนีก็กลัวมากเช่นกัน แต่พยายามทำเป็นสงบนิ่งอย่างเต็มที่


            หากความกลัวในแววตาของนางไม่ทรยศ เถ้าแก่จ้าวอาจจะเชื่อจริง ๆ ว่านางไม่กลัว แต่น่าเสียดาย... ครอบครัวหลิวพูดถูก นางดื้อด้านมากจริง ๆ


            ในช่วงเวลาเพียงสั้น ๆ นางกลับขุดหลุมวิ่งออกมาได้ นี่ไม่นับว่าดื้อด้านหรือ?


            เขาหยิบถ้วยชาที่อยู่ด้านข้างขึ้นมาจิบช้า ๆ ไม่มีหญิงสาวคนใดที่มาที่นี่ครั้งแรกแล้วสงบเสงี่ยม แต่หลังจากนั้นไม่นาน พวกนางก็เชื่อฟังมาก


            เขาแสยะยิ้มมุมปาก เพราะเขามีวิธีมากมายที่จะทำให้พวกนางเชื่อฟัง


            หลิวซานนีกัดฟันพูดไม่ออก สุดท้ายนางรวบรวมความกล้าจ้องมองไปที่อีกฝ่าย “เถ้าแก่ ปล่อยพวกเราไปได้หรือไม่เจ้าคะ? ข้า ข้าจะหาทางคืนเงินให้ท่าน คนที่ขายเราไม่ใช่แม่ของพวกเรา”


            “มันสำคัญหรือ?” เถ้าแก่จ้าวเลิกคิ้ว “สี่สิบตำลึงเชียวนะ ทั้งชาติเจ้าคงไม่มีวันหามาคืนได้”


            หลิวซานนีสูดลมหายใจเข้าอย่างแรง ใบหน้าของนางซีดเผือดลงทันที สี่สิบตำลึง นางกลัวว่าทั้งชีวิตของนางก็คงหาเงินมากมายถึงเพียงนี้ไม่ได้


            เถ้าแก่จ้าววางถ้วยชาในมือลง “ในเมื่อเจ้ามาถึงนี่แล้วก็อย่าคิดมาก อยู่ที่นี่อย่างสงบเสงี่ยมและอย่าทำสร้างปัญหา ก็ยังดีกว่าต้องทนทุกข์ทรมานเพราะยากจนอยู่ที่บ้าน”


            หลังจากพูดเช่นนั้นเขาก็โบกมือ สั่งให้คนมาพาคนน้องไปมอบให้คนในห้องพิเศษ ส่วนคนพี่ก็ค่อนข้างน่าสนใจ เขาคิดว่าสามารถฝึกได้


            “พวกเจ้ากำลังจะทำอันใด ปล่อยข้านะ” หลิวอู่นีถูกลากตัวขึ้นมา นางจึงกรีดร้องด้วยความกลัวขณะดิ้นรนอย่างสิ้นหวัง เพื่อขอความช่วยเหลือจากหลิวซานนี “พี่หญิงสาม ช่วยข้าด้วย พี่หญิงสาม!”


             “อู่นี!”


            หลิวซานนีตื่นตระหนก และรีบวิ่งเข้าไปพยายามดึงหลิวอู่นีออกมา แต่ก็ไม่อาจช่วยได้เลย

    .............................................................................................................................

    สารจากผู้แปล

    โอ๊ย เกือบจะหนีได้แล้วเชียว ท่านแม่มาไวๆ ไม่งั้นก็เอ้อร์หลางกับซื่อหลางมาช่วยหน่อย

    ไหหม่า(海馬)


    คล้ายกับเรื่อง(จบ) ทะลุมิติไปเป็นแม่สามีสุดแสบ ที่คุณอ่าน