โหลวเจินจูนอนนิ่งอยู่บนเตียงมีจ้าวลู่ชิงเป็นผู้ทายาบริเวณรอยฟกช้ำที่เกิดจากการถูกตี
“สาเหตุที่ท่านปู่ไม่อนุญาตให้บุรุษตระกูลจ้าวรับอนุภรรยาก็เพราะกลัวเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ คนในตระกูลรบราฆ่าฟันกันแล้วจะรับมือกับศัตรูภายนอกได้อย่างไร”
“ข้าไม่คิดว่าท่านย่าจะเลวร้ายเพียงนี้ นางเป็นคนอ่อนโยนมาตลอด ยังดีที่ท่านแม่คอยบอกให้ข้าระวังนางเอาไว้”
“มนุษย์จิตใจลึกล้ำยิ่งกว่ามหาสมุทร พวกเราไม่มีทางรู้หรอกว่าผู้ใดกำลังคิดอันใดอยู่ คนอ่อนโยนใช่ว่าจะเป็นคนดีเสมอไป บางครั้งความอ่อนโยนที่แสดงออกมาก็เพื่อให้เหยื่อตายใจ”
นางเป็นคนสองชาติภพย่อมเจอคนมาหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะอยู่ในภพใดมนุษย์ล้วนไว้ใจได้ยากที่สุด ยิ่งยุคสมัยแห่งการแก่งแย่งยากที่จะไว้ใจผู้ใดได้ ผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้นถึงสามารถรักษาชีวิตรอด
“เมื่อไหร่ท่านพ่อจะกลับมา ถ้าท่านพ่อกลับมาจะเข้าข้างผู้ใด” โหลวเจินจูลังเล นางกลัวว่าท่านพ่อจะยึดหลักกตัญญูจนมองข้ามความอยุติธรรมที่มารดาของนางได้รับ
“พี่หญิงท่านจงวางใจเถิด หากท่านอาเขยเข้าข้างนาง ตระกูลจ้าวยินดีอ้าแขนต้อนรับพวกท่าน”
“พวกข้าไม่มีหลักฐานเอาผิด ท่านพ่ออาจคิดว่าพวกข้าใส่ร้ายนาง”
“ท่านกังวลจนเกินเหตุ ที่ผ่านมาท่านอาเขยก็รักและเอ็นดูพวกท่านเป็นอย่างมาก เหตุใดถึงได้คิดว่าบิดาจะเลือกผู้อื่นมากกว่าภรรยาและบุตรของตนเอง”
“นั่นคือผู้อาวุโสที่เหลืออยู่ของตระกูลโหลว”
“ผู้อาวุโสแล้วอย่างไร ผู้อาวุโสที่คิดฆ่าบุตรหลาน สมควรเก็บไว้ให้ขวางหูขวางตาด้วยหรือ อีกอย่างนางไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพวกท่าน นางเป็นคนสกุลซุย พวกคนสกุลซุยต้องการยึดสกุลโหลวให้อยู่ในกำมือ”
จ้าวลู่ชิงรู้ว่าสกุลโหลวนั้นร่ำรวยมาก บรรพบุรุษหลายรุ่นล้วนเป็นพ่อค้าจนมาถึงโหลวฉ่ายผิงบุคคลที่มีความโดดเด่นจนสามารถแตกหน่อใหม่สอบเป็นขุนนางได้ ด้วยแรงสนับสนุนของท่านปู่กับท่านพ่อโหลวฉ่ายผิงถึงได้เป็นเจ้าเมืองอยู่ที่บ้านเกิด ไม่เหมือนผู้อื่นที่ต้องถูกโยกย้ายไปตามคำสั่งไม่มีสิทธิ์เลือก
ทรัพย์สมบัติที่ตกทอดมาหลายรุ่นล้วนอยู่ในความดูแลของท่านอาหญิงนาง ไม่ต้องแปลกใจหากยายแก่นั่นต้องการควบคุมจวนโหลว
“พี่หญิง อนุซุยยามอยู่ที่จวนนางทำอันใดบ้างเจ้าคะ”
“เจ้าถามถึงซุยหรานน่ะหรือ”
จ้าวลู่ชิงพยักหน้า
“นางก็ดูสงบเสงี่ยมไม่เคยมาระรานพวกข้าเลยสักครั้ง ท่านพ่อก็ไม่เคยไปหานาง วัน ๆ นางปรนนิบัติดูแลท่านย่า มีเวลาว่างก็ชอบออกไปไหว้พระและค้างคืนที่อารามจิ้นฉือกับท่านย่า”
“อารามจิ้นฉือ?”
“อารามจิ้นฉือตั้งอยู่บนเขาเฟิงหลง ห่างออกไปประมาณร้อยลี้”
“ระยะทางมิใช่น้อย ๆ” จ้าวลู่ชิงพึมพำกับตัวเอง “ท่านเคยไปอารามจิ้นฉือหรือไม่”
โหลวเจินจูส่ายหน้า นางไม่เคยไปเพราะมันไกลและไม่มีเหตุผลใดที่นางต้องไกลขนาดนั้น อารามนอกเมืองห่างออกไปเพียงสิบลี้ก็มี
“ท่านพักผ่อนเถิด ข้าจะไปดูท่านอาหญิงสักหน่อย”
“ข้าไปด้วย ข้าเป็นห่วงท่านแม่”
จ้าวลู่ชิงมิได้ห้าม พวกนางเข้ามาในห้องนอนของจ้าวเหม่ยอิง บนเก้าอี้มีชายชรานั่งสัปหงกอยู่
มือเรียวยกขึ้นแตะปากส่งสัญญาณให้คนที่ตามมาด้วยเดินเบา ๆ ท่านปู่เร่งเดินทางมาทั้งคืนจนเข้าสู่วันใหม่ยังไม่ได้พักผ่อน
“เจ้ายังไม่พักผ่อนอีกหรือ” จ้าวเฉิงเอ่ยถามหลานสาว ลืมตาขึ้นเห็นนางเดินหย่องราวกับแมว
“ข้าทำให้ท่านปู่ตื่นเสียแล้ว ข้าเพียงแค่มาตรวจท่านอาหญิงจากนั้นก็คิดว่าจะไปงีบหลับสักหน่อย”
“เจ้ารีบตรวจแล้วรีบไปพักผ่อนเถิด เดินทางเหนื่อยมาทั้งคืน”
“เจ้าค่ะ”
จ้าวลู่ชิงนั่งลงตรวจวัดชีพจรของจ้าวเหม่ยอิงอยู่สักพัก ดวงตาของนางสงบนิ่งดูเคร่งขรึมทั้งที่ภายในใจของนางกำลังลิงโลด ดอกบัวสีเลือดช่างวิเศษนัก การไหลเวียนของซี่ในร่างกายกลับมาเป็นปกติ
“อืม ยามนี้ท่านอาหญิงกำลังอ่อนแอมาก ต้องดื่มยาตามเทียบที่ข้าจัดให้หมด”
ประโยคหน้าคือคำโกหกกลบเกลื่อนส่วนประโยคหลังนางพูดเรื่องจริง ท่านอาหญิงน่าจะได้รับสารหนูโดยการสัมผัสทางผิวหนังและการสูดดม ไม่รู้ว่าได้รับมานานเท่าไหร่แล้วนางต้องกำจัดสารหนูที่ตกค้างในร่างกายออกให้หมด มิฉะนั้นอนาคตอาจเกิดอันตรายแม้แต่ดอกบัวสีเลือดก็ช่วยให้กลับมามีชีวิตไม่ได้
“เจ้าไปพักผ่อนเถิด”
“น้องหญิงไปพักผ่อนที่ห้องของข้าดีหรือไม่” โหลวเจินจูยังขวัญผวาไม่หายนางไม่อยากนอนคนเดียว
“ได้เจ้าค่ะ”
“พวกเจ้าไปเตรียมน้ำอุ่นและเสื้อผ้าให้น้องหญิงลู่ชิง”
“เจ้าค่ะ” สาวใช้รีบไปทำตามคำสั่ง
จ้าวลู่ชิงเห็นสาวใช้ที่มีน้อยนิด ท่านอาหญิงของนางแต่งเข้ามาในตระกูลโหลวก็หลายปี เหตุใดถึงได้มีคนจงรักภักดีน้อยนักนะ ในบรรดาห้าคนมีสามคนที่ตามออกเรือนมาจากตระกูลจ้าว
หรือคนพวกนั้นคิดว่าตระกูลจ้าวสูญสิ้นอำนาจจึงหาเจ้านายที่สามารถพึงพาได้ สกุลซุยพึ่งพาได้จริงหรือ
จ้าวลู่ชิงกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดแล้วปีนขึ้นเตียงของโหลวเจินจูเพื่อพักผ่อน ต่อให้นอนกลางทรายนางก็หลับลงเพราะความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตั้งแต่เมื่อคืน
โหลวเจินจูนั่งเย็บปักผ้าเช็ดหน้าข้างเตียงมองใบหน้าพริ้งเพราของญาติผู้น้อง น้องหญิงของนางงดงามสมกับมีมารดาเป็นหญิงงามอันดับต้น ๆ แห่งเมืองหลวง และยังมีบิดารูปงาม
ท่านแม่เคยเล่าให้นางฟังว่าแต่ก่อนท่านลุงถูกเรียกขานว่าเป็นขุนนางหน้าหยก สตรีต่างยื้อแย่งกันจนท่านยายปวดหัวกับการมาเยือนของฮูหยินจวนต่าง ๆ ท่านตารู้ข่าวเข้าจึงเขียนจดหมายกลับจวนยื่นคำขาดให้ท่านลุงรีบแต่งงาน ผู้ใดจะรู้ว่าสตรีที่ท่านลุงเลือกแล้วว่าจะแต่งงานด้วยคือหญิงงามที่มีข่าวว่าสกุลหลัวหมายตา แต่กลับชักช้าจนถูกท่านลุงนางแย่งไป
น้องหญิงของนางยิ่งโตก็ยิ่งผุดผาด หากจวนไม่ล่มสลายนางคงรั้งตำแหน่งหวังเฟยแห่งจวนอ๋อง
โหลวเจินจูไม่รู้เลยว่าตอนนี้ญาติผู้น้องของตนเองก็ยังรั้งตำแหน่งหวังเฟยเอาไว้แน่น ไม่มีผู้ใดสามารถแย่งมันไปได้
ห้องครัวใหญ่โตมีเพียงจ้าวลู่ชิง ซูเซียงและโหลวเจินจู บ่าวรับใช้ขี้ขลาดไม่กล้าช่วยเหลือเจ้านายถูกไล่ไปอยู่รวมกับพวกที่แปรพักตร์ คนพวกนี้เก็บไว้ข้างกายก็ไร้ประโยชน์
“น้องหญิงลู่ชิง ข้าเพิ่งรู้ว่าเจ้าทำอาหารได้เก่งยิ่งนัก” แต่ก่อนนางไปเยี่ยมญาติฝั่งมารดาอยู่บ่อยครั้งไม่เคยเห็นน้องหญิงเข้าครัวเลยสักครั้ง
“พี่หญิงชมข้ามากเกินไปแล้ว ข้าเพียงต้มข้าวให้กับท่านอาหญิง”
ซูเซียงปิดปากขำเพียงข้าวต้มถ้วยเดียวคุณหนูเจินจูก็ชมคุณหนูของนางถ้าเห็นอาหารเลิศรสหลายอย่างที่คุณหนูทำจะไม่เอ่ยชมไปอีกเป็นปีเลยหรือ
“อีกไม่นานภัตตาคารหย่งเล่อคงนำอาหารที่สั่งไปมาส่ง” ระหว่างที่อาศัยอยู่ที่นี่ คงต้องอาศัยการสั่งอาหารจากภัตตาคารจะสะดวกกว่าลงมือทำเอง
เสียงร่ำไห้ภายในห้องทำให้เท้าของคนที่จะเข้าไปในห้องหยุดชะงัก
“ท่านแม่” โหลวเจินจูผลักประตูเข้าไปในห้องนางเห็นท่านแม่นั่งร้องไห้โดยมีท่านตากับน้องชายคอยปลอบใจอยู่ข้าง ๆ นางจึงวิ่งเข้าไปปลอบมารดาอีกคน
“ข้ามันไร้ความสามารถแค่บุตรในครรภ์ก็รักษาไว้ไม่ได้” กอดห่อผ้าที่มีร่างของเด็กทารกไร้ลมหายใจ ร่ำไห้จนน้ำตาแทบเป็นสายเลือด
จ้าวลู่ชิงคารวะดอกบัวสีเลือดที่มีสรรพคุณวิเศษอย่างน่าเหลือเชื่อ สามารถรักษาอาการคนใกล้ตายให้ลุกขึ้นร้องไห้ได้ในไม่กี่ชั่วยาม เกรงว่าท่านอาหญิงอาการจะทรุดเพราะร้องไห้มากกว่าเสียเลือด
ส่งสายตาให้ซูเซียงนำอาหารวางไว้บนโต๊ะ นางเข้าไปกระซิบข้างหูท่านปู่ก่อนจะขอตัวออกไปข้างนอก
นางไม่ชอบเสียงร้องไห้สักเท่าไหร่มันฟังดูหดหู่จึงถอยออกมา เป็นธรรมดาที่ท่านอาหญิงจะร้องไห้หนักกับสูญเสียบุตร
สายตาลึกล้ำจ้องมองบริเวณจวนสกุลโหลวที่กว้างใหญ่ บ่าวรับใช้เฝ้าเวรยามล้วนจงรักภักดีต่อหญิงชรา ตอนนายท่านผู้เฒ่าสกุลโหลวยังมีชีวิตอยู่คงรักนางมากถึงได้สะสมพรรคพวกทำให้คนภักดีได้เพียงนี้
ท่านอาเขยของนางรับสืบทอดหัวหน้าสกุลต่อและยังเป็นถึงเจ้าเมืองเหตุใดคนพวกนี้ถึงได้หันไปจงรักภักดีกับหญิงชรามากกว่า มันช่างแปลกจนนางไม่สามารถมองข้ามได้
แสงจันทร์นวลกระจ่างยามค่ำคืนสาดส่องให้ความสว่าง จ้าวลู่ชิงไม่สามารถข่มตาลงได้ สมองนางตอนนี้กำลังคิดถึงเรื่องสารหนูที่เคลือบอยู่ในกระดาษ จวนใหญ่ยากที่จะสืบหาหลักฐานได้ ในยุทธภพมีจอมยุทธ์รับจ้างมากมาย การลักลอบเข้ามาในจวนไม่ใช่เรื่องยาก
เตียงนอนถูกนางครอบครองแต่เพียงผู้เดียวเพราะผู้เป็นเจ้าของไปนอนเฝ้ามารดา กว่าจะข่มตาลงได้เวลาก็ล่วงเลยเข้าสู่เช้าวันใหม่
หอตำราซือฉือ
จ้าวลู่ชิงกับโหลวเจินจูและซูเซียงปลอมเป็นชายเข้ามาภายในหอตำราขนาดใหญ่ที่สุดตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเมือง
ม้วนตำราวางอยู่ตามชั้น ต่างถูกสตรีสามนางทดสอบพิษด้วยเข็มเงินอย่างเงียบ ๆ
จ้าวลู่ชิงขยับจมูกนางไม่ได้กลิ่นสารหนูในหอตำรา
ทดสอบมาเป็นชั่วยามเข็มเงินยังไม่เปลี่ยนสีเลยสักนิด แสดงว่าตำราที่ท่านอาหญิงซื้อจากที่นี่ไม่ได้เคลือบสารหนูป้องกันการเข้าทำลายของแมลง เพื่อความมั่นใจพวกนางทั้งสามก็ทดสอบไปเรื่อย ๆ
จนพระอาทิตย์ตั้งตรงเหนือศีรษะทั้งสามจึงหยุดมือ เดินลงมาจากชั้นสอง