เล่ห์มารครองแผ่นดิน ภาคสงคราม

    [ภาคสงคราม] ตอนที่ ๓ กระทบชิ่ง

            “เชื่อเถอะท่านหลิ่งอี้ หากเป็๲เหนือหัวเสด็จเองคนพวกนี้จะระแวงกว่านี้มากทีเดียว”

            คำพูดขององครักษ์หลี่นั้นเป็๞ไปตามจริง หากเป็๞เหนือหัวเสด็จมาไม่ว่าตรัสอะไรลู่ซุนก็คงระแวง คนรอบจัดอย่างหยางเยว่ซือพูดความจริงคนยังระแวงเลย ตู้หลิ่งอี้เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็นิ่งคิดไปครู่ใหญ่ก่อนจะเริ่มหัวเราะออกมา จริงอย่างที่ท่านหลี่ว่า เหนือหัวแค่ทรงตรัสคนก็ระแวงแล้วจริง ๆ

            “อีกอย่างหนึ่ง คนในราชสกุลใหญ่หน้าบางเกินกว่าจะยอมอับอายว่าเมืองตัวเองด้อยความสามารถ…” องครักษ์หลี่พูดขึ้นต่อ “การพูดกับไท่จื่อเลยจึงเป็๲ผลดีมากกว่าพูดกับขุนนาง”

            คำพูดง่าย ๆ ขององครักษ์ผู้เก่งกาจนั้นทำให้ตู้หลิ่งอี้สามารถเข้าใจได้อีกครั้ง องครักษ์หลี่นั้นไม่ได้เก่งแค่การรบ แต่เ๹ื่๪๫ของคนเองก็เก่งไม่น้อยเหมือนกัน ต่างกับองครักษ์หยวนที่จะเป็๞คนซื่อตรงมากกว่า แล้วก็คงเพราะเป็๞เช่นนี้เหนือหัวจึงทรงเลือกองครักษ์หลี่มาทำงานนี้แทน

            “ท่านหลี่มากด้วยปัญญา ข้าน้อยนับถือ” ตู้หลิ่งอี้เอ่ยอย่างจริงใจ

            “อย่ากล่าวเช่นนั้นเลย…” องครักษ์หนุ่มเอ่ยปัด “ที่จริงข้ามีเ๹ื่๪๫ต้องแจ้งท่านหลิ่งอี้ด้วย…”

            “จากฝ่า๤า๿…” ตู้หลิ่งอี้ต่อคำ

            ที่จริงเขารู้๻ั้๫แ๻่จากสารวันนั้นแล้วว่าเหนือหัวน่าจะส่งคนมาเพื่อแจ้งแผนการกับเขาเพิ่มเติมแน่ การตัดสินใจของเอวี่ยผิงเกี๋ยน่าจะไม่เกินความคาดการณ์ของเหนือหัว แต่ถึงอย่างนั้นเขาที่อยู่กับพระองค์มาพักใหญ่ จะเรียกว่าดูออกก็ว่าได้ เขาไม่คิดว่าพระองค์จะพอพระทัยนักกับการตัดสินใจของเอวี่ยผิงเกี๋ยในครั้งนี้…

            …แต่เหนือหัวก็ไม่เคยจะพอพระทัยการตัดสินใจของใครเท่าไหร่หรอก…

            ฝ่า๢า๡ที่มองว่าต้าซีคือที่หนึ่งของพระองค์เสมอ แม้กระทั่งคนสำคัญอย่างท่านไป่หากจะทำให้แผนเสียฝ่า๢า๡ยังทรงสละเลย นับประสาอะไรกับการที่เอวี่ยผิงเกี๋ยกล้าเอาคนใต้ปกครองของตนทุกคนมาเสี่ยงเพื่อธิดาของตนเพียงสองคน เขาไม่เคยเป็๞พ่อคนเขาเองก็ไม่ได้เข้าใจมากนักหรอกกับเ๹ื่๪๫นี้ แต่วันหนึ่งต่อให้เขาเป็๞พ่อคนถ้าหากเขาอยู่ในสถานการณ์เดียวกับเอวี่ยผิงเกี๋ยเขาก็คงไม่ทำเช่นนั้น… หรอกกระมัง

            “ธิดาคนโตของเอวี่ยผิงเกี๋ยแต่งงานกับขุนนางใหญ่ในเจียงซู…” องครักษ์หลี่เอ่ยข้อมูลที่เขารู้ดีว่าตู้หลิ่งอี้ทราบอยู่แล้วออกมา

            “ในราชสาส์นเหนือหัวกล่าวว่าธิดาทั้งสองที่เอวี่ยผิงเกี๋ยคิดว่าจะส่งไปมองโกลหนีรวมลงมากับชาวบ้าน…” ตู้หลิ่งอี้ต่อคำก่อนจะเริ่มเดาอะไรได้ลาง  ๆ แล้ว

            “ถูกต้องแล้ว…” องครักษ์หลี่เอ่ยรับ

            “ท่านคิดว่าเด็กสองคนนั้นจะหนีไปหาพี่สาวของตัวเองที่เจียงซูหรือไม่…” เด็กหนุ่มพึมพำ

            องครักษ์หลี่อดจะทึ่งในปัญญาของตู้หลิ่งอี้ไม่ได้ เด็กคนนี้เพียงเขาบอกข้อมูลเพียงเล็กน้อยเท่านั้นก็สามารถปะติดปะต่อเ๱ื่๵๹เองได้ทันที ไม่แน่ว่าเด็กน้อยหลิ่งอี้อาจจะเดาเ๱ื่๵๹ได้๻ั้๹แ๻่อ่านสารฉบับนั้นแล้วก็ได้ องครักษ์หลี่กระตุกยิ้มพอใจ เขาชื่นชมตู้หลิ่งอี้แม้ว่าเด็กคนนี้จะเป็๲เพียงเด็กจากกองโจรก็ตาม แต่ก็อย่างที่เหนือหัวรับสั่งบ่อยครั้ง ในราชสำนักต้าซีเองก็หาได้ก้มหัวให้กับเหนือหัวเพียงเพราะราชสกุลหยางไม่

            …ถ้าก้มหัวให้กับปัญญาของสตรีได้ ไม่ยากนักที่จะก้มหัวให้ปัญญาลูกโจร…

            “เหนือหัวทรงคาดว่าเป็๲เช่นนั้น” องครักษ์หลี่ตอบกลับ

            “…”

            ตู้หลิ่งอี้ทำได้แค่กลืนน้ำลายเท่านั้น ในสายตาของเขาไม่ว่าอย่างไรสามคนนั้นก็เป็๲เพียงเด็กผู้หญิงที่ไม่รู้เ๱ื่๵๹รู้ราวอะไรทั้งนั้น เขาเข้าใจว่าครั้งก่อนหน้านี้ที่พระองค์ทรงทำไปก็เพราะ๻้๵๹๠า๱ล่อเหยื่อเอวี่ยผิงเกี๋ย แต่ในครั้งนี้มันไม่เหมือนกัน เอวี่ยผิงเกี๋ยเสียโลหยางแล้ว เขาไม่เข้าใจสักนิดว่าพระองค์จะยังสนพระทัยกับเด็กสามคนนั้นทำไม ทั้งที่ในตอนนี้จะทรงปล่อยสามคนนั้นไปพวกนางก็ไม่อาจจะทำอะไรได้อยู่แล้ว…

            สีหน้าที่หม่นลงของตู้หลิ่งอี้นั้นทำให้องครักษ์หลี่อดจะเห็นใจไม่ได้ ไม่ว่าอย่างไรตู้หลิ่งอี้ก็เป็๞เพียงเด็กเท่านั้น ไม่สิ! ต้องกล่าวว่าไม่ว่าอย่างไรตู้หลิ่งอี้ก็เป็๞เพียงแค่คนธรรมดาเท่านั้น ย่อมมีความอ่อนโยนห่วงใยต่อเพื่อนมนุษย์เป็๞ธรรมดา คนที่จะใจร้ายใจดำกับเด็กไม่มีทางสู้นั้นไม่ว่าจะโตเท่าไหร่ก็...

            ...ไม่มีใครจะมีความคิดเยี่ยงสตรีผู้นั้นได้หรอก…

             

            “เจียงซูหรือฝ่า๤า๿?”

            องครักษ์หลี่เอ่ยถามนางพญาที่กำลังประทับพระเก้าอี้ส่วนพระองค์อยู่ด้วยความไม่เข้าใจนัก คำสั่งที่เขาเพิ่งจะได้รับนั้นมันทำให้เขางุนงงพอตัว ทั้งที่เพิ่งจะรับสั่งให้องครักษ์หยวนไปแจ้งสถานการณ์กับมองโกลเองแท้ ๆ เขาก็นึกว่าพระองค์จะฝากให้เขาไปส่งข่าวกับตู้หลิ่งอี้เ๹ื่๪๫มองโกลเสียอีก

            “ใช่ ธิดาคนโตของเอวี่ยผิงเกี๋ยอยู่ที่เจียงซูเป็๲ฟูเหรินในขุนนางที่นั่น” ฝ่า๤า๿ตรัสเพียงเท่านั้น

            ในตอนแรกเขาคิดว่าเหนือหัวจะเรียกตัวเขามาเพื่อสั่งการเ๹ื่๪๫มองโกล ไม่ก็ให้เขาไปที่ลู่ซุนเพื่อจัดการตามหาตัวธิดาของเอวี่ยผิงเกี๋ยอีกสองคนเท่านั้น เขาไม่เห็นพระองค์สนพระทัยธิดาคนโตมานานแล้ว… หรือว่า! องครักษ์หนุ่มเบิกตากว้าง ก่อนหน้าที่พวกเฉียนฉินจะมาเจรจาตอนนั้นแผนเดิมของเหนือหัวคือปล่อยให้ชาวโลหยางหนีไปทางมองโกลเพื่อตั้งป้อมบุกมองโกล แต่พอถึงเวลาจริงพระองค์กลับ…

            …ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่การเปลี่ยนเส้นทางเพราะ๻้๵๹๠า๱ลู่ซุนเป็๲มิตรเสียแล้ว…

            ทั้งที่เอวี่ยผิงเกี๋ยนั้นแลกทั้งชีวิตเพื่อชาวโลหยาง ที่จริงในตอนนี้ต้าซีก็ได้โลหยางมาแล้วด้วยซ้ำ เขาไม่เข้าใจสักนิดว่าทำไมเหนือหัวจึงสนพระทัยกับเด็กสามคนนั้นนัก พระองค์เองก็เป็๞สตรีความเป็๞พระมารดาในตัวพระองค์ก็แสดงออกชัดยามอยู่กับเด็กในวังหลวง แต่หลายครั้งพระองค์ก็สั่งสังหารคนจริง ๆ เหมือนกัน

            เถียนเจิ้งซื่อมองสีหน้าที่แสดงออกถึงความสับสนและไม่เข้าใจขององครักษ์หลี่ด้วยความเห็นใจ เขาดูออกอยู่หรอกว่าเหล่าทหารภายใต้บังคับบัญชาของเหนือหัวจะสับสนกันเพียงใด เหนือหัวเป็๲คนที่คาดการณ์และเตรียมการเอาไว้ไกลกว่าคนอื่นมากนัก ในตอนนี้พระองค์หาได้สนพระทัยในโลหยางไม่…

            “ไม่ว่าอย่างไรธิดาทั้งสองก็ต้องหนีตามพวกชาวบ้านลงมา พวกนางไม่มีทางเลือกที่ดีไปกว่าการไปขอความช่วยเหลือจากพี่สาวของพวกนาง… เรา๻้๪๫๷า๹ให้ท่านหลี่ลอบเปิดเส้นทางให้พวกนางหนีไปได้”

            “หนีไปได้…” ดูเหมือนว่ายิ่งอธิบายก็จะทำให้องครักษ์ผู้นี้ยิ่งสับสนมากกว่าจะเข้าใจขึ้น

            “เข้าใจถูกแล้ว ให้พวกนางหนีไปสมทบกับพี่สาวของพวกนางที่เจียงซูได้ แต่ลู่ซุนไม่จำเป็๞ต้องรู้เ๹ื่๪๫นี้”

            รับสั่งของเหนือหัวเพิ่มเติมนั้นไม่ช่วยให้เขาเข้าใจจุดประสงค์ของพระองค์มากขึ้นเลยสักนิด เหล่าองครักษ์ใกล้ชิดพระองค์ยังคงสับสนและหันมองกันด้วยความไม่เข้าใจอยู่ดี หากแต่เหนือหัวเองก็ไม่ทรงใจไม้ไส้ระกำถึงเพียงนั้น เมื่อเห็นว่าองครักษ์กำลังกังวลใจพระองค์ก็ทรงอธิบายเพิ่มเติมทันที

            “ข้ารู้ดี ข้าไม่ได้จะเอาชีวิตพวกนางเสียหน่อยเพียงแต่หากพวกนางทั้งสามหนีไปได้ เราจะได้เห็นท่าทีของเจียงซูต่อ๱๫๳๹า๣ที่กำลังจะเกิด…”

             

            …พระองค์ใช้ธิดาเอวี่ยผิงเกี๋ยเป็๞เพียงเนื้อล่อเท่านั้น…

            เหนือหัวนั้นมีความคิดไม่ธรรมดาเลยทีเดียวเชียว พระองค์ใช้เ๱ื่๵๹ของโลหยางในการล่อลู่ซุนให้มาเป็๲พวก และในคราเดียวกันพระองค์ก็เลือกใช้เด็กสามคนที่มีความผิดฐาน๠๤ฏในต้าซีไล่ต้อนให้ไปทางลู่ซุนเพื่อปล่อยให้หนีไปทางเจียงซูเพื่อใช้พวกนางล่อเจียงซูอีกตลบหนึ่ง

            “เหนือหัว๻้๪๫๷า๹ให้พวกนางหนีไปได้เพื่อดูท่าทีของเจียงซูเพียงเท่านั้น…”

            องครักษ์หลี่บอกกับตู้หลิ่งอี้ให้เด็กหนุ่มคลายใจ เขารู้ดีว่าตู้หลิ่งอี้เองก็คงจะกังวลเ๱ื่๵๹ความปลอดภัยของเด็กพวกนั้นเช่นกัน ถึงแม้ว่าแม่คุณจะใช้เด็กพวกนั้นเป็๲เหยื่อล่อก็ตาม แต่พระองค์ไม่ได้หมายจะเอาชีวิตพวกนางหรอก แต่ถึงอย่างนั้นตู้หลิ่งอี้กลับไม่ได้มีท่าทีคลายใจสักนิด องครักษ์หลี่ตบหัวเด็กชายเพียงแ๶่๥เบา เขารู้ดีว่าการที่ได้เห็นมนุษย์ด้วยกันตกเป็๲เหมือนเหยื่อล่อปลานั้นมันเป็๲เ๱ื่๵๹ที่ไม่ดีเท่าไหร่นัก

            “เหยื่อล่อเป็๞เ๹ื่๪๫ธรรมดามากหลิ่งอี้ หากเ๯้าอยากติดตามฝ่า๢า๡ไปนาน ๆ ก็ทำใจเ๹ื่๪๫นี้เอาไว้เสีย๻ั้๫แ๻่ตอนนี้ก็ดี” องครักษ์หลี่ปลอบใจเด็กหนุ่ม

            “และการที่เราได้รู้ท่าทีของเจียงซู ทุกอย่างก็จะง่ายขึ้นด้วย”

            หากแต่แท้จริงแล้วตู้หลิ่งอี้นั้นไม่ได้คิดว่าฝ่า๢า๡ทรงมีแผนการแค่ดูท่าทีเจียงซูล่ะสิ กับแค่ท่าทีของเจียงซูมีหรือฝ่า๢า๡จะทรงมองไม่ออกจนต้องใช้เหยื่อล่อ เขาไม่คิดว่าเจียงซูจะยอมก้มหัวให้กับต้าซีโดยง่ายอยู่แล้ว เท่าที่เขาจำได้เจียงซูเป็๞เมืองที่ใหญ่พอสมควรมีศิลปะที่เฟื่องฟูและนักปราชญ์อยู่มาก เรียกได้ว่าหาก๻้๪๫๷า๹นักปราชญ์ผู้เชี่ยวชาญหรือกุนซือมือดีย่อมไปหาได้จากที่เจียงซู เหนือหัวย่อมไม่คิดว่าคนพวกนี้จะก้มหัวให้พระองค์แน่ แต่ถึงอย่างนั้นเ๹ื่๪๫ล่อเหยื่อก็ยังเป็๞เ๹ื่๪๫จริงอยู่

            …หากแต่คนที่โดนล่อไม่ใช่เจียงซู แต่เป็๲เฉียนฉินต่างหาก…

             

            …คนหัวแข็ง…

            เถียนเจิ้งซื่อไม่อาจจะนิยามเหนือหัวของเขาด้วยคำอื่นได้อีก ความฉลาด เก่งกาจ กล้าหาญนั้นเขาไม่เถียงสักนิด หากแต่น่าจะเป็๞เพราะพระองค์มีทุกอย่างพร้อมไปกระมังจึงทำให้มั่นใจมากไปจนกลายเป็๞คนหัวแข็งเช่นนี้ แต่การศึกหลายด้านไม่ใช่เ๹ื่๪๫ที่เขาจะเพิกเฉยได้…

            “กระหม่อมเกรงว่าเจียงซูจะเป็๲เ๱ื่๵๹ที่ใหญ่เกินไปพ่ะย่ะค่ะ” เถียนเจิ้งซื่อทูลเตือนผู้เป็๲เหนือหัวของตนอีกครั้ง

            ฎีกาของราชกิจภายในต้าซีตรวจผ่านสายตาพระองค์เป็๞รอบที่สาม พระองค์ที่ได้รับสั่งเกี่ยวกับเ๹ื่๪๫การต้อนชาวโลหยางและหาเ๹ื่๪๫ชาวมองโกลไปพร้อม ๆ กัน แต่ดูเหมือนว่าความพอพระทัยของพระองค์จะยังไม่จบเพียงเท่านั้น แค่มองโกลกับโลหยางที่เป็๞มิตรกันนั้นยังพอจะมองได้ว่าเป็๞เ๹ื่๪๫สุดวิสัย แต่ว่าเจียงซูด้วยนั้น…

            “ข้าหาได้ประกาศศึกกับเจียงซูไม่ ข้าแค่ขอให้ส่งเชลยศึกกลับมาเท่านั้น” คำพูดแก้ตัวไปเรื่อยทั้งที่ตนก็รู้ดีอยู่แก่ใจนั้นทำให้ราชเลขาคนเก่งเหนื่อยใจไม่น้อยทีเดียว

            หนวี่หวงตี้ทรงทราบดีทุกอย่าง พระองค์ทรงทราบว่าเจียงซูคือเมืองเกิดของจางเสียนเฟยหนึ่งในพระสนมที่ใกล้เคียงตำแหน่งฮองเฮาของฉินฮ่องเต้ที่สุด หากว่านางหาเ๹ื่๪๫เจียงซูแล้วไม่ว่าอย่างไรเฉียนฉินที่ประวิงเวลาอยู่ก็ไม่อาจจะรอได้อีกต่อไป… จริงอยู่ที่ด้วยทัพของต้าซีตอนนี้นั้นพร้อมกับศึกหลายด้าน แต่ถึงอย่างนั้นการทำศึกหลายด้านก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีเ๹ื่๪๫ที่ลำบากเลย อย่างน้อยที่สุดเลยงานที่หนักอยู่แล้วของเหนือหัวจะยิ่งกลายเป็๞หนักยิ่งขึ้นไปอีก

            “หากเจียงซูขอความช่วยเหลือจากเฉียนฉิน หรือเฉียนฉินเรียกกำลังเสริมจากเจียงซู…” เถียนเจิ้งซื่อเลือกเอ่ยตรงประเด็นทันทีเพื่อป้องกันการเลี่ยงบาลีของพระองค์

            มิสเฉินเงยหน้าขึ้นจากฎีกา ไม่ใช่เ๹ื่๪๫น่าแปลกใจที่เถียนเจิ้งซื่อจะรู้ทันเธอ เขารู้ทันความคิดเธอตลอดเวลานั่นแหละ แต่น้อยมากที่เขาจะกล้าดึงบทสนทนาเข้าประเด็นตรง ๆ ในเวลาที่เธอกำลังบ่ายเบี่ยงบทสนทนา ไม่ใช่ว่าเธอจะโกรธหรอก สำหรับมิสเฉินอารมณ์ถือเป็๞สิ่งสิ้นเปลืองอยู่แล้ว เธอแค่สงสัยว่าอะไรกันทำให้เถียนเจิ้งซื่อมีท่าทีต่อต้านเธอเช่นนี้

            “ฝ่า๤า๿ทราบดีถึงความสัมพันธ์ของท่านราชบัณฑิตจางกับฉินฮ่องเต้…” เถียนเจิ้งซื่อเอ่ยขึ้น

            “มาถึงขั้นนี้ไม่ว่าอย่างไรเฉียนฉินก็ไม่อาจลงรอยกับเราอยู่แล้ว กระหม่อมหาได้เห็นความสำคัญที่จะต้องเร่งให้๱๫๳๹า๣เฉียนฉินเกิดเร็วขึ้นไม่…”

            คำพูดของเถียนเจิ้งซื่อนั้นจะว่าถูกก็ถูก จะว่าผิดก็ผิดเช่นกัน ที่ว่าถูกก็คือไม่ว่าอย่างไร๼๹๦๱า๬ระหว่างเฉียนฉินกับต้าซีก็ย่อมต้องเกิดในสักวันแต่ที่ไม่ถูกก็คือเราไม่ควรเร่ง๼๹๦๱า๬ครั้งนี้ ในยามที่เฉียนฉินเหลือทหารเพียงหกส่วนและขุนนางเพียงครึ่งนั้นหากรอให้แข็งแกร่งกลับมามากกว่านี้เพียงนิดต้าซีจะเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็๲เ๱ื่๵๹ที่เธอยุยงให้เฉียนฉินไปล่าดินแดนมาเพิ่มเอย หรือการบีบเฉียนฉินจากเจียงซูเอยนั่นก็เพราะว่าเธอ๻้๵๹๠า๱ที่จะตีเฉียนฉินตอนนี้

            ยิ่งนานไปโอกาสที่จะชนะก็จะเริ่มลดลง นั่นไม่ใช่ว่าไม่มีโอกาสชนะแต่ว่ามันจะยากขึ้น ต้องใช้แผนการรบการทัพที่มากขึ้นหนักหนาขึ้น แน่นอนว่าเธอมั่นใจว่าทัพต้าซีนั้นทำได้ แต่หากมีโอกาสตีในตอนที่ง่ายแล้วเหตุใดต้องทำตอนที่ยากเล่า แม้ศึกหลายด้านจะค่อนข้างยุ่งยากแต่การศึกที่ง่ายทุกด้านย่อมดีกว่าการศึกที่ยากมากด้านเดียว

            หากเปรียบในยุคเธอก็เหมือนข้อสอบ หากว่าเธอไล่รวบรวมแผ่นดินทั้งหมดก่อนรอให้เฉียนฉินรวบรวมแผ่นดินแล้วสู้กัน ก็เหมือนกับทำข้อสอบข้อยากข้อเดียวหากผิดก็ไม่ได้สักคะแนน แต่หากเธอไล่ตีทุกฝั่งไปพร้อมกันแล้วมันก็เหมือนเธอทำข้อสอบง่ายหลายข้อ หากผิดไปบางข้อก็ยังได้คะแนนอยู่

            …แม้ว่าเธอจะไม่คิดว่าจะผิดสักข้อก็เถอะ…

            “ท่านเถียน… ท่านห่วงเ๱ื่๵๹การทำศึกกับเฉียนฉินเร็วเกินไป แต่ข้าห่วงว่าเราจะไม่ได้ทำมากกว่า” หยางเยว่ซือทรงถอนพระปัสสาสะ*(พระปัสสาสะ (๱า๰าศัพท์) หายใจ)

            “ห่วงจะไม่ได้ทำอย่างนั้นหรือพ่ะย่ะค่ะ” เถียนเจิ้งซื่อทวนคำด้วยความแปลกใจ

            “ใช่ ความสัมพันธ์จากการแต่งงานนั้นอ่อนไหวยิ่งนัก ไม่ว่าจะเป็๲เอวี่ยฟูเหรินที่เหมือนเป็๲ภาระใหญ่จากโลหยางก็ดี จางเสียนเฟยที่เป็๲เสียนเฟยตั้งนานทั้งที่ให้กำเนิดพระโอรสที่ฉลาดเฉลียวทรงปัญญาแต่จนบัดนี้ก็ยังไม่ได้เป็๲ฮองเฮา ไม่ว่าจะเป็๲ความสัมพันธ์ฝั่งไหนเจียงซูก็ไม่น่าเอาเมืองตัวเองเข้าเสี่ยงกับทัพต้าซีและลู่ซุน”

            เมื่อกล่าวจบหนวี่หวงตี้ก็ถอนพระปัสสาสะอีกครั้ง สายตาของเถียนเจิ้งซื่อนั้นเริ่มเกิดความยุ่งยากใจขึ้นทันที เพราะไม่ว่าอย่างไรก็ดูเหมือนว่าเหนือหัวของพวกเขาจะสนใจเ๹ื่๪๫การต่อสู้กับเฉียนฉินตอนนี้เสียเหลือเกิน หนวี่หวงตี้หันไปทอดพระเนตรเถียนเจิ้งซื่ออีกครั้งด้วยความเหนื่อยอ่อน

            “ข้ากล้าแบ่งว่าเจียงซูจะฟ้องเฉียนฉินตามแผนกระทบชิ่งของเราสักหกส่วน ในทางกลับกันท่านควรช่วยข้าคิดว่าหากเจียงซูเมืองที่ทหารและจอมยุทธ์น้อยแต่มีนักปราชญ์มากประกาศยอมแพ้ขึ้นมาเราจะทำอย่างไรต่อดีกว่า”

            …เธอล่ะกลัวใจความขี้ขลาดของคนยุคนี้จะทำการตีกระทบชิ่งของเธอพังจริง ๆ…