แจ๊คมองกลุ่มนักผจญภัยที่กำลังดีใจและเก็บเลือดเนื้อของยักษ์ตาเดียวกันอย่างสนุกสนานเขาไม่ได้ไปขโมยแต่อย่างใดเพราะในกลุ่มนี้มีแต่ระดับจอมนักรบกับจอมนักเวททั้งนั้น
“หู่เสวียเวทที่พวกนักผจญภัยพวกนั้นใช้กันคือเวทมนตร์อะไร”
หู่เสวียมองกลุ่มนักผจญภัยอย่างเหยียดหยามเป็นอย่างมากก่อนจะพูดขึ้นมา
“รวมพลังเป็นหนึ่งเดียว ชื่อของเวทมนตร์นี้แต่มันมีข้อเสียร้ายแรงมากและยิ่งกลุ่มพวกนี้ไม่ได้บทเวทมนตร์ที่สมบูรณ์ด้วยยิ่งแล้วใหญ่”
“ขอเสียยังไง”
แจ๊คถามกลับไปด้วยความสงสัย หู่เสวียถอนหายใจก่อนจะพูดขึ้นมา
“นายคิดว่าการรวมพลังแบบนี้มันดีมากเพราะสามารถจำกัดศัตรูที่แข็งแกร่งได้แต่ต้องแลกมาด้วยวิญญาณของผู้ให้และผู้รับ”
“หมายความว่ายังไง”
“เหมือนกับผู้รับพลังเปรียบเสมือนกับแม่น้ำที่ใสสะอาดขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ถ้ามียาพิษหยดหนึ่งไหลลงสู่แม่น้ำนายจะคิดว่าแม่น้ำนั้นยังสะอาดอยู่หรือไม่”
แจ๊คลูบคางของตนเองเล็กน้อยก่อนจะพูดว่า
“ถ้ามองด้วยตาเปล่าอาจจะไม่เห็นแต่ต้องกินเข้าไป ถึงจะรู้ว่าเป็นยาพิษเมื่อถึงตอนนั้นอาจจะสายไปแล้วก็ได้”
“ใช่ จอมนักรบคนนั้นรับยาพิษเข้ามาภายในจิตวิญญาณโดยที่ตนเองไม่รู้ตัว ถ้าทำแบบนี้บ่าย ๆ อาจจะทำให้จิตวิญญาณนั้นสลายหายหรือถูกธาตุไฟแทรกนั้นละ ส่วนผู้ให้เหมือนกับเอาจิตวิญญาณของตนเองไปให้กับผู้รับเปรียบเสมือนจิตวิญญาณของผู้ให้เป็นเกราะป้องกันที่หนาแน่นที่ไม่มีอะไรทำลายได้ แต่การให้จิตวิญญาณเข้าส่วนหนึ่งเหมือนกับกับยกกำแพงอันไร้เทียมทานส่วนหนึ่งให้ไปเท่ากับว่าจิตวิญญาณนั้นเป็นเกราะป้องกันอันบกพร่องจะทำให้ปีศาจภายในใจสามารถติดต่อกับร่างต้นได้ง่ายขึ้น”
เมื่อแจ๊คได้ฟังดังนั้นจึงรู้สึกขนลุกเพราะตายแบบรู้สึกตัวดีกว่าตายแบบไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตนเอง
“แล้วพวกจอมเวทไม่รู้ตัวหรือไง”
“พวกมันจะรู้ตัวได้ยังไงก็พลังเวทมนตร์ สัมผัสของพวกมันเริ่มจะลดลงทีละนิดโดยที่พวกนั้นไม่รู้สึกตัวสักนิดเดียว”
แจ๊คมองไปที่กลุ่มนักผจญภัยพวกนี้ใหม่แววตาของแจ๊คเต็มไปด้วยความน่าสงสารและสมเพชในเวลาเดียวกัน
“หู่เสวียที่เธอบอกว่ายักษ์ตาเดียวมีเลือดของเผ่ายักษ์นั้นจริงหรือ”
“ใช่ เผ่ายักษ์เป็นเผ่าที่มีพละกำลังแข็งแกร่งตั้งแต่เกิดมา มีไม่กี่เผ่าทั้งนั้นที่สามารถเทียบพละกำลังของเผ่ายักษ์ได้ อีกอย่างหนึ่งเผ่ายักษ์ขึ้นชื่อเรื่องการฝึกฝนร่างกายนายลองไปดูในรังของยักษ์ตาเดียวว่ามีหนังสือลับของเผ่ายักษ์ไหมเพราะส่วนใหญ่เผ่ายักษ์จะไม่ทิ้งมรดกเสียหายให้กับลูกหลานของตนเอง”
แจ๊คพยักหน้าให้กับคำพูดของหู่เสวีย ในตอนแรกแจ๊คต้องการจะเดินทางผ่านป่ายักษ์ตาเดียวไป
ทว่าเขาได้เจอยักษ์เด็กตัวหนึ่งที่กำลังออกมาหาอาหารกิน แจ๊คได้ลองวิชาใหม่โดยการเปิดมิติออกมาตัดหัวยักษ์เด็กตาเดียวอย่างง่ายดาย
ทำให้เขารู้ว่าพลังของมิติน่ากลัวและทรงพลังมาก จนแจ๊คได้เก็บร่างกายของยักษ์เด็กไปหู่เสวียเห็นเลือดของยักษ์เด็กตาเดียวจึงพูดว่าภายในร่างกายของยักษ์ตาเดียวมีเลือดของเผ่ายักษ์
ซึ่งตอนนี้หู่เสวียบอกว่าเขาไม่ยอมรับร่างกายของปีศาจจึงทำให้พละกำลังไม่เพิ่มขึ้นมาอีกแล้วตามธรรมชาติ
ถ้าจะขึ้นเป็นระดับฝึกฝนปีศาจระดับกลางต้องมีพละกำลังที่แข็งแกร่งขึ้นอีกไม่งั้นจะถึงทางตันของการฝึกฝน
เมื่อแจ๊คได้ยินดังนั้นจึงตกใจ สิ่งแรกที่เขาทำคือการเปิดระบบผู้ร่วงหล่นและหาดูว่าวิชาฝึกฝนร่างกายตนเอง ปรากฏว่าวิชาในระบบผู้ร่วงหล่นมีแต่การฝึกฝนร่างกายของปีศาจ
วิชาที่ไม่เกี่ยวข้องกับปีศาจนั้นไม่มีเลยราวกับถูกลบหายไป ทำให้เขาไม่มีทางเลือกนอกจากต้องเข้าไปในรังของยักษ์ตาเดียว
ซึ่งยักษ์ตาเดียวตัวที่กลุ่มนักผจญภัยต่อสู้ไปเมื่อสักครู่นี้มีระดับพลังแค่สัตว์อสูรระดับกลางเท่านั้น แต่ต้องใช้นักผจญภัยที่มีระดับจอมนักรบและจอมนักเวทสู้ถึงจะสามารถสังหารลงได้
ระหว่างที่แจ๊คกำลังกลุ้มใจเขาได้ยินเสียงเท้าจำนวนมากกำลังเดินเข้ามากลุ่มนักผจญภัยที่สังหารยักษ์ตาเดียวไป
หัวหน้ากลุ่มนักผจญภัยที่สังหารยักษ์ตาเดียวลงเหมือนกันสัมผัสได้จึงรีบเก็บยักษ์ตาเดียวเข้าไปในแหวนมิติ
แต่ไม่ทันการเสียแล้ว กลุ่มที่มาใหม่เห็นซากศพ เลือดของยักษ์ตาเดียวจึงร้องออกมาด้วยความตกใจ
“นั้นซากยักษ์ตาเดียว”
“กลุ่มทอง 4 สวรรค์นี้เป็นคนสังหารยักษ์ตาเดียวได้”
นักผจญภัยอีกกลุ่มหนึ่งได้เดินเข้ามาและเห็นซากยักษ์ตาเดียวกับหัวหน้ากลุ่มทอง 4 สวรรค์เข้าจึงเกิดความโลภขึ้นมา
กลุ่มนักผจญภัยอีกกลุ่มหนึ่งสวมเสื้อผ้าเหมือนกับนักเวททั้งหมดและหัวหน้ากลุ่มนี้ใส่ประดับเวทมนตร์ทั้งตัวเห็นซากยักษ์ตาเดียวจึงมีแววตาที่ชั่วร้ายขึ้นมา
“รากีทำไมพวกเราไม่แบ่งศพของยักษ์ตาเดียวกันคนละส่วนละ”
รากีหัวหน้ากลุ่มนักผจญภัยทอง 4 สวรรค์ได้ยินดังนั้นจึงหัวเราะขึ้นอย่างเย็นชา
“แมก กลุ่มเวทมนตร์สะท้อนฟ้าขยะของนายคิดว่าจะสามารถสู้กับกลุ่มของฉันได้หรือไง”
แมกหัวหน้ากลุ่มเวทมนตร์สะท้อนฟ้าหัวเราะขึ้นอย่างไม่ไยดีเพราะรู้ว่าพลังของทั้ง 2 กลุ่มนั้นพอ ๆ กันถ้าไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นแมกไม่อยากจะสู้กับกลุ่มทอง 4 สวรรค์นี้
แต่ซากศพของยักษ์ตาเดียวนั้นมีมูลค่ามาก ๆ ดวงตาของยักษ์ตาเดียวสามารถนำไปบดเป็นผงดวงตาเวทมนตร์ ถ้านักเวทคนไหนโรยผงดวงตาเวทมนตร์ลงในดวงตาจะสามารถมองเห็นพลังเวทมนตร์ตามธรรมชาติ
ถึงแม้ว่าดวงตาเวทมนตร์จะไม่ได้ดีเท่ากับดวงตานักปราชญ์เพราะดวงตานักปราชญ์หายากมาก ๆ
ดังนั้นนักเวทส่วนใหญ่จึงนิยมใช้ดวงตาเวทมนตร์แทน ส่วนเลือดของยักษ์ตาเดียวเป็นส่วนผสมหลักของยารักษาระดับสูง ผิวหนังกระดูกสามารถนำไปทำชุดเกราะหรืออาวุธได้
เนื้อกินเข้าไปแล้วสามารถเพิ่มพละกำลัง ลดความเหนื่อยล้า ยกระดับพรสวรรค์ได้สำหรับนักรบจึงทำให้ยักษ์ตาเดียวเป็นที่นิยมกลุ่มนักผจญภัยระดับสูงมาล่ากัน
ทว่าการล่ายักษ์ตาเดียวก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะผิวหนังที่สามารถทนต่อเวทมนตร์ อาวุธและแรงกระแทก พละกำลังที่สุดยอด ความว่องไวสูงและการตอบสนองที่ดี
ส่วนใหญ่นักผจญภัยที่เข้ามา 10 กลุ่มรอดไป 3 กลุ่มและ 1 กลุ่มเท่านั้นที่จะสามารถฆ่ายักษ์ตาเดียวได้
ยักษ์ตาเดียวที่อยู่บริเวณนอกป่ายักษ์ตาเดียวจะเป็นยักษ์ตาเดียวระดับราชันอสูร ต้องเข้าใจว่ายักษ์ตาเดียวระดับราชันอสูรสามารถทนต่อเวทมนตร์และลมปราณระดับจอมนักรบหรือจอมเวทได้อย่างไม่ยากเย็น
เคยมีจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่ 4 คนรวมตัวกันต่อสู้กับยักษ์ตาเดียวระดับราชันอสูร ใช้เวลาถึง 3 วันกว่าจะฆ่ายักษ์ตาเดียวระดับราชันอสูรได้สำเร็จและจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่ทั้ง 4 คนได้รับบาดเจ็บสาหัส
เมื่อแมกเห็นศพของยักษ์ตาเดียวจึงคิดจะฆ่ากลุ่มของรากีทันที
แมกยิ้มอย่างน่ารังเกียจก่อนจะยกมือเป็นสัญญาณให้กับกลุ่มของตน จอมเวทในกลุ่มแมกเห็นกลุ่มของรากีเหนื่อยล้าในการต่อสู้กับยักษ์ตาเดียวจึงหัวเราะขึ้นอย่างเย็นชา
รากีและคนในกลุ่มมีสีหน้าขาวซีดเพราะทุกคนในตอนนี้กำลังเหนื่อยล้าจากการต่อสู้กับยักษ์ตาเดียว แม้แต่คนถือโล่ยังไม่มีแรงยกโล่ขึ้นมาป้องกัน
“หนี หนีเข้าป่ารอให้กำลังของพวกเราฟื้นฟูก่อนแล้วค่อยมาฆ่าไอเวรแมกกัน”
รากีกัดฟันพร้อมกับออกคำสั่งทันที สมาชิกทุกคนในทุกไม่มีใครพูดอะไรก่อนจะแยกย้ายหลบหนีทันที
แมกเห็นดังนั้นจึงยกมือขึ้นมาวงแหวนขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าที่กว้างใหญ่ แรงกดดันอันมหาศาลได้กดทับกลุ่มของทอง 4 สวรรค์จนเคลื่อนไหลได้ช้าลง
“เวทมนตร์แรงโน้มถ่วง ไอเวรแมกกกกกกกกกกกกกก-------------------!!!!!!!!!!!!!!!!!”
“มันไม่ง่ายที่จะหลบหนีไปจากฉันได้ จัดการ”
จอมเวทด้านหลังแมกร่ายเวททันที วงแหวนเวทจำนวนมากถูกปล่อยออกมาพร้อมกับ ลูกไฟ สายฟ้า บอลน้ำ ใบมีดต่าง ๆ ได้โจมตีกลุ่มรากีพร้อมกัน
ตูม ตูม ตูม
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
เมื่อเห็นกลุ่มของตนถูกสังหารอย่างเย็นชาพร้อมเสียงหัวเราะของแมกทำให้รากีกำหมัดแน่น แววตาของรากีจ้องมองแมกราวกับกินเลือดกินเนื้อ
แมกสัมผัสได้ว่ารากีกำลังมองตนอยู่จนร่ายเวทต่อไปเมื่อจะสังหารแมกลง
“ฝากเอาไว้ก่อนแมก ถ้าฉันรอดไปได้กลุ่มเวทสะท้อนฟ้าจะหายไป”
“ฮ่า ๆ เก็บคำพูดนี้เอาไว้หลังจากที่ตนเองตายละกัน ฮ่า--- สังหาร”
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
แจ๊คที่มองเห็นการต่อสู้ระหว่างผู้ไล่ล่ากับผู้ถูกล่าดวงตาของแจ๊คส่องประกายสีม่วงเล็กน้อยก่อนจะหายไป
หู่เสวียเห็นแบบนั้นจึงถามขึ้นมาว่า
“จะทำอะไร”
ในตอนนี้แจ๊คกำลังวิ่งเข้าไปในป่าด่านในของยักษ์ตาเดียว หู่เสวียเห็นจึงอดสงสัยไม่ได้
“เธอสัมผัสได้ว่าจะมีอีกกลุ่มหนึ่งมาใช่ไหม”
“ใช่”
“ถ้าฉันไปล่อให้พวกยักษ์ตาเดียวออกมาให้หมดแล้วขโมยสมบัติของพวกมันในเวลานั้นคงจะง่ายดายขึ้นเยอะเพราะสติปัญญาของยักษ์ตาเดียวต่ำมาก ๆ”
เฟรยาได้ยินดังนั้นจึงอดถามออกมาด้วยความเป็นห่วงว่า
“นายท่านจะไม่เป็นอะไรหรือ”
“ฮ่า ๆ เมื่อไม่มีความเสี่ยงจะมีโชคได้ยังไง”
“เหมือนพวกติดพนัน”
“ฮ่า ๆ”
เฟรยาอดพูดออกมาไม่ได้ แต่หู่เสวียแค่นเสียงอย่างเย็นชาเพราะรู้ว่าแจ๊คมีเลือดปีศาจและวิชาเข็มฟื้นฟูที่ฟื้นฟูได้ตลอดเวลา
ในตอนนี้ไอบ้านี้ยิ่งกว่าอมตะ การจะฆ่ามันต้องตัดหัวหรือทำลายหัวใจเท่านั้นถ้าไอบ้านี้ยิ่งระดับเป็นเทพการจะฆ่ามันยิ่งยากเข้าไปใหญ่
เป็นอย่างที่แจ๊คคิดจริง ๆ หลังจากมีการต่อสู้เกิดขึ้นมีกลุ่มนักผจญภัยรอบป่ายักษ์ตาเดียวดึงดูดเข้ามาและได้ยินจากปากของรากีว่าแมกมีดวงตาของยักษ์ตาเดียว
ทำให้ป่ายักษ์ตาเดียวในวันนี้ดูวุ่นวายมากกว่าครั้งไหน ๆ
............................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................