เส้นทางเจ้าสำราญ

    ตอนที่ 40 – เงาในหิมะ

    ตอนที่ 40 – เงาในหิมะ (ช่วงอายุ: 13 ปี ปลายฤดูหนาว)


    ควันดำที่พวยพุ่งจากแนวป่าชั้นนอกทำให้ทั้งหมู่บ้านสะดุ้งตื่นจากความสงบ หลี่เหวินนำกลุ่มเด็กฝึกวิชาวิ่งตามเขาไปอย่างเร่งรีบ ท่ามกลางลมหนาวที่พัดแรงจนใบหน้าแดงจัด


    “อย่าแตกแถว!” เขาตะโกนกำชับ “ผู้ใหญ่กำลังตามหลังมา เราจะไปถ่วงเวลาพวกมันไว้ก่อน!”


    เหล่าเด็กชายหญิงห้าถึงสิบสี่ปีต่างมีสีหน้าเคร่งขรึม นี่ไม่ใช่การฝึกซ้อมอีกต่อไป


    ...


    แนวป่าชั้นนอกเต็มไปด้วยกับดักที่หลี่เหวินออกแบบและดัดแปลงเองกับมือ ไม่กี่อึดใจต่อมาเสียงร้องเจ็บปวดและระเบิดแสงแฟลชก็ดังขึ้น


    “หุบปากสิวะ!” เสียงหนึ่งตะโกนเป็นภาษาถิ่นจากทางใต้ หลี่เหวินได้ยินก็แสยะยิ้ม “พวกโจรจากภูเขาชิงหลงงั้นรึ...”


    เขาออกคำสั่งรวดเร็ว “ซีฟาง! ยู่น่ำ! ล้อมซ้าย! เหลียนซินตามข้ามา!”


    เด็ก ๆ ทำตามคำสั่งทันที ปล่อยธนูสั้นระยะประชิด ยิงกลุ่มชายชุดดำที่แตกแถวจากการเจอกับดัก


    เสียงร้องระงม ผสมเสียงโวยวาย พวกผู้บุกรุกไม่คิดว่าเด็กในหมู่บ้านจะฝึกมาดีขนาดนี้ บางคนโดนลูกธนูอาบพิษพิเศษที่ทำให้กล้ามเนื้อชา ไม่สามารถจับอาวุธได้


    ...


    “พวกเจ้าคิดว่าหมู่บ้านของข้าจะรับมือได้แค่หมาป่าเท่านั้นรึ?” หลี่เหวินก้าวออกมาจากพุ่มไม้กลางลานดิน ชุดคลุมสีครามปักเมฆบนชายเสื้อโบกสะบัดตามแรงลม พัดไม้หมุนเล่นในมือราวกับนักปราชญ์


    “เด็กอย่างพวกเจ้าจะทำอะไรได้!” หัวหน้าโจรคนหนึ่งคำราม เขามีพละกำลังระดับขั้นที่ 3 ของระบบปราณยุทธ์ มีท่าทางน่าเกรงขาม


    แต่หลี่เหวินไม่ได้ถอย กลับยิ้มเยาะ “ข้าไม่รู้จะเรียกเจ้าว่าโจร หรือตัวตลกดี เจ้าเอาสมองส่วนไหนคิดว่าส่งคนไม่ถึงสิบคน ลอบเข้าหมู่บ้านข้าที่มีกับดักนับร้อยจุด จะเป็นความคิดที่ดี?”


    พูดจบ เขาส่งสัญญาณด้วยนิ้วเพียงสองครั้ง


    ตูม! ตูม!


    กับดักระเบิดหมอกและเสียงดังขึ้นต่อเนื่อง บดบังการเคลื่อนไหวของทีมสนับสนุนที่ซ่อนอยู่ หลังจากนั้นธนูเพลิงและตาข่ายลวดเหล็กก็ปล่อยออกมาเป็นแนวป้องกันสองชั้น


    โจรหลายคนถูกตาข่ายพันร่าง บ้างถูกไฟเผาจนต้องกลิ้งตัวหนี ท่ามกลางเสียงอึกทึก...


    หูชิง ผู้ปลอมตัวเป็นพ่อค้าชั่วคราวในหมู่บ้าน กระโดดเข้ามาร่วมสมทบในแนวหลัง พริบตานั้น หลี่เหวินก็พูดด้วยเสียงเย็นเยียบ


    “อย่าคิดว่าเจ้าจะหลอกข้าได้ หูชิง”


    ชายคนนั้นชะงัก ก่อนหัวเราะเบา ๆ “ข้าคิดว่าปิดบังได้อีกสักพักเสียอีก...”


    หลี่เหวินยกพัดไม้ขึ้นบังหน้าเล็กน้อย “เจ้าคงคิดว่าแค่เปลี่ยนท่าทางและกลิ่นตัวจะรอดสายตาข้า... เสียใจด้วย ข้าจำหน้าเจ้าได้ตั้งแต่ตอนเจ้าปลอมเป็นพ่อครัวที่เมืองหนานหลินเมื่อปีที่แล้ว”


    “ฮ่า... เจ้านี่น่ากลัวยิ่งกว่าผู้ใหญ่บางคนเสียอีก” หูชิงถอยหลังตั้งท่ารับ


    การปะทะระหว่างทั้งสองเกิดขึ้นกลางแนวหมอก


    หลี่เหวินไม่ได้ใช้พลังดุร้าย หากแต่เคลื่อนไหวรวดเร็วแบบไร้เสียง แต่ละท่วงท่าผสานกลยุทธ์กับการหลอกล่อ หลบ ดึงศัตรูเข้ากับกับดักชั้นใน


    “เจ้าอยากเป็นฮ่องเต้ที่ดีในอนาคต แล้วจะกล้าลงมือสังหารเยี่ยงนี้หรือ?” หูชิงยั่วยุ


    “ข้าไม่เคยสัญญาว่าจะเป็นฮ่องเต้ที่ใจดีต่อศัตรู” หลี่เหวินสวนกลับ “ผู้ที่ลอบทำร้ายประชาชนของข้า จะไม่มีที่ยืนในแผ่นดินนี้!”


    ผลสุดท้าย หูชิงบาดเจ็บสาหัสและหลบหนีไปได้อย่างฉิวเฉียด ทิ้งคำพูดปริศนาไว้


    “เรื่องนี้ไม่จบแค่นี้แน่ หลี่เหวิน...”


    ...


    เมื่อเหตุการณ์คลี่คลาย ทุกคนเริ่มกลับมาที่ลานกลางหมู่บ้าน ครอบครัวหลี่กอดกันแน่น เด็ก ๆ ฟื้นฟูด้วยยาสมุนไพรและเสียงหัวเราะ


    “ลูกเจ้าโตขึ้นจนดูเป็นจอมยุทธ์น้อยเสียแล้ว” ผู้ใหญ่บ้านเอ่ยกับหลี่หยาง


    “เขายังเป็นเพียงเด็กขี้เล่น... แต่ใจเขาใหญ่ยิ่งกว่าภูเขา” หลี่หยางกล่าวด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ


    ในมุมหนึ่ง หลี่เหวินกำลังเล่นกับหมาและเด็กเล็กหัวเราะลั่น


    “ข้าเป็นจอมยุทธ์นะ เจ้าเห็นท่าร่อนเตะเมฆเมื่อครู่ของข้าหรือไม่!?”


    เด็กน้อยต่างหัวเราะ


    “เจ้าล้มก้นจ้ำเบ้าเองต่างหากพี่เหวิน!”


    “บ๊ะ! เจ้ากล้าลบหลู่ข้าเรอะ! โทษฐานนี้ต้องโดน... กอดหมุนตัว!”


    เสียงหัวเราะครืนใหญ่ดังก้องลานหิมะ


    ...แต่ในใจหลี่เหวิน เขารู้ดีว่า ความสงบสุขเช่นนี้คงอยู่ไม่นานนัก


    เขาต้องเตรียมพร้อมทั้งตนเอง ครอบครัว และหมู่บ้านให้แข็งแกร่งกว่านี้อีกหลายเท่า


    เพราะพายุ... เพิ่งเริ่มต้น