กลิ่นอายแห่งความตายตลบอบอวลไปทั่วห้องลับใต้ดินของจวนเ้าเมืองนครไร้ใจ ร่างของกู่เทียนที่บัดนี้กลายเป็เพียงก้อนหินที่แตกร้าวส่งเสียงหักเปรี๊ยะก่อนจะพังทลายลงเป็ผุยผง เยี่ยฉินยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าบานประตูเหล็กกล้าที่สลักลวดลายอาคมป้องกันระดับสูง พลัง ิญญา์ ขั้นที่ 7 ในร่างของเขากำลังพลุ่งพล่านประหนึ่งลาวาที่รอการปะทุ
เขาสอดกุญแจทองคำที่ชุ่มไปด้วยคราบเืของกู่เทียนเข้าสู่ช่องว่าง ทันใดนั้น กลไกฟันเฟืองโบราณเริ่มทำงาน เสียงเลื่อนของประตูหนักหลายตันดังสนั่นหวั่นไหว เผยให้เห็นขุมทรัพย์ที่สะสมมาจากการรีดไถและเข่นฆ่านับหลายทศวรรษ
‘ศิลาจิตภูตระดับสูงสามพันก้อน... สมุนไพริญญาระดับปฐี... และที่สำคัญที่สุด... "หัวใจอสูรา"’ เยี่ยฉินก้าวเข้าไปในคลังสมบัติ แสงสะท้อนจากทองคำและหยกที่มีค่าไม่ได้ทำให้ดวงตาของเขาสั่นคลอน สิ่งเดียวที่ดึงดูดใจเขาคือกล่องไม้สีดำสนิทที่แผ่กลิ่นอายดิบเถื่อนออกมาจากมุมห้อง
มู่หย่งเดินเข้ามาสมทบ ใบหน้าของเด็กชายเปื้อนเขม่าควันแต่ดวงตาสีม่วงกลับทอประกายแห่งความสำเร็จ "นายน้อย... หมอกพิษที่น้ำพุเริ่มทำงานแล้ขอรับ ทหารที่เหลืออยู่ในจวนตอนนี้กำลังวุ่นวายกับการรักษาชีวิตตัวเอง ไม่มีใครกล้าเข้ามาขวางทางเรา"
"ทำได้ดีมาก" เยี่ยฉินหยิบกล่องไม้สีดำขึ้นมา "มู่หย่ง เ้าจงเลือกเอาศิลาจิตภูตระดับสูงไปร้อยก้อน แล้วไปหาไป๋เสวี่ยที่จุดนัดพบ สั่งให้นางเริ่ม 'แผนกวาดล้างระลอกที่สอง' ทันทีที่ข้าบรรลุระดับราชันย์"
มู่หย่งรับคำสั่งด้วยความนอบน้อม เขาเข้าใจดีว่านายน้อยกำลังจะเข้าสู่่เวลาสำคัญที่สุดของการเปลี่ยนผ่านพลัง เขาเก็บศิลาจิตภูตใส่ถุงมิติแล้วเร้นกายหายไปในม่านหมอกพิษอย่างรวดเร็ว
เยี่ยฉินนั่งขัดสมาธิลงใจกลางกองศิลาจิตภูต เขาสะบัดมือเรียกภูตทั้งสี่ออกมาหมุนวนรอบกาย: กาลเวลา (สีทอง), ชีวิต (สีเขียว), ความทรงจำ (สีม่วง) และ หยาดน้ำสังหาร (สีดำ) แสงทั้งสี่สีสอดประสานกันจนกลายเป็วงแหวนแห่งอำนาจที่บิดเบือนมิติรอบข้าง
เขาสูดลมหายใจลึก เปิดกล่องไม้สีดำออก เผยให้เห็นก้อนเนื้อรูปหัวใจที่ยังมีชีวิตสั่นไหวเป็จังหวะ มันคือหัวใจของ "พยัคฆ์อเวจี" อสูรระดับราชันย์ที่ถูกฆ่าตายเมื่อหลายร้อยปีก่อน
"ชาติก่อนข้าต้องใช้เวลากว่าห้าสิบปีถึงจะก้าวเข้าสู่ระดับราชันย์... ชาตินี้ ข้าจะใช้เวลาเพียงพริบตาเดียว"
เขากระตุ้น ภูตแกนกลางกาลเวลา เร่งความเร็วการดูดซับขึ้นเป็ร้อยเท่า ศิลาจิตภูตหลายพันก้อนรอบตัวเริ่มแตกร้าว พลังงานปราณบริสุทธิ์พุ่งทะยานเข้าสู่จุดตันเถียนของเยี่ยฉินราวกับแม่น้ำสายใหญ่ที่ไหลหลากสู่มหาสมุทร เขาอ้าปากกลืนกินหัวใจอสูรเข้าไปทั้งก้อน!
ตึกตัก! ตึกตัก!
เสียงหัวใจของเยี่ยฉินเต้นสอดรับกับหัวใจอสูร ร่างกายของเขาเริ่มขยายใหญ่ขึ้น กล้ามเนื้อและกระดูกถูกหลอมละลายและสร้างใหม่ด้วยความเร็วที่น่าสยดสยอง ความเ็ปนั้นเหมือนกับการถูกเผาทั้งเป็ด้วยเพลิงโลกันตร์ แต่แววตาของเยี่ยฉินยังคงนิ่งสงบดุจน้ำนิ่ง
ในขณะที่เยี่ยฉินกำลังเลื่อนระดับ บรรยากาศเหนือนครไร้ใจกลับวิปริตแปรปรวน เมฆาสีดำทะมึนก่อตัวเป็วังวนขนาดมหึมาเหนือจวนเ้าเมือง สายฟ้าสีแดงฟาดลงมาอย่างต่อเนื่องประหนึ่งเสียงพิพากษาจาก์ ชาวเมืองที่เหลืออยู่ต่างพากันคุกเข่าลงกับพื้น ร้องขอความเมตตาจากเทพเ้าที่พวกเขาคิดว่ากำลังพิโรธ
ทว่า ไป๋เสวี่ยที่ยืนอยู่บนหอคอยสูงมองเห็นความจริงที่ต่างออกไป นางเห็น "เจตจำนงมาร" ที่เข้มข้นจนมองเห็นเป็เงาร่างัทมิฬกำลังทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้า
"เขากำลังจะทำสำเร็จ..." นางพึมพำ "โลกใบนี้กำลังจะได้เห็นาาที่แท้จริง"
โฮกกกกก!
เสียงคำรามที่ไม่ใช่เสียงของมนุษย์ดังมาจากใต้ดินจวนเ้าเมือง แรงะเิของปราณทำให้จวนทั้งหลังพังทลายลงกลายเป็ฝุ่นผง เยี่ยฉินพุ่งทะยานขึ้นมาจากซากปรักหักพัง ร่างกายของเขาบัดนี้แผ่รัศมีสีทองหม่นที่ดูน่าเกรงขาม ผิวพรรณนวลละเอียดดุจหยก แต่ภายในกลับซ่อนเร้นพลังที่สามารถทำลายขุนเขาได้ด้วยหมัดเดียว
"ระดับราชันย์ปฐี ขั้นที่ 1... บรรลุ!"
เขาลอยตัวอยู่กลางอากาศ ััถึงความเชื่อมโยงกับ "ปฐี" รอบตัว เขาสามารถรับรู้ถึงตำแหน่งของสิ่งมีชีวิตทุกชีวิตในรัศมีสิบลี้ได้เพียงแค่หลับตา
ในวินาทีนั้นเอง ยอดฝีมือสามคนในชุดเกราะสีเงินของวิหารเทพที่ถูกส่งมาเสริมกำลัง (หลังจากที่กลุ่มของไป๋อวี่ขาดการติดต่อ) ปรากฏตัวขึ้นเหนือน่านฟ้า
"เ้าเองรึ! ที่สังหารศิษย์วิหารเทพและทำลายเมืองนี้!" ผู้นำกลุ่มที่มีระดับ ราชันย์ปฐี ขั้นที่ 3 ะโก้อง "จงสยบลงต่อหน้าอำนาจแห่งแสงสว่าง และรับการพิพากษา!"
เยี่ยฉินไม่ได้ตอบคำถาม แต่เขาเพียงแค่ยกมือขึ้นเบาๆ
"หัตถ์กาลเวลา: ดับสูญ"
พริบตานั้น อากาศรอบตัวนักบวชทั้งสามบิดเบี้ยวจนกลายเป็หลุมดำขนาดย่อม พวกเขาไม่ทันแม้แต่จะได้ชักอาวุธ ร่างกายก็ถูกบดขยี้ด้วยแรงดึงดูดของกาลเวลาจนกลายเป็ละอองเืสีทองกลางอากาศ แสงสว่างที่พวกเขาเทิดทูนไม่ได้ช่วยอะไรเลยแม้แต่น้อย
เยี่ยฉินคว้าเอาแหวนมิติของพวกมันมาไว้ในมืออย่างไร้อารมณ์ "ระดับราชันย์ของวิหารเทพ... ช่างอ่อนแอและน่าผิดหวังนัก"
เยี่ยฉินร่อนลงสู่ใจกลางเมืองที่บัดนี้เต็มไปด้วยความตายและความโกลาหล เขาเดินผ่านฝูงชนที่หมอบกราบด้วยความยำเกรง โดยมีมู่หย่งและไป๋เสวี่ยเดินตามหลังมาดุจแม่ทัพซ้ายขวา
"นับแต่นี้ไป นครไร้ใจไม่มีเ้าเมือง... ไม่มีวิหารเทพ" เสียงของเยี่ยฉินดังกังวานไปทั่วเมืองด้วยพลังปราณ "มีเพียงกฎของข้า... ใครที่ภักดีจะได้มีชีวิต ใครที่ต่อต้านจะได้กลายเป็ปุ๋ยดิน!"
เขาใช้พลังราชันย์สร้างเสาหินขนาดใหญ่ขึ้นใจกลางเมือง จารึกอักษรสีเืว่า "สำนักมารนิรันดร์"
—----------------------------------------------------
บัลลังก์ที่มั่นคงที่สุดไม่ได้สร้างบนความรัก แต่สร้างบนรากฐานของความหวาดกลัวที่ไม่อาจสั่นคลอนได้ จอมมารหวนคืนไม่ได้เพียงแค่กู้คืนพลัง แต่เขากำลังสถาปนาอาณาจักรของตนเองขึ้นมาท่ามกลางความล่มสลายของขั้วอำนาจเก่า และนี่คือจุดเริ่
มต้นของาที่จะแผ่ขยายไปทั่วทั้งทวีป