เฟยหรงยังคงนั่งชมความงามของท้องฟ้าอยู่ครู่ใหญ่ก่อนที่เขาจะสลัดความสับสนเหล่านั้นออกไปและเดินกลับไปยังหาเหล่าภรรยาของเขาที่ตอนนี้กำลังสนทนาและดื่มชากันบริเวณศาลาริมน้ำตรงข้ามกับที่เขานั่งอยู่เมื่อครู่
"พวกเจ้ากำลังทำอะไรกันอยู่หรือ"เฟยหรงกล่าวถามทันทีเมื่อมาถึง เฟิงเสวีย ฮั่วหลิงหลิง หมิงเย่ หรือแม้แต่บุตรสาวทั้งสองของเขาที่พูดคุยกันอยู่พากันมองมาที่เฟยหรงเป็นตาเดียว
"พวกเรากำลังคุยเรื่อง เจ้าตัวแสบสองคนนี้อยู่น่ะ เห็นแบบนี้พวกนางอายุน้อยๆเช่นนี้แต่พวกนางก็ถูกชายทั้งโลกหมายปองอยู่นะ"เสวียเหม่ยลูบศรีษะของลูกสาวทั้งสองเบาๆแต่ทว่าพวกนางกลับมีท่าทีไม่พอใจเล็กน้อย เห็นได้ชัดเลยว่าเรื่องพวกนี้ไม่ได้อยู่ในสายตาของนางแม้แต่นิดเดียว
"เหอะๆมีคนหมายปองมากมายแล้วอย่างไร หากชายเหล่านั้นต้องการจะเป็นคู่ครองของบุตรสาวข้าก็ต้องชนะข้าให้ได้เสียก่อน"เฟยหรงนั่งลงพร้อมกล่าวอย่างเรียบเฉย เหล่าภรรยาของเขาพากันยิ้มเจื่อนๆในทันที ใบโลกใบนี้จะมีใครชนะเจ้าได้หรือ คนแบบนั้นจะไปมีอยู่ได้อย่างไร
"ท่านพ่อพูดถูกเจ้าค่ะ"เฟิงหยุนเยว่สนับสนุนคำพูดของผู้เป็นพ่อ เนื่องจากเฟยหรงเป็นชายหนุ่มที่ยอดเยี่ยม การบุตรสาวเช่นนางจึงนำเขามาเป็นบรรทัดฐานของผู้ชายนั้นก็ไม่แปลกแต่อย่างใด ส่วนทางด้านปิงลี่อินนางไม่ได้กล่าวอะไรเพียงแค่นิ่งจิบชาอยู่เงียบๆเท่านั้นเอง
'เหอะ หากเป็นเช่นนั้นมีหวังพวกลูกจะได้ขึ้นคานน่ะสิ'เฟิงเสวียถึงกับมองบนอย่างช่วยไม่ได้ ให้ตายสิลูกสาวคนนี้นับวันยิ่งเหมือนเฟยหรงไปทุกที นี่ขนาดพ่อของนางกักตัวไปเกือบสิบปียังเข้ากันได้เป็นปี่เป็นขลุ่ย ผิดกับตอนอยู่กับนางที่มักจะหน้ามุ้ยและชอบหนีออกไปเที่ยวด้านนอกอยู่บ่อยๆหากไม่ใช่เพราะปิงลี่อินผู้เป็นน้องสาวคอยห้ามปรามมีหวังในเวลานี้ยังไม่กลับมาจากด้านนอกเลยกระมัง
"จริงสิสามี หลินเฉินกำลังจะมาที่นี่แล้วนะ เจ้าต้องสั่งสอนเขาเสียหน่อย ท่านพ่อบอกว่าวันๆเจ้าเด็กนั่นเอาแต่เที่ยวเล่นไม่สนใจการบ่มเพาะเลย"เฟยหรงหันไปทางฮั่วหลิงหลิงที่นำหน้าเบื่อหน่อย "หลินเฉิน! ด้วยพรสวรรค์ของเขาแค่ห้าปีก็น่าจะก้าวมาถึงระดับเทวะแล้วนี่ทำไมถึงพึ่งมาตอนนี้กัน"
"เห้อ เจ้าเด็กนั่นบอกว่าจะรอให้เจ้าออกมาจากด่านฝึกตนก่อนน่ะสิค่อยมา แต่ข้าว่าเป็นข้ออ้างเสียมากกว่า แค่ไม่อยากโดนข้าคุมประพฤติเท่านั้นแหละ"
"หืม เจ้าเด็กคนนั้นแสบขนาดนั้นตั้งแต่เมื่อไรกัน เขาออกจะเชื่อฟังข้าดีนี่น่า"ฮั่วหลิงหลิงได้ยินคำพูดของสามีถึงกับอดไม่ได้ที่จะคิ้วกระตุก "เขาจะไม่เชื่อฟังเจ้าได้อย่างไรก็เจ้าให้ท้ายเขาออกปานนั้น หากไม่ใช่เพราะข้าคอยปรามเขาไว้มีหวังป่านนี้ได้เตลิดไปไหนต่อไหนแล้วก็ไม่รู้"
เฟยหรงยิ้มเจื่อนในทันที ที่ฮั่วหลิงหลิงพูดมาก็มีเหตุผล ตั้งแต่เขาช่วยฮั่วหลินเฉินจากพิษครานั้น ชายหนุ่มก็กลายเป็นต้นแบบของฮั่วหลินเฉินไปโดยปริยาย การที่เขาจะเชื่อฟังเฟยหรงนั้นถือว่าไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด แต่เฟยหรงเองก็ไม่คิดว่าฮั่วหลินเฉินจะแสบถึงขนาดที่พี่สาวอย่างฮั่วหลิงหลิงหรือก็คือภรรยาของเขาต้องปวดหัวขนาดนี้
"เอาน่าๆไว้ข้าเจอเขาข้าจะสั่งสอนเขาให้ดีตกลงหรือไม่"เฟยหรงกล่าวออกไปในทันใด ฮั่วหลิงหลิงที่ได้ยินก็ทำหน้ามุ้ยและเบือนหน้าหนีในทันที การกระทำเช่นนี้ทำให้ทั้งหมิงเย่และเฟิงเสวียอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาอย่างขบขัน
"ท่านพ่อ หลินเฉินคือใครหรือเจ้าคะ"เฟิงหยุนเยว่กล่าวถาม นางไม่เคยได้ยินชื่อนี้เลยในรอบสิบปีมานี้
"ฮั่วหลินเฉินคือน้องชายของแม่ห้าของพวกเจ้าอย่างไรละ หรือก็คือท่านน้าของพวกเจ้านั่นแหละ ถึงจะพูดอย่างนั้นแต่ความจริงอายุก็ต่างกันแค่ไม่กี่ปีหรอก"เฟยหรงอธิบายให้เด็กๆฟังในทันที เมื่อได้ยินเช่นนั้นฮั่วหลิงหลิงพลันดวงตาเป็นประกายราวกับเจอของเล่นใหม่อย่างไรอย่างนั้น ไฟแห่งการต่อสู้ในใจเริ่มลุกโชน น้อยคนนักที่ท่านพ่อจะชื่นชมว่ามีพรสวรรค์ดังนั้นท่านน้าคนนี้ต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ และนางจะต้องสู้กับเขาให้ได้
"เห้อ ลูกข้า"เฟิงเสวียที่เห็นความเปร่งประกายนัยตาของบุตรสาวถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ นี่คืออีกหนึ่งนิสัยที่แก้ไม่หายของนางนั่นคือชื่นชอบการต่อสู้กับคนรุ่นเดียวกันที่แข็งแกร่งหรือไม่ก็สู้ข้ามรุ่นเลยก็มี อีกทั้งเรื่องนี้ปิงลี่อินก็ไม่เคยห้ามพี่สาวของนางแต่อย่างใดแต่กลับผสมโรงด้วยเสียอย่างนั้น
"เอาละเช่นนั้นข้าขอตัวก่อน จะผ่านคลายหลังจากบ่มเพาะมานานเสียหน่อย"เฟยหรงรุกขึ้นเตรียมตัวออกไป
"ดะ เดี๋ยวสามี!"ฮั่วหลิงหลิงกล่าวขึ้นในทันใดพร้อมด้วยลุกขึ้นมาคว้ามือเฟยหรงอย่างรวดเร็ว
"หืม มีอะไรหรือ"
"ก่อนเจ้าจะไปพักผ่อนข้าแนะนำให้เจ้าไปยังห้องอาบน้ำก่อนดีกว่า เจ้าคงเหนื่อยล้ามากๆเลยทีเดียว"
"หืม เจ้ามาแปลกนะเนี้ย เอาตามที่เจ้าว่าก็แล้วกัน"เฟยหรงกล่าวเช่นนั้นเขาก็เดินไปในทันที ฮั่วหลิงหลิงที่เป็นคนแนะนำอดไม่ได้ที่จะยกมือป้องปากอย่างขบขัน ก่อนที่นางจะกล่าวขึ้น "ขอให้โชคดีสหายของข้า"
'นานแล้วที่ข้าไม่ได้ชำระร่างกาย ไปสักหน่อยก็ไม่เสียหาย'เฟยหรงคิดในใจ แม้เขาจะใช้ปราณเทพสมุทรของเขาในการชำระล้างเหงื่อของตัวเองเป็นประจำแต่มันก็เทียบไม่ได้กับการได้แช่น้ำอย่างแน่นอน
เมื่อถึงห้องอาบน้ำเฟยหรงปลดอาภรณ์ของตนเองออกในทันที ถึงจะบอกว่าเป็นห้องอาบน้ำแต่แท้จริงแล้วมันคือน้ำตกขนาดเล็กที่เอาไว้ให้ผู้นำนิกายและครอบครัวได้ชำระล้างร่างกายนั่นเอง ซึ่งมันจะกั้นเอาไว้เพื่อความเป็นส่วนตัวอีกทั้งยังมีค่ายกลปกกั้นเพื่อไม่ให้มีผู้ใดกระจายสัมผัสมาที่นี่ได้ดังนั้นจึงไม่จำเป็นว่าใครจะรู้เห็น
เฟยหรงเดินลงไปแช่น้ำในทันทีเวลานี้มันช่างรู้สึกสบายเอามากๆเลยทีเดียว "เห้อ แช่น้ำแบบนี้ดีกว่าใช้ลมปราณชำระร่างกายเป็นไหนๆ"
เฟยหรงรู้สึกผ่อนคลายเป็นอย่างมาก แต่ทว่าหลังจากที่ชายหนุ่มแช่มาได้ไม่ถึงหนึ่งก้านธุปด้วยซ้ำอยู่ๆก็มีร่างเงาสองร่างเข้ามายังด้านในจนทำให้ชายหนุ่มที่กำลังผ่อนคลายอยู่ถึงกับตาโตขึ้นมาในทันที
"พะ พวกเจ้า!!"เฟยหรงลุกขึ้นพรวดและเอามือชี้ไปทางร่างเงาทั้งสองร่างนั้นอย่างไม่เชื่อในสายตา สิ่งที่เฟยหรงเห็นตรงหน้าคือหญิงสาวงามสองคนที่อยู่ในสภาพไร้อาภรณ์ อวดทรวดทรงที่สมบูรณ์แบบให้ชายหนุ่มได้เห็น จนเฟยหรงอดละสายตาจากพวกนางไม่ได้ โดยเฉพาะปทุมถันอันใหญ่โตของพวกนางเฟยหรงไม่สามารถละสายตาจากมันไปได้จริงๆ และแน่นอนหญิงงามสองคนนี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเมิ่งฉีและเหล่ยอิงนั่นเอง
"ขะ ข้าจะปรณนิบัตรเจ้าเอง"เหล่ยอิงกล่าวพร้อมบิดไปมาอย่างเขินอาย เฟยหรงอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายอึกใหญ่ก่อนที่จะกล่าวถาม "พวกเจ้าแน่ใจแล้วหรือที่จะทำเช่นนี้"
"พวกข้ามั่นใจ"เมิ่งฉีและเหล่ยอิงกล่าวพร้อมกัน พวกนางนั้นรอคอยเวลานี้มานับสิบปีแล้วจะยอมปล่อยให้มันสูญเปล่าได้อย่างไร
"เช่นนั้นก็มาเถอะ"เฟยหรงเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มพร้อมส่งมือให้พวกนางจับเอาไว้และดึงเข้ามาในอ้อมกอดของเขาอย่างรวดเร็ว กล่าวตามจริงต่อให้นางตอบว่าไม่แน่ใจ แต่เฟยหรงจะปล่อยนางกลับไปหรือนั่นเองก็ไม่มีทางเป็นไปได้ การที่หญิงงามล่มเมืองสองคนมายืนอยู่ตรงหน้าในสภาพไร้ซึ่งอาภรณ์ปิดกั้นเช่นนี้หากเขาไม่ทำอะไรจะจะไม่ใช่ผู้ชายเสียแล้วกระมัง อีกทั้งนี่ยังเป็นเป้าหมายเพียงไม่กี่อย่างของเขานั่นคือการหาภรรยาที่งดงามและรักเขาจากใจจริง ดังนั้นหากนำทุกอย่างมารวมกันเฟยหรงย่อมไม่มีทางปฏิเสธพวกนางได้
เฟยหรงรีบกางม่านพลังป้องกันในทันใด ก่อนที่เสียงครวญครางของชายหญิงจะดังขึ้นไม่ขาดสาย หากไร้ซึ่งม่านพลังป้องกันเกรงว่าเสียงนั้นจะไปทำให้ศิษย์ทั้งนิกายตบะแตกเป็นแน่แท้