เล่มที่ 2การประลองเซี่ยหยาง บทที่ 26 ยาเม็ดหิมะ
“หญ้ากลั่นน้ำ เถาอรหันต์ผลเงาจันทร์...เ้าหนุ่มนี่เพิ่งเข้าป่าสนธยาเป็ครั้งแรกก็ได้วัตถุดิบยามาเยอะขนาดนี้แถม...ยังหาดอกปี้หลิงสามกลีบเจออีกด้วย!”
ในห้องโถงด้านในของเซียนเยว่ซวนผู้เฒ่าเหยามองไปที่กระเป๋าหนังใบใหญ่บนโต๊ะก็ได้แต่ตกตะลึง
“ข้าก็แค่บังเอิญโชคดีเข้าป่าครั้งนี้ถือว่ารอดมาได้อย่างหวุดหวิด เกือบตายคาปากหมีลายโลหิตแล้ว”
ฉู่อวิ๋นเกาหัวจำได้ว่าตอนที่พลังปราณของเขาหมดลงแล้วต้องร่วมมือกับมู่หรงซินเพื่อกำจัดหมีลายโลหิตสถานการณ์ในตอนนั้นอันตรายอย่างยิ่ง
หลังจากนั้นไม่นานผู้เฒ่าเหยาก็คำนวณมูลค่าของวัตถุดิบยาทั้งหมด พยักหน้าและพูดด้วยรอยยิ้ม"สมุนไพรที่เ้าเก็บกลับมาตีราคาได้ประมาณหนึ่งแสนเก้าหมื่นเหรียญทองถ้าไม่รวมราคาของกระบี่เศวตรรุ้ง ข้าให้เ้าหนึ่งแสนแปดหมื่นเหรียญทอง”
“สะ...แสนแปดหมื่นเหรียญทอง?” ฉู่อวิ๋นตาโตอย่างไม่อยากเชื่อ
ในอดีตเขาและพี่สาวจำต้องพึ่งเงินเพียงหกร้อยเหรียญทองในการดำรงชีวิตอยู่ทั้งเดือน
ตอนนี้ แค่เดินไปรอบๆป่าสนธยาก็สามารถหาเงินได้หนึ่งแสนแปดหมื่นเหรียญทอง สถานการณ์ต่างออกไปจริงๆ
“ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณมู่หรงซินหากไม่มีนางคอยนำทาง ข้าคงไม่สามารถพบทะเลแห่งโอสถแล้วเก็บสมุนไพรมาได้ขนาดนี้”
ฉู่อวิ๋นยกยิ้มเล็กน้อย
ตอนนี้ผู้เฒ่าเหยายื่นก้อนหยกสว่างใสให้ฉู่อวิ๋นแล้วพูดว่า"เหรียญทองหนึ่งแสนแปดหมื่นเหรียญมันมากเกินไป นี่คือหินิญญาหนึ่งร้อยแปดสิบก้อนเ้าเก็บไว้ให้ดี"
ในการค้าขายกันระหว่างนักรบนอกจากเหรียญทองแล้ว หินิญญาก็สามารถใช้แทนกันได้
หินิญญาหนึ่งก้อนเทียบเท่ากับหนึ่งพันเหรียญทอง
หินิญญาถูกรวบรวมจากปราณต้นกำเนิดิญญาและบรรจุพลังิญญาไว้นักรบิญญาสามารถรับพลังิญญาได้โดยการขัดเกลาหินิญญา
ดังนั้นแม้ว่าระดับพลังยุทธ์ของนักรบบางคนจะไม่สูงแต่ตราบใดที่พวกเขามีเงินและความแข็งแกร่งที่ได้รับหินิญญาเพียงพอพวกเขายังสามารถตามทันการฝึกฝนของเหล่าอัจฉริยะได้
ฉู่อวิ๋นรับถุงหินิญญามาแล้วตกตะลึงเล็กน้อยจากนั้นเขาก็ได้ยินผู้เฒ่าเหยาเอ่ยว่า "น้องชายลมหายใจของเ้ายาวและมั่นคงขึ้น เ้ามาถึงระดับสี่ของขอบเขตควบแน่นพลังปราณแล้วขั้นต่อไปของการฝึกฝนคือการเปิดเส้นลมปราณอัศจรรย์"
“เส้นลมปราณที่ว่านั้นบางมากและทะลุผ่านส่วนสำคัญของร่างกายมนุษย์เช่น หัวใจหรือสมอง ยาฟื้นเส้นลมปราณธรรมดาใช้ไม่ได้ผลแล้วนี่คือยาฟื้นเส้นลมปราณที่มีผลกว่าครั้งก่อน”
ผู้เฒ่าเหยายื่นกล่องเล็กๆที่สลักสวยงามให้ฉู่อวิ๋นอีกครั้ง
“ผู้เฒ่าเหยา...ท่าน...”
“เ้าไม่จำเป็ต้องขอบคุณข้า ข้าผู้เฒ่าก็ไม่ใช่คนใจกว้างคิดเสียว่ายาเม็ดนี้เป็วิธีดึงดูดลูกค้าก็แล้วกัน ต่อไปเ้าค่อยมาซื้อจากข้าหินิญญาห้าก้อนแลกยาฟื้นเส้นลมปราณได้หนึ่งเม็ด”
เมื่อได้ยินดังนั้นใบหน้าของฉู่อวิ๋นก็สดใสขึ้น เขาไม่คิดว่ามาขายสมุนไพรที่นี่แล้วยังจะได้ของขวัญกลับไปอีก
เมื่อเห็นรอยยิ้มของฉู่อวิ๋นผู้เฒ่าเหยาก็ส่ายหัวยิ้มๆ แล้วพูดอย่างจริงจัง "เฮ้อเพราะข้าไม่อยากให้เ้าพาตัวเองไปฝังการประลองเซี่ยหยางมักมีคนแข็งแกร่งมาเข้าร่วมด้วยเสมอโดยเฉพาะปีนี้ได้ยินมาว่าผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่ทะลุถึงระดับหกของขอบเขตควบแน่นพลังปราณแล้ว”
“อีกอย่างข้าได้ยินมาว่าตระกูลฉู่ของเ้าส่งนักรบที่ฝึกฝนจากต่างแคว้นและมีพร์ที่โดดเด่นกลับมาเข้าร่วมด้วยมันยากสำหรับเ้าจริงๆ หากคิดจะผ่านด่านไปให้ได้”
“หวังว่าเ้าจะสามารถทะลวงขั้นระดับได้โดยเร็วที่สุด โดยเฉพาะไปถึงระดับห้าของขอบเขตควบแน่นพลังปราณเ้าจะได้ไม่ถูกกำจัดออกในด่านแรก”
ผู้เฒ่าเหยาถอนหายใจเขารู้ว่ามันยากมากที่จะเปิดเส้นลมปราณอัศจรรย์ซึ่งเป็ก้าวแรกสำหรับนักรบขอบเขตควบแน่นพลังปราณ
มีนักรบจำนวนมากที่อยากรีบเลื่อนขั้นเปิดเส้นลมปราณทำให้เส้นลมปราณแตกซ่านและถึงขั้นเสียชีวิตทันที
เมื่อฉู่อวิ๋นได้ยินคำพูดของผู้เฒ่าเหยาเขาก็ไม่ได้ท้อถอย กลับบีบถุงหินิญญาในมือแน่น ดวงตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
"เวลาไม่คอยท่า ข้าจะต้องแข็งแกร่งกว่านี้ให้เร็วที่สุด!"
หลังจากนั้นผู้เฒ่าเหยาก็เริ่มกลั่นยาเม็ดหิมะ
หนึ่งชั่วยามต่อมาขณะที่ฉู่อวิ๋นนั่งอยู่ในห้องโถงด้านใน เขาก็ได้กลิ่นหอมเย็นๆเมื่อเงยหน้ามองก็พบว่าเป็ผู้เฒ่าเหยากำลังนำกล่องหยกใบเล็กออกมา
ฉู่อวิ๋นรับกล่องหยกมาแล้วเปิดออกด้วยความอยากรู้อยากเห็นยาเม็ดสีเขียวทรงกลมเปล่งประกายปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา
“นี่ก็คือยาเม็ดหิมะ? ผู้เฒ่าเหยายาเม็ดนี้สามารถปรับปรุงสภาพร่างกายของคนที่กินเข้าไปได้จริงหรือ? ทำให้ร้อยโรคไม่กล้ำกลาย ร่างกายแข็งแรงเหมือนนักรบธรรมดาได้จริงหรือ?” ฉู่อวิ๋นถาม
ผู้เฒ่าเหยากล่าวด้วยความมั่นใจ"แน่นอน ยาเม็ดหิมะเป็ยาอายุวัฒนะระดับสูงอันดับสอง มีผลดังที่เ้าว่า"
เมื่อได้ยินเช่นนั้นฉู่อวิ๋นก็อดยิ้มไม่ได้ “ฮะฮะตอนนี้พี่ซินเหยาก็ไม่ต้องกังวลเื่ความเจ็บป่วยอีกต่อไปแล้วนางสามารถออกไปปีนเขา ลุยน้ำ และท่องเที่ยวใต้หล้ากับข้าได้แล้ว”
ก่อนออกจากเซียนเยว่ซวนฉู่อวิ๋นใช้หินิญญาสิบก้อนเพื่อซื้อยาฟื้นฟูเืและยาหยุดเืกลับมาหลายขวดวันหน้าเขาจะต้องไปฝึกซ้อมที่ป่าและการาเ็ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
ต่อมาเขาใช้หินิญญาเพิ่มอีกสิบก้อนเพื่อซื้อผงปรับร่างและน้ำยาสร้างรากฐานจำนวนมาก
จากนั้นฉู่อวิ๋นก็ไปที่ร้านขายชุดเกราะในตลาดและซื้อชุดเกราะธรรมดาระดับสูงชิ้นหนึ่งด้านในเกราะเกลียวทอง จ่ายไปยี่สิบหินิญญา
สุดท้ายเขาก็มาที่ร้านกู่ฉินที่อยู่ใกล้สุดกับลานตะวันออกของตระกูลฉู่
ในตอนแรกที่ฉู่ซินเหยาขายกู่ฉินเซวียนมู่ไปก็เพื่อแลกกับเงินที่จำเป็สำหรับการใช้ชีวิต
ฉู่อวิ๋นรู้ว่าพี่สาวของเขาชอบกู่ฉินมากที่สุดและตอนนี้เขา้าไถ่ถอนมันคืนมา
โชคดีที่กู่ฉินเซวียนมู่ยังไม่ถูกขายไปฉู่อวิ๋นจึงใช้หินิญญาสองก้อนเพื่อซื้อกลับมา
ในพริบตาเดียวจากหินิญญาหนึ่งร้อยแปดสิบก้อนฉู่อวิ๋นก็ใช้ไปแล้วกว่าสี่สิบก้อนแต่ตอนนี้ในเมื่อเขารวยแล้ว สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็เื่เล็กน้อยทั้งหมดนี้ก็เพื่อพัฒนาการฝึกฝนของเขาและเพื่อร่างกายของฉู่ซินเหยา
เหนือนภายามค่ำคืนยังมีดวงดาว
ฉู่อวิ๋นกลับไปที่ลานตะวันออกโดยถือกู่ฉินไว้ในมือและเดินไปที่ห้องส่วนตัวของฉู่ซินเหยา เขาเห็นแสงเทียนสว่างอยู่ข้างในนางยังไม่หลับ
ฉู่อวิ๋นผลักเปิดประตูเดินเข้าไปแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม"นี่ พี่หญิง พี่ทายสิว่าข้าเอาอะไรกลับมาให้?"
ในห้อง ฉู่ซินเหยาดูซีดเซียว
เมื่อได้ยินเสียงของฉู่อวิ๋นดวงตาของนางก็สดใสขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มบนริมฝีปาก ทว่ากลับพูดด้วยความขุ่นเคือง"อวิ๋นเอ๋อร์! ทำไมถึงเพิ่งกลับมาตอนนี้? พี่คิดว่ามีบางอย่างเกิดกับเ้าแล้วเสียอีก"
ฉู่ซินเหยาหันไปมองฉู่อวิ๋นและดวงตาของนางก็เบิกกว้างขึ้น
“นี่...นี่คือกู่ฉินเซวียนมู่ใช่หรือไม่? เ้าเอามันกลับมาได้ยังไง? หรือว่า...เ้าไปก่อเื่ที่ร้านกู่ฉินมาหรือ?”
“อ๊ะ! ทำไม...ทำไมเ้าถึงมีรอยเล็บสามรอยนี้ได้ล่ะ? เ้าถูกทุบตีตอนไปขโมยกู่ฉินหรือ?!”
เมื่อััได้ถึงรอยกรงเล็บของพยัคฆ์เตโชบนร่างของฉู่อวิ๋นใบหน้าของฉู่ซินเหยาก็ซีดลง น้ำตาเอ่อคลอทันที
“เหตุใดเ้าถึงมีรอยฟกช้ำทุกครั้งที่กลับมาด้วย? เ้าอยากให้พี่เ้าโมโหจนตายเ้าถึงจะพอใจใช่ไหม?” น้ำเสียงของฉู่ซินเหยามีท่าทีไม่พอใจ นางยื่นมือเรียวยาวออกมาอย่างสั่นเทาอยากััรอยแผลเป็ของฉู่อวิ๋น แต่ด้วยกลัวว่าจะทำให้เขาเจ็บจึงชักมือกลับมา
ฉู่อวิ๋นยิ้มเบาๆ และพูดว่า"เื่มันยาวน่ะ พี่หญิงท่านไม่ต้องกังวล ข้าไม่เป็ไรแค่ก...ข้าแค่...สะดุดล้ม"
หลังจากพูดจบฉู่อวิ๋นก็รู้สึกพูดไม่ออกที่ตัวเองพูดเหตุผลงี่เง่านั้นมา
ใครบ้างที่จะปล่อยให้ตัวเองหกล้มจนมีสภาพเช่นนี้?
หลังจากอธิบายให้เข้าใจในที่สุดฉู่อวิ๋นก็ปลอบใจฉู่ซินเหยาจนนางสงบลงได้
หลังจากที่ฉู่ซินเหยาร้องขอซ้ำแล้วซ้ำเล่าฉู่อวิ๋นก็ยอมอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าสกปรกออก และให้นางทำแผลให้
“เ้าตัวดี เ้าก็รู้ว่าพี่เ้าสุขภาพไม่ดี แต่เ้าก็ยังทำตัวแบบนี้ต่อให้พี่ไม่ป่วย แต่เ้าก็ทำให้พี่กลัวจนล้มป่วยได้อยู่ดี”ฉู่ซินเหยาบีบหน้าของฉู่อวิ๋น แม้ว่านางจะกระทำกับเขาเช่นนั้น แต่ในใจกลับอบอุ่น
ฉู่อวิ๋นผู้นี้ยังจำได้ว่านางขายกู่ฉินไปและเขาก็ซื้อมันคืนกลับมาแล้ว
ช่างหวานล้ำ หวานจนอธิบายไม่ถูก
ฉู่อวิ๋นหัวเราะเล็กน้อยจากนั้นเขาก็หยิบยาเม็ดหิมะออกมามอบให้ฉู่ซินเหยา และพูดว่า "พี่หญิงขอแค่ท่านใช้ยาเม็ดนี้ ต่อไปท่านก็จะไม่ป่วยง่าย ไม่เดินสองก้าวก็หายใจหอบอีกแล้ว”
“จริงหรือ?” มือที่เรียบเนียนดั่งหยกของฉู่ซินเหยายื่นไปรับเม็ดยาด้วยท่าทางงุนงง
แต่เมื่อเห็นดวงตาที่สดใสของฉู่อวิ๋นนางก็หยิบยาเม็ดหิมะใส่เข้าปากเล็กๆ ของนาง และกลืนมันลงไปอย่างไม่ลังเล
"อึก!"
หลังจากนั้นไม่นานร่องรอยของประกายสีขาวหยกก็ปรากฏขึ้นในช่องท้องส่วนล่างของฉู่ซินเหยา
กระแสสีขาวค่อยๆ แผ่ขยายไปถึงแขนขา
“อืม…”
เมื่อแสงสีขาวส่องทะลุเสื้อผ้าฉู่ซินเหยาก็ส่งเสียงอันไพเราะออกมา นางปิดดวงตาคู่งามลงและหมดสติไปทันที
จู่ๆ ฉู่อวิ๋นก็สะดุ้งและรีบอุ้มนางขึ้นมาวางลงบนเตียง
“แสงสีขาวพวกนี้คงจะเกิดจากยาเม็ดหิมะกระมัง?”
ฉู่อวิ๋นจ้องมองฉู่ซินเหยาซึ่งทั้งร่างเปล่งประกายด้วยแสงสีขาวอย่างไม่ละสายตาขมวดคิ้วมุ่น
ไม่นานฉู่อวิ๋นก็พบว่าแสงสีขาวยังคงไหลขึ้นไปตามร่างกายของฉู่ซินเหยาแต่กลับหยุดลงกะทันหันเมื่อมาถึงลำคอเรียวดั่งหยกของนาง
ดูเหมือนว่ามันถูกปิดกั้นด้วยอะไรบางอย่าง
“เกิดอะไรขึ้น? แสงสีขาวนี่เป็ฤทธิ์ของยาเม็ดหิมะพูดตามหลักแล้ว มันจะกระจายไปทั่วร่างกายแต่ทำไมพอมาถึงคอของพี่หญิงถึงได้หยุดลงล่ะ?” ฉู่อวิ๋นสับสนคิดอะไรไม่ออกไปชั่วครู่
แต่กระแสแสงสีขาวพวกนั้นมีความพยายามมากพวกมันพยายามทะลุผ่านไปที่คอของฉู่ซินเหยา
ไม่นานแสงสีขาวทั้งหมดบนร่างของฉู่ซินเหยาก็ทะลวงไปจนถึงกระดูกไหปลาร้าของนางทั้งยังเร็วแรงมากขึ้นเรื่อยๆราวกับว่ากำลังกระจายด้วยความแข็งแกร่งทั้งหมด
"ฟุ่บ!"
ทันใดนั้นแสงสีดำก็แวบผ่านรอบคอของฉู่ซินเหยา ทำให้แสงสีขาวหายไปทันทีคนงามบนเตียงกลับมาสู่รูปลักษณ์ปกติของนางอีกครั้ง
“นี่…นี่คืออะไร?”
ฉู่อวิ๋นคอยสังเกตการณ์อยู่ข้างๆเขาย่อมเห็นถึงสิ่งผิดปกติบนคอของฉู่ซินเหยา
“เมื่อครู่ ที่คอพี่หญิงมีผ้าพยุงคออยู่ไม่ใช่...นั่นไม่ใช่ผ้าพยุงคอ!”
แทนที่จะเรียกว่าเป็ผ้าพยุงคอเรียกว่าห่วงที่ใช้คุมขังนักโทษจะดีกว่า
ฉู่อวิ๋นขมวดคิ้ว รู้สึกหงุดหงิดอย่างยิ่ง
การที่ร่างกายของพี่ซินเหยาอ่อนแออยู่เสมอดูท่าแล้วคงมาจากสาเหตุอะไรบางอย่าง
ผ่านไปหนึ่งวันฉู่ซินเหยาก็ตื่นขึ้นมาทว่าตามที่ฉู่อวิ๋นคาดไว้ยาเม็ดหิมะใช่ว่าจะล้มเหลวสภาพร่างกายของฉู่ซินเหยาดีขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าของนางแดงก่ำฝีเท้าก็รวดเร็วราวกับบินได้ ทว่าผลของยาก็มาได้เพียงเท่านี้
บางครั้งนางก็ยังคงเวียนหัวและขาดพลังชีวิต
ฉู่อวิ๋นรู้สึกว่าฉู่ซินเหยามีความลับมากมายซ่อนอยู่นางมีความเป็มาอย่างไรกันแน่?
ทว่าภารกิจเร่งด่วนที่สุดในตอนนี้คือการเตรียมตัวสำหรับการประลองยุทธ์เซี่ยหยาง