ตำนานเทพอสูรจอมราชัน NC18+

    ตอนที่41 ฤดูกาลเก็บเกี่ยว

    ตอนที่41 ฤดูกาลเก็บเกี่ยว

    เสียงของผู้ตรวจการ บิดาขององค์ฮองเฮาฝ่ายขวาดังขึ้นแผ่วเบาความคิดหนักอึ้งเหมือนอุ้มครกไว้ในอก สะท้อนออกไปจนพระนางจิงจงต้องหน้าซีดเผือดลง


    ไม่รู้ว่าพระสวามีได้รับการเท็จทูลยังไงถึงได้มีราชโองการอย่างเร่งด่วนมาถึงพระตำหนักนางในขณะที่องค์ชายสิบสี่บุตรของนางพึ่งเข้ามาถึงไม่กี่อึดใจ

    "บิดาท่านต้องปกป้องหลานชายผู้นี้ให้ได้นะ ข้าสังหรณ์ใจว่านางอสรพิษตัวนั้นมันกำลังวางแผนทำร้ายลูกข้า...." เสียงของฮองเฮาดังขึ้นด้วยความกังวลใจ ที่ราชโองการมาถึงตำหนักนางรวดเร็วขนาดนี้


    "เชิญรับราชโองการ..." ขันทีผู้เดินสารเข้ามาต่อหน้าห้องรับรอง ถือราชโองการของกษัตริย์อสูรวารีน้ำจืด เข้ามาด้วยความเคารพยำเกรงองค์ฮองเฮา และผู้ตรวจการใหญ่ ทั้งสองนั่งลงคุกเข่ารับราชโองการ


    "มีคำสั่งให้ฮองเฮาจิงจงนำองค์ชายสิบสี่เข้าเฝ้าปรึกษาหารือเรื่องจะเปิดฤดูกาลเก็บเกี่ยวก่อนกำหนด..." เสียงของขันทีคนสนิทดังก้องกังวานอ่านราชโองการแล้วเก็บเข้าใต้แขนเสื้อ


    "ท่านผู้ตรวจการ ราชโองการของท่านก็เช่นเดียวกัน ขอเชิญท่านเข้าประชุมครั้งนี้ด้วย ทุกตระกูลในเขตมหาราชวังต่างได้รับราชโองการ ส่งตัวแทนของตระกูลเข้าสู่ฤดูกาลเก็บเกี่ยว..."

    ขันทีคนสนิทขององค์กษัตริย์ อสูรวารีน้ำจืดหันมาอ่านราชโองการ ของผู้ตรวจการแล้วขอตัวกลับ

    ทั้งสองคนหายใจออกอย่างโล่งอก พระนางฮองเฮาฝ่ายขวาใจชื้นขึ้นมา นางคิดว่าพระสวามีโกรธเคือง ที่บุตรชายทำร้ายองค์ชายเก้าได้รับบาดเจ็บ จึงหาเรื่องราวมาใส่ความ แต่ครั้งนี้กลับเป็นผลดีกับลูกชายของนาง ที่จะได้เข้าร่วมพิธีฤดูกาลเก็บเกี่ยวประจำปีนี้


    "บุตรีของข้า ข้ารู้สึกเรื่องนี้มันแปลกๆ ยังไงไม่รู้ อาจจะมีลับลมคมในอยู่เบื้องหลังเพราะฤดูกาลเก็บเกี่ยวยังมาไม่ถึง ทำไม? จึงรีบเร่งเปิดพิธีก่อนเวลา เหมือนพวกเขาจะร้อนใจทำอะไรสักอย่าง.." ผู้ตรวจการใหญ่จิงจูขมวดคิ้วคิดอย่างรอบคอบ

    ด้วยประสบการณ์ของผู้ที่เคยผ่านมรสุมการแก่งแย่งอำนาจของราชสำนักมาอย่างโชกโชน


    "มีอะไรไม่ชอบมาพากลเหรอท่านพ่อฤดูกาลเก็บเกี่ยวก็เป็นผลดีต่อหลานของท่านไม่ใช่รึ..."องค์ฮองเฮาถามด้วยความสงสัย นางก็เริ่มรู้สึกมีอะไรที่แอบแฝงอยู่ในราชโองการนี้เหมือนกัน


    "ถ้ามันเป็นเวลาปกติข้าก็ไม่คิดว่ามันมีเรื่องแปลกอะไร แต่นี่กับเร่งเร้าวันเวลาให้สั้นเข้ามาอีก ย่อมมีเรื่องที่ถูกวางแผนไว้อย่างแน่นอน

    แต่ข้าก็ยังคิดไม่ออกว่ามันจะมีอันตรายอะไร ที่ซ่อนเร้นอยู่ในพิธีฤดูกาลเก็บเกี่ยวครั้งนี้ เพราะตามกฎของการเก็บเกี่ยวแล้ว


    ก็เพื่อให้ บุตรหลานคนรุ่นใหม่ของตระกูลในราชสำนักมีโอกาส ได้รับทรัพยากรที่มีค่าในการเพาะบ่มกายอสูร

    และเพาะบ่มบอลดวงจิตแก่นแท้ให้เก่งกล้า ก่อนศึกคัดเลือกตัวแทนทายาทสายหลักองค์จักรพรรดิอสูรวารีในกลางปีหน้า ซึ่งก็ไม่มีใครค่อยจะสนใจเรื่องนี้สักเท่าไหร่


    เพราะว่าทรัพยากรที่ได้ก็ไม่ได้มีของวิเศษชั้นเทพ เป็นเพียงแต่เหมาะสมกับผู้ที่พัฒนากายอสูรไม่เกินระดับสิบ และในการประลองแข่งขันครั้งนี้ก็ห้ามเข่นฆ่ากัน ข้าไม่เห็นว่ามันจะมีอะไรที่เป็นอันตรายต่อบุตรชายของข้าเลย...."


    กริชเพชรหันไปมองหน้ามารดาที่อธิบายถึงพิธีฤดูกาลเก็บเกี่ยว ที่ชายหนุ่มกำลังสงสัยว่ามันคืออะไร แต่สิ่งที่นางบอกทำให้เขานึกถึงเกมส์ออนไลน์ที่เราเคยเล่นเป็นประจำ มันก็แค่ไปทำฟาร์มของสำนักเมื่อถึงเวลาเปิดดันเจี้ยน แล้วให้สมาชิกลงไปแย่งชิงกันเก็บทรัพยากร มาไว้พัฒนาตัวเองคงจะเป็นลักษณะแบบนั้นแน่ๆ


    "องค์ชายสิบสี่พรุ่งนี้เราไปเข้าเฝ้าเสด็จพ่อด้วยกัน เมื่อถึงเวลานั้นเสด็จพ่อท่านก็จะประทานชื่อให้กับเจ้าและให้ตราตั้งเป็นราชโอรสอย่างเป็นทางการ แค่นี้ใครจะมาหาเรื่องเจ้าโดยไม่มีเหตุ เหมือนเช่นเมื่อตอนอยู่หน้าทางเข้าเมือง ก็คงเป็นไปได้ยากแล้ว เพราะสถานะของเจ้าก็สูงส่งอยู่ในนครนี้เหมือนกัน.."


    ฮองเฮาเอามือลูบศีรษะกริชเพชรอย่างเอ็นดู แล้วดึงเขามากอดไว้ในอ้อมอกเหมือนเด็กเล็กๆ เพราะความจริงแล้วร่างอสูรของกริชเพชร ก็เกิดขึ้นได้แค่ปีเดียว ถ้าเป็นบุตรของอสูรทั่วไป ที่ไม่มีทรัพยากรเหลือเฟือ เขาก็เป็นเพียงเด็กเล็กๆ ที่มีลักษณะไม่สมบูรณ์แบบนี้ มีเพียงร่างกายอสูรที่ไม่สมส่วนระดับสี่เท่านั้น


    เหมือนประชาชนทั่วไปที่อยู่ด้านนอกบางคนใช้เวลาหลายสิบปีถึงจะเลื่อนขั้นกายอสูรระดับสี่ เข้ามาอยู่ในเมืองเดินกันเพ่นพ่าน รูปร่างกายอสูรไม่บริสุทธิ์พิกลพิการดูแล้วแปลกตาพิลึก

    ไม่เหมือนกับบุตรหลานที่เกิดมาจากกลุ่มอสูรระดับสูงที่มีทรัพยากรเหลือแหล่ในการพัฒนากายอสูรให้เด่นล้ำและจุดที่เหมาะแก่การฟักไข่ก็คือน้ำตกศักดิ์สิทธิ์ที่กริชเพชรได้เกิดขึ้นที่นั่นนั้นเอง ทั้งสามคนปรึกษาหารือกันเกือบสองชั่วโมง ผู้ตรวจการที่เป็นตาจึงลากลับจวนที่พัก


    "บิดาต้องไปพักผ่อนแล้วพรุ่งนี้เราไปเข้าเฝ้าด้วยกัน องค์ชายสิบสี่หลานชายก็พักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้ไม่รู้ว่าจะเจอเล่ห์เหลี่ยมของสองพ่อลูกนั้นอย่างไรบ้าง เราต้อง

    เตรียมตัวรับสถานการณ์ไว้ตลอดเวลา..." ผู้เป็นตาหันมาบอกหลานชายแล้วลูบศีรษะเขาอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะเดินออกจากพระตำหนักของลูกสาว


    "ลูกรักมารดาขอถามเจ้าสักคำหนึ่งจะได้ไหม"

    พระนางฮองเฮาหันมา จ้องหน้ากริชเพชรด้วยสายตาอยากรู้บางอย่าง ทำให้หัวใจชายหนุ่มร้อนวูบ คล้ายกับว่านางมีเรื่องสำคัญจะถามเขา

    "มีอะไรหรอพระมารดา"


    กริชเพชรถามด้วยเสียงแผ่วเบาเขารู้สึกว่าคำถามที่พระนางจะถาม มันต้องสำคัญมากๆ เธอจึงไม่อยากถามต่อหน้าคนอื่น แม้แต่ท่านตาของกริชเพชรเอง

    "เจ้ารู้หรือไม่ว่าพี่น้องของเจ้าสามใบนั้นพวกเขายังอยู่รอดปลอดภัยดีหรือไม่"


    ชายหนุ่มนิ่งอึ้งกับคำถามมารดาเขาย่อมรู้ดีว่าพี่น้องของเขาทั้งสามใบ ถูกนกปีศาจกินตายไปหมดแล้ว ตั้งแต่กำลังฟักเป็นตัวออกจากไข่

    ชายหนุ่มนิ่งอึ้งไปไม่รู้ว่าจะตอบมารดาอย่างไรดี ถ้าเขาพูดตรงๆ ออกไปนางคงจะเสียใจอย่างมาก ตอนนี้คงยังไม่ถึงเวลาที่จะเปิดเผยความจริงให้มารดารับรู้


    "ขอโทษพระมารดาข้าเกิดมาก็ไม่พบเห็นพวกเขาแล้ว ไม่อาจรู้ได้ว่าพวกเขาไปอยู่ที่ใด"

    กริชเพชรกระแอมตอบออกไป ก้มหน้าเหมือนกำลังใช้ความคิดนึก ถึงเหตุการณ์ แต่ความจริง เขาอยากหลบตาองค์ฮองเฮาเพราะกลัวนางจะจับได้ว่า เขาไม่ได้พูดความจริง หญิงสาวถอนใจเหมือนกับโล่งอกอย่างน้อยนางก็มีความหวัง ว่าบุตรทั้งสามใบอาจจะเดินทางกลับมา เหมือนองค์ชายสิบสี่ก็เป็นไปได้ ความหวังของแม่ยังมีในหัวใจนางอย่างมากล้น


    "เหมยหยวนเจ้าไปเตรียมที่พักให้องค์ชาย สิบสี่ แล้วนำลูกของข้าไปพักผ่อนวันนี้ข้าอยากอาบน้ำแต่งตัวให้ดูสดใส พรุ่งนี้ข้าจะเข้าเฝ้าพระสวามี.." หญิงสาวพูดด้วยจิตใจชื่นบานนางสมหวัง ในรอบหนึ่งร้อยปีที่ได้แต่งงานกับสามี


    มาวันนี้นางสามารถมีลูกชายกับเขาทำให้หัวใจของหญิงสาวเบิกบานมีความสุข นางไม่ต้องน้อยเนื้อต่ำใจอีกต่อไป อย่างน้อยนางก็สามารถมีทายาท ผู้สืบตระกูลของนางให้มีหน้ามีตา ทัดเทียมกับคนอื่นในราชวังนี้


    ยังไงองค์ฮองเฮาต้องหยิบฉวยโอกาสไว้ให้มั่นใจมือ คาดหวังคิดในใจต้องส่งเสริมบุตรชายคนเดียว ของนางที่กลับมาจากดินแดนน้ำตกศักดิ์สิทธิ์ ให้เขารุ่งเรืองเธอคิดฝันเกินไปไกลถึงว่าสักวัน นางจะต้องปลีกตัวไปหาท่านปู่ใหญ่ ที่รักและเมตตานางมาตลอด นางต้องฝากฝังลูกชายคนนี้ ให้ท่านได้ช่วยส่งเสริมอีกแรง ถ้าเขาเป็นเพชรเม็ดงามดั่งบิดาของนางได้กล่าวไว้ บางทีองค์ชายสิบสี่อาจจะได้ขึ้นเป็นองค์รัชทายาทสายตรง ของจอมจักรพรรดิอสูรวารีปู่ใหญ่ของนางก็เป็นไปได้


    ถึงแม้ว่าความฝันของนางจะริบหรี่ แต่อย่างน้อยก็เป็นความสุขของมารดา ที่คาดหวังในตัวบุตรชาย จะรุ่งเรืองมีฐานะเหนือผู้อื่น มันเป็นอะไรที่บุพการี ต้องการให้เชื้อสายของตนเองไม่ตกต่ำ เป็นเบี้ยล่างของใคร

    หญิงสาวยิ่งคิดยิ่งมีความสุข ดวงตาเปล่งประกายยิ้มอย่างภาคภูมิ มองตามหลังขององค์ชายสิบสี่ ที่กำลังเดินออกจากห้องรับรองในตำหนักของนาง จนหายลับตา


    หญิงสาวมีความภาคภูมิใจแบบมากล้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน วันคืนที่ดีของนางกลับมาแล้ว ถึงแม้ว่าอุปสรรคก้างขวางคอขนาดใหญ่คือองค์ฮองเฮาฝ่ายซ้าย และมหาอำมาตย์จะเป็นตัวขัดขวางที่ยิ่งใหญ่ แต่หญิงสาวก็เชื่อมั่นในสัมพันธ์ของตัวเองกับเสด็จปู่จอมจักรพรรดิอสูรวารีว่า สักวันนางจะใช้ความสัมพันธ์ ที่เป็นหลานคนโปรดส่งเสริม ชีวิตบุตรชายคนเดียวของนาง ให้เจริญรุ่งเรืองถึงขีดสูงสุด

    ..........................................................................................................................................................................................

    คล้ายกับเรื่องตำนานเทพอสูรจอมราชัน NC18+ ที่คุณอ่าน