แผนรับมือ
อู่หมิงและเสี่ยวฮุ่ยจากที่พักไปใกลพอจนพวกหยวนลู่ไม่สามารถสัมผัสได้ถึงตอนแล้วจึงพากันเข้าไปในปราการชิงกลงทันที เมื่อเข้าไปในปราการชิงหลงเสี่ยวฮุ่ยก็คำรามอย่างอารมณ์เสียเพราะอู่หมิงห้ามมันไม่ให้ฆ่าฝ่านเย่"อู่หมิงเจ้าไม่น่าห้ามข้าเลย ข้าละอยากจะสังหารพวกมันให้หมด" เสี่ยวฮุ่ยคำรามออกมาอย่างอารมณ์เสีย"ข้าฆ่าพวกมันแน่แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้พวกเราจะต้องหาโอกาสที่เหมาะสมเสียก่อน" อู่หมิงกล่าว"ฮืม บังอาจนำเรื่องของท่านป้ามาข่มขู่คอยดูเถอะว่าข้าจะสังหารมันยังไง" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา"แต่ตอนนี้เรื่องที่สำคัญคือจะทำอย่างไรกับเจ้าคนที่ชื่อฮ่าวเสี่ยวนั่น ด้วยพลังของพวกเราตอนนี้การจะสู้กับเจ้านั่นไม่ใช่เรื่องง่าย" อู่หมิงกล่าว"ไม่ต้องห่วง ข้าได้รวบรวมวัตถุดิบที่จำเป็นเอาไว้เรียบร้องแล้วต่อไปข้าจะปรุงเม็ดยาเพื่อช่วยให้เจ้าทะลวงระดับสู่ขั้นกลาง ส่วนพวกเยี่ยฉีก็ได้เวลาทะลวงสู่ปราณราชันกันแล้ว" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวเสี่ยฮุ่ยนำวัตถุดิบที่ขโมยมาจากศัตรูออกมาพร้อมกับเริ่มปรุงยาทันที อู่เซียงที่รู้งานจึงรีบเข้ามาช่วยเหลือเสี่ยวฮุ่ยอีกแรง ทางด้านอู่หมิงก็กลับเข้าไปยังห้องฝึกฝนเพื่อฝึกฝนต่อ"ดวงจิตกระบี่ของข้าตอนนี้ได้มาถึงขุดสูงสุดของขั้นที่สองแล้ว และเวลาที่ผ่านมาสองปีข้าได้ขัดเกลาดวงจิตจนถึงระดับที่สมบูรณ์แล้วที่เหลือก็คือการทะลวงสู่ระดับที่ 3" อู่หมิงคิดในใจก่อนจะดำดิ่งลวงไปในดวงจิตของตนโลกภายในดวงจิตของอู่หมิงมีแผนภาพหยินหยางส่องสว่างอยู่และข้างบนแผนภาพหยินหยางก็มีดวงจิตกระบี่สองเล่มลอยอยู่อย่างเงียบๆ อู่หมิงที่ผ่านการต่อสู้มามากมายในตอนนี้มีความพร้อมแล้วที่จะยกระดับดวงจิตกระบี่ไปในขั้นนถัดไป อู่หมิงเริ่มกระคุ้นดวงจิตกระบี่พร้อมกับเริ่มยกระดับในทันทีดวงจิตกระบี่ทั้งสองเล่มเริ่มสั่นไปมาก่อนจะเปล่งแสงสว่างจ้าออกมา พร้อมกับพลังของดวงจิตทั้งสองเริ่มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทางพวกเจียงเฉินเองก็บ่มเพาะอย่างหนักหน่วงเพราะแรงกดดันจากพวกหยวนลู่ทำให้พวกเจียงเฉินจึงจำเป็นต้องแข็งแกร่งยิ่งขึ้นเพื่อไม่ให้แพ้อัจฉริยะจากทวีปศูนย์กลางทางด้านจ้าวหอเฉินได้พากลุ่มของอู่เทียนและคนอื่นๆแยกตัวมาจากกลุ่มของพวกหยวนลู่เพราะกลัวว่าพวกฝ่านเย่ที่แพ้อู่หมิงแล้วจะพานมาหาเรื่องพวกอู่เทียน หลังจากผ่านไป 1 วันเสี่ยวฮุ่ยก็ปรุงยาสำเร็จพร้อมกับมอบมันให้กับอู่หมิงทันที อู่หมิงที่ยกระดับดวงจิตกระบี่อยู่ก็ไม่ได้รีบร้อนและกินเม็ดยาลงไปแต่พยายามยกระดับดวงจิตกระบี่ให้สำเร็จก่อนเวลาผ่านไปในตอนนี้เองที่กองกำลังทั้งหมดของฝ่ายพรรคอธรรมได้เดินทางจากทวีปมืดมาถึงทวีปเทียนลู่แล้วพร้อมกับนำเสบียงและเม็ดยาต่างๆมาด้วย"ในวันพรุ่งนี้พวกเราจะเข้าปิดล้อมพวกมันด้วยกำลังทั้งหมดของพวกเรา" ฮ่าวเสี่ยวกล่าว"ดี ด้วยกำลังที่พวกเรามีเกือบสองเท่าของพวกมันย่อมสามารถบดขยี้พวกมันได้อย่างแน่นอน" ประมุขนิกายแมงป่องทมิฬกล่าว"แล้วพวกเราจะเอายังไงกับตระกูลอู่ ซึ่งที่นั่นมีร่างจำแรงเซียนปกป้องอยู่พวกเรามไม่สามารถทำอะไรที่นั่นได้แน่" หัวหน้าตระกูลหวังกล่าว"เรื่องนี้ข้าเองก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะงั้นพวกเราจะละเว้นตระกูลอู่เอาไว้ก่อนแต่สำหรับอู่หมิงนั้นทางเบื้องบนของนิกายหยินหยางสั่งมาให้จับเป็นเท่านั้นและถ้าเกิดใครก็ตามพลั้งมือฆ่าอู่หมิงตายละก็พวกเจ้าก็เตรียมตัวรับความโกรธของนิกายหยินหยางได้เลย" ฮ่าวเสี่ยวกล่าว"แต่ตระกูลหวังของข้าย่อยยับเพราะเจ้านั่นแล้วจะให้ข้าปล่อยเจ้านั่นไปอย่างงั้นหรือ" หัวหน้าตระกูลหวังกล่าว"เรื่องนี้ได้ถูกตัดสินไปแล้วว่าอู่หมิงจะต้องถูกจับเป็นเท่านั้นและห้ามทำอะไรเขาเด็ดขาดเพราะเบื้องบนต้องการตัวของอู่หมิงมาก แต่าสำหรับคนอื่นๆพวกเจ้าสามารถฆ่าได้ตามใจ" ฮ่าวเสี่ยวกล่าวหลังจากตกลงกันได้แล้วพวกพรรคอธรรมก็เริ่มเตรียมกำลังคนและเคลื่อนใหวอย่างเงียบๆ ทางด้านจ้าวหอเฉินและประมุขนิกายดาบคลั่ง นิกายหมัดราชันและหอหิมะโปรยก็เริ่มวางแผนรบทันทีโดยที่ไม่มีพวกหยวนลู่"ข้าว่าพวกเราไม่สามารถพึ่งพาพวกคนจากทวีปศูนย์กลางได้แล้วละ" จ้าวหอเฉินกล่าว"ข้าเองก็เห็นด้วยกับเจ้า ตั้งแต่แรกเจ้าพวกนั้นไม่ได้สนใจผู้คนของทวีปเทียนลู่เลยและมักจะส่งคนของพวกเราไปตายเปล่า" ประมุขนิกายดาบคลั่งกล่าว"เห้อเห็นได้ชัดว่าเบื้องบนไม่ได้สนใจพวกเราเท่าไหร่ก็เลยส่งเด็กพวกนี้มา ถึงแม้คนเหล่านี้จะมีพรสวรรค์แต่เรื่องทัศนคติ การวางแผนและการวางตัวกลับสู้กับศิษย์ของพวกเราไม่ได้ด้วยซ้ำ" ประมุขหอหิมะโปรยกล่าว"แต่คนของข้าต่างออกไปพวกเขาได้รับมอบหมายให้มาปกป้องที่นี่จริงๆซึ่งนี่เป็นคำสั่งไม่ใช่ภารกิจ" ประมุขนิกายหมัดราชันกล่าว"แล้วคราวนี้พวกเราจะทำอย่างไรเพราะด้วยกำลังของพวกเราในตอนนี้การจะต่อกรกับอีกฝ่ายไม่ใช่เรื่องง่าย" จ้าวหอเฉินกล่าว"จ้าวได้ลองติดต่อกับอู่หมิงแล้วหรือยัง" ประมุขนิกายดาบคลั่งกล่าว"อืม ตอนนี้ข้าเองก็ไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ใหนจึงไม่สามารถติดต่อกับเขาได้" จ้าวหอเฉินกล่าว"เขาคงไม่หนีไปแล้วหรอกนะ" ประมุขหอหิมะโปรยกล่าว"ไม่มีทาง ที่สนามรบแห่งนี้มีท่านตาของเขาอยู่เขาไม่มีทางทิ้งคนในครอบครัวไปเด็ดขาดและอีกอย่างเหตุผลที่เขาแยกตัวออกไปพวกเจ้าก็น่าจะรู้ดี" จ้าวหอเฉินกล่าวในขณะที่พกวจ้าวหอเฉินกำลังกลุ้มใจอยู่กระรอกสีดำตัวหนึ่งวิ่งเข้ามาแล้วกระโดดขึ้นไปบนโต๊ะประชุมอย่างรวดเร็ว เสี่ยวฮุ่ยที่ยืนขึ้นสองขาพร้อมกับกอดอกอยู่เชิดหน้าขึ้นอย่างเย่อหยิ่ง"ข้านำข้อความจากอู่หมิงมาบอกพวกเจ้า อีกไม่นานพวกศัตรูก็จะบุกเข้ามาและจากที่ข้าสืบดูก็พบว่ากองกำลังของศัตรูในครั้งนี้มากกว่าครั้งก่อนข้าจึงคิดว่าอีกฝ่ายได้ทุ่มกำลังทั้งหมดโจมตีในครั้งนี้ สำหรับพวกเจ้าที่คิดว่าไม่สามารถต่อสู้กับอีกฝ่ายได้ให้ถอยหนีออกไปซะ ส่วนที่เหลือข้าจะจัดการเอง" เสี่ยวฮุ่ยกล่าว"จะจัดการ แล้วอู่หมิงจะจัดการแบบใหนต่อให้เป็นอู่หมิงเองก็ไม่มีทางต่อสู้กับศัตรูทั้งหมดได้หรอก" จ้าวหอเฉินกล่าว"ใช่แล้วพวกเราก็จะร่วมสู้ด้วย" ประมุขนิกายหมัดราชันกล่าว"ก็ดีในเมื่อพวกเจ้ามีความกล้าที่จะสู้จงเตรียมตัวเอาไว้อีกไม่เกินหนึ่งวันศัตรูก็จเข้าปิดล้อมที่นี่และเมือถึงตอนนั้นให้พาคนของเราถอยไปยังทิศใต้ซึ่งข้าจะเป็นคนช่วยเปิดเส้นทางไว้ให้และเมื่อไปยังทิศใต้แล้วให้ฟังคำแนะนำของพวกข้าเอาไว้ให้ดีเพราะพื้นที่แถวนั้นข้าได้วางค่ายกลสังหารเอาไว้เป็นจำนวนมากซึ่งต่อให้เป็นราชันก็มีแต่ตายสถานเดียว" เสี่ยวฮุ่ยกล่าว"สมแล้วที่เป็นอู่หมิงวางแผนรับมือได้รวดเร็วจริงๆ" ประมุขนิกายดาบคลั่งกล่าวด้วยน้ำเสียงยินดี"ส่วนเรื่องว่าพวกเจ้าจะบอกคนของทวีปศูนย์กลางหรือไม่ข้าให้พวกเจ้าตัดสินใจกันเอาเอง" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวหลังจากนั้นเสี่ยวฮุ่ยก็ได้ยื่นแผนที่ให้กับจ้าวหอเฉินและในแผนที่มีจุดวงแดงซึ่งบ่งบอกว่าตรงใหนบ้างที่มีค่ายกลเพื่อให้พวกจ้าวหอเฉินสามารถหลบเลี่ยงได้อย่างแม่นยำ พวกจ้าวหอเฉินพากันขอบคุณเสี่ยวฮุ่ยที่ช่วยเหลืออย่างสุดซึ่งทำให้เสี่ยวฮุ่ยเริ่มวางท่ามากยิ่งขึ้น---------------------------------------------------------------------------------------------------------------