ธรณีคลั่ง(ใหม่)

    ตอนที่57 แค่ของเล่น

        เสียงใสๆ ของหญิงดังขึ้นซึ่งมันเต็มไปด้วยอารมณ์หงุดหงิด

       เขารออยู่สักพักประตูจึงได้เปิดออกเขาก็ได้เห็นแฟนสาวของเขาที่ใส่ผ้าเช็ดตัว ปิดร่างกายเอาไว้เมื่อเขาจ้องมองเข้าไปข้างในก็ได้เห็นผู้ชายหุ่นลำมีกล้ามเป็นมัดๆ พร้อมซิกแพคเป็นลูก ใบหน้าหล่อเหล่าคมคายเหมือนพระเอกหนักดังคนหนึ่งที่กำลังนอนอยู่บนที่นอน

       ภูมิได้กล่าวถามขึ้นพร้อมทั้งน้ำใสๆ ที่ค่อยไหลอาบสองแก้ม

       "นี้มันอะไรกัน อธิบายมาสิ"

       ภูมิได้พยายามเปล่งเสียงอันสั่นเครือของเขาให้ออกมาเป็นคำพูดอยากสุดความสามารถ

       "อ้อ นี่แฟนเราเองแหละ มีปัญหาอะไรไหม"

       เธอกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงที่ไม่มีความเสียใจใดๆ ผสมอยู่เลยสักนิด

       "แล้วเราละ เราเป็นอะไร เราไม่ได้เป็นแฟนกันหรือไง"

       เสียงของภูมิเริ่มดังขึ้นๆ จนกลายเป็นตะโกน ทำให้ผู้คนแถวๆ นั้นหันมามองกันหมด

    " ให้ความสำคัญกับตัวเองมากไปภูมิ อ้วนๆ ดำๆ แบบนี้ใครจะไปชอบลงกัน นายมันก็แค่ของเล่นสำหรับฉันเท่านั้นแหละ แต่ก็ขอบใจนะสำหรับค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่หามาให้เรา แต่ต่อไปนี้ไม่ต้องแล้วละ จะไปไหนก็ไป ชิ้วๆ "

       เมื่อกล่าวจบหญิงสาวนางนั้นก็ได้ปิดประตูใส่เสียงดังตึก ภูมิได้แต่ยืนนิ่งจากนั้นขาของเขามันเหมือนจะก้าวเดินออกไปเองโดยที่เขาไม่ได้มีเป้าหมายในการเดินเลยแม้แต่น้อย น้ำตาลูกผู้ชายไหลเป็นสายไม่ยอมหยุดจนเขาถึงห้องของตัวเองตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เมื่อเข้ามาในห้องภูมิกล่าวพึมพำหน้า   

       "แค่ของเล่น"

      ประตูก่อนจะร้องไห้จนถึงเช้า

    …………………………………………

       "แค่ของเล่น ฮ่าๆ อีกแล้วสินะดี ดีมากๆ เลยนุช"

       ภูมิตะโกนก้องเสียงดังลั่น

       จากนั้นเขาก็ได้ชี้นิ้วไปยังพวกทหารที่ล้อมพวกนุชไว้ที่ด้านล่าง ต่อมาบริเวณที่พวกเขากำลังยืนอยู่ก็ได้เกิดเปลวเพลิงสีฟ้าขนาดใหญ่มันเป็นเหมือนกำแพงไฟที่สูงเอามาก ภูมิได้ลากนิ้วเป็นวงกลมกำแพงไฟก็วิ่งตามจนล้อมรอบพวกเขาทั้งหมดเอาไว้

       "ติ่ง"

       " ตรวจพบสิ่งผิดปกติๆ …"

      เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นอีกครั้งเมื่อเขาใช้พลังในรูปแบบหนึ่งซึ่งมันไม่ได้มาในรูปแบบสกิลแต่เป็นรูปแบบที่เขาต้องควบคุมมันเองโดยแลกกับ mp ถ้าจะถามว่าทำไมเข้าถึงใช้มันได้ก็ต้องตอบว่ามันเป็นเหมือนสัญชาตญานราวกับว่าเป็นสิ่งที่เขาสามารถใช้มันได้ตั้งแต่ต้น

       "อ๊าก"

      เสียงร้องที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ถูกไฟเผาทั้งเป็นและภูมิยังได้ทำให้เปลวไฟสีฟ้านั้นก่อรูปดาบคมๆ กรีดแทงพวกที่กำลังวิ่งหาทางหลบหนี พวกมันร้องดังระงมไปทั่ว ภูมิได้มีรอยยิ้มน้อยประดับบนใบหน้าเหมือนได้เห็นภาพการสังหารหมู่ที่ตัวเองได้ทำขึ้น มันเป็นรอยยิ้มที่ดูน่ากลัวเป็นอย่างมาก

       บนพื้นดินที่เต็มไปด้วยซากของบ้านและตึกผู้คนมากมายได้พากันวิ่งหลบคมดาบเปลวเพลิงของภูมิที่กำลังพุ่งเข้าใส่พวกเขาจนวุ่นวายกันไปหมด พวกทหารที่เป็นเพียงลิ่วล้อนอนตายกันเกลื่อนกลาดแต่ทว่ากลุ่มคนที่เป็นผู้นำก็ยังอยู่ดีมีสุข เพราะน้ำ ได้สร้างโดมน้ำครอบพวกเขาเอาไว้ซึ่งเป็นหนึ่งในสกอลของเธอแถมยังได้มีกำแพงดินอยู่ด้านในอีกด้วย

       ภูมิที่รู้ว่าแม้จะโจมตีพวกเขาไปก็ทำอะไรไม่ได้มากนักแต่เพราะเลเวลใกล้เคียงกันและอาจจะเป็นเขาเองที่พ่ายแพ้ เสียเอง ดังนั้นภูมิจึงได้จงใจเล่นงานลูกน้องของพวกมันก่อนเพื่อตัดกำลัง เขาก็ได้ฆ่าพวกมันไปเรื่อยๆ จนเกือบจะหมดแต่เมื่อรับรู้ได้ว่า mp ใกล้จะหมดแล้วเขาจึงได้ทำการกินโพชั่น mp ที่ตัวเองสร้างมาเรื่อยๆ 

       ภูมิได้จ้องมองไปยังโดมรูปครึ่งวงกลมนั้นเขาได้ดึงเอาไฟที่มีทั้งหมดมารวมกันพร้อมกับบังคับให้มันเปลี่ยนรูปร่างไปเป็นเหมือนหัวสว่านที่แหลมคม จากนั้นก็ได้บิดหมุดมันตามเข็มนาฬิกาแล้วสั่งการให้มันพุ่งเข้าใส่โดม

       เมื่อลงมือโจมตีแล้วภูมิก็ได้หันหลังให้มันแล้วค่อยๆ บินจากไปโดยไม่ได้สนใจว่าพวกเขาจะเป็นยังแต่ที่แน่ๆ พวกนั้นคงไม่เป็นอะไรมากเพราะเลเวลไม่ได้แตกต่างจากเขามาก

       "ตูม"

      เสียงดังสนั่นหวั่นไหว เมื่อสว่านไฟและโดมได้กระทบกัน จนเกิดการระเบิดครั้งใหญ่ กลุ่มควันได้พวยพุ่งขึ้นจนกลายเป็นเหมือนดอกเห็ดขนาดยักษ์ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกินเวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น

       ภูมิเมื่อขวดโพชั่น mp ได้หมดลงภูมิก็ได้เก็บความแค้น หันหลังให้พวกนุชแล้วบินหนีไป โดยมีเป้าหมายคือดันเจี้ยนสีเขียวเพราะเขาต้องการเพิ่มเลเวลให้เร็วที่สุดเพื่อทิ้งห่างจากพวกนุชให้มากที่สุดเพราะเขารู้ดีว่าในตอนนี้ตัวเองยังไม่สามารถสู้กับพวกนุชที่ร่วมมือกันได้

       ภูมิได้บินข้ามไปยังจังหวัดอีก2 จังหวัดที่อยู่ต่อกันราวๆ 200 กิโลเมตร ซึ่งเขาใช้เวลาบินหลายชั่วโมงจนกระทั่งเข้าได้ข้ามไปยังเขตของอีกจังหวัดที่ 3 แต่ก็ยังไม่เจอดันเจี้ยนสีเขียวเลยสักนิด

       เขาจึงได้หยุดพักในบนภูเขาลูกหนึ่งซึ่งไม่ใหญ่มาก มีต้นไม้ใหญ่น้อยเกินขึ้นทั่วทั้งลูก ถ้ามองไกลๆ ก็เป็นภูเขาที่ถูกระบายสีเขียวทั้งหมด บนพื้นดินที่มีใบไม้แห่งๆ เต็มไปหมดเสียงแมลงและนกชนิดต่างๆ ร้องดังเป็นระยะให้ได้ยิน บรรยากาศอับชื้นของป่าทำให้รู้สึกเย็นสบาย พร้อมกับแสงรำไรที่ลอดผ่านใบหนาๆ พอให้มองเห็นในตอนกลางวัน

       ชายในร่างผสมของสัตว์สองชนิดมีรูปลักษณ์ไม่ต่างจากปีศาจในตำนานก็ได้ร่อนลงจากอากาศผ่านใบไม้สีเขียวสดใสและกิ่งไม้สีน้ำตาลเล็กลงมาสู่พื้นด้านล่าง เมื่อเขาลงมายืนบนใบไม้แห้ง แล้วก็ได้ทำการปิดการซิงโครไนซ์ในทันที เพราะมันเป็นร่างที่มีจุกเด่นมากเกินไป