โคตรมวยไทยถล่มโลกเซียน

    ตอนที่ 52 ยากูซ่าแห่งโกเบ

    ทาเคชิ กับ ซายูริ และลูกน้องอีก สิบคนมาถึงสนามบินบนเกาะคริสตัล มีชายใส่แว่นตาดำ กับ ทหารรับจ้างอีก ประมาณ 10 คนมาคอยต้อนรับ

    “ ยินดีต้อนรับสู่ท่านรองหัวหน้าทั้งสอง เข้าสู่เกาะคริสตัลครับ”

    “ เป้าหมายยังอยู่ที่นี่ใช่หรือไม่”

    “ ใช่ครับ เป้าหมายอยู่ที่โรงแรมนาคาไอส์แลนด์ครับ”

    “ ทำงานดีมาก อิโนมาตะซัง  เอาไว้งานนี้สำเร็จผมจะบอกท่านหัวหน้าให้เลื่อนตำแหน่งให้คุณ”  ทาเคชิเอ่ยชม

    “ ขอบคุณครับท่าน”

    “ พวกเรามีเวลาไม่มาก รีบพาพวกเราไปหาเป้าหมายเดี๋ยวนี้เลย”  ซายูริสั่งด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด

    ทั้งหมด ยี่สิบกว่าคน รถตู้สีดำ 4 คัน มุ่งหน้าไปที่โรงแรมนาคาไอส์แลนด์ทันที

    เวลา 23.00 น พวกของขจรกำลังสนุกกันสุดเหวี่ยง เงือกน้อยนั้นยังเด็กนัก ไม่ทันไรก็ง่วงแล้ว ดังนั้นกิ๊ฟเลยขอตัวพาเงือกน้อยไปนอนก่อน ขจรเลยอาสาพาขึ้นไปนอนบนห้องพักของเขาที่มีห้องเด็กน้อย ที่มีเตียงถึง 2 เตียงกว้างขวาง ส่วนซีกับเพื่อนๆ ยังสนุกไม่ยอมขึ้นไป ส่วนคุณชายจางเฉิน ก็ได้แต่มองกิ๊ฟ พาเงือกน้อยไปโดยที่รู้ว่าไปนอนที่ห้องสูทของขจร ทำให้เขาต้องยกเหล้าขึ้นมาดื่มปลอบใจตัวเอง

    “ คุณชายจาง การวิ่งตามคนที่ไม่รัก ไม่ว่าคุณจะขับแลมโบกีนี่แรงขนาดไหน ก็ไม่มีทางตามทัน เชื่อผมเถอะ”  กรกันต์เริ่มปลอบใจคุณชายจางเฉิน

    “ ผมผิดด้วยหรือที่ผมรักกิ๊ฟ ทำไมฟ้าถึงได้กลั่นแกล้งผมอย่างนี้” คุณชายจางเฉินกระดกขวดวิสกี้เพียวๆ เข้าปากไปเลยในคราวนี้

    “ คุณไม่ผิดที่รักกิ๊ฟ แต่คุณผิดที่รักคนมีเจ้าของแล้ว” ซีก็เข้ามาปลอบใจด้วยคน

    “ พูดเรื่องอะไรกัน คืนนี้พวกเรามีโอกาสมาเที่ยวกันทั้งที อย่าไปสนใจสิ่งใด แม้ว่าสวรรค์จะกลั่นแกล้งเราแค่ไหน ทำให้เราโศกเศร้าสักเพียงใด แต่ก็ไม่อาจบีบให้เราต้องร่ำไห้ออกมาได้  ดังนั้นพวกเรามาหัวเราะเย้ยฟ้ากันเถอะ เอ้าชน” หัวหน้าเอกยกแก้วรอ

    “ ดี งั้นพวกเรามาหัวเราะเย้ยฟ้ากันเถอะ” ทั้งหมดต่างยกแก้วมาชน ส่วนคุณชายจางเฉินใช้ขวดเหล้าชนแทน

    อีกโต๊ะ ม่อน แอล และ พี่อ้วน นั่งดื่มกินอย่างเหงาหงอย แม้เสียงเพลงจะดังครึกครื้น แต่แอลพอได้เห็นขจรเดินไปกับกิ๊ฟ ก็ได้แต่ดื่มเหล้าไปหลายช็อต

    “ เฮ้ยแก ทำไมทำท่าท้อแท้แบบนี้ ไม่เห็นเหมือนดาวมหาลัยคนเก่งเลย”

    “ ฉันเป็นอะไร ไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย” แอลเอ่ยเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

    “ แกอย่ามาหลอกฉัน ฉันรู้ว่าแกคิดอย่างไร เขายังไม่ได้แต่งงานกันสักหน่อยแกยอมแพ้แล้วหรือไง ไหนแกเคยบอกว่า ความรักมันต้องสู้ให้เหมือนกระทิงไงวะ มันต้องวิ่งชนแม้ต้องตายก็ยอม”

    “ รู้ก็รู้ สู้ไปก็ตายเปล่า จะสู้ไปทำไมวะ”

    “ เฮ้ย นี่แกเป็นอะไรมากปะเนี่ย ไหนแกบอกว่า จอมยุทธ์หลั่งเลือดไม่หลั่งน้ำตาไง”

    ตอนนี้น้ำตาของแอล ไหลออกมาอาบแก้ม

    “ อะไร ใช่น้ำตาที่ไหน นี่มันเหงื่อชัดๆ” 

    พี่อ้วนตากล้องได้แต่ดื่มน้ำเปล่าเป็นเพื่อนๆ ไม่กล้าพูดอะไรมาก แต่พอเห็นแอลบอกว่าน้ำตาที่ไหล แล้วเถียงยืนยันว่าเป็นเหงื่อ เขาถึงอดหัวเราะออกมาไม่ได้

    “ หัวเราะอะไรพี่อ้วน”

    “ เปล่า ผมสำลักน้ำเปล่าครับ แต่ว่าผมว่านี่มันก็ดึกแล้ว พวกเรากลับไปพักผ่อนกันดีกว่า พรุ่งนี้เห็นบอกว่า จะไปถ่ายงานกันที่ เรือผีสิงกันไม่ไช่หรือครับ”

    “ เออ จริง วันนี้พอแค่นี้กันก่อนดีกว่า พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่”  ม่อนเอ่ยขึ้นมา แอลก็พยักหน้าเห็นด้วย สามคนขึ้นไปบนห้องเป็นชุดที่สอง

    ส่วนผีจ๋อมก็ได้แต่เต้นรำคนเดียวอย่างเมามัน ไม่ได้สนใจใครแม้แต่คนเดียว

    ส่วนกลุ่มของคุณชายจางเฉินนั้น แต่ละคนก็เริ่มเมา แทบจะไม่ได้สติ แต่ก็ยังดีที่ทางเจนภพที่เป็นไกด์ ช่วยพาทั้งหมดขึ้นห้องพักกันไปอย่างปลอดภัย โดยที่มีวิญญาณหญิงสาวผู้หนึ่งที่หน้าตาเหมือนกับ รูปปั้นนางเงือกที่ริมทะเล ยืนมองคุณชายจางเฉิน ด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความรัก

    พอคุณชายจางเฉิน ถูกพยุงเข้ามาในห้อง เจนภพก็พาไปนอนที่เตียง แล้วก็ออกไปจากห้อง บรรยากาศภายในห้อง ก็ค่อยๆ เย็นระเยือก วิญญาณของเจ้าหญิงเงือกก็ปรากฏกายขึ้นมา

    “ เจ้าพี่ ในที่สุดเราก็ได้พบกันเสียที”

    แล้วทันใดนั้นเอง เสื้อผ้าของคุณชายจางเฉิน ก็ค่อยๆถูกถอดทีละชิ้น จนหมด

    เจ้าหญิงเงือก ที่บัดนี้ได้เนรมิตกายหยาบขึ้นมาได้ ก็เพราะเป็นเวลากลางคืน

    ก็ค่อยถอดเสื้อผ้าของตนจนเหลือแต่ร่างเปลือยปล่าเช่นกัน แล้วก็ค่อยๆ ลงไปประทับรอยจูบที่ปากของคุณชายจางเฉินอย่างแผ่วเบา แล้วทั้งสองก็แสดงความรักต่อกัน หลังจากที่ฝ่ายหนึ่งรอคอยมาหลายพันปี และอีกฝ่ายกำลังมีอารมณ์พลุ่งพล่าน ด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ บรรยากาศภายในห้องที่เย็นระเยือกในตอนแรก กลับเร่าร้อนขึ้นมาแทน

    ฝ่ายกองกำลังของแก็งยากูซ่าแห่งโกเบ พอมาถึงหน้าโรงแรม ก็เริ่มวางแผนกันทันที

    “ เป้าหมายตอนนี้ ได้ย้ายขึ้นไปที่ห้องสวีท ชั้นบนสุด เราไม่อาจขึ้นลิฟท์ไปชั้นบนสุดได้ หากไม่มีรหัส ได้แต่เพียงขึ้นไปที่รองชั้นบนสุด แล้วขึ้นไปทางประตูหนีไฟ แล้วก็ค่อยพังประตูเข้าไปเท่านั้น”

    “ มีรปภ. เฝ้าที่ด้านหน้าโรงแรมแค่ ห้าคนเท่านั้น ท่านรองจะให้บุกเข้าไปเลยหรือไม่”

    “ ทุกคนปิดหน้าให้หมด ผมจะหน่วยนินจาจัดการกับ รปภ. ทั้งห้าก่อน แล้วให้คนของคุณเข้าไปยึดพื้นที่บริเวณหน้าเคาน์เตอร์  ใครเสนอหน้าออกมาก็จัดการซะ แล้วส่งคนไปที่ห้องควบคุม ทำลายกล้องวงจรปิดให้หมด แล้วคอยคุมเชิงอยู่ที่ด้านล่าง ผมกับพวก จะขึ้นไปชั้นบนสุดเอง”

    “ ได้ครับ” อิโนมาตะรับคำสั่ง

    แล้วการปฏิบัติการก็เริ่มขึ้น เหล่านินจาทั้งสิบพุ่งกายออกไปในความมืด ขว้างอาวุธลับ พุ่งออกไป ปักเข้าที่ลำคอ รปภ.  ทั้งห้าตายไปในทันที พนักงานโรงแรมสองคนเห็นเหตุการณ์ ก็ได้แต่หลบหลังเคาน์เตอร์ ไม่กล้าโผล่หัวออกมา

    “ ใครกล้าเสนอหน้าออกมา ยิงทิ้งให้หมด” อิโนมาตะ สั่งการคนของเขา แล้วซายูริกับทาเคชิ ก็พานินจาสิบคน ขึ้นลิฟท์ไปสองตัวทันที

    ขจรที่อยู่ในห้องนอนแล้ว กำลังจะนอน ผีสาวจ๋อมก็เข้ามาในห้อง พร้อมกับกระโดดกอดขจรแน่น พร้อมกับเอ่ยว่า

    “ ฉันมีข่าวด่วนจะมาบอกอีกแล้ว”

    “ อะไรอีก ดึกป่านนี้แล้ว” ขจรพยายผลักร่างของผีสาวจ๋อมให้ออกจากตัวแต่จ๋อมกลับพูดว่า

    “ ขอจุ๊บก่อนดิ”

    “ ไม่ล่ะจะนอนแล้ว” ขจรไม่สนใจ ทำให้จ๋อมก็เลยต้องรีบบอกก่อนที่จะสายเกินไป

    “ มีคนร้าย สิบสองคนกำลังขึ้นมาชิงตัว เงือกน้อย และ อีกสิบคน เฝ้าอยู่ที่ล๊อบบี้ พวกมันฆ่ารปภ. ตายไป5 คนแล้ว”

    ขจรทลึ่งสุดตัว รีบออกไปดูทันที พอออกไปเปิดประตูห้อง ได้ยินเสียงฝีเท้าของคนกำลังขึ้นมาจากอีกชั้น แต่ว่าประตูเข้าที่นี่ล้วนเป็นประตูนิรภัย ไม่ได้เข้ามาง่ายๆ

    ขจรรีบมาเข้ามาปลุก กิ๊ฟ กับ เงือกน้อย ให้ไปหลบที่ห้องของเขา เพราะห้องนั้นแข็งแรงกว่า ขจรหันไปสั่งให้ ผีจ๋อม ช่วยคุ้มครองทั้งสองคนนี้ด้วย แล้วก็ออกจากห้องไปทันที

    “ให้ฉันคุ้มครอง แล้วฉันจะทำได้อย่างไรกันเล่า จับช้อนยังจับไม่ได้เลย” ผีจ๋อมเกาหัวไม่รู้จะคุ้มครองอย่างไร

    ขจรปิดไฟทางเดิน ทั้งชั้น ในมือถือดายสยบฟ้า ยืนปักหลักรอพวกคนร้ายอยู่คนเดียว พอคนร้ายใช้ระเบิดจิ๋วทำลายประตูเข้ามาชั้นบนได้ ก็วิ่งกรูกันเข้ามา แต่ว่า ทางเดินชั้นนี้ กลับมืดมิด พวกคนร้ายมองไม่เห็นร่างของขจรด้วย จึงเคลื่อนตัวเพื่อที่จะไปที่ประตูห้องสวีท แต่พวกมันสี่ห้าคน กับถูกตัดหัวไปทีละคนอย่างน่าประหลาด อีกห้าคน แล้ว รองหัวหน้าทั้งสองเลย หยุดวิ่ง มองภาพข้างหน้าอย่างตกใจ

    “ เกิดอะไรขึ้น มีใครเห็นคนที่ทำไหม”

    “ ต้องมีคนใช้เวทย์ล่องหนแน่ๆ” ซายูริเอ่ยอย่างมั่นใจ

    “ ปาระเบิดควันออกไป”  ทาเคชิสั่งการ นินจาที่เหลือ ห้าคนก็ปาระเบิดควันออกไป แล้วก็มีมีดสั้นพุ่งสวนออกมาสองเล่ม พุ่งทะลุคอของนินจาตายคาที่ไปอีกสองคน ร่างของขจรก็เปิดเผยขึ้น เป็นกลุ่มควัน ขจรเลยเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ แล้วตวัดดาบออกไป นินจาคนแรกหนีไม่ทัน ถูกฟันคอขาดไปอีกคน ที่เหลืออีกสองคนใช้ดาบนินจา พุ่งเข้าฟันช่วงเอว ส่วนอีกคน โจมตีที่หัว แต่ว่าขจรไม่ได้ขยับตัว มีดเสือบินก็บินกลับมา เจาะเข้าที่คอของทั้งสอง ตายคาที่

    ทาเคชิ กับ ซายูริ ไม่รอช้า นำดาบซามูไรที่ถือมา เข้าฟันที่กลางหัวของขจรทันที

    ขจรใช้ดาบสยบฟ้าต้านรับเอาไว้ แล้วจะใช้เท้าถีบ หน้าอกของ ทาเคชิจนกระเด็นไป ซายูริขว้างอาวุธลับดาวกระจายเข้าใส่ แต่ก็ถูกขจรตวัดดาบ ฟันทิ้งไปจนหมด

    ทาเคชิ กระโดดสูงแล้วใช้ดาบซามูไร ฟันเข้าที่ไหล่ของขจรอีกครั้ง ส่วนซายูริก็ใช้ดาบคู่หมุนตัวฟาดฟันมาที่ขาของขจร พร้อมๆ กัน 

    ทำให้ขจรได้แต่จำต้องถอยหลังหลบหลีกออกมา แล้วก็สปริงตัวลอยฟ้าจับดาบสยบฟ้าสองมือ แล้วใช้ดาบฟันแบบซามูไรบ้าง ทาเคชิจับดาบซามูไรสองมือ เพื่อต้านรับ ดาบสยบฟ้า 

    เพล้ง ฉัวะ !  ดาบซามูไรถึงกับขาดเป็นสองท่อน ร่างของทาเคชิถึงกับถูกหั่นเป็นสองท่อน อวัยวะไหลออกมาเลือดท่วมพื้นทางเดิน

    “ ทาเคชิ”  ซายูริร้องด้วยความตกใจ  แล้วก็จ้องมองขจรด้วยความโกรธแค้น

    “ แกฆ่าทาเคชิ แกต้องตาย” ซายูริ หายตัววาร์ป แล้วมาอยู่ด้านหลังของขจร แล้วแทงใส่ข้างหลังเป้าหมายคือ หัวใจของขจร แต่ว่า พอแทงเข้าไปร่างของขจร กลับหายไปแล้ว ขจรตีลังกากลับหลังมายืนด้านข้างหลังของ ซายูริ พอซายูริรู้สึกตัวหันหน้ามา  ก็ถูกขจรบีบคอเอาไว้แน่น

    “ ผมไม่อยากฆ่าผู้หญิง กลับไปซะ”

    ขจรพูดจบ ก็ผลักร่างของซายูริจนถอยหลังไป ขจรก็เดินกลับไปที่ห้อง แต่ว่าซายูริไม่สนใจที่ขจรไว้ชีวิต แต่กลับหยิบดาบขึ้นมา แล้วพุ่งตัวเข้าแทงใส่กลางหลังของขจร แต่ว่า มีดเสือบิน กลับพุ่งมาข้างหลัง ทะลุหัวใจของซายูริ ตาเหลือกค้าง ตาย ตามทาเคชิไปด้วยกัน

    “ ผมเตือนแล้ว ไม่น่าเลย”

    ขจร ลากศพทั้งหมด จับโยนเข้าไปในลิฟท์ แล้วก็กด ลงไปชั้นล็อบบี้

    คนของอิโนมาตะ เห็นว่า ลิฟท์ลงมาสองตัว ก็คิดว่า พวกรองหัวหน้าทำงานสำเร็จ จึงไม่ได้คิดอะไร แต่พอประตูลิฟท์เปิดออก ทุกคนก็ต่างตกใจ เพราะคนทั้งหมดที่ขึ้นไป ล้วนตายจนหมดสิ้น ขณะที่ตกใจอยู่นั้น ก็มีแสงวาบออกมาจากลิฟท์ คอของพวกมันก็ค่อยๆ หลุดออกมาทีละคน จนหมดไม่มีเหลือ อิโนมาตะซังคิดจะหนี ก็ไม่รอด ถูกขจรขว้างดาบเข้าทะลุอก ตายอนาถ แล้วขจรก็พุ่งตัวขึ้นไปทางบันไดหนีไฟ ไม่มีใครเห็นขจรแม้แต่คนเดียว

    ไม่นานนัก ตำรวจก็มากันเต็มไปหมด ขจรได้แต่บอกว่าไม่รู้ ไม่เห็น เพราะไม่มีหลักฐานอะไร กล้องวงจรปิด ก็ถูกทำลายจนหมดไม่มีเหลือ และคนพวกนี้ก็เป็นคนต่างชาติ ที่ลักลอบเข้ามาบนเกาะอย่างผิดกฏหมาย ไม่มีหลักฐานประจำตัวอะไรเลย นอกจาก อิโนมาตะ เพียงคนเดียว

    ขจรลงมาให้ปากคำสักพักก็ขอตัวกลับไปนอนต่อ โดยไม่สนใจเรื่องนี้อีก ปล่อยให้ผู้จัดการช่วยจัดการเรื่องศพคนร้ายทั้งหมด

    ตอนเช้า เพื่อนๆ ก็ค่อยๆ ทยอยกันลงมากันหมดทุกคน ยกเว้น คุณชายจางเฉิน

    “ ให้ทางพนักงานโทรไปตามแล้ว เขาตื่นแล้ว แต่บอกว่าเพลีย ขอนอนพักต่อ”

    กรกันต์เอ่ย

    “ สงสัยเมื่อคืนคงดื่มหนักไปหน่อย”

    “ เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น ทำไมลิฟท์สองตัวนั้น ถึงได้ห้ามใช้  ต้องใช้ลิฟท์ขนของลงมาแทน?“  ม่อนมาร่วมโต๊ะด้วยก็แปลกใจ 

    “ เมื่อคืนมีเหตุการณ์ฆ่ากันตาย มีคนร้ายบุกเข้ามา ยี่สิบกว่าคน ฆ่ารปภ.ของเราตายไป 5 คน แต่พวกมันก็ถูกนักฆ่านิรนามฆ่าตายจนหมด ตำรวจสัณนิฐานว่า พวกมันคงขัดแย้งกันเอง เลยมาฆ่ากันในโรงแรมของเรา  ลิฟท์สองตัวนั้นมีแต่คราบเลือด พวกเรากำลังเร่งทำความสะอาดอยู่ คงต้องรออีกระยะหนึ่ง ถึงจะใช้ได้ครับ” ผู้จัดการรายงาน

    “ โอ้ อดทำคลิปข่าวชิ้นนี้เลย ไม่น่าตื่นสายเลยเรา” ม่อนเอ่ยอย่างเสียดาย

    “ วันนี้เราจะไปเที่ยวไหนต่อดี” ซีเอ่ยกับ เจนภพ ไกด์ท่องเที่ยว

    “ เรือผีสิงไง” ม่อนเอ่ยทันที

    ขจรกำลังคิดจะ พาเงือกน้อยกลับไปส่งที่ทะเลน้ำเงิน แต่ก่อนอื่นก็จะต้องไปถาม เจ้าหญิงเงือกก่อน ขจรให้ทุกคนทานอาหารเช้าไปก่อน ส่วนตนก็ให้คนขับรถพามาที่รูปปั้นเจ้าหญิงเงือก แต่พอมาถึง กลับไม่อาจสัมผัสวิญญาณของนางได้เลย

    “ ไปไหนแล้ว เฮ้อ แล้วนี่จะไปถามใครละเนี่ย”

    ขจรได้แต่กลับโรงแรม พอมาถึง คุณชายจางเฉินก็ยังไม่ลงมาจากห้องสักที

    พอโทรขึ้นไป ก็บอกว่าเพลียลงมาไม่ไหว ขอพักวันหนึ่ง

    “ เราจะกลับกันคืนนี้แล้ว หากว่าเขาไม่ไป พวกเราก็ไปกันเถอะ” กรกันต์เอ่ย

    “ เมื่อคืนเขากินเหล้าไปมากไหม” ขจรอดสงสัยไม่ได้

    “ ก็มากโขอยู่ พวกเรากินกันหลายช็อต แต่เขาแล่นดื่มจากขวดเลย”  กรกันต์ตอบ

    ขจรได้แต่ถอนหายใจออกมา

    แล้วไกด์เจนภพ ก็ได้พาทุกคนมุ่งหน้า สู่ที่ท่องเที่ยวอีกแห่งของเกาะคริสตัล ที่อยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะ ซึ่งจะมีทะเลน้ำจืดขนาดใหญ่ มีทางออกสู่ทะเล ด้านในทะเลสาบ มีเรือโบราณจอดอยู่สิบลำ บนเรือ มีปืนใหญ่ขนาดเล็กตั้งเรียงเป็นแถวเอาไว้ ตัวเรือมีสภาพค่อนข้างใหม่อยู่ 5 ลำ แต่อีก 5 ลำยังคงอยู่ในสภาพเก่า ไม่มีการตกแต่งแต่อย่างใด ไม่อนุญาตให้คนทั่วไปขึ้นไปชม ขึ้นได้เฉพาะ 5 ลำที่ทำการปรับปรุงแล้วเท่านั้น

    “ นี่คือเรือรบของสุลต่านปัตตานี เมื่อเกือบ ห้าร้อยปีก่อน พวกเขาได้เข้ามาช่วยรบกับกรุงศรีอยุธยา สมัยพระมหาจักรพรรดิ  แต่ว่าเห็นกรุงศรีอ่อนแอ เลยบุกเข้าไปยึดกรุงศรีเสียเลย แล้วกวาดทรัพย์สิน กลับไปที่รัฐปัตตานี แต่ทว่า พอกองทัพกรุงศรีตั้งตัวได้ ก็เริ่มตอบโต้ตีเอากรุงศรีกลับคืนมาได้ แล้วไล่โจมตี สุลต่านปัตตานีจนแตกพ่าย ทำให้สุลต่านปัตตานีสิ้นพระชนม์ลงที่ปากน้ำ เรือรบสองร้อยกว่าลำนั้นเหลือกลับไปที่รัฐปัตตานีไม่ถึงครึ่ง แต่ที่น่าแปลกก็คือ เรือรบของสุลต่านปัตตานีทั้งสิบลำนี้ มาจอดอยู่ที่ในทะเลสาบแห่งนี้ ได้ยังไงยังคงเป็นปริศนามาจนถึงทุกวันนี้

    แต่ก็มีตำนานเล่าว่า เรือสิบลำนี้บรรทุก ทรัพย์สินของท้องพระคลังของกษัตริย์อยุธยาเอาไว้

    หัวหน้านายกองเรือทั้งสิบ พอเห็นสุลต่านสิ้นพระชนม์ เลยเกิดความโลภ เลยนำสมบัติมาฝังเอาไว้ที่เกาะแห่งนี้ แต่ว่าหลังจากที่มีคนค้นพบเกาะแห่งนี้เมื่อร้อยปีก่อน แต่กลับไม่มีใครเห็นสมบัติแม้แต่ชิ้นเดียว และบนเรือ ก็หาได้มีสิ่งมีชีวิตเหลืออยู่ไม่   เรือที่บรรทุกคนลำละร้อยชีวิต ล้วนหายไปจากเรือโดยไม่มีใครทราบสาเหตุ คงเหลือแต่ข้าวของเครื่องใช้และอาวุธปืน ดาบของลูกเรือทั้งหมด ยังคงอยู่ในบนเรือ โดยไม่มีการเคลื่อนย้ายไปไหนเลย ดังนั้น จึงมีผู้คนที่มาเที่ยวชม ต่างพากันเรียกเรือเหล่านี้ ว่า เรือผีสิง”..