ลิขิตฟ้าให้มารัก

    40. แสนรู้ไปหน่อย

    40.....

             “ดรีมขอเจ้าหมีพูตัวนี้แค่ตัวเดียวก็ได้ค่ะอีกสี่ตัวดรีมยกให้คุณพีเจ.หมดเลย”

            นัฏนรีตัดสินใจในที่สุด เธอสัมผัสได้ถึงความน่ารักแสนรู้ของเจ้าหมีพูที่มันออดอ้อนจนเธอใจอ่อนสิปปกรหันไปยิ้มกับมารดาด้วยสีหน้าแสดงความโล่งใจ

                   “ไชโย้!..รักดรีมที่สุดเลย”

                   เจ้าหมีพูออกอาการดีใจดิ้นส่ายหัวร้องเบาๆ ทำให้ทุกคนทึ่งจนเกินทึ่ง

                   “อุ๊ย!..นี่เธอดีใจหรือจ๊ะหมีพู”

                    นัฏนรีหัวเราะกับท่าทางของเจ้าหมีพูที่ทำท่ากระโดดเหยงๆ แลบลิ้นแพล็บ ๆ

                   “น่าไปออกรายการโชว์นะครับเนี่ย..มันไม่ธรรมดาเลยจริงๆ”  ปัญจพลกล่าวชมเจ้าหมีพู

           “เห็นด้วยค่ะ..มันต้องรู้ว่าพวกเราคุยอะไรกันแน่นอนเลยไม่งั้นมันจะทำท่าดีใจขนาดนี้หรือคะที่รู้ว่าดรีมเลือกมัน”

                   ลิลลี่กล่าวสนับสนุนคำพูดของปัญจพลด้วยความอัศจรรย์ใจที่เห็นพฤติกรรมของเจ้าหมีพู

                   “ฉันฟังรู้เรื่องอยู่แล้วโว้ยยัยลิลลี่เอ๊ย..เราเป็นเพศหญิงจะโว้ยทำไมวะเนี่ย..”

                    ชวินในร่างหมีพูรำพึงกับตัวเอง

            “ขอบคุณครับคุณดรีม..แต่ผมว่าคุณดรีมได้เจ้าหมีพูไปตัวเดียวก็เกินคุ้มแล้วครับส่วนอีกสี่ตัวผมจะฝึกให้มันฉลาดแสนรู้เหมือนเจ้าหมีพู  คิดว่ามันน่าจะฝึกได้นะครับ”

            ปัญจพลตัดใจจากเจ้าหมีพูและมีความหวังกับพี่น้องของหมีพูแทน

            “เออ..ขออวยพรให้นายฝึกน้อง ๆ ของฉันให้แสนรู้ได้ก็แล้วกันแล้วก็อย่ามายุ่งกับฉันล่ะ”

            ชวินร้องบอกปัญจพลแต่เสียงที่ออกมาดันเป็นเสียงเห่าบ๊อกๆ ไปเสียได้ เขาอยากจะบ้าตายไม่รู้ว่าตัวเองจะทนสภาพนี้ไปได้นานสักแค่ไหน

            “คุณจะเอาเจ้าสี่ตัวไปวันนี้เลยหรือเปล่าครับ”

            สิปปกรถามปัญจพล

            “ผมอยากได้ไปวันนี้เลยครับไม่ทราบว่าคุณดรีมจะอนุญาตไหมครับ”

            ปัญจพลหันไปถามนัฏนรีแต่นัฏนรีกลับก้มไปพูดคุยกับเจ้าหมีพูเหมือนกับจะขอคำปรึกษา

            "ว่าไงจ๊ะหมีพู...จะให้น้อง ๆของหมีพูไปกับคุณพีเจ.หรือเปล่าจ๊ะ”

            “รีบ ๆ เอาไปเถอะ อยู่นานเดี๋ยวนายพีเจเปลี่ยนใจมาขอวินไปแทนแล้วจะยุ่งนะดรีม”

            ชวินบอกเช่นนั้นแต่ทุกคนได้ยินเสียงหมีพูเห่าเป็นจังหวะพยักหน้าหงึกๆ

            “เฮ้ย!..มันเข้าใจที่คุณดรีมพูดด้วยเหรอครับเนี่ย”

            ปัญจพลขบขันกับท่าทางของเจ้าหมีพูพลอยทำให้ทุกคนรู้สึกขบขันแกมทึ่งมันไปด้วย มีเพียงสิปปกรกับมารดาของเขาเท่านั้นที่สบตากันอย่างเข้าใจในพฤติกรรมของหมีพู

            “หมีพูอนุญาตแล้ว คุณพีเจ.เอาน้องๆ ของเขาไปเถอะค่ะ”

            ปัญจพลรีบหันไปขอความช่วยเหลือจากลิลลี่ทันทีทั้งสองช่วยกันอุ้มเจ้าสี่ตัวพร้อมกับบอกลาเจ้าของบ้านและสัญญาว่าจะเอามันมาเยี่ยมหมีพูกับแม่ของมันเมื่อมีเวลาว่าง ในขณะที่ชวินในร่างของหมีพูรู้สึกกระดี้กระด้าวิ่งวนไปมารอบตัวนัฏนรีอย่างร่าเริงโดยมีสองแม่ลูกจับตามองอย่างสนใจ

     

            “ปอนด์จะต้องหาทางพิสูจน์เจ้าหมีพูอีกให้ได้”

            สิปปกรบอกกับมารดาขณะที่ทั้งสองแม่ลูกออกจากบ้านของนัฏนรีมาแล้วและสิปปกรเป็นคนขับรถเพื่อกลับคอนโด

            “แค่นี้ก็น่าจะเกินพอแล้วนะเคยเห็นลูกหมาที่ไหนกันจะฉลาดแสนรู้เหมือนเจ้าหมีพู มันแสดงออกชัดเจนแค่ไหนปอนด์ก็เห็นเวลาที่มันไม่อยากจะไปกับคุณพีเจ.แต่อยากอยู่กับหนูดรีม”    

            “ปอนด์เห็นครับแม่ว่าเจ้าหมีพูดีใจแค่ไหนที่มันได้อยู่กับดรีม..แต่ผมก็อยากจะให้แน่ใจมากกว่านี้อีก”

            “แล้วปอนด์จะพิสูจน์ยังไง”

            “ปอนด์จะต้องอยู่ตามลำพังกับหมีพูครับ”

            “ลูกก็ทำได้อยู่แล้วนี่ไปเล่นกับหมีพูที่บ้านหนูดรีมทุกวันอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ”

            “แต่ปอนด์ต้องการเอาเจ้าหมีพูมาอยู่ด้วยที่บ้านเพื่อดูพฤติกรรมครับ”

            “บ้านไหน คอนโดห้ามเลี้ยงสัตว์นะปอนด์”

            มารดารีบทักท้วงเกรงว่าจะถูกปรับจากทางคอนโด

            “ปอนด์จะพาหมีพูไปค้างที่บ้านสวนครับแม่”

            “ถ้าปอนด์ขอหนูดรีมได้แม่ก็จะไปดูพฤติกรรมด้วย”

            ระหว่างที่สองแม่ลูกคุยกันอยู่นั้นก็มีโทรศัพท์ทางไกลจากดูไบเข้ามาที่มือถือของคุณประภาวรรณคนที่โทรมาคือ เอมี่ แจ้งว่าจะเดินทางมาเมืองไทยพรุ่งนี้

            เอมี่ จะขอมาพักที่คอนโดของคุณประภาวรรณพร้อมกับขอให้สิปปกรพาเธอไปเยี่ยมญาติของมารดาที่จังหวัดภูเก็ตด้วย ซึ่งคุณประภาวรรณก็รีบรับปากด้วยความเต็มใจ  โดยที่ไม่ได้ถามความเห็นของสิปปกรเสียก่อน  เพราะเธอรู้เพียงว่าจะต้องให้ความช่วยเหลือเอมี่ทุกอย่างเป็นการไถ่บาปจากที่เธอเคยทำผิดพลาดเอาไว้ในอดีตกับมารดาของเอมี่  แม้ว่าคุณประภาวรรณจะทำใจได้บ้างแล้ว แต่ลึก ๆก็ยังอดโทษตัวเองไม่ได้ที่ไม่ได้บอกศศิธรเพื่อนของเธอให้รู้ตัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุจนสุดท้ายคุณศศิธรก็ต้องเสียชีวิตจริงตามคำทำนายของยายกันยามาศ

                                                                              

            ทางด้านปัญจพลได้นำเจ้าสี่ตัวลูกของเจ้าดุ๊กดิ๊กวางเบาะนุ่มไว้ในกล่องกระดาษที่หลังรถระหว่างทางก็แวะห้างสรรพสินค้าซื้อข้าวของสำหรับสุนัขทั้งสี่โดยมีลิลลี่คอยเดินตามประหนึ่งว่าทั้งคู่เป็นคู่รักที่กำลังสวีทหวานมาเดินเลือกซื้อของเข้าบ้านด้วยกันลิลลี่เห็นปัญจพลอารมณ์ดีเป็นพิเศษเธอมองว่าเขากำลังเห่อที่จะได้ลูกสุนัขไปเลี้ยง

            “ถึงผมจะไม่ได้เจ้าหมีพูไปเลี้ยงแต่ผมรับรองว่าอีกไม่นานเจ้าสี่ตัวจะต้องฉลาดเหมือนเจ้าหมีพูพี่มันแน่ ๆคุณว่าไหม”

            ปัญจพลหันมาถามความเห็นลิลลี่ในขณะที่เขาเดินเข็นรถเข็นในซุปเปอร์มาร์เก็ตและลิลลี่เดินคู่กับเขาไปด้วย

            “ฉันไม่แน่ใจหรอกค่ะ..”

            “ทำไมล่ะ” เขาถามด้วยความอยากรู้

            “หมาก็เหมือนคนน่ะแหละ มีคนโง่คนฉลาด คนบางคนสอนแทบตายก็ไม่รู้เรื่องมีถมไปฉะนั้นหมาก็เหมือนกัน”

            “นี่คุณหาว่าเจ้าสี่ตัวของผมโง่ใช่ไหมเนี่ย”

            เขาหันมาจ้องหน้าเธอ

            “ฉันเปรียบเทียบให้ฟังต่างหากล่ะถ้าคุณมั่นใจว่าจะฝึกมันได้ก็ลองฝึกดูก่อน แต่ถ้ามันไม่ได้ฉลาดแสนรู้เหมือนเจ้าหมีพูคุณก็ไม่ต้องเครียดจนฆ่าตัวตายล่ะ”เธอแกล้งพูด

            “แหม..คุณลิลลี่ครับกรุณามองผมในแง่ที่มันดี ๆ หน่อยเถอะ”

            “ล้อเล่นหรอกน่า..ฉันรู้นะว่าคุณเสียดายเจ้าหมีพูแค่ไหนพอดรีมเขาไม่ให้  คุณก็เลยต้องทำใจแล้วก็ปลอบใจตัวเองว่าอีกหน่อยจะสามารถฝึกเจ้าสี่ตัวนั่นให้ฉลาดเทียบเท่าเจ้าหมีพูได้แต่ฉันว่าคุณอย่าหวังสูงขนาดนั้นเลย  เอาแค่มันฉลาดแบบหมาๆ ทั่วไปก็พอแล้ว อย่าไปหวังให้มันฉลาดเหมือนคนอย่างเจ้าหมีพูเลย”

            “เออ..ตั้งแต่คบกันมาผมเพิ่งเคยได้ยินคุณพูดเข้าท่าน่ารับฟังก็วันนี้แหละซื้อของเสร็จจะพาไปเลี้ยงข้าวก่อนไปส่งบ้านนะครับ คนฉลาด”

            เขาหันมากล่าวชมแต่คนถูกชมค้อนขวับด้วยความหมั่นไส้แต่ก็อดปลื้มใจไม่ได้อยู่ดี


                  

            เจ้าดุ๊กดิ๊กวิ่งเข้ามาหาลูกของมันที่เหลือเพียงตัวเดียวด้วยความดีใจมันมองหาอีกสี่ตัวที่เหลือแต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อไม่เห็นลูกรักทั้งสี่ มันเห่าร้องเรียกสองสามทีจนเจ้าหมีพูรำคาญเสียงแม่ของตัวเอง

            “แม่เลิกเรียกได้แล้วลูกของแม่อีกสี่ตัวถูกนายพีเจเอาไปหมดแล้วเหลือผม เอ๊ย!..หนู ตัวเดียวนี่แหละ”

            ชวินในร่างสุนัขเจ้าหมีพูสื่อสารบอกกับเจ้าดุ๊กดิ๊กที่มีสถานภาพเป็นแม่ของตนในชาติใหม่ทำให้เจ้าดุ๊กดิ๊กหยุดเห่าแต่เปลี่ยนเป็นท่าทางหงอยเหงาแทน

            “ไม่เป็นไรหรอกนะแม่ดุ๊กดิ๊กคุณพีเจ.ที่เอาลูกแม่ไปสัญญาว่าจะพาพวกน้อง ๆ มาเยี่ยมเราสองแม่ลูก”

            ดูเหมือนว่าคำปลอบใจด้วยสายตาและท่าทางของหมีพูจะทำให้ดุ๊กดิ๊กสงบลงไปได้จนเป็นที่แปลกใจของทุกคน

            “ทำไมหนูถึงเอาลูกเจ้าดุ๊กดิ๊กให้คุณพีเจ.ไปตั้งสี่ตัวล่ะพ่อได้ยินว่าลูกจะให้เขาแค่สามตัวไม่ใช่หรือ”

            ดร.ฉันทวัฒน์ถามนัฏนรี  ขณะที่ทั้งสามพ่อแม่ลูกนั่งคุยกันอยู่ที่ห้องรับแขกดูรายการทางโทรทัศน์ไปด้วย

            “คุณหนูยอมแลกกับเจ้าหมีพูตัวเดียวค่ะ”ป้าสมใจเป็นคนพูด

            “เจ้าหมีพูมีอะไรดีงั้นหรือถึงยอมแลกกับสี่ตัวนั่น”

            ดร.นีรนุชหันไปถามลูกสาว

            “หมีพูไม่อยากไปอยู่กับคุณพีเจ.ค่ะดรีมจึงไม่ให้ไป”

            “อะไรจะทำได้ขนาดนั้นเลยเหรอตัวแค่เนี้ย”

            ดร.ฉันทวัฒน์หันไปมองเจ้าหมีพูด้วยแววตาเอ็นดู

            “ตัวแค่นี้ของคุณน่ะ เท่าลูกหมีแพนด้าเลยนะคะนั่น”

            ดร.นีรนุชกล่าวอย่างขบขันทำให้เจ้าหมีพูส่ายหางดิ๊ก ๆ ล้อเลียน

            “อุ๊ย!..ดูเจ้าหมีพูสิคะมันทำท่าทางเหมือนจะชอบใจที่อาจารย์พูดเลยค่ะ” 

            ป้าสมใจชี้ชวนให้ดู ทำให้ทุกคนอดที่จะขบขันกับท่าทางของหมีพูไม่ได้

            “เพราะเขาน่ารักอย่างนี้ไงคะ  ดรีมถึงไม่ยอมให้คุณพีเจ.เอาเจ้าหมีพูไป  ความจริงเขาอยากได้หมีพูมากเลยค่ะ”

            “อือ..แม่ก็ว่าหมีพูน่ารักน่าชังแสนรู้ดีมานี่สิหมีพู”

            ดร.นีรนุชลองเรียกดูเล่น ๆ แต่ปรากฏว่าหมีพูวิ่งส่ายหัวตัวกลมหางแกว่งไปหาคนเรียกทันทีเหมือนกับฟังรู้เรื่อง  และยังเลียเท้าเลียขาดร.นีรนุชอย่างประจบประแจง ทำให้ทั้งหมดทึ่งจนอดที่จะปรบมือให้ไม่ได้

            “เก่งจริงเจ้าหมีพู..ไหนลองมาหาฉันบ้างสิมาเร้ว”

            ดร.ฉันทวัฒน์ ลองเรียกให้มาหาตนเองบ้างเพื่อต้องการพิสูจน์ความฉลาดแสนรู้ของหมีพู

            “เห็นแก่ดรีมนะเนี่ย ต้องเอาใจอดีตว่าที่พ่อตาแม่ยายซะแล้วเรา  เอ๊า..เพื่อให้ทุกคนในครอบครัวนี้มีความสุข”

            ชวินในร่างหมีพู คิดในใจพร้อมกับวิ่งกลับไปหาดร.ฉันทวัฒน์บ้าง  แล้วก็ทำกิริยาอาการเดียวกับที่ทำกับดร.นีรนุช

            “เฮ้ย!..นี่มันไม่ใช่ธรรมดานะเนี่ย..แสนรู้โดยที่ยังไม่มีใครสอนเลยสุดยอดไปเลยหมีพู”

            ดร.ฉันทวัฒน์ทึ่งมาก เขาก้มตัวลงไปอุ้มหมีพูขึ้นมานั่งบนตักด้วยความเอ็นดูเป็นพิเศษ

    คล้ายกับเรื่องลิขิตฟ้าให้มารัก ที่คุณอ่าน

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371