14
ตอนที่ 14 ลุงขี้เหร่ขอรับ ข้าให้ไม้นึง
“สารพิษเหล่านี้จะค่อยๆสะสมอยู่ในร่างกาย หากปล่อยไว้นานวันเข้าจะยากเกินกำจัดทิ้ง หากให้เดา ตลอดเวลาที่ผ่านมา ท่านคงใช้โอสถชนิดนี้เพื่อยับยั้งพิษในร่างกายใช่หรือไม่?”
เหตุผลที่เหลิงหยุนเจียวปริปากถามเช่นนี้เป็เพราะว่า ตอนที่นางจับชีพจรของโม่เฉินหยวนก่อนหน้านี้ อีกหนึ่งสิ่งที่ตรวจพบได้ก็คือ มีพิษมากกว่าหนึ่งชนิดตกค้างอยู่ในร่างกายของเขา
แต่เนื่องด้วยปฏิบัติกิริยาที่ดูหวาดระแวงของเขาในตอนนั้น นางจึงไม่คิดที่จะเอ่ยปากสอบถามใดๆต่ออีก อย่างไรเสีย ยามนี้โอกาสเหมาะสมแล้ว จึงควรจะเอ่ยถามสักครั้ง
โม่เฉินหยวนเคาะนิ้วชี้กับโต๊ะส่งเสียงดังต่อเนื่อง น้ำเสียงของเขาราบเรียบสงบนิ่งจนดูน่ากลัว
“ข้าซื้อสูตรโอสถชนิดนี้มาในราคาที่สูงมาก หากเ้าสามารถกำจัดพิษในกายของข้าได้จริง เื่ที่เ้าขอย่อมตอบตกลงโดยปราศจากเงื่อนไขใดอื่น”
“ราคาที่สูงมาก?”
เหลิงหยุนเจียวเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่า ไอ้หมอนี่ร่ำรวยขนาดไหน แต่ไฉนถึงต้องแสร้งทำตัวยากจนต่อหน้านางด้วยั้แ่เมื่อคืนแล้ว?
มีเื่จริงหลุดออกมาจากปากของผู้ชายคนนี้บ้างหรือไม่นะ?
นางเดาะขวดโอสถในมือเล่นอยู่สองสามรอบ มุมปากกระตุกยิ้มอย่างมีนัยแฝง
“แม้ประสิทธิภาพของโอสถจะไม่สู้ดีนัก แต่ก็คุ้มค่ากับคำว่าราคาสูงของท่านแล้ว”
ความเจริญก้าวหน้าด้านการแพทย์ของที่นี่ค่อนข้างต่ำ มีคนสามารถหลอมกลั่นโอสถเช่นนี้ออกมาได้นับว่าหายากแล้ว
ก่อนหน้านี้เอง เหลิงหยุนเจียวยังคงสงสัยอยู่ว่า พิษในร่างกายของโม่เฉินหยวนเป็ชนิดผสม และยิ่งผนวกกับผลข้างเคียงของโอสถชนิดนี้ที่ใช้อย่างต่อเนื่องเป็เวลานานด้วยแล้ว จึงทำให้ทุกอย่างมันยากขึ้นไปอีก
และการจะกำจัดพิษดังกล่าวทิ้งไปนั้น จำต้องใช้วิทยาการและองค์ความรู้ทางด้านการแพทย์ที่เจริญกว่านี้
กล่าวให้ถูกคือ ดินแดนที่ด้อยพัฒนาทางด้านการแพทย์เฉกเช่นทวีปลมปราณฟ้า ไม่มีวันรักษาเขาให้หายได้
แม้จะมีผ้าคลุมใบหน้าสีขาวทึบขั้นกลางอยู่ แต่โม่เฉินหยวนก็ยังััได้ว่า เหลิงหยุนเจียวในเวลานี้เองก็กำลังคิดหนักเช่นกัน
เขาหรี่ตาทมิฬมืดลงหนึ่งส่วน รับขวดโอสถใบนั้นจากมือเหลิงหยุนเจียวคืนและถามอย่างเป็กันเองว่า
“ดูท่าเ้าจะรู้จักพิษที่อยู่ในร่างกายของข้าเป็อย่างดีสินะ?”
คำกล่าวประโยคนี้ดุจเสียงระฆังปลุกเหลิงหยุนเจียวให้ตื่นขึ้นจากความคิด นางเชิดศีรษะจับจ้องใบหน้าอีกฝ่ายในทันที
ความหมายที่อีกฝ่าย้าจะสื่อค่อนข้างชัดเจนมาก เขากำลังสงสัยว่านางคือคนร้ายที่วางยาพิษใส่
“นี่ก็เป็ครั้งแรกของข้าเช่นกันที่พบเห็นพิษชนิดนี้ ย่อมต้องกระตุ้นความสนใจของข้าเป็ธรรมดา เอาล่ะ ออกไปซื้อสมุนไพรกันเถอะ”
เหลิงหยุนเจียวเป็ฝ่ายเดินนำพร้อมจูงมือเหลิงเจียวเหนียงออกไปโดยตรง
โม่เฉินหยวนยืนมองขวดโอสถในมืออยู่สักครู่ ชำเลืองสายตามองแผ่นหลังของเหลิงหยุนเจียวที่ค่อยๆเดินห่างจากออกไป ั์ตาประกายสีทองสาดสะท้อนวาบหนึ่ง ประดับคู่ไอความเย็นเยียบน่าะเืขวัญประหนึ่งบ่อน้ำเย็นาพันปี
หวังว่าสตรีนางนี้จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอันใดกับโม่ฉิงฉาง มิฉะนั้นแล้ว....
แลเห็นว่าโม่เฉินหยวนเก็บงำจิตสังหารกลับไปแล้ว และกำลังเดินติดตามเข้ามาใกล้ เหลิงหยุนเจียวก็เร่งระงับรังสีความระแวดระวังลงไปเช่นกัน
เป็เวลาเนิ่นนานแล้วจริงๆ ที่นางไม่ได้เผชิญพบกับบุคคลที่สามารถสร้างความหวาดเกรงแก่ตนได้ถึงเพียงนี้!
จิตสังหารที่บุรุษผู้นี้มอบให้แก่นางนั้น นับว่าเกินระดับความอันตรายที่เคยพบเจอมามากมายหลายขุม
....
เหลิงเจียวเหนียงแทบจะไม่เคยออกจากจวนตระกูลเหลิงมาก่อนเลยในชีวิต เมื่อได้มาถึงถนนคนเดินที่เต็มไปด้วยผู้คนและแผงร้านค้าขนาบสองข้างถนน ดวงตาของเขาก็เป็ประกายขึ้นทันใด ดูสนอกสนใจกับทุกสิ่งที่พบเห็น
เหลิงหยุนเจียวสังเกตเห็นว่า ฝีเท้าของเ้าตัวน้อยกำลังชะลอช้าลง นางหันไปเลิกคิ้วมองตามทันที
ปรากฏว่า เหลิงเจียวเหนียงกำลังหยุดมองจับจ้องอยู่บริเวณแผงขายขนมหวาน ยืนอ้าปากน้ำลายสอเยิ้มจนไหลออกจากมุมปาก
เหลิงหยุนเจียวเห็นเช่นนั้นก็อดยิ้มมิได้ เดินตรงเข้าสู่แผงขายขนมหวานดังกล่าวและซื้อขนมน้ำตาลปั้นให้สองไม้
“ขอบคุณขอรับ”
เหลิงเจียวเหนียงรับขนมน้ำตาลปั้นจากมือของผู้เป็แม่ ขณะที่กำลังจะอ้าปากใช้ฟันกัดไปสักคำ จู่ๆเขาก็ปั้นสีหน้าลังเลใจขึ้นมา ก่อนจะส่งคืนให้ผู้เป็แม่อีกครั้ง และยิ้มกล่าวอย่างสดใสร่าเริงว่า
“แม่จ๋ากินก่อนดีกว่าขอรับ”
เห็นว่าเด็กชายตัวน้อยคนนี้ดูมีเหตุมีผลกว่าที่คิด เหลิงหยุนเจียวก็อดลูบหัวด้วยความรักใคร่เอ็นดูไม่ได้
“เ้ากินเถิด กินเยอะๆจะได้มีแรงช่วยแม่คนนี้เก็บขนผลึกิญญาได้มากขึ้น”
“....”
รอยยิ้มบนใบหน้าของเหลิงเจียวเหนียงค่อยๆเลือนหายไป และจับจ้องขนมน้ำตาลปั้นทั้งสองไม้ในมือด้วยความสับสนไม่แน่ใจ
เขาเม้นริมฝีปากตัดสินใจอย่างยากลำบาก หยิบน้ำตาลปั้นไม้ที่เป็รูปปลาหางยาวส่งให้โม่เฉินหยวนที่อยู่ข้างๆ
“ลุงขี้เหร่ขอรับ ข้าให้ไม้นึง เพราะสำหรับข้าไม้เดียวก็เพียงพอแล้ว”
โม่เฉินหยวนพูดไม่ออกไปชั่วขณะ “....” กินขนมพวกนี้ไม่กลัวฟันหักหรืออย่างไร?
เด็กคนนี้จิตใจช่างบริสุทธิ์และไร้เดียงสาจริงๆ
เหลิงหยุนเจียวที่เห็นดังนั้นก็เผยแสดงรอยยิ้มอันน่าพึงพอใจออกมาภายใต้ผ้าคลุมใบหน้าสีขาว นางทราบได้ทันที เด็กคนนี้จะต้องมีอนาคตที่สดใสรออยู่อย่างแน่นอน