ปัณรสที่ถูกทิ้งเอาไว้ในห้องสูทหรูชั้นบนสุดของโรงแรมศิริกิจวัชรา โดยที่เ้าของห้องนั้นไม่ได้อยู่ด้วย ปล่อยให้เธอได้อยู่ในห้องเพียงลำพัง จะออกไปไหนก็ไม่ได้ ทำได้เพียงแค่อยู่ในห้องอย่างเงียบๆ ตามคำสั่งของชายหนุ่ม ซึ่งในระหว่างที่อยู่ในห้องเธอก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี โทรศัพท์ก็ถูกธณายุยึดไปั้แ่วันแรกที่อยู่กับเขา ทำให้เธอไม่สามารถติดต่อกับใครได้เลย ปัณรสทำได้เพียงแค่นอนกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนเตียงนอนอย่างไร้จุดหมาย ก่อนที่จะเหลือบไปเห็นชั้นหนังสือที่มีหนังสือวางเรียงรายอยู่เต็มชั้น ปัณรสไม่รอช้ารีบเดินไปยังชั้นหนังสือด้วยความตื่นเต้น สายตาก็ไล่ไปตามสันหนังสือแต่ละเล่นด้วยความสนใจ ตอนแรกเธอคิดว่าบนชั้นหนังสือจะมีเพียงหนังสือวิชาการ หรือไม่ก็หนังสือที่เป็แนวให้ความรู้แบบน่าเบื่อ แต่พอไล่ดูไปเรื่อยๆ ก็เห็นว่ามีนวนิยายอยู่หลายเื่แม้จะไม่ใช่แนวที่เธอชื่นชอบ แต่ก็น่าจะอ่านแก้เบื่อได้บ้าง เมื่อคิดได้เช่นนั้นปัณรสก็ไม่รอช้า รีบหยิบหนังสือลงมาลองอ่านสองสามเล่นเพื่อฆ่าเวลา
ธณายุที่นั่งเคลียร์งานและลงไปดูความเรียบร้อยภายในโรงแรม พร้อมกับเข้าไปดูงานที่บ่อนคาสิโนเหมือนดังเช่นทุกวัน กว่าจะเคลียร์ทุกอย่างจบก็ฟ้ามืดพอดี โดยที่เขานั้นลืมนึกไปเลยว่าได้ขังให้ปัณรสอยู่ในห้องเพียงลำพัง แต่พอนึกได้เขาก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร ยังคงกลับมาทำงานต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น กว่าจะดูงานและตรวจสอบเอกสารเสร็จก็ดึกมากพอสมควร
เมื่อทำงานเสร็จธณายุก็เดินกลับห้องทันที โดยที่ไม่ได้แวะไปหาชยพลที่คลับดังเช่นทุกวัน พอกลับมาถึงห้องพักเขาก็กวาดสายตามองหาคนตัวเล็กที่ขังเอาไว้แต่กับไร้วี่แวว ไม่ว่าจะมองหาในห้องนอน ห้องนั่งเล่น หรือแม้แต่ในห้องน้ำก็ไม่เห็นคนที่เขาตามหาอยู่เลย จากอารมณ์ที่เคยเงียบสงบอยู่ในตอนแรกกลับเริ่มคุกรุ่นขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว ธณายุกวาดตามองไปรอบๆ ห้องอีกครั้ง เพื่อตรวจดูให้แน่ว่าหญิงสาวไม่ได้แอบหนีไปไหนอย่างที่เขาเข้าใจ แต่พอไล่สายตาไปรอบๆ ห้องก็พบว่าไฟในห้องทำงานได้เปิดอยู่ ธณายุจึงก้าวเท้ายาวๆ ไปยังห้องนั้นด้วยความร้อนใจ และก็พบว่าปัณรสอยู่ภายในห้องทำงานของเขาไม่ได้หายไปไหนอย่างที่เขาเข้าใจในตอนแรก
ธณายุที่เปิดประตูห้องทำงานเข้ามาก็เห็นว่าปัณรสนั้น ฟุบหลับอยู่บนโต๊ะทำงานของเขา พร้อมกับกองหนังสือที่เธอรื้อลงมาหลายต่อหลายเล่ม ซึ่งภาพที่เห็นก็ทำให้ธณายุเผลอยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู ความรู้สึกที่เกิดขึ้นนั้นเขาก็ไม่เข้าใจตนเองเหมือนกัน ว่าทำไมจึงรู้สึกเหมือนว่าตนเองนั้นมีความสุขเช่นนี้ ทั้งที่เขาบอกกับทุกคนว่า้าให้หญิงสาวมาตั้งท้องลูกให้เขาเท่านั้น ไม่ได้มีความรู้สึกหรือสนใจอะไรเป็พิเศษ เธอก็แค่ผู้หญิงทั่วไปที่เขาเคยผ่านมา แต่พอเอาเข้าจริงเธอกับดึงดูดความเขาได้เป็อย่างดี โดยที่เธอไม่ต้องพยายามเลยแม้แต่นิดเดียว
ธณายุก้าวเดินมายังโต๊ะทำงานอย่างช้าๆ พร้อมกับหยิบหนังสือออกจากมือหญิงสาวมาเก็บไว้บนชั้นอย่างเบามือ ก่อนที่จะอุ้มร่างบางมานอนยังเตียงนุ่ม เพื่อให้เธอได้นอนสบายมากขึ้น
ระหว่างที่เขากำลังอุ้มคนตัวเล็กมาที่เตียงเธอก็ลืมตาตื่นขึ้นพร้อมกับร้องโวยวายด้วยความใ
“คุณจะทำอะไร”
ปัณรสที่นั่งอ่านหนังสืออยู่เพลินๆ ไม่รู้ว่าเผลอหลับไปตอนไหน พอมารู้ตัวอีกทีก็อยู่ในอ้อมแขนของธณายุเป็ที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อตั้งสติได้เธอก็ร้องถามเขาด้วยความใ
“พาไปนอนไง” ธณายุที่เห็นปัณรสตื่นขึ้นมาก็ร้องโวยวาย เขาก็ตอบเธอออกไปอย่างไม่ใส่ใจ แต่ก็ยังไม่ปล่อยให้เธอได้เป็อิสระตามที่้า
“คุณปลุกฉันดีๆ ก็ได้ ทำไมจะต้องอุ้มด้วย”
“ปลุกแล้ว” หลังเห็นปัณรสจ้องมองเขาด้วยสายตาสงสัย เขาก็รีบตอบปัดไปอย่างรำคาญ ทั้งที่เขาไม่ได้เอ่ยปลุกเธอเลยแม้แต่น้อย จะบอกว่าเขาอยากอุ้มเธอมานอนที่เตียงเอง ก็คงจะเป็เื่ที่แปลกสำหรับเธอ แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังรู้สึกไม่เข้าใจตัวเองเช่นกัน
“ปลุกแล้ว!” ปัณรสถามย้ำเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง ซึ่งเธอมั่นใจว่าเธอไม่ได้เป็คนขี้เซาขนาดที่ใครเรียกแล้วเธอจะไม่ได้ยินขนาดนี้ “แน่ใจนะคะว่าคุณปลุกฉันแล้วจริงๆ”
“คุณคิดว่าผมเป็คนชอบโกหกงั้นเหรอ” ธณายุวางร่างบางลงที่เตียง พร้อมกับตัวเขาที่ตามมาทาบทับตัวเธอเอาไว้ ไม่ยอมให้เธอได้ลุกหนีไปไหนได้ง่ายๆ ปากก็ย้อนถามคนใต้ร่างไปอย่างยียวน
ปัณรสเห็นสายตาคมเข้มจ้องมองมายังเธออย่างหื่นกระหาย ก็รีบหลบสายตาจากเขาทันที เพราะสายตาที่ได้จ้องมองเธอนั้น เหมือนกำลังปลดเปลื้องเสื้อผ้าเธอออกเป็ชิ้นๆ ก็มิปาน
“ไม่ได้หมายความแบบนั้น” เธอพูดอ้อมแอ้มอยู่ในลำคอ เหมือนกลัวว่าพูดดังกว่านี้จะเป็การยั่วยุคนตัวโตเสียมากกว่า
“แล้วคุณหมายความว่ายังไง”
“งั้นคุณก็ลุกออกจากตัวฉันก่อน แล้วฉันจะบอก”
“ผมไม่ลุกจนกว่าคุณจะหาคำตอบมาให้ผม”
ปัณรสเห็นธณายุพยายามเค้นเอาคำตอบจากเธอด้วยสภาพที่ล่อแหลม ก็รีบเบือนหน้าหนีทันที ภายในใจก็เต้นครึกโครมอย่างห้ามไม่อยู่ ภาพความแนบชิดของเธอกับเขาเมื่อคืนก็ผุดขึ้นมาเป็ฉากๆ แม้เธอกับเขาจะมีความสัมพันธ์กันมาแล้ว แต่เธอก็ยังไม่ชินสักที แต่ละครั้งที่เขาแนบชิด กับทำให้ภายในใจของเธอรู้สึกปั่นป่วนอย่างบอกไม่ถูก
สายตาคมจ้องมองคนใต้ร่างที่มีท่าทีเขินๆ แม้เธอจะไม่ได้แสดงออกอย่างชัดเจน เขาก็รู้สึกได้จากแววตาที่เธอได้จ้องมอง ในตอนแรกเขาก็ตั้งใจว่าจะแกล้งให้เธอแค่ตื่นกลัวเล็กน้อยเท่านั้น แต่พอได้แนบชิดร่างบาง ภาพความทรงจำเมื่อคืนก็ผุดขึ้นในหัวอย่างห้ามไม่อยู่ จากที่จงใจจะแกล้งเธอแค่สนุกๆ กับมีความ้าเธอมากยิ่งขึ้น เขาค่อยๆ ก้มหาปากบางอย่างช้าๆ มอบจูบสุดหวานล้ำให้กับคนใต้ร่างอย่างดูดดื่ม
จูบที่ธณายุได้มอบให้ในตอนแรกดูอ่อนหวานชวนให้หลงใหล จนทำให้ปัณรสเผลอไผลไปกับรสััที่ชายหนุ่มได้มอบให้ ทั้งที่ในตอนแรกเธอพยายามผลักไสเขาให้ออกห่างจากกายของตนเอง แต่พอเอาเข้าจริงเธอกับยอมจำนนต่อการนำพาของเขาได้อย่างง่ายดาย ยิ่งความอ่อนโยนที่เขาได้มอบให้กับทำให้เธอไม่รู้สึกตื่นกลัวเลยแม้แต่นิด กับยอมทำตามความ้าของเขาอย่างไม่มีเกี่ยงงอน
ธณายุไล่ปลายลิ้นชื้นไปตามคอระหง สูดดมความหอมจากกายสาวเข้าไปอย่างเต็มปอด กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่เขาได้ัักับดึงดูดความ้าเขาได้อย่างน่าประหลาด มือหนาค่อยๆ ลูบไล้ไปตามร่างบางด้วยความหลงใหล พร้อมกับปลดเปลื้องชุดสวยออกจากกายสาวทีละชิ้น เผยให้เห็นอกคู่สวยที่รอยตระหง่านอยู่ตรงหน้า เขาไม่รอช้านำพาลิ้นร้อนไล้เลียดูดเม้มไปตามยอดอกสวยอย่างหื่นกระหายสลับไปมาทั้งสองข้างไม่ปล่อยให้ข้างใดได้ว่างเว้น มืออีกข้างก็เริ่มไล่ต่ำลงอย่างช้าๆ พร้อมกับลิ้นชื้นที่ลากไล้ลงมาตามรองหน้าท้องที่แบนราบอย่างหยอกเย้า
ซึ่งการกระทำที่สุดแสนรัญจวนใจนี้ กับเพิ่มความเสียวซ่านให้กับคนใต้ร่างอย่างน่าประหลาดใจ ปัณรสกำผ้าปูที่นอนเอาไว้แน่น พยายามข่มอารมณ์ที่มันก่อตัวขึ้นเื่ๆ ที่ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนก็ไม่สามารถต้านทานอารมณ์ที่มันเกิดขึ้นได้เลย สายตาที่เขาจ้องมองมายังเธอชั่งหวานล้ำ จนทำใบของเธอร้อนผ่าวด้วยความอาย
ก่อนที่เขาจะค่อยๆ ไล้ปลายลิ้นชื้นต่ำลงมาเรื่อยๆ จนมาหยุดลงที่กลางกายสาว สายตาคมจ้องมองด้วยความหลงใหล ก่อนที่เขาจะก้มลงหากายสาว
“ไม่นะคะคุณวายุ” ปัณรสที่เห็นธณายุก้มลงหากายเธอช้าๆ ก็ร้องทักออกไปด้วยเสียงที่แ่เบา มือบางก็พยายามปิดไม่ให้เขารุกล้ำกายเธอได้ง่ายๆ
“จะมัวอายทำไม ในเมื่อผมก็เคยเห็นมาแล้วทุกซอกทุกมุม” ธณายุที่เห็นท่าทางเขินอายของคนใต้ร่าง เขาก็ถามขึ้นอย่างยั่วยวน พร้อมกับปัดมือบางให้พ้นทาง
ธณายุที่จ้องมองกุหลาบแสนงามอยู่คู่หนึ่ง ก่อนที่จะนำพาลิ้นชื้นเข้าไปสำรวจกลีบกุหลาบบางอย่างแ่เบา เหมือนกลัวว่าทำแรงไปมากกว่านี้ มันจะบุบสลายไปก็มิปาน
นิ้วเรียวค่อยๆ สอดแทรกเข้าไปยังกายสาวขยับเข้าออกช้าบ้างเร็วบ้างสอดประสานกับปลายลิ้นชื้นที่ไล้เลียัักลีบกุหลาบสวยอย่างช่ำชอง ไม่นานร่างบางก็กระตุกเกร็งปล่อยธารน้ำหวานให้ภมรหนุ่มได้ดื่มกิน
ปัณรสที่อ่อนด้อยประสบการณ์บนเตียงมาอย่างสิ้นเชิง เมื่อได้ััรสชาติที่ธณายุได้ปรนเปรอให้ ก็ทำให้เธอหลงมัวเมาไปกับการนำพาได้อย่างง่ายดาย แม้เธอตั้งใจว่าจะยอมทำไปเพราะหน้าที่ เดี๋ยวไม่นานมันก็คงจะจบลง แต่พอเอาเข้าจริงเธอกับเผลอไผลไปกับการนำพาเขาอย่างต้านทานไม่ได้
จากที่้าจะทำให้มันจบไป กับมีความ้าเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งเขาััที่หนักหน่วงมากเท่าไหร่ ภายในใจก็เรียกร้องขอเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งเธอไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ว่าทำไมถึงใจง่ายเช่นนี้
ธณายุที่เห็นว่าร่างบางพร้อมรับััจากเขาเต็มที่แล้ว ก็ไม่รอช้ารีบลุกสลัดชุดออกจากร่างกายอย่างเร่งด่วน เสมือนว่าถ้าปล่อยนานไปกว่านี้ ร่างตรงหน้าจะแตกสลายไป
หลังจากถอดชุดได้ธณายุก็โถมร่างหนาหากายสาวทันที พร้อมกับก้มลงจูบปากสวยอย่างเร่าร้อนอีกครั้ง มือหนาก็ค่อยๆ ผลักดันกายแกร่งเข้าสำรวจกุหลาบงามอย่างช้าๆ เพื่อให้ช่องทางที่คับแน่นรู้สึกผ่อนคลาย ก่อนที่จะเริ่มศึกหนัก
เมื่อกายแกร่งสอดแทรกเข้าไปได้ครึ่งทาง ก็ััได้ถึงความคับแน่นที่บีบรัดตัวตนของเขาจนแทบจะทนไม่ไหว ธณายุสูดปากอย่างเสียวซ่าน ก่อนที่จะผลักดันตัวตนจนสุดทาง พร้อมขยับสะโพกสอบเข้าออกอย่างเชื่องช้า เพื่อให้ร่างบางได้ปรับตัวกับการถูกรุกล้ำอย่างเต็มที่ จากนั้นก็เริ่มขยับเข้าออกช้าบางเร็วบ้างตามแรงอารมณ์ ไม่นานเขาก็นำพาคนใต้ร่างแตะขอบ์ได้สำเร็จ
ธณายุทรุดกายซบคนใต้ร่างอย่างหมดแรง พร้อมกับปล่อยเมล็ดพันธุ์เข้าในกายสาวจนหมดทุกหยด เขาเงยหน้าจ้องมองหน้าสวยที่ตอนนี้ยังคงหลับตาพริ้ม หลายใจหอบกระเซ้าด้วยความเสียวซ่าน ปลายนิ้วค่อยๆ ัักลีบปากบางอย่างยั่วยวน ก่อนที่เขาจะก้มลงมอบจูบแสนหวานให้เธออย่างดูดดื่ม พร้อมกับศึกอันเร่าร้อนรอบที่สองได้ก่อตัวขึ้นอีกครั้ง
เช้าวันต่อมา
ปัณรสลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกหนักๆ ที่ทาบทับอยู่บนร่างของเธอ เมื่อก้มลงไปมองก็พบว่ามีแขนแกร่งได้พาดอยู่บนตัวเธอ พร้อมกับคนตัวโตที่นอนแนบชิดหลับสนิทอยู่ข้างกายปัณรสค่อยๆ ยกแขนของเขาออกอย่างเบามือเพื่อไม่รบกวนให้เขาตื่น แต่แค่ขยับมือร่างหนาก็โอบกระชับให้ทั้งสองร่างแนบชิดกันมากยิ่งขึ้น
“นอนต่ออีกสักพักเถอะ ผมยังไม่อยากตื่นตอนนี้” ธณายุบอกคนตัวเล็กด้วยน้ำเสียงที่อู้อี้ จนคนฟังแทบจะไม่รู้เื่
“แต่มันเช้าแล้วนะคะ”
“เช้าแล้วไง ก็ผมอยากนอนหรือถ้าไม่นอนจะทำอย่างอื่นต่อก็ได้นะ” ธณายุไม่พูดเปล่า มือหนาที่กอดร่างบางเอาไว้ก็เริ่มที่จะไม่อยู่เฉยค่อยๆ ลูบไล้ไปตามผิวเนียนอย่างเบามือ
“นะ นอนก็ได้” ปัณรสบอกธณายุด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก มือเรียวก็รีบคว้ามือที่ซุกซนอย่างพัลวัน เธอไม่เข้าใจว่าคนอย่างเขานั้นเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนหนักหนา แค่เมื่อคืนเขาก็เปิดศึกเกือบจะทั้งคืน กว่าจะได้นอนก็เกือบรุ่งสาง พอมาตอนเช้าก็ยังมีทีท่าว่าจะไม่ยอมจบง่ายๆ ซึ่งเธอเข้าใจว่าเขาอาจจะ้ามีลูกกับเธอโดยเร็ว เพื่อที่จะได้เติมเต็มให้กับครอบครัวของเขา แต่หักโหมหนักขนาดนี้มันก็ดูเกินไปหน่อย
“ว่าง่ายๆ แบบนี้ซิถึงจะอยู่กันได้ยาวๆ” ธณายุที่กำลังจะเริ่มก่อารักระลอกที่เท่าไหร่ไม่รู้ขึ้นอีกครั้ง ทั้งที่เมื่อคืนเขาก็จัดไปแล้วหลายต่อหลายรอบ แต่เขากับไม่รู้สึกเบื่อเลยแม้แต่นิด ซึ่งเขาก็แปลกใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมจึงมีความ้าเธอมากถึงเพียงนี้ ถ้าเป็ผู้หญิงทั่วไปที่เขานอนด้วย ััเพียงครั้งเดียวก็เกินพอแล้ว แถมทำกิจเสร็จก็ต่างคนต่างก็แยกย้าย ไม่เคยให้ใครมานอนค้าง หรือนอนกกนอนกอดกันอยู่เช่นนี้ เธอคนนี้เป็ผู้หญิงคนแรกที่เขาทำแบบนี้
ธณายุจ้องมองคนตัวเล็กที่นอนเคียงข้างด้วยความไม่เข้าใจ แต่เขาก็ต้องสลัดความคิดนั้นทิ้งไป เพราะการที่เขาดึงเธอมาอยู่เคียงข้างนั้น ก็เพื่อทำให้เขาได้มีทายาทเพียงเท่านั้น เมื่อเธอให้ในสิ่งที่เขา้าแล้ว สุดท้ายเขาก็ต้องปล่อยเธอไปอยู่ดี “เดี๋ยว่สายๆ ผมจะพาเข้าไปพบคุณแม่ที่บ้านใหญ่ ไหนๆ ไปพักอยู่ที่นั่นแล้วก็ควรจะไปไหว้ท่านเอาไว้บ้าง” เขาบอกกับหญิงสาวที่นอนตัวเกร็งอยู่ในอ้อมกอดไปอย่างไม่ใส่ใจ
ปัณรสได้แต่ฟังอยู่เงียบๆ ไม่ตอบอะไร เพราะแค่นอนอยู่ในอ้อมกอดของเขาเธอก็แทบจะขาดใจอยู่แล้ว ั้แ่ได้เติบโตมานอกจากพี่ชาย เธอก็ไม่เคยอยู่ใกล้ชิดกับผู้ชายคนไหนเลย แฟนสักคนก็ไม่เคยมีอยู่ดีๆ กับต้องมานอนกับผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้ โดยที่ปราศจากความรักของคนสองคน แถมยังต้องมาอุ้มท้องลูกให้กับเขาอย่างไม่เต็มใจอีกด้วย จึงทำให้เธอไม่คุ้นชินกับััจากเขาอยู่ดี
หลังจากที่ธณายุตื่นนอนแล้ว เขาก็พาปัณรสกลับมาที่บ้าน แต่ก่อนที่จะพาเธอเข้าบ้าน ก็พามายังบ้านใหญ่เพื่อมาพบกับแม่ของเขาก่อน ในเมื่อเขาพาเธอมาอยู่ที่บ้านหลังนี้เพื่อตั้งท้องลูกให้กับเขาแล้ว แม่เขาก็ควรจะทราบเื่นี้ด้วย เผื่อว่าเกิดเื่อะไรขึ้นมา อย่างน้อยแม่เขาก็สามารถคุ้มครองเธอกับลูกที่กำลังจะเกิดขึ้นมาได้
“สวัสดีครับคุณแม่” ธณายุเดินเข้ามาในบ้านเห็นผู้เป็แม่กำลังนั่งรับประทานอาหารกลางวันอยู่ที่โต๊ะอาหาร เขาจึงเดินมาหา พร้อมกับยกมือขึ้นไหว้หญิงวัยกลางคนที่อยู่ตรงหน้าด้วยความนอบน้อม
มนพรจ้องมองผู้มาใหม่ด้วยความแปลกใจ และที่สะดุดตามากพอๆ กับเห็นลูกชายคนเล็กเข้ามาหาโดยที่เธอไม่เรียก ก็คือผู้หญิงที่เดินตามเขามานั่นเอง
“ลมอะไรหอบแกมาหาฉันได้”
“ผมก็แค่พาคนิ้งมารู้จักกับคุณแม่เอาไว้ก็เท่านั้น”
“ทำความรู้จักฉันอย่างงั้นเหรอ” มนพรไล่สายตามองหญิงสาวที่เดินตามหลังลูกชายมาด้วยความสนใจ เพราะเธอไม่คิดว่าลูกชายจะพาผู้หญิงคนไหนมาอยู่ที่บ้านหลังนี้ได้ ทั้งที่ทุกครั้งเธอพยายามหาผู้หญิงมาให้ลูกชายคนเล็กตลอด แต่ก็ถูกปฏิเสธทุกครั้งจนเธอรู้สึกหนักใจ กลัวว่าลูกจะไม่ยอมมีครอบครัว และเธอก็กังวลว่าลูกของเธอจะไม่มีทายาทคอยสืบสกุล จนบ้านใหญ่อย่างเธออาจจะสูญเสียอำนาจไป แต่พอเห็นว่าลูกชายได้พาผู้หญิงคนนี้มาหาก็รู้สึกเบาใจอย่างบอกไม่ถูก
“อุ๊ย! คุณวายุพาผู้หญิงที่ไหนมาหาคุณพี่เหรอคะ”
มนพรยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อก็ต้องหยุดคำพูดลง เมื่อได้ยินเสียงแหลมๆ ของใครอีกคนดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน
“หน้าตาสะสวยซะด้วย สมแล้วที่เป็ผู้หญิงของคุณวายุ แต่เป็ลูกเต้าเหล่าใครเหรอคะ มีชาติตระกูลหรือเปล่า”
ธณายุจ้องมองผู้มาใหม่ด้วยสีหน้าไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งต่างจากมนพรที่มีใบหน้าเรียบเฉยไม่ได้แสดงอาการใดๆ ออกมาเหมือนว่าการกระทำเช่นนี้นั้นเป็เื่ปกติของผู้มาใหม่ไปเสียแล้ว