“คุณไม่ได้รับสิ่งมหัศจรรย์มา?หรือว่าจะเป็นเผ่ามังกรที่ได้ไป?”
จักรพรรดิเพลิงถามด้วยความสงสัย
เขาไม่สงสัยในคำพูดของจักรพรรดิไร้เงาเลยเพราะเขารู้ดีว่าจักรพรรดิไร้เงานั้นไม่จำเป็นต้องโกหก เมื่อเทียบกับแผนการสุดท้ายของกองกำลังของพวกเขาแล้วสิ่งมหัศจรรย์เหล่านี้เป็นเพียงรางวัลเล็กน้อยเท่านั้น
ต่อให้เป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่ล้ำค่าพวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องปิดบังกัน หากสามารถคว้ามันมาได้ พวกเขาจะไม่ต่อสู้แย่งชิงกันมิฉะนั้นมันอาจจะส่งผลกระทบต่อแผนการสุดท้ายของพวกเขาได้ หากเป็นเช่นนั้นคงไม่มีผู้ใดรับไหว
ดังนั้นการที่จักรพรรดิไร้เงาบอกว่าเขาไม่ได้รับมันมานั้นย่อมเป็นความจริง
“ฉันก็ไม่แน่ใจดูเหมือนว่ามันจะเป็นเผ่ามังกร แต่บนร่างของหมอนั้นก็ไม่มีกลิ่นอายของเผ่ามังกร นอกจากนี้เจ้าหมอนั่นยังเป็นจักรพรรดิระดับ9 ดาว ด้วยพรสวรรค์ด้านมิติและพรสวรรค์ล่องหน ฉันจึงไม่สามารถตามเขาได้ทัน!”จักรพรรดิไร้เงากล่าว
“มันเป็นสิ่งมหัศจรรย์แบบไหนกัน?มันคุ้มค่ากับความพยายามของนิกายเงาทมิฬอย่างนั้นหรือ?”
จักรพรรดิเพลิงถามด้วยความประหลาดใจ
“มันคือพระสูตรอมิตาภะ[1]!”
จักรพรรดิไร้เงาขบฟันแน่น
“อะไรนะ?มันเป็นสิ่งมหัศจรรย์ระดับ 9 ดาว มันเคยสร้างความโกลาหลไปทั่วกาแล็กซีทำไมบนโลกนี้ถึงมีพระสูตรอมิตาภะอยู่?” จักรพรรดิเพลิงตกตะลึงอย่างแท้จริง
“แน่นอนว่ามันไม่ใช่พระสูตรอมิตาภะที่สมบูรณ์แต่เป็นแค่เศษชิ้นส่วน!” จักรพรรดิไร้เงาอธิบาย “ระดับเทพของนิกายเงาทมิฬเราเคยได้รับชิ้นส่วนของพระสูตรอมิตาภะมาจากส่วนลึกของดวงดาวแต่มันก็ไร้ประโยชน์ เพราะพลังของมันแทบจะไม่หลงเหลือแล้ว ดังนั้นเขาจึงใช้พลังของโลกใบนี้บ่มเพาะชิ้นส่วนพระสูตรอมิตาภะเพื่อฟื้นคืนพลังของมันแต่ไม่คิดว่าสุดท้ายแผนการทั้งหมดจะล้มเหลว พระสูตรอมิตาภะเพียงหน้าเดียวก็เทียบได้กับสิ่งมหัศจรรย์6 ดาวแล้ว แต่มูลค่าที่แท้จริงของมันเทียบได้กับสิ่งมหัศจรรย์ระดับ 7 ดาวทั่วไปด้วยซ้ำ!”
“ชิ้นส่วนพระสูตรอมิตาภะนั้นมีค่ามากฮึ่ม ถ้านิกายเงาทมิฬของพวกคุณแจ้งพวกเราหรือส่งตัวตนระดับกึ่งเทพมา คุณคงไม่ถูกคนอื่นแย่งไปเช่นนี้!”จักรพรรดิเพลิงบ่นออกมาทันที
“ให้พวกเราส่งระดับกึ่งเทพมา???หึหึ ในช่วงเวลาเช่นนี้ ถ้านิกายเราส่งตัวตนระดับกึ่งเทพมาแล้วเผ่ามังกรรู้เข้าพวกเราจะทำอย่างไร?” จักรพรรดิไร้เงาถาม
เดิมทีแผนการของนิกายเงาทมิฬในครั้งนี้นั้นสมบูรณ์แบบแล้วเขาจะทำหน้าที่หยุดระดับจักรพรรดิ 9 ดาราของเผ่ามังกรไว้ ส่วนหลี่หยุนก็ใช้พรสวรรค์ล่องหนเพื่อไปแย่งชิงพระสูตรอมิตาภะมาแต่ใครจะคาดคิดว่าจะมีคนแฝงตัวอยู่ใกล้ๆ ทำให้แผนการทั้งหมดของพวกเขาต้องล้มเหลว
“ก็ได้ ในเมื่อสิ่งมหัศจรรย์ถูกคนอื่นแย่งชิงไปแล้วงั้นฉันก็ขอตัวก่อน!”
จักรพรรดิเพลิงหันหลังจากไป
จักรพรรดิไร้เงาขบฟันของเขาเขาไม่เพียงแต่สูญเสียพระสูตรอมิตาภะไปเท่านั้น แต่เขายังทำให้นิกายเงาทมิฬต้องอับอายขายหน้าอีกด้วยเมื่อเขากลับไป เขาจะต้องถูกลงโทษอย่างหนักแน่นอน
“เผ่ามังกรบัดซบคราวหน้าถ้าฉันได้เจอพวกแก ฉันจะฆ่าพวกแกให้ได้!”
จักรพรรดิไร้เงาสาบานกับตัวเอง
แต่เขาก็ได้แต่เก็บความแค้นครั้งนี้ไว้ในใจตัวเขาผู้ซึ่งเป็นจักรพรรดิ 9 ดารา ยังไม่สามารถทำอะไรเย่เทียนได้เลย อีกทั้งเย่เทียนก็สามารถหลบหนีไปได้อย่างง่ายดายเมื่อเป็นเช่นนี้ การจะฆ่าเย่เทียนย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย
หลังจากเย่เทียนรอดพ้นจากการไล่ล่าของจักรพรรดิไร้เงาไปได้เขาก็หลบหนีและซ่อนตัวอยู่สักพัก
จากนั้นไม่นานเขาก็กลับมาที่หอสวรรค์ในฐานจงไห่
เย่เทียนเปิดใช้งานค่ายกลและเข้าไปในห้องฝึกฝนจากนั้นเขาก็หยิบแผ่นกระดาษสีทองออกมาจากอกเสื้อ
เมื่อแผ่นกระดาษสีทองถูกเปิดออกตัวอักษรลึกลับก็ปรากฏขึ้น
เย่เทียนจ้องไปยังแผ่นกระดาษสีทองทันใดนั้นจิตสำนึกของเขาก็ถูกส่งไปยังโลกของตัวอักษรอย่างรวดเร็ว ตัวอักษรจำนวนมากปรากฏขึ้นอยู่ตรงหน้าเขาแต่ละตัวอักษรล้วนลึกลับอย่างไร้ที่เปรียบ
“พระสูตรอมิตาภะ!”
นี่คือจิตสำนึกที่ส่งผ่านออกมาจากแผ่นกระดาษสีทอง
สิ่งมหัศจรรย์ระดับสูงล้วนมีจิตสำนึกบางอย่างผู้ใช้สามารถเรียนรู้ถึงข้อมูลต่างๆ ของสิ่งมหัศจรรย์ได้ผ่านจิตสำนึก
จิตสำนึกของเย่เทียนเชื่อมต่อกับพระสูตรอมิตาภะไม่นานเขาก็รู้ข้อมูลของสิ่งมหัศจรรย์นี้อย่างรวดเร็ว
“มันเป็นหนึ่งในหน้าของพระสูตรอมิตาภะสิ่งมหัศจรรย์ระดับ 9 ดาว เพียงหน้าเดียวก็เทียบได้กับสิ่งมหัศจรรย์6 ดาวแล้ว! น่าแปลก ทำไมคัมภีร์เช่นนี้ถึงปรากฏขึ้นในโลกเราได้?”เย่เทียนประหลาดใจ
เขายังสงสัยมากว่าทำไมสิ่งนี้จึงปรากฏขึ้นบนโลก?
ตัวอักษรเหล่านี้ไม่ใช่ตัวอักษรที่มีอยู่บนโลกอยู่แล้วเหมือนกับว่ามีคนเอาเศษชิ้นส่วนพระสูตรอมิตาภะนี้มาทิ้งไว้บนโลกเพื่อฟื้นฟู และในที่สุดมันก็ฟื้นฟูกลับมาเป็นดังเดิม
มันคล้ายกับสิ่งที่เผ่ามังกรทำในโลกของสัตว์อสูร!
ยกตัวอย่างเช่นศิลาแห่งการรู้แจ้งมันเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่เผ่ามังกรทิ้งไว้ในโลกของวานรมังกร
“ถ้าเป็นไปตามที่เราคาดเดาสิ่งมหัศจรรย์นี้อาจจะเป็นของของกองกำลังจากภายนอกที่พวกเขาจงใจทิ้งมันไว้ในโลกเพื่อปลูกฝังให้มันฟื้นกลับมาเป็นสภาพสมบูรณ์”
เย่เทียนคาดเดาถึงความเป็นไปได้
มันคงจะเป็นเช่นนั้น
ไม่อย่างนั้นจะมีสิ่งมหัศจรรย์มากมายเช่นนี้ปรากฏขึ้นบนโลกได้อย่างไร? ไม่น่าแปลกใจเลยที่กองกำลังภายนอกเหล่านั้นจะบ่มเพาะมันขึ้นมาและดูๆ แล้วพระสูตรอมิตาภะนี้อาจจะมีความเกี่ยวข้องกับนิกายเงาทมิฬ
“ดูเหมือนว่าเราต้องรีบทำตามแผนให้เร็วขึ้นแล้วตอนนี้ความแข็งแกร่งของเรากลายเป็นจักรพรรดิ 9 ดารา เราสามารถจับจักรพรรดิ 8ดาราจากกองกำลังภายนอกเหล่านั้นมาสะกดจิตเพื่อสอบถามข้อมูลได้ บางทีเราอาจจะได้ล่วงรู้ความลับบางอย่างของพวกเขา”เย่เทียนคิด
หลังจากคิดอยู่พักหนึ่ง เขาก็แอบวางแผนไว้
“แต่พระสูตรอมิตาภะนี่ก็ยอดเยี่ยมจริงๆ!”
เย่เทียนมองไปที่พระสูตรอมิตาภะด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
เพราะในคัมภีร์นี้ได้บันทึกเคล็ดวิชาลับไว้หนึ่งวิชาซึ่งวิชานั้นคือวิชาลับที่สมบูรณ์ โลกแห่งความว่างเปล่า!
โลกแห่งความว่างเปล่านี้เป็นวิชาของพลังมิติผู้ฝึกยุทธ์ที่มีพรสวรรค์มิติระดับสูงสุดสามารถฝึกฝนเคล็ดวิชานี้ได้ แล้วเมื่อฝึกฝนสำเร็จแล้วพวกเขาสามารถสร้างโลกแห่งความว่างเปล่าขึ้นมาได้
โลกแห่งความว่างเปล่านี้แตกต่างจากมิติส่วนตัวมันสามารถเก็บสิ่งมีชีวิตหรือแม้กระทั่งสิ่งมหัศจรรย์ไว้ได้ แต่มิติส่วนตัวไม่สามารถที่จะเก็บสิ่งมีชีวิตหรือสิ่งมหัศจรรย์เข้าไปได้
อีกทั้งโลกแห่งความว่างเปล่านี้ก็มีส่วนที่คล้ายกับพื้นที่เสมือนจริงของหอคอยเทพสงครามอยู่ไม่น้อย
“ฮ่าฮ่าฮ่าเดิมทีเรากำลังกังวลอยู่ว่าตัวตนของเราคงจะถูกเปิดเผยเข้าสักวัน ไม่คิดเลยว่าจะได้รับเคล็ดวิชาโลกแห่งความว่างเปล่านี้มาเร็วขนาดนี้ด้วยพรสวรรค์ด้านมิติของเรา เราคงจะใช้เวลาไม่นานในการฝึกฝนเคล็ดวิชาโลกแห่งความว่างเปล่าสำเร็จ!”เย่เทียนกล่าวด้วยความมั่นใจ
ในวันถัดมา เย่เทียนเริ่มศึกษาเคล็ดวิชาโลกแห่งความว่างเปล่า
ไม่นานเขาก็พบว่าวิชาโลกแห่งความว่างเปล่ามีความสัมพันธ์บางอย่างกับทักษะการบีบอัดมิติเพราะถ้าหากไม่สามารถบีบอัดมิติได้ การฝึกฝนโลกแห่งความว่างเปล่าก็จะยากขึ้นอย่างมากเพราะวิชาโลกแห่งความว่างเปล่าเป็นการปิดกั้นมิติ จากนั้นก็ใช้ทักษะพิเศษบีบอัดมิติเพื่อสร้างโลกแห่งความว่างเปล่าขึ้นมา
โลกแห่งความว่างเปล่านี้สามารถหลอมรวมเข้ากับสิ่งของที่มีพลังแห่งมิติหรือหลอมรวมเข้ากับมิติส่วนตัวของตนเองเพื่อที่จะใช้งานโลกแห่งความว่างเปล่าได้สะดวก
“เรามีทักษะบีบอัดมิติอยู่แล้วการฝึกฝนวิชาโลกแห่งความว่างเปล่านี้คงจะใช้เวลาไม่เกิน 10 วัน!”
เย่เทียนคาดการณ์คร่าวๆ
พริบตาเดียว สิบวันก็ผ่านไป
วันนี้
เย่เทียนออกมาจากฐานจงไห่และได้มาถึงบริเวณป่าแห่งหนึ่งก่อนจะได้พบกับสถานที่ดีๆ สำหรับซ่อนตัว
ตอนนี้เขาฝึกฝนโลกแห่งความว่างเปล่าสำเร็จแล้วครั้งนี้เขามาที่นี่เพื่อปิดกั้นมิติเพื่อหลอมสร้างโลกแห่งความว่างเปล่าขึ้นมา ผลกระทบของมันค่อนข้างรุนแรงดังนั้นเขาจึงไม่สามารถสร้างมันในฐานจงไห่ได้
เย่เทียนใช้พลังมิติและใช้ทักษะโลกแห่งความว่างเปล่าฉีกกระชากมิติจนเกิดเป็นรอยแยก
ตูม!!!!!
มิติภายในรอยแยกเริ่มถูกตัดภายใต้การชี้นำของทักษะโลกแห่งความว่างเปล่าพลังมิติโดยรอบราวกับถูกตัดออกจากพื้นที่ทั้งหมด
หลังจากนั้นไม่นาน มิติขนาดใหญ่ก็ถูกตัดแยกออกจากมิติอื่นๆชั่วคราว
แต่นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น!
หากไม่สามารถบีบอัดมิติจนกลายเป็นโลกแห่งมิติได้ทันเวลาความพยายามทั้งหมดก็จะล้มเหลว
“บีบอัด!”
เย่เทียนพยายามควบคุมพลังแห่งมิติและทักษะโลกแห่งความว่างเปล่าบีบอัดมิติอย่างบ้าคลั่ง
แคร่กแคร่ก!!
มิติถูกบีบอัดอย่างต่อเนื่องจุดสีดำค่อยๆ ปรากฏขึ้นตรงหน้าและขยายใหญ่ขึ้น แม้ในสายตามันจะดูเหมือนว่าจุดสีดำนี้ขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็วแต่ในความเป็นจริงแล้วมันกำลังหดตัวลง เนื่องจากมิตินี้กำลังถูกแยกออกจากมิติทั้งหมด
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
รอยแยกสีดำก็ปรากฏขึ้นด้านหน้าของเย่เทียนไม่นานหลุมสีดำก็เริ่มสมานตัว มันเหมือนกับร่างกายของมนุษย์ที่ถูกฉีกเป็นชิ้นๆ และเริ่มสมานตัวอีกครั้ง
และชิ้นเนื้อที่ตัดออกมานี้ก็เปรียบเสมือนกับมิติที่เย่เทียนตัดแยกออกมา
ตูม!!!!
ในที่สุดมิติที่ถูกตัดแบ่งออกมาก็ถูกบีบอัดให้กลายเป็นโลกแห่งความว่างเปล่าจากนั้นมันปรากฏขึ้นต่อหน้าเย่เทียนราวกับเป็นบอลแสงขนาดเล็ก
แต่กลุ่มแสงนี้ยังไม่ค่อยเสถียรมากนัก
“หลอมรวม!”
เย่เทียนควบคุมทักษะโลกแห่งความว่างเปล่าผสานเข้ากับมิติส่วนตัวของเขาอย่างช้าๆ
ภายใต้จิตสำนึกของเขา เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าหลังจากมิติส่วนตัวของเขาผสานเข้ากับโลกแห่งความว่างเปล่ามันทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างบ้าคลั่ง
ในเวลานี้สิ่งของทั้งหมดที่ถูกเก็บอยู่ในมิติส่วนตัวล้วนถูกดึงออกมามิฉะนั้นสิ่งของและสมบัติทั้งหมดที่เขาเก็บไว้ภายในมิติส่วนตัวจะถูกบดขยี้กลายเป็นผุยผงด้วยพลังแห่งมิติ
ผ่านไปอีกไม่กี่ชั่วโมง ในที่สุดมิติส่วนตัวของเขาก็เปลี่ยนไปกลายเป็นโลกแห่งความว่างเปล่าอย่างสมบูรณ์แบบ
[1]พระอมิตาภพุทธะ หรือ พระยูไลคือองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของชาวจีน