บทที่ 5
ขุมทรัพย์ในซากปรัก และกลไกแห่งการก่อร่างสร้างตัว
ฝุ่นหนาเตอะสีเทาหม่นขุ่นคลุ้งไปทั่วทัศนียภาพจนมืดมิดประหนึ่งโลกทั้งใบถูกบดเคี้ยวอยู่ในลำคอของั์พสุธา ‘ลิน’ นอนนิ่งสนิทอยู่ภายใต้ความสงัดงันที่น่าใจหายซึ่งตามมาหลังเสียงกัมปนาทแห่งการถล่ม แผ่นหลังของเธอััได้ถึงความเย็นเยียบของพื้นดินที่ชื้นแฉะ ขณะที่อ้อมแขนทั้งสองข้างยังคงกอดรัดร่างนุ่มนิ่มของ ‘ไซรัส’ เอาไว้แน่นราวกับกลัวว่าหากคลายมือเพียงนิด ดวงตะวันดวงน้อยของเธอจะมลายหายไปในกองซากปรักหักพัง
เสียงไอคอกแคกแ่เบาของทารกน้อยดึงสติที่พร่าเลือนของเธอกลับมาทีละน้อย ลินรีบใช้มือที่สั่นเทาปัดกวาดละอองฝุ่นออกจากใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กชายอย่างลนลาน หัวใจของวิศวกรสาวเต้นรัวยิ่งกว่าจังหวะลูกสูบเครื่องจักร
ทักษะ ‘สแกนวัสดุ’ ที่เธอเปิดค้างไว้ยังคงกระพริบเตือนเป็แสงสีแดงฉาน แจ้งเตือนถึงสภาวะความไม่มั่นคงของสิ่งก่อสร้างรอบตัวที่พร้อมจะยุบตัวลงมาซ้ำสองอยู่ตลอดเวลา
“ไม่เป็ไรนะไซรัส... แม่ยังอยู่นี่ เรายังไม่ตาย” เธอพึมพำด้วยน้ำเสียงแหบพร่าประหนึ่งเศษทรายขัดสีอยู่ในลำคอ
เมื่อฝุ่นผงเริ่มจางลง ลินพบว่าเธอกับไซรัสรอดตายมาได้เพราะโต๊ะไม้หนาที่เธอเพิ่งทำการ 'เสริมแรง' และคำนวณจุดรับแรงบิด (Torsion) ไปเมื่อเช้า ขาโต๊ะที่ถูกพันด้วยเทปกาวทนความร้อนและวางองศาให้รับแรงกดแนวดิ่งได้ดีที่สุดกลายเป็เสาค้ำยันจำเป็ท่ามกลางนรกไม้ผุ แต่สิ่งที่ทำให้เธอต้องเบิกตากว้างจนแทบค้างไม่ใช่การที่เธอรอดชีวิตมาได้ แต่ทว่าคือสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าหลังจากคานหลักถล่มลงมาจนเผยให้เห็นความลับที่ซ่อนอยู่ภายในผนังดินเหนียวและเสาไม้เก่าแก่
[ติ๊ง! ตรวจพบวัสดุหายากระดับสูง: ‘ศิลาคราบตะกรันเพลิง’ (Fire-Slag Stone) ]
สายตาของลินจ้องมองไปยังก้อนหินสีดำสนิทที่มีพื้นผิวขรุขระประหลาด มันฝังตัวอยู่ในฐานรากและผนังส่วนที่แตกร้าว ในโลกเดิมมันอาจดูเหมือนก้อนกรวดคาร์บอนไร้ค่าหรือเศษยางมะตอยธรรมดา แต่ในสายตาที่มองผ่านเลนส์ระบบสแกน หินพวกนี้กลับเรืองแสงสีส้มเรืองรองราวกับถ่านไฟที่ไม่มีวันดับ แจ้งเตือนค่าพลังงานความร้อนสะสม (Thermal Storage) ที่สูงลิบจนผิดวิสัยของธาตุทั่วไปในธรรมชาติ
“เดี๋ยวนะ... ไอ้หินพวกนี้มันไม่ใช่แค่หินก่อสร้างธรรมดาแน่ๆ” ลินพึมพำพลางเอื้อมมือที่เปื้อนฝุ่นไปแตะซากผนังดินเหนียวที่พังทลาย ััที่ได้รับไม่ใช่ความเย็นของหินที่ถูกทิ้งร้าง แต่กลับเป็ความอุ่นละมุนที่คงที่และหนักแน่น ทั้งที่อากาศข้างนอกเริ่มลดฮวบลงตามเวลาที่ขยับเข้าสู่ยามเย็น
ข้อมูลจากฐานข้อมูลระบบไหลบ่าเข้ามาในสมองประหนึ่งกระแสไฟฟ้า:
ศิลาคราบตะกรันเพลิง คือผลผลิตล้ำค่าที่เกิดจากการควบแน่นของลาวาอสูรธาตุไฟในยุคา มีคุณสมบัติในการกักเก็บความร้อน (Specific Heat Capacity) สูงกว่าคอนกรีตมาตรฐานถึง 20 เท่า และมีอัตราการแผ่รังสีความร้อน (Emissivity) ที่สม่ำเสมอในระดับคงที่ประหนึ่งเครื่องจักรที่ถูกโปรแกรมมาอย่างดี
ในโลกที่ผู้คนต้องกัดฟันต่อสู้กับฤดูหนาวอันยาวนาน พึ่งพาฟืนที่ชื้นแฉะหรือเวทมนตร์ไฟราคาแพงจากพวกชนชั้นสูง หินพวกนี้ก็คือ ‘แบตเตอรี่ความร้อน’ ชั้นยอดที่ธรรมชาติมอบให้เป็ของขวัญโดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็น!
“ไซรัส... เราจะรวยกันแล้วลูก!” ลินอุทานออกมาด้วยความตื่นเต้นที่ปิดไม่มิด
สมองของวิศวกรสาวเริ่มประมวลผลด้วยความเร็วสูงสุด (Optimization) เธอวิเคราะห์โครงสร้างที่ถล่มลงมาและสรุปได้ทันทีว่า กระท่อมหลังนี้ไม่ได้สร้างขึ้นอย่างลวกๆ แต่มันคือ ‘เตาเก็บความร้อน’ ขนาดใหญ่ที่จงใจใช้ศิลาเหล่านี้มาบุเป็ผนังเพื่อรักษาสมดุลอุณหภูมิในเขตชายป่าที่หนาวจัด แต่อาจด้วยกาลเวลาและความโง่เขลาของผู้ปกครองดินแดน ความลับนี้จึงถูกกลบฝังไปพร้อมกับผู้อาศัยรุ่นก่อน
[ภารกิจเร่งด่วน: กู้คืนและคัดแยก ‘ศิลาคราบตะกรันเพลิง’ จากซากปรักหักพัง]
[รางวัล: 100 แต้มวิศวกรรม และ ‘แบบแปลน: เตาทำความร้อนประสิทธิภาพสูง (Rocket Stove V.1) ’]
“โอเคระบบ... ฉันจะรีบจัดการเดียวนี้!”
ลินไม่รอช้า เธออุ้มไซรัสไปวางในที่ปลอดภัยที่ไร้ความเสี่ยงจากการถล่มซ้ำซ้อน ก่อนจะเริ่มลงมือ ‘รื้อถอน’ อย่างมีระเบียบ (Systematic Demolition) เธอใช้ชุดเครื่องมือช่างที่ได้รับมา ค่อยๆ แซะก้อนหินสีดำออกจากเศษดินเหนียวอย่างประณีตราวกับกำลังแกะรอยประติมากรรมล้ำค่า หินแต่ละก้อนมีขนาดเท่ากำปั้นเด็ก แต่น้ำหนักของมันที่หนักอึ้งบ่งบอกถึงความหนาแน่นของมวลสารที่อัดแน่นไปด้วยศักยภาพทางพลังงาน
“ถ้าฉันเอาหินพวกนี้ไปทำเป็เตาพกพา หรือแผ่นรองนอนกระจายความร้อน... คนในเมืองที่กำลังจะเข้าสู่ฤดูหนาวต้องยอมจ่ายหนักเพื่อให้ได้มันแน่นอน”
วิศวกรสาวทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย มือเรียวที่เคยจับปากกาเขียนแบบราคาแพงบัดนี้เปื้อนไปด้วยดิน คราบเขม่า และรอยถลอก แต่แววตาของเธอกลับวาววับด้วยแผนการทางธุรกิจที่แยบยล เธอไม่ได้มองเห็นแค่ก้อนหินสกปรก แต่มองเห็น ‘นวัตกรรมพลังงานสะอาด’ รายแรกของอาณาจักรอาเธลอสที่กำลังจะถือกำเนิดขึ้น เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงจนแสงตะวันเริ่มลาลับ ลินรวบรวมหินตะกรันเพลิงได้มากกว่า 30 ก้อน
[ภารกิจเสร็จสิ้น! คุณได้รับแบบแปลน: เตาทำความร้อนประสิทธิภาพสูง (Rocket Stove) ]
เมื่อได้รับแบบแปลนจากระบบ เธอใช้ทักษะวิศวกรคำนวณการจัดเรียงโครงสร้างภายใน (Structural Design) และการแผ่ความร้อน จนสามารถสร้าง ‘เตาดินเหนียวจิ๋ว’ ต้นแบบโดยใช้หินเหล่านี้เป็แกนกลางหลักในการทำความร้อน
ลินนั่งมองเปลวไฟสีส้มสดใสที่ลุกโชนอยู่ในเตาดินเหนียวที่เธอสร้างขึ้นด้วยหลักการไหลเวียนอากาศ (Convection) ที่สมบูรณ์แบบ ความร้อนที่แผ่ออกมานั้นช่างนุ่มนวลและสม่ำเสมอประหนึ่งมีฮีตเตอร์ชั้นดีตั้งอยู่กลางป่า ไซรัสที่นอนอยู่ข้างๆ เริ่มส่งเสียงครางอืออาอย่างพึงพอใจ ขยับตัวเข้าหาไออุ่นด้วยสัญชาตญาณ
“นี่แหละคือสินค้าชิ้นแรกที่จะพาเราไปสู่ความรุ่งโรจน์” ลินพึมพำพลางเช็ดเหงื่อที่ใบหน้าซีกหนึ่ง “ไม่ต้องออกไปล่าสัตว์ให้เสี่ยงตาย แค่ใช้สมองวิเคราะห์วัสดุที่คนโง่มองข้าม เราก็เปลี่ยนซากบ้านให้กลายเป็ต้นทุนมหาศาลได้แล้ว”
ลินเริ่มกางพิมพ์เขียวในหัวทันที พรุ่งนี้เธอจะนำหินเหล่านี้เข้าสู่ตัวเมือง เธอจะไม่ขายมันทิ้งในฐานะก้อนหินธรรมดา แต่เธอจะขาย ‘สิทธิบัตรแห่งความอบอุ่น’ ที่ไม่มีวันดับสูญ เงินก้อนแรกที่เธอจะได้มา จะไม่ใช่แค่เงินสำหรับซื้ออาหาร แต่มันจะเป็รากฐานในการสร้างจักรวรรดิวิศวกรรมที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าโลกใบนี้ไปตลอดกาล!
“ไซรัส เตรียมตัวรวยได้เลยลูก แม่หาทางเปลี่ยนเศษดินให้กลายเป็ทองคำได้สำเร็จแล้ว!”
ท่ามกลางซากปรักหักพังที่เคยมืดมนและหนาวเหน็บ บัดนี้กลับอบอวลไปด้วยรังสีความร้อนจากศิลาเพลิงและความทะเยอทะยานที่พุ่งพล่านของวิศวกรสาว ผู้พร้อมจะปฏิวัติวิถีชีวิตของมวลมนุษย์ด้วยเฟืองตัวแรกแห่งการค้าขายที่เธอกำลังจะเริ่มหมุนในวันพรุ่งนี้!
……………
พายุสงบแต่โปรเจกต์ใหม่เพิ่งเริ่ม! ลินไม่ได้แค่รอดชีวิต แต่ยังเจอ 'บ่อทอง' ในกองขยะซะด้วย ในตอนหน้า มาลุ้นกันว่าวิศวกรสาวของเราจะเอา 'เตาไฮเทค' ไปเขย่าตลาดในเมืองอาเธลอสได้แสบสันขนาดไหน และจะมีใครกล้ามาลองดีกับคุณแม่สายเปย์คนนี้หรือไม่?
ฝากกด 'เพิ่มเข้าชั้น' และ 'ส่งหัวใจ' เพื่อเป็เชื้อเพลิงให้เตาของลินร้อนแรงยิ่งขึ้นด้วยนะค้าา